บล็อกของ chaiypoon

ตลาดประกอบฝัน 5

 

YIM5 postcard

“โครงการตลาดประกอบฝัน 5” (Youth innovation Marketplace 5) โอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่มีความเชื่อในการพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น ได้มีโอกาสนำความเชื่อของตนเองมาลงมือทำเป็นโครงการจริง เพื่อพัฒนาสังคมในด้านต่าง ๆ โดยตลาดประกอบฝัน 5 จะสนับสนุนพี่เลี้ยง งบประมาณ ทรัพยากรด้านอื่นๆ รวมทั้งกระบวนการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้โครงการที่สร้างสรรค์บนความเชื่อของคนรุ่นใหม่ได้ดำเนินการและสร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคมร่วมกันไปกับเรา

 

เงื่อนไขการสมัคร

  1. ผู้รับผิดชอบมีอายุ 18 – 30 ปี และเคยรับผิดชอบโครงการเพื่อสังคม
  2. รวมกลุ่มกัน 3 คน
  3. ส่งโครงการตามความเชื่อของคุณ โดยโครงการจะต้อง
  • ดำเนินงานระหว่าง 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม 2553
  • ทำกิจกรรมต่อเนื่องอย่างน้อย 4 เดือน
  • ระบุที่ปรึกษา 1 คน
  • มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่น
  • งบประมาณไม่เกิน 130,000 บาท

 

ช่วงการรับสมัคร วันนี้ – 10 มีนาคม 2553

 

สอบถามรายละเอียดและสมัครที่

  • โทรศัพท์/โทรสาร  0-2513-5501
  • อีเมล                      believe@yimproject.org
  • เว็บไซต์                    www.yimproject.org
  • ที่อยู่                         24/147 ซ.ลาดพร้าว 21 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

 

ประชาสัมพันธ์โครงการ เมล์(โลก)เย็น ครับ

 

Cool bus: เมล์ (โลก) เย็น http://coolbuscoolsmile.wordpress.com
พวกเรากลุ่ม “Cool Bus Cool Smile” ภายใต้โครงการของ British Council, สถานทูตอังกฤษ, Youth Venture และ นิตยสาร A day ขอเชิญชวนคนกรุงเทพฯทุกคน ทั้งเด็กประถมตัวน้อย วัยรุ่นสุดCool และคนทำงานหัวทันสมัย ที่อยากมีส่วนร่วมในการทำให้สังคมน่าอยู่ มาร่วมกันแข่งขันออกแบบลายรถเมล์โดนๆ เพื่อชักจูงให้คนกรุงเทพฯหันมาขึ้นรถเมล์กันมากขึ้น ภายใต้หัวข้อ “ชวนคนขึ้นรถเมล์ ลดปัญหาโลกร้อน (Climate Change)” ผลงานของใครที่ทำให้คณะกรรมการตัดสินอยากขึ้นรถเมล์เพื่อช่วยโลกจนขาดใจ รับไปเลย!!!รางวัลที่หนึ่ง พร้อมกับได้ Paint ลายลงบนรถเมล์จริง วิ่งอวดคนทั่วกรุงเทพฯ เพื่อพวกเราจะได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหา Climate Change ที่กำลังเกิดขึ้นและส่งผลกระทบไปทั่วโลก!!

รายละเอียดโครงการ
1. การประกวดจะแบ่งออกเป็นสามรุ่น คือ รุ่น ประถมศึกษา, รุ่นมัธยมศึกษา,
รุ่นอุดมศึกษาและบุคคลทั่วไป โดยจะไม่จำกัดชิ้นงานที่ส่งเข้าประกวด

2.ออกแบบลายรถเมล์ด้านข้างสองด้าน ภายใต้หัวข้อ คือ
“ชวนคนขึ้นรถเมล์ ลดปัญหาโลกร้อน (Climate Change)”

3. การตัดสินของกรรมการจะดูจากความคิดสร้างสรรค์ และการจูงใจให้คนหันมาขึ้นรถเมล์

4. ผู้ชนะเลิศในแต่ละรุ่นรับเงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท
และได้ paint จริงลงบนตัวถังรถเมล์

ที่สองรับเงินรางวัล 3,000 บาท

ที่สามรับเงินรางวัล 2,000 บาท

(โดยการมอบรางวัลจะมีขึ้นในวันจัดงานเปิดตัวโครงการของเราในเดือนกุมภาพันธ์
สามารถติดตามรายละเอียดงานเปิดตัวโครงการของเราได้ ที่นี่ )

นอกจากนี้ เราขอเชิญชวนผู้เข้าประกวดที่มีใจรักษ์โลกทุกคนมาร่วมกับกิจกรรมสุด Cool
และชมผลงานของผู้เข้าประกวดทั้งหมดกับเราในวันงานเปิดตัวโครงการด้วย

5*. ลายรถเมล์ที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นไปตามสัดส่วนที่กำหนดมา
ในใบสมัครนี้เท่านั้น (เพื่อความสะดวกในการ paint ลงรถเมล์จริง)

6. ลายรถเมล์ที่ส่งเข้าประกวดจะต้องไม่เคยได้รับรางวัลหรือตีพิมพ์ที่ไหนมาก่อน

7**. ส่งผลงานพร้อมใบสมัครมาที่
นางเพ็ญรพี รามอินทรา British Council Thailand 254
จุฬาลงกรณ์ ซอย 64 สยามแสควร์ ถ.พญาไทย ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
วงเล็บมุมซองว่าประกวดลายรถเมล์
หรือส่งผลงานมาที่ coolbuscoolsmile@gmail.com

****หมดเขตส่งผลงานเข้าประกวดวันที่ 31 มกราคม 2553****

8*. ประกาศผลผู้ชนะเลิศวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553
ทาง http://coolbuscoolsmile.wordpress.com

