ข่าวประชาสัมพันธ์

เชิญรับชมถ่ายทอดสดงาน International People’s Theatre Forum

ขอเชิญชวนทุกท่าน รับชมการถ่ายทอดสดผ่านระบบอินเตอร์เน็ท

งาน “ International People’s Theatre Forum ละครเปลี่ยนแปลงสังคมได้ จริงหรือ? ”

ในวันที่ 8 ตุลาคม 2554
ได้ทาง http://www.makhampom.net  และ  http://www.bannok.com

จัดโดย มูลนิธิสื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม)

ร่วมกับ ภาควิชาศิลปการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ SEAMEO-SPAFA

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ http://mkpchiangdao.wordpress.com

ขอเชิญร่วมงานศิลปกับสังคม ๒๕๕๔ เทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ๔

ขอเชิญร่วมงานศิลปกับสังคม ๒๕๕๔ : เทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ๔ ซึ่งเป็นงานประจำปีของสถาบันปรีดี  พนมยงค์
ตั้งแต่วันที่ ๑-๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔  มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมหลากหลายประเภท

งานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๔ "ศิลปะนานาพันธุ์ ๔"
หนึ่งในงานก้าวไปสู่วาระครบรอบชาตกาล ๑๐๐ ปี ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์
"แม่เป็นผู้ให้ และเป็นผู้ถูกกระทำ"
…………………………………………..
วันเสาร์ที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ 
เวลา ๑๔.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• การแสดงปาฐกถาทางศิลปวัฒนธรรมเรื่อง “อ้อมอกแห่งมารดา” เล่าเรื่องราวของแม่แห่งชีวิต ‘ผู้ให้และผู้ถูกกระทำ’(จากแม่โพสพ ถึงหม้อข้าวที่ขูดไม่ออก)
โดย ผศ.ศรวณีย์ สุขุมวาท คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
• พิธีเชิดชูเกียรติ และ มอบรางวัล "ปีติศิลป์สันติธรรม" นักศิลปวัฒนธรรมผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านสันติภาพ ประชาธิปไตย ความเป็นธรรม ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๔
• พิธีเปิดงาน / การแสดงของ "แม่จำปา แสนพรม" /การแสดง "สินีนาฏ เกษประไพ" แห่ง "พระจันทร์เสี้ยวการละคร"
**ร่วมกิจกรรม ฟรี (เฉพาะวันเสาร์ที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔)**
.............................................................................................................
วันอาทิตย์ที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๔
เวลา ๑๔.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
การแสดงสดชื่อ “สด / LIVE “ ประกอบด้วย
• การบรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์เงียบ เรื่อง “บัญญัติ ๑๐ ประการ ๑๙๒๓” (๑๓๐ นาที)
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และ คณะ
• การแสดงเดี่ยว เรื่อง “MADA” (๓๐ นาที)
โดย ศศพินทุ์ ศิริวาณิชย์ กำกับฯ โดย ศรุต โกมลิทธิพงศ์ กลุ่มบีฟลอร์    และ
• การแสดงดนตรีสด “กลัวความคิด” (๓๐ นาที)
โดย เดือน จงมั่นคง และ เพื่อนๆ
บัตรราคา ๑๕๐ บาท (รวมทั้ง ๓ การแสดง)
.............................................................................................................
วันพุธที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔
เวลา ๑๖.๓๐ น.--ณ ลานน้ำพุ
• อ่านบทกวี ชุด “กระซิบโลก, กล่อมดวงใจเจ้าไว้ในดวงตา”
 โดย กลุ่มเขียนข้าว ม.รามคำแหง / ชมรมอาสาพัฒนา มศว
บัตรราคา -ตามจิตศรัทธา-
............................................................................................................
วันพฤหัสบดีที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๔
เวลา ๑๙.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• การแสดงนวัตกรรมละครหุ่น เรื่อง “ชีวิตา : สนามประลองยุทธ์ แห่งชีวิตต่อชีวิต” (๓๐-๔๕ นาที)
โดย อ.จิรยุทธ สินธุพันธุ์  คณะละครหุ่นดี (๓๔-๒๔-๓๕)
บัตรราคา ๒๐๐ บาท