ถ้าพร้อมแล้ว ก็เข้าไป Download ใบสมัครและโครงร่างรถเมล์สำหรับออกแบบได้ที่ตรงนี้เลย http://coolbuscoolsmile.wordpress.com/download/

 

ไหว้พระ 9 วัดกันดีกว่า คลิ๊กอย่างเดียวเลย เดี๋ยวจะมีรถตุ๊กๆมารับ หลังจากแต่งตัวเสร็จ โมทนาสาธุๆๆๆจ้า

 

ไหว้พระ 9 วัดกันดีกว่า
คลิ๊กอย่างเดียวเลย เดี๋ยวจะมีรถตุ๊กๆมารับ หลังจากแต่งตัวเสร็จ โมทนาสาธุๆๆๆจ้า  

 

 

http://www.9wat.net/9wat_12.swf

ชื่อโครงการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนประชาธิปไตย

ชื่อโครงการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนประชาธิปไตย
กิจกรรมค่ายส่งเสริมพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนประชาธิปไตย

หน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักส่งเสริมและพิทักษ์เยาวชน  สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ

อำนวยการโครงการ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพิทักษ์เยาวชน สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ

.หลักการและเหตุผล

การเมืองารปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็คือ ระบอบการปกครองซึ่งมุ่งเน้นการให้ความสำคัญของภาคประชาชนเป็นหลัก โดยการกระทำใด ๆ ของรัฐบาลจะต้องได้รับการยินยอมและเห็นด้วยจากประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนั้น ๆ เพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายใด ๆ ของรัฐบาลนั้นเป็นไปตาม
ที่ประชาชน ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจเลือกตั้งมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการเมือง
การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นได้ให้ความสำคัญแก่ประชาชนในการเป็นกลไกหลักในการดำเนินการต่าง ๆ ของประเทศ และสำหรับในประเทศไทยของเรานั้นเป็นการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยการใช้รูปแบบประชาธิปไตยทางอ้อม กล่าวคือได้จัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อที่จะได้ตัวแทนของประชาชนมาใช้อำนาจในด้าน นิติบัญญัติ และอำนาจบริหาร และนอกจากรูปแบบดังกล่าวแล้วก็ยังได้มีรูปแบบการเมืองการปกครองที่เรา
เรียกกันว่า “การเมืองภาคประชาชน”อีกด้วย ซึ่งการเมืองภาคประชาชนชนนั้นก็คือการที่ประชาชนโดยทั่วไปต้องเข้าใจถึงสาระสำคัญของประชาธิปไตยว่าประชาชนและชุมชน มีสิทธิหน้าที่อย่างไร การปกป้องคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของตนและชุมชนเป็นอย่างไร และต้องเข้าใจหลักการของการเมืองภาคตัวแทน ความสำคัญของการเลือกตั้ง ทำไมต้องไปเลือกตั้ง และเลือกตั้งตัวแทน ของเราไปทำอะไรก็เพื่อให้มาบริหารจัดการผลประโยชน์ให้เกิดกับประชาชน ชุมชน และสังคมโดยรวม ความเข้าใจเกี่ยวกับ การเลือกตั้งที่ผิดหรือการไม่สนใจและไม่ให้ความสำคัญกับการเมืองระบบตัวแทน จะเกิดผลกระทบอย่างไร และที่สำคัญก็คือการมุ่งเน้นให้ประชาชนได้เห็นว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นไม่ได้จบเพียงแค่การหย่อนบัตรลงคะแนนเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอีกด้านหนึ่ง คือการสร้างความ เข้มแข็งของการเมืองภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมในการจะตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

การจัดการ เรื่องราวต่างๆ ร่วมแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมอย่างเข้าใจ มีเหตุผล โดยสันติ เนื่องจากการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็คือการปกครองของประชาชนนั่นเอง

ในการนี้ทางสำนักส่งเสริมและพิทักษ์เยาวชน สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) ในฐานะขององค์กรที่มีหน้าที่หลักในการส่งเสริมให้พัฒนาให้เยาวชนที่จะเป็นอนาคตที่สำคัญของชาติต่อไปนั้น ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาการเมืองภาคตัวแทนควบคู่กับการพัฒนาการเมืองภาคประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาเยาวชนของชาติ ซึ่งทางสำนักงานได้มีหน้าที่หลักในการพัฒนาและปลูกฝังให้เยาวชนได้เรียนรู้และตระหนักถึงความสำคัญที่และความเข้าใจถึงความสำคัญของการเมืองภาคตัวแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบาทของเยาวชนในการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้เยาวชนได้เข้าใจถึงสิทธิ เสรีภาพ บทบาท หน้าที่ของตน ชุมชน การมีส่วนร่วมจัดการปัญหาของชุมชนเพื่อประโยชน์ของทุกคนในสังคม อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตามหลักการกระจายอำนาจซึ่งถือเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่สำคัญของเยาวชน ทางสำนักงานจึงได้จัดให้มีการฝึกอบรมให้กับเยาวชนได้มาร่วมทำกิจกรรมในรูปแบบการสัมมนา ชเชิงปฏิบัติการ การลงพื้นที่ทัศนศึกษาจากสถานที่จริง และร่วมเป็นแกนนำในการพัฒนาและสร้างสรรค์การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยต่อไปในอนาคต จึงได้กำหนดจัดโครงการพัฒนาเครือข่ายเยาวชนประชาธิปไตย กิจกรรมค่ายส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนประชาธิปไตยขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชน ได้เข้าเรียนรู้
และเสริมสร้างประสบการณ์ร่วมกันในเรื่องของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และเพื่อ
ที่เยาวชนจะได้ร่วมเป็นเครือข่ายในการเสริมสร้างประชาธิปไตยร่วมกับทางสำนักส่งเสริมและพิทักษ์เยาวชน สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) ต่อไป

 

 

.วัตถุประสงค์

๒.๑ เข้าใจถึงภาพรวม สาระสำคัญของประชาธิปไตย และตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิเสรีภาพของเยาวชน ในฐานะที่เป็นพลเมืองที่ดีของประเท

๒.๒ เข้าใจถึงความสำคัญของการเมืองระบบตัวแทนและภาคประชาชน และผลกระทบที่เกิดกับตนและสังคม

๒.๓ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

๒.๔ สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลในชุมชน หรือ สถานศึกษาของตนได้

 

.กลุ่มเป้าหมาย

 

๓.๑ เยาวชนชาย / หญิง อายุระหว่าง ๑๕ – ๒๕ ปี ทั้งในระบบการศึกษา และนอกระบบการศึกษาในพื้นที่ภาคเหนือจังหวัด จำนวน ๑๒๐ คน

๓.๒ เยาวชนชาย / หญิง อายุระหว่าง ๑๕ – ๒๕ ปี ทั้งในระบบการศึกษา และนอกระบบการศึกษาในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน ๑๒๐ คน

๓.๓ เยาวชนชาย / หญิง อายุระหว่าง ๑๕ – ๒๕ ปี ทั้งในระบบการศึกษา และนอกระบบการศึกษาในพื้นที่ ภาคใต้ จำนวน ๑๒๐ คน

๓.๔ เยาวชนชาย / หญิง อายุระหว่าง ๑๘ – ๒๕ ปี ทั้งในระบบการศึกษา และนอกระบบการศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง จำนวน ๑๒๐ คน


รวมจำนวนเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น ๔๘๐ คน

 

 

.ขั้นตอนการดำเนินงาน

 

 

๔.๑ ศึกษาข้อมูล และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๔.๒ แต่งตั้งคณะทำงาน

๔.๓ จัดทำหลักสูตร

๔.๔ คัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย

๔.๕ จัดการฝึกอบรมเยาวชน

๔.๖ จัดการประกวดโครงการ

๔.๗ แต่งตั้งคณะกรรมการตัดสินโครงการ

๔.๘ ประกาศผลการตัดสิน

๔.๙ จัดงานมอบรางวัล

๔.๑๐ สรุปผลการดำเนินงาน

 

 

 

.ผลสัมฤทธิ์ของงานที่คาดหวัง

 

 

๕.๑ ผลผลิต (Output)

 

 

เยาวชน จำนวน ๔๘๐ คน ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้มีภาวะความเป็นผู้นำ เรียนรู้และเข้าใจการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งได้มีโอกาสจัดกิจกรรมและส่งเสริมประชาธิปไตย
ในชุมชน หรือสถานศึกษาของตน

 

 

๕.๒ ผลลัพธ์ (Outcome)

 

 

เยาวชน มีภาวะความเป็นผู้นำ สามารถเรียนรู้และเข้าใจวิถีการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และได้ร่วมเป็นเครือข่ายในการส่งเสริมประชาธิปไตยในชุมชน หรือสถานศึกษาของตน

 

 

.การวัดผลสัมฤทธิ์

 

 

๖.๑ ตัวชี้วัดผลผลิต เยาวชนเป็นผู้มีภาวะความเป็นผู้นำ มีเข้าใจการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

 

๖.๒ ตัวชี้วัดผลลัพธ์ เยาวชนมีความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเองและสังคม

 

 

 

.พื้นที่ดำเนินการ

 

 

๗.๑ ภาคเหนือ

๗.๒ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

๗.๓ ภาคใต้

๗.๔ กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง

 

 

.ระยะเวลาดำเนินการ

 

 

๘.๑ ภาคเหนือ วันที่ ๒๘ – ๓๑ มกราคม ๒๕๕๓

๘.๒ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ ๖ - ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

๘.๓ ภาคใต้ วันที่ ๒๗ -๓๐ มีนาคม ๒๕๕๓

๘.๔ กรุงเทพมหานคร และภาคกลาง วันที่ ๓ -๖ เมษายน ๒๕๕๓

 

 

.ค่าใช้จ่าย

 

 

สำนักส่งเสริมและพิทักษ์เยาวชน

สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

 

๑๐.ผลตอบแทนโครงการ

 

 

เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมีความเป็นผู้นำ และร่วมเป็นเครือข่ายในการพัฒนาประชาธิปไตย

 

 

๑๑.การติดตามและประเมินผล

 

 

ติดตามและประเมินผลการดำเนินเมื่อเสร็จสิ้นโครงการ

 

 

๑๒.ผลที่คาดว่าจะได้รับ

 

 

๑๒.๑ เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพตนเอง และมีภาวะความเป็นผู้นำ

๑๒.๒ เยาวชนได้เรียนรู้การมีส่วนร่วมในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

๑๒.๓ เกิดความร่วมมือ และสร้างเครือข่ายเยาวชนในการประสานงานพัฒนาประชาธิปไตย

program.doc (45 KB)

 

 

กำหนดการ

north_app.doc (298 KB)

 

 

ใบสมัครภาคเหนือ

north-east_app.doc (295.5 KB)

 

 

ใบสมัครภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

central_app.doc (295 KB)

 

 

ใบสมัครภาคกลาง

south_app.doc (295.5 KB)

 

 

ใบสมัครภาคใต้

สสส. เปิดโครงการใหม่ "เปิดพื้นที่หัวใจวัยโจ๋"

 

สสส.ผนึกภาคี เปิดตัวโครงการ “เปิดพื้นที่หัวใจวัยโจ๋” 
ชู สโลแกน “เด็กดื้อไม่มี   มีแต่ผู้ใหญ่ดื้อ”  
เริ่มแล้วโรดโชว์ 20 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

               สสส. ผนึกภาคี เปิดตัวโครงการ “เปิดพื้นที่หัวใจวัยโจ๋”  จัดโรดโชว์ 20 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 11 ธันวาคม 2552    เพื่อเติมความเข้มแข็งทางใจ และสร้างความเข้าใจระหว่างวัยรุ่นและผู้ใหญ่ในสังคม  พร้อมชวนเยาวชนอายุ  13 -  17  ปี ส่งวิดีโอคลิปเข้าประกวดชิงเงินรางวัล 1 แสนบาท  ส่งผลงานได้ที่ www.dekdue.com