เวลา ๒๐.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีหรรษา ฮาพอได้คิด เรื่อง “สวีตตี้ อีหล่า บ๊าโบ่” (๗๐ นาที)
โดย คณะละครสมมุติ  
บัตรราคา ๒๐๐ บาท
พิเศษ! จาก คณะละครสมมุติ แถมคูปอง มูลค่า ๑๐ บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อบัตรละครอีกหลายเรื่องในเทศกาล (เฉพาะละครเรื่องที่เข้าร่วมรายการ)
บัตรสองเรื่องควบ "ชีวิตา" และ "สวีตตี้ อีหล่า บ๊าโบ่" ราคา ๓๖๐ บาท
.............................................................................................................
วันศุกร์ที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔
เวลา ๑๙.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• การแสดงนวัตกรรมละครหุ่น เรื่อง “ชีวิตา : สนามประลองยุทธ์ แห่งชีวิตต่อชีวิต” (๓๐-๔๕ นาที)
โดย อ.จิรยุทธ สินธุพันธุ์   คณะละครหุ่นดี (๓๔-๒๔-๓๕)  
บัตรราคา ๒๐๐ บาท
 
เวลา ๒๐.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีหรรษา ฮาพอได้คิด เรื่อง “สวีตตี้ อีหล่า บ๊าโบ่” (๗๐ นาที)
โดย คณะละครสมมุติ    
บัตรราคา ๒๐๐ บาท
พิเศษ! จาก คณะละครสมมุติ แถมคูปอง มูลค่า ๑๐ บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อบัตรละครอีกหลายเรื่องในเทศกาล (เฉพาะละครเรื่องที่เข้าร่วมรายการ) 
บัตรสองเรื่องควบ "ชีวิตา" และ "สวีตตี้ อีหล่า บ๊าโบ่" ราคา ๓๖๐ บาท
.............................................................................................................
วันเสาร์ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔
เวลา ๑๓.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• การแสดงนวัตกรรมละครหุ่น เรื่อง “ชีวิตา : สนามประลองยุทธ์ แห่งชีวิตต่อชีวิต” (๓๐-๔๕ นาที)
โดย อ.จิรยุทธ สินธุพันธุ์  คณะละครหุ่นดี (๓๔-๒๔-๓๕)
บัตรราคา ๒๐๐ บาท

เวลา ๑๔.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีหรรษา ฮาพอได้คิด เรื่อง “สวีตตี้ อีหล่า บ๊าโบ่” (๗๐ นาที)
โดย คณะละครสมมุติ
บัตรราคา ๒๐๐ บาท
 
เวลา ๑๙.๐๐ น.--ณ ห้องบีฟลอร์
• การแสดงเดี่ยว เรื่อง “MADA” (๓๐ นาที)
โดย ศศพินทุ์ ศิริวาณิชย์ กำกับฯ โดย ศรุต โกมลิทธิพงศ์ กลุ่มบีฟลอร์
บัตรราคา ๑๐๐ บาท

เวลา ๑๘.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• การแสดงนวัตกรรมละครหุ่น เรื่อง “ชีวิตา : สนามประลองยุทธ์ แห่งชีวิตต่อชีวิต” (๓๐-๔๕ นาที)
โดย อ.จิรยุทธ สินธุพันธุ์  คณะละครหุ่นดี (๓๔-๒๔-๓๕)
บัตรราคา ๒๐๐ บาท
 
เวลา ๒๐.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีหรรษา ฮาพอได้คิด เรื่อง “สวีตตี้ อีหล่า บ๊าโบ่” (๗๐ นาที)
โดย คณะละครสมมุติ
บัตรราคา ๒๐๐ บาท
 