               นายแพทย์ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล    นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต และผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต สสส.  เปิดเผยว่า  กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข  ร่วมกับ แผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)     ได้จัดให้มี โครงการสื่อสารสาธารณะเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะสังคมไทย “เปิดพื้นที่หัวใจวัยโจ๋”  โดยชูสโลแกนว่า “เด็กดื้อไม่มี มีแต่ผู้ใหญ่ดื้อ”  เพื่อสื่อกับพ่อแม่  ครอบครัวและสังคมเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของเด็ก  ให้เด็กได้ค้นหาตัวตน  ได้ทำสิ่งดีๆ ที่ตัวเองรู้สึกภาคภูมิใจ

               โครงการ “เปิดพื้นที่หัวใจวัยโจ๋” จึงได้จัดอบรมนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ใน 20 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ    โดยทีมวิทยากรจะดำเนินการถอดรหัส สำรวจ ความคิดความรู้สึกของวัยรุ่น ให้ได้รู้จักตัวตนของตัวเอง  เกิดความมั่นใจพร้อมเผชิญกับชีวิตในโลกของความเป็นจริง สามารถแยกแยะสิ่งที่มีโทษ มีประโยชน์ รู้ว่าสิ่งใดควรและไม่ควรกระทำ  เมื่อตระหนักถึงสิ่งดังกล่าวแล้วก็จะให้ผู้ร่วมอบรมถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของการผลิตวิดีโอคลิปแบบง่ายๆ 

                พร้อมกันนี้   ยังเปิดรับผลงานวิดีโอคลิป ความยาว ประมาณ  1 – 3  นาที    จากผู้มีอายุระหว่าง 13-17 ปี หรือกำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษาหรือเทียบเท่า จากทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วมประกวดแข่งขัน ชิงเงินรางวัลรวม 1 แสนบาท  ผู้สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dekdue.com ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2553  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   สุรางค์  ศิริมหาวรรณ  098 115 1866  สุนิสา ช่างหลอม 086 085 6433

               นพ.ประเวช  กล่าวต่อว่า  ปัญหาค่านิยมและพฤติกรรมของเยาวชนที่รับรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด เพศสัมพันธ์ ความรุนแรง มีสาเหตุร่วมกัน คือ สุขภาพจิตของเยาวชน ผลการสำรวจสุขภาพจิตคนไทยปี 2552 พบว่า เยาวชนวัย 15-24 ปี มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตมากที่สุด เมื่อเทียบกับวัยอื่น ๆ และหนึ่งในสามของเยาวชนไม่มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมอารมณ์ได้ เมื่อมีเหตุการณ์คับขันหรือร้ายแรงเกิดขึ้น นอกจากนี้ เยาวชนยังเป็นกลุ่มอายุที่มีความสุขในการช่วยเหลือผู้อื่นน้อยที่สุด

               การแก้ปัญหาเยาวชนส่วนใหญ่ มักจะเป็นความพยายามควบคุมจากภายนอก เช่น การห้าม หรือ การทำโทษ แต่สิ่งที่ผู้ใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเพียงพอ คือ การเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลองคิด ลองทำ ลองผิด ลองถูก ในบรรยากาศของการเรียนรู้ เปิดใจรับ และมีการวางขอบเขตที่เหมาะสม เพราะคนเราจะเรียนรู้และเข้าใจชีวิต ผ่านประสบการณ์จริงจากการลงมือทำ มากกว่าการเรียนจากตำรา หรือทำตามคำบอกเล่าแต่เพียงอย่างเดียว

               “ผู้ใหญ่ส่วนมากจะตัดสินความถูกผิด และไม่ยอมเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของเด็ก ส่งผลให้เด็กขาดพื้นที่ในการค้นหาตัวเอง และขาดโอกาสในการได้ทำสิ่งดี ๆ ที่ตนเองจะรู้สึกภาคภูมิใจ จึงเป็นที่มาของคำขวัญว่า เด็กดื้อไม่มี มีแต่ผู้ใหญ่ดื้อ เพื่อสื่อกับสังคมในเรื่องนี้ โดยได้จัดทำโครงการเปิดพื้นที่หัวใจวัยโจ๋ เพื่อเปิดพื้นที่ในการแสดงออกให้กับเยาวชน และเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างเยาวชนและผู้ใหญ่ในสังคมให้มากยิ่งขึ้น”  นพ.ประเวช กล่าวในตอนท้าย

ขอเชิญชวนผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมการปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง ” รายได้สมทบทุนเพื่อช่วยเหลือช้างไทย

 

ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านขอเชิญชวนผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง ” โดยรายได้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในการช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 6 - 7 กุมภาพันธ์ 2553 รวมระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ในเส้นทางที่ท่านจะได้ผจญภัย และจะได้สนุกสนานเพลินเพลินไปกับธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

เป้าหมายหลักในการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง “ ในครั้งนี้ เพื่อหารายได้สนับสนุนในการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง หรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ Elephant Nature Park ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของช้างที่เคยทำงานหนักในอดีตและช้างพิการต่างๆ จำนวนมากกว่า 36 เชือก ปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุขและเป็นอิสระตามธรรมชาติ และได้รับการดูแลจากทางศูนย์บริบาลช้างเป็นอย่างดี ซึ่งศูนย์บริบาลช้างแห่งนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาแม่แตงที่มีแม่น้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี ใน อ.แม่แตง ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ จ.เชียงใหม่ และเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และยังมีป่าตามธรรมชาติที่สามารถพาช้างไปเดินเล่นและหาอาหารได้ นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังมีเป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมไทยให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับช้างไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเพื่อให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของช้างไทย ที่กำลังใกล้จะสูญพันธ์ในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายได้หันมาให้ความสนใจในการช่วยเหลือช้างไทยต่อไป

คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ >>http://www.bring-the-elephant-home.org/bike-tour-th/th

 

ประกวด คำขวัญ กทม.

กทม. เปิดรับสมัคร ประกวดคำขวัญ หวัง สร้างความภูมิใจแก่ ชาว กทม. มีเงินรางวัลนับหมื่น ล่อใจ

        นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงโครงการประกวดคำขวัญ กรุงเทพฯ โดย นางทยา กล่าวว่า การจัดโครงการดังกล่าว เพื่อให้ กรุงเทพฯ ได้มีคำขวัญประจำกรุงเทพฯ ที่แสดงถึงเอกลักษณ์พิเศษและโดดเด่นให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชนทั้งประเทศ และนานาชาติ นอกจากนี้ ยังสามารถนำคำขวัญไปใช้ในโอกาสต่าง ๆ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจแก่ชาวกรุงเทพฯ เช่นเดียวกับประชาชนในจังหวัดอื่น ๆ
 
          อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการดังกล่าว กรุงเทพฯ ได้จัดประกวดชิงรางวัลเงินสด พร้อมโล่เกียรติยศ จำนวน 3 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และระดับอุดมศึกษา และประชาชนทั่วไป ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และจะนำรางวันชนะเลิศทั้ง 3 ระดับ เข้าที่ประชุมผู้บริหารกรุงเทพฯ เพื่อพิจารณาคัดเลือกให้เหลือเพียงหนึ่งเดียว ในเดือน ม.ค. ปี 2553 โดยจะเปิดรับสมัครผลงานตั้งแต่วันที่ 1 - 30 พ.ย.2552 นี้
ที่มา : http://www.innnews.co.th/

ประกาศการเปิดรับการสนับสนุนทุนอุปถัมภ์กิจกรรมรณรงค์ “ดนตรี กีฬา ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม” นิสิตนักศึกษา

 

ประกาศการเปิดรับการสนับสนุนทุนอุปถัมภ์

กิจกรรมรณรงค์

“ดนตรี กีฬา ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม”

นิสิตนักศึกษา

 

ความเป็นมาและการเปิดรับโครงการ

 

            สำนัก งานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยแผนงานทุนอุปถัมภ์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถาน ศึกษา เปิดรับโครงการรณรงค์สนับสนุนการดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการ “ดนตรี กีฬา ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม” นิสิตนักศึกษา ในช่วงภาคการศึกษาปลาย เพื่อเป็นการรณรงค์ให้สถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา ร่วมรณรงค์จัดกิจกรรมในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งโครงการกิจกรรมที่ได้จัดขึ้น ต้องเป็นกิจกรรมรณรงค์เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงเรื่องการปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ รวม ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในกิจกรรมดังกล่าวและเป็นการรณรงค์ การสื่อสาร และการจัดกิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมาย นิสิตนักศึกษาของสถาบันการศึกษา

 

แนวทางการสนับสนุน

สถาบัน การศึกษาระดับอุดมศึกษา สามารถส่งรูปแบบกิจกรรมรณรงค์ ดนตรี กีฬา ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม นิสิตนักศึกษาเชิงสร้างสรรค์ ใน เพื่อคัดเลือกรูปแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ที่มีความโดดเด่น และสามารถประชาสัมพันธ์รณรงค์ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ผ่านกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดเป็นนโยบายของทางสถาบันในการเป็นสถาบันการศึกษาปลอด เหล้าในที่สุด ทาง สสส.จะพิจารณาโครงการของสถาบันที่มีรูปแบบกิจกรรมรณรงค์ปลอดเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์และบุหรี่ที่ชัดเจน

 

งบประมาณการสนับสนุน

พิจารณาจากความเหมาะสมของรูปแบบกิจกรรมและกลุ่มเป้าหมาย โดยสนับสนุนงบประมาณการใช้จ่ายที่เสนอเฉพาะสถาบันระดับอุดมศึกษา

 

วิธีการขอรับทุนสนับสนุน

1.       ผู้เสนอขอรับทุน คือ นายกหรือรองนายกองค์การนิสิต นักศึกษา หรือประธานจัดงาน หรือหัวหน้าองค์กรในการจัดงานของสถาบันการศึกษานั้นๆ โดยมีอธิการบดี หรือรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา เป็นผู้รับรองการดำเนินกิจกรรม

2.       เสนอโครงการฯ มายัง 

            สำนักงานแผนงานทุนอุปถัมภ์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา

 

            ที่ตั้ง     

            อาคารจุฬาพัฒน์ 10 ชั้น 2

                        สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

                        ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

                        โทรศัพท์ 0277-6065-384 (PCT) โทรสาร 02-218-1006
                        E-mail : rubnong@gmail.com

 

 

3.       แบบเสนอโครงการให้ใช้แบบเสนอโครงการของแผนงานฯ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.thaihealth.or.th
หรือ www.rubnong.com

4.       จำนวนโครงการฯ ที่เสนอนั้นให้มี จำนวน 10 สำเนา พร้อม ซีดีรอมที่มีข้อมูลครบถ้วน

5.       จะต้องเสนอโครงการในช่วงเวลาที่ สสส. กำหนด

 

หลักเกณฑ์การพิจารณาให้การสนับสนุน

1.       โครงการระดับสถาบัน ที่ได้รับความเห็นชอบจากสถาบันอย่างเป็นทางการ

2.       มีกิจกรรมอบรม / สัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Work Shop)

       ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสุขภาพ

3.       ลักษณะกิจกรรมเน้นการมีส่วนร่วมของประชาคมนิสิต นักศึกษา ในเชิงร่วมคิด ร่วมทำ