พิเศษ! จาก คณะละครสมมุติ แถมคูปอง มูลค่า ๑๐ บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อบัตรละครอีกหลายเรื่องในเทศกาล (เฉพาะละครเรื่องที่เข้าร่วมรายการ)
 
บัตรสองเรื่องควบ "ชีวิตา" และ "สวีตตี้ อีหล่า บ๊าโบ่" ราคา ๓๖๐ บาท
.............................................................................................................
วันอาทิตย์ที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๔
เวลา ๑๓.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• การแสดงนวัตกรรมละครหุ่น เรื่อง “ชีวิตา : สนามประลองยุทธ์ แห่งชีวิตต่อชีวิต” (๓๐-๔๕ นาที)
โดย อ.จิรยุทธ สินธุพันธุ์  คณะละครหุ่นดี (๓๔-๒๔-๓๕)
บัตรราคา ๒๐๐ บาท
 
เวลา ๑๔.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีหรรษา ฮาพอได้คิด เรื่อง “สวีตตี้ อีหล่า บ๊าโบ่” (๗๐ นาที)
โดย คณะละครสมมุติ
บัตรราคา ๒๐๐ บาท
 
เวลา ๑๙.๐๐ น.--ณ ห้องบีฟลอร์
• การแสดงเดี่ยว เรื่อง “MADA” (๓๐ นาที)
โดย ศศพินทุ์ ศิริวาณิชย์ กำกับฯ โดย ศรุต โกมลิทธิพงศ์ กลุ่มบีฟลอร์
บัตรราคา ๑๐๐ บาท
 
เวลา ๑๘.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• การแสดงนวัตกรรมละครหุ่น เรื่อง “ชีวิตา : สนามประลองยุทธ์ แห่งชีวิตต่อชีวิต” (๓๐-๔๕ นาที)
โดย อ.จิรยุทธ สินธุพันธุ์  คณะละครหุ่นดี (๓๔-๒๔-๓๕)
บัตรราคา ๒๐๐ บาท
 
เวลา ๒๐.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีหรรษา ฮาพอได้คิด เรื่อง “สวีตตี้ อีหล่า บ๊าโบ่” (๗๐ นาที)
โดย คณะละครสมมุติ
บัตรราคา ๒๐๐ บาท
 
พิเศษ! จาก คณะละครสมมุติ แถมคูปอง มูลค่า ๑๐ บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดเมื่อซื้อบัตรละครอีกหลายเรื่องในเทศกาล (เฉพาะละครเรื่องที่เข้าร่วมรายการ)
 
บัตรสองเรื่องควบ "ชีวิตา" และ "สวีตตี้ อีหล่า บ๊าโบ่" ราคา ๓๖๐ บาท
.............................................................................................................
วันพุธที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๔
เวลา ๒๐.๐๐ น.--ณ Crescent Moon Space
• การแสดงเรื่อง “อัสลาม...” จากเจ้าหญิงเสียงเศร้าแห่งดาวดวงที่สี่
บทและกำกับการแสดง โดย ฟารีดา จิราพันธุ์ พระจันทร์เสี้ยวการละคร
บัตรราคา ๒๕๐ บาท  นักเรียน-นักศึกษา ๒๐๐ บาท
.............................................................................................................
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๔
 
เวลา ๑๙.๓๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีเพื่อทุกคน เรื่อง “แค้น” จากบทละครเพื่อประชาชน ของ วีระประวัติ วงศ์พัวพันธุ์ (๙๐ นาที)
โดย กลุ่มละครกุหลาบแดง (ศิษย์เก่าการเอกการแสดง มศว รุ่น ๑๔ กุหลาบแดง)
บัตรราคา ๒๐๐ บาท  นักเรียน-นักศึกษา ๑๗๐ บาท (แสดงบัตร ๑ ใบ ต่อ ๑ สิทธิ์)
 