       อย่างเป็นระบบ

4.       มีการจัดการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย ระหว่างอาจารย์ฝ่ายกิจการนิสิต คณะทำงาน

       และตัวแทนแผนงาน สสส. อย่างน้อย 1 – 2 ครั้ง ก่อนเริ่มกิจกรรม

5.       สถาบันที่เสนอโครงการฯ จะต้องไม่ขอรับการสนับสนุนจากบริษัท ห้างร้าน โรงงานที่

       เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

6.       มีกิจกรรมรณรงค์ที่เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ กิจกรรมที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

       สู่สังคมสุขภาพ กิจกรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม ชุมชน ทั้งในสถาบันและปริมณฑลในเชิงการ

       รณรงค์

7.       ไม่มีกิจกรรมที่ขัดต่อศีลธรรม ประเพณีและวัฒนธรรม อันดีงาม

8.       บริเวณจัดกิจกรรมต้องปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่

9.        มีระบบการประเมินผลตนเองและเผยแพร่สู่สาธารณะ มีการถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยน

        เรียนรู้ของการดำเนินโครงการ

10.   สถาบันการศึกษาใดมีนโยบายการดำเนินกิจกรรมปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ จะ

        พิจารณาเป็นพิเศษ

 

ระยะเวลาส่งโครงการ

           

            ส่งโครงการภายใน              ธันวาคม

        ทราบผลภายใน                 30 วัน

        ระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม (สิงหาคม– กุมภาพันธ์ ปีถัดไป)

 

สื่อสนับสนุน 

ทุกสถาบันการศึกษา ที่ส่งโครงการขอสนับสนุนกิจกรรม จะได้รับสื่อการรณรงค์และการประชาสัมพันธ์ กิจกรรม ตามที่ สสส. เห็นสมควร สถาบันการศึกษาที่สนใจสามารถขอรับการสนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์โครงการโดยสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ www.thaihealth.or.th ซึ่งสามารถขอรับการสนับสนุนทุนพร้อมสื่อประชาสัมพันธ์ หรือขอรับการสนับสนุนเฉพาะสื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์

 

เอกสารประกอบการพิจารณาโครงการ

 

เอกสารโครงการ ซึ่งประกอบด้วย

            (  ) 1.    เอกสารโครงการ 10 ชุด พร้อมบันทึกลงซีดีรอม และส่ง E-mail มาที่ rubnong@gmail.com

            (  ) 2.    หนังสือรับรองการดำเนินกิจกรรม (ตามฟอร์มท้ายเอกสารแบบเสนอโครงการ) ลงนามรับรองโดย
                        ผู้ช่วยอธิการบดี/รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต นักศึกษา หรือ อธิการบดี เท่านั้น

            (  ) 3.    สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ขอทุน) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

            (  ) 4.    สำเนาบัตรประจำตัวนิสิต นักศึกษา (ผู้ขอทุน) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

            (  ) 5.    เอกสารประกอบการพิจารณาอื่นๆ (ถ้ามีให้สำเนา 10 ชุด)

 



ติดต่อประสานงานโครงการ

กิจกรรมรณรงค์ “ดนตรี กีฬา ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม” นิสิตนักศึกษา

 

 

            สนง.แผนงานทุนอุปถัมภ์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานศึกษา

            สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

            อาคารจุฬาพัฒน์ 10 ชั้น 2 ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

            โทรศัพท์             02-218-1006 , 0277-6065-384 (PCT)

            โทรสาร              02-218-1006

            E-Mail :             rubnong@gmail.com

            ข้อมูลเพิ่มเติม      www.thaihealth.or.th  หรือ www.rubnong.com

 

 

เงื่อนไขหากได้รับการสนับสนุนทุน

 

            หน่วยงาน/บุคคลที่ได้รับทุนจาก สสส. จะมีหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะคู่สัญญากับ สสส. และจะปฎิบัติตามเงื่อนไขที่สำคัญ ดังนี้

1.    คู่สัญญาที่รับทุนควรเป็นนิติบุคคล กรณีเป็น ชมรม กลุ่ม เครือข่าย จะต้องมีหน่วยงานที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลรับรอง

2.     ผู้ ได้รับทุนยืนยันว่ามิได้เป็นผู้ผลิตสุราหรือยาสูบ หรือเคยได้รับทุนอุดหนุนเพื่อดำเนินกิจกรรมใดๆ จากบริษัทผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์หรือยาสูบในหนึ่งปีที่ผ่านมา

3.    หาก มีผู้ร่วมสนับสนุนโครงการจากแหล่งทุนอื่น ผู้ได้รับทุนจาก สสส. จะไม่รับทุนอุดหนุนจากผู้ผลิต จำหน่าย หรือนำเข้าสินค้าหรือบริการที่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้ (1) มีข้อมูลอันพอเชื่อได้ว่าสิ่งนั้นก่อผลเสียต่อสุขภาพ และ/หรือ (2) มีการโฆษณาให้เชื่อถือหรือแสดงภาพลักษณ์ด้านสุขภาพของสิ่งนั้นเกินกว่า สรรพคุณจริง

4.    ผู้ได้รับทุนจะต้องประกาศหรือระบุเป็นลายลักษณ์อักษร ว่า “ได้ รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)” พร้อมแสดงตราสัญลักษณ์ของ สสส. ในบริเวณจัดกิจกรรม สำนักงาน วัสดุและเอกสารเผยแพร่ของโครงการ

5.    จัด พื้นที่บริเวณภายในอาคารสำนักงานขององค์กรเป็นเขตปลอดบุหรี่อย่างถาวร รวมทั้งจัดพื้นที่ที่จัดกิจกรรมเป็นเขตปลอดบุหรี่และสุรา โดยมีการติดป้ายอย่างชัดเจน

6.    ส่งแผนปฏิบัติงานที่ระบุระยะเวลาดำเนินกิจกรรมล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ สสส. พิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม

7.    เชิญผู้แทน สสส. เข้าร่วมในกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนทุกครั้ง

8.    ใช้ เงินในกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนเท่านั้น โดยแสดงหลักฐานการใช้จ่ายครบถ้วน และเตรียมหลักฐานให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบได้ตลอดเวลา และจัดส่งคืนเงินที่เหลือหลังจากเสร็จสิ้นโครงการให้ สสส. ภายใน 4 สัปดาห์

9.    ขออนุมัติจาก สสส. เมื่อโครงการมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงด้านงบประมาณ

10. ส่งผลงานและรายงานความก้าวหน้าตามที่ สสส. กำหนดในสัญญา และส่งเอกสารต่อไปนี้ ภายใน 4 สัปดาห์หลังจากจัดกิจกรรมเสร็จสิ้นลงเรียบร้อยแล้ว หรือภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา

            10.1 สรุปผลโครงการตามแบบที่กำหนด พร้อมรายงานการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์

             (พร้อมรายงานที่เป็นไฟล์ในดิสก์เก็ต)

            10.2 รายงานการเงินทั้งรับและจ่าย แสดงให้เห็นว่าเงินถูกใช้ไปอย่างไร โดยหัวหน้าองค์กร/หน่วยงาน

       ต้องลงนามรับรอง พร้อมทั้งต้องจัดเตรียมหลักฐานการใช้จ่ายสำหรับการตรวจสอบ

11.  ผู้ได้รับทุนจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ระบุไว้ในสัญญาที่จะจัดทำขึ้น และให้ความร่วมมือกับ สสส. เมื่อ สสส.แจ้งให้ทราบ

12. สสส. มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาให้ทุนได้ หากไม่เป็นตามเงื่อนไขของ สสส. หรือผู้รับผิดชอบโครงการมีประวัติที่เคยก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น

 

 

ลักษณะโครงการ และประเภทรายจ่ายที่ สสส. ไม่สนับสนุน

 

·         โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตสุราหรือยาสูบ หรือสินค้าทำลายสุขภาพอื่นๆ

·         โครงการที่มีจุดมุ่งหมายหรือเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างแจ้งชัด

·         โครงการที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการหาทุน ให้รางวัล หรือจัดซื้อรางวัล

·         โครงการที่มีลักษณะธุรกิจหากำไรหรือเป็นการลงทุนเพื่อแสวงหากำไร

·         โครงการด้านการรักษาพยาบาล

·         โครงการให้บริการในลักษณะสงเคราะห์ เช่น การจัดซื้อยา อุปกรณ์การแพทย์ ตรวจร่างกาย การแจกอาหาร หรือให้สวัสดิการช่วยเหลือต่างๆ

·         โครงการ ที่มีค่าใช้จ่ายเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรืออุปกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์ออกกำลังกายราคาแพง การก่อสร้างอาคาร ลานกีฬา การสร้างห้องฟิตเนส เป็นต้น

·         โครงการจัดตั้งสำนักงาน หรือโครงการที่มีเจตนาหารายได้เข้าหน่วยงานเป็นหลัก

·         การตั้งกองทุนไม่ว่าด้วยวัตถุประสงค์ใดๆ ในลักษณะต่างๆ เช่น กองทุนหมุนเวียน กองทุนสงเคราะห์ กองทุนกู้ยืม กองทุนอาชีพ ฯลฯ

·         การเดินทางไปต่างประเทศ หรือไปประชุมต่างประเทศ ที่มิใช่ส่วนจำเป็น

·         โครงการที่มีวัตถุประสงค์ไม่ชัดเจน หรือกระบวนการในการดำเนินงานไม่ชัดเจน

·         โครงการที่ไม่พยายามสร้างการมีส่วนร่วมกับบุคคล หรือหน่วยงาน นอกเหนือจากผู้ที่ดูแลรับผิดชโดยตรง

·         กรณีเป็นหน่วยงานของรัฐ สสส.ไม่สนับสนุนทุนแก่โครงการที่ถือเป็นงานประจำของหน่วยงานของรัฐอยู่แล้ว

·         หน่วยงานหรือบุคคลที่เคยได้รับทุนจาก สสส. มาก่อน และมีประวัติด่างพร้อยในการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามข้อตกลง หรือได้สร้างความเสื่อมเสียแก่ สสส. หรือแก่บุคคลอื่นๆ ในสังคม

 

 

สสส.เน้นสนับสนุนให้มีการพัฒนาเชิงระบบมากกว่าการปฏิบัติการในโครงการขนาดใหญ่ซึ่งมีลักษณะงานเป็นงานประจำของหน่วยราชการ

สสส. จะเปรียบเทียบโครงการต่างๆที่มีผู้เสนอ เพื่อคัดเลือกสนับสนุนทุนแก่โครงการที่มีลักษณะดีที่สุดในแต่ละรอบ

(สสส.ไม่สนับสนุนทุนย้อนหลังสำหรับกิจกรรมที่ดำเนินการไปแล้ว ก่อนที่จะทราบผลการพิจารณาและสัญญารับทุน)

 

 

 

ข้อควรปฏิบัติ และหลีกเลี่ยงในการขอรับทุนจาก สสส.

 

ในกรณีที่การดำเนินการจัดกิจกรรม ซึ่งมีผู้ร่วมการสนับสนุน

นอกเหนือจากทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ให้หลีกเลี่ยงการรับการสนับสนุนของบริษัท/หน่วยงานผู้ผลิตสุรา และยาสูบ หรือสินค้าทำลายสุขภาพอื่นๆ

รวมถึงผลิตภัณฑ์และสินค้า ที่ผลิตจากบริษัท/หน่วยงานผู้ผลิตสุราหรือยาสูบ

ทั้งนี้ครอบคลุมถึงการแสดงตราสัญลักษณ์ ตรายี่ห้อ หรือโลโก้ บริเวณสถานที่จัดงาน

และในสื่อประชาสัมพันธ์งานทุกชนิด

 

  • ดาวน์โหลด แบบฟอร์มเสนอขอรับทุนสนับสนุนโครงการรณรงค์ โครงการรับน้องปลอดเหล้าและโครงการ "ดนตรี กีฬา ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม"  คลิกที่นี่

 

 

 

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

ทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดงแต่ไม่ใช่ผลเนื่องจากภูมิอากาศ

 

อัปยศ Denmark! อัปยศ
ทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดงแต่ไม่ใช่ผลเนื่องจากภูมิอากาศ
 

 

แต่เกิดจากความโหดร้ายของมนุษย์ (ที่ใช้คำว่าอารยะ) ฆ่าร้อยศพ whales ปลาโลมาที่แสนเชื่องและฉลาดจริงๆ.
 

 

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นทุกปีในเกาะแฟโรใน Denmark, สาเหตุที่เผยแพร่เหตุการณ์ในการฆ่านี้ ???...
เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนหนุ่มสาวเหล่านี้โหดร้ายทั้งนี้แล้ว ก็เพราะว่า "ผู้ใหญ่กำหนด".
 

 

เป็นการฉลองที่ผิดปกติ ทุกคนไม่พลาด ทุกคนไม่มีความสนุก "".
ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับวิธีหนึ่งนั่นคือดูการฆ่าหรือดูความโหดร้าย "endorsing เป็นชม."
 

 

เป็นน่าสังเกตว่า whales นำร่องเช่นชนิดอื่นๆเกือบทั้งหมดของปลาโลมา, เข้าหาชายฝั่งเพื่อที่จะติดต่อสื่อสารและเล่นกับเป็นเชิงเป็นเพื่อน.
 

 

เพื่อเล่นกับคน: ทุกอย่างเสร็จสิ้นแลจบลงด้วยทั้งโหดร้ายทั้งรุนแรงหรือ
ตายแม้ที่สุด ??????

 

 

พวกเขาไม่ตายในทันที มีpenetrated อีกครั้งและอีกครั้งด้วยคม hooks ในช่วงเวลาที่ปลาโลมา..ผลิตเสียงร้องดังเช่นทารกอื้อฉาว !!!!!!....

 

 

ในเมื่อไม่มีความเห็นอกเห็นใจจากคนนักฆ่า ถึงแม้ว่าโลมาจะแสนเชื่อง เมื่อสาหัสก็ต้องต่อสู้และในที่สุดก็ต้องตายในทะเลเลือด.

 

 

สุดท้าย นักฆ่าได้กลายเป็นฮีโร่ของเกาะนี้ บรรดาผู้ใหญ่ได้แสดงถึงความชื่นชม ความตายที่พวกเขากำหนด!!

Imagen
 

 

พอที !!!!!!!.......
ช่วยกันส่งต่อข้อความจนกว่าจะถึงสมาคมคุ้มครองสัตว์ที่สามารถช่วยพวกมันได้ อย่าเพียงแต่ดูแล้วเพิกเฉย

ท่าบำรุงอวัยวะภายใน/ ลองทำแล้ว ดีมากๆ‏

 
 

 


 


 


 

 

  ท่าบำรุงอวัยวะภายใน
ท่าที่ 1 บริหารลำไส้ใหญ่แก้ท้องผูก

คว่ำมือใช้แนวนิ้วชี้ถึงนิ้วโป้ง โค้งเป็นรูปตัว C ทั้งสองข้าง กระทบกันเบาๆ 36 ครั้ง
 



ท่าที่ 2 บริหารลำไส้เล็ก

หงายมือให้แนวนิ้วก้อยถึงสันมือกระทบกันเบา ๆ 36 ครั้ง
 



ท่าที่ 3 บริหารเหยื่อหุ้มหัวใจ

ตั้งมือทั้งสองข้างขึ้น หงายมืออกเป็นรูปดอกบัวแล้วใช้อุ้งมือตีกันนับ 36 ครั้ง
 



ท่าที่ 4 สร้างภูมิต้านทานโรค

กางนิ้วมือทั้งสองข้างออกแล้วสอดเข้าหกันให้มีเสียดังฉับ บีบนิ้วมือทั้งสองข้างเล็กน้อยแล้วดึงออก ทำ 36 ครั้ง
 
 



ท่าที่ 5 บริหารปอดซ้ายขวา

กางมือซ้ายออกไม่ต้องเกร็ง แล้วใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือขวาหนีบแล้ว ดึงตรงกลางระหว่างนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือของมือซ้าย นับ36 ครั้ง และสลับข้างทำอีก 36 ครั้ง
 
 



ท่าที่ 6 บริหารกล้ามเนื้อหัวใจ

ให้กำมือขวาและกางมือซ้ายออก จากนั้นให้เอาสันหมัดต่อยอุ้งมือซ้าย ไม่ให้มีเสียง นับ 36 ครั้ง และ สลับข้างทำ นับ 36 ครั้งเช่นเดียวกัน
 



ท่าที่ 7 การบริหารไตขวาและไตซ้าย

ให้หงายมือขวาขึ้น มือซ้ายคว่ำลง ใช้หลังมือขวาตีบนหลังมือซ้าย ทำ 36 ครั้ง และสลับข้างทำนับ 36 ครั้งเช่นเดียวกัน
 



ท่าที่ 8 กระตุ้นเส้นลมปราณ (เปิดจุดรับพลังซ้าย-ขวา)

ให้กางมือซ้ายออก จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือขวาหมุนตามเข็มนาฬิกา รอบจุดเล่ากง คือบริเวณเหนือกลางฝ่ามือขึ้นไป ค่อนไปทางนิ้วโป้ง นับ 36 รอบ และสลั้บข้างทำ นับ 36 รอบเช่นเดียวกัน
 

 

ข้อมูลดีดีจาก

 

Onjaree  ...

 

 

 

 

Syndicate content