เวลา ๒๐.๐๐ น.--ณ Crescent Moon Space
• การแสดงเรื่อง “อัสลาม...” แรงบันดาลใจจาก เจ้าหญิงเสียงเศร้าแห่งดาวดวงที่สี่
บทและกำกับการแสดง โดย ฟารีดา จิราพันธุ์ พระจันทร์เสี้ยวการละคร
บัตรราคา ๒๕๐ บาท  นักเรียน-นักศึกษา ๒๐๐ บาท
.............................................................................................................
วันศุกร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๔
 
เวลา ๑๙.๓๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีเพื่อทุกคน เรื่อง “แค้น” จากบทละครเพื่อประชาชน ของ วีระประวัติ วงศ์พัวพันธุ์ (๙๐ นาที)
โดย กลุ่มละครกุหลาบแดง (ศิษย์เก่าการเอกการแสดง มศว รุ่น ๑๔ กุหลาบแดง)
บัตรราคา ๒๐๐ บาท  นักเรียน-นักศึกษา ๑๗๐ บาท (แสดงบัตร ๑ ใบ ต่อ ๑ สิทธิ์)
 
เวลา ๒๐.๐๐ น.--ณ Crescent Moon Space
• การแสดงเรื่อง “อัสลาม...” แรงบันดาลใจจาก เจ้าหญิงเสียงเศร้าแห่งดาวดวงที่สี่
บทและกำกับการแสดง โดย ฟารีดา จิราพันธุ์ พระจันทร์เสี้ยวการละคร
บัตรราคา ๒๕๐ บาท  นักเรียน-นักศึกษา  ๒๐๐  บาท
.............................................................................................................
วันเสาร์ที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๔
 
เวลา ๑๔.๓๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีเพื่อทุกคน เรื่อง “แค้น” จากบทละครเพื่อประชาชน ของ วีระประวัติ วงศ์พัวพันธุ์ (๙๐ นาที)
โดย กลุ่มละครกุหลาบแดง (ศิษย์เก่าการเอกการแสดง มศว รุ่น ๑๔ กุหลาบแดง)
บัตรราคา ๒๐๐ บาท  นักเรียน-นักศึกษา ๑๗๐ บาท (แสดงบัตร ๑ ใบ ต่อ ๑ สิทธิ์)
 
เวลา ๑๗.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• การแสดงละครใบ้ ชุด "..."
 โดย เบบี้ไมม์
 บัตรราคา ๓๐๐ บาท
 
เวลา ๑๙.๓๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีเพื่อทุกคน เรื่อง “แค้น” จากบทละครเพื่อประชาชน ของ วีระประวัติ วงศ์พัวพันธุ์ (๙๐ นาที)
โดย กลุ่มละครกุหลาบแดง (ศิษย์เก่าการเอกการแสดง มศว รุ่น ๑๔ กุหลาบแดง)
บัตรราคา ๒๐๐ บาท  นักเรียน-นักศึกษา ๑๗๐ บาท (แสดงบัตร ๑ ใบ ต่อ ๑ สิทธิ์)
 
เวลา ๒๐.๐๐ น.--ณ Crescent Moon Space
• การแสดงเรื่อง “อัสลาม...” แรงบันดาลใจจาก เจ้าหญิงเสียงเศร้าแห่งดาวดวงที่สี่
บทและกำกับการแสดง โดย ฟารีดา จิราพันธุ์ พระจันทร์เสี้ยวการละคร
บัตรราคา ๒๕๐ บาท  นักเรียน-นักศึกษา  ๒๐๐ บาท
 
.............................................................................................................
วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๔
 
เวลา ๑๔.๓๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีเพื่อทุกคน เรื่อง “แค้น” จากบทละครเพื่อประชาชน ของ วีระประวัติ วงศ์พัวพันธุ์ (๙๐ นาที)
โดย กลุ่มละครกุหลาบแดง (ศิษย์เก่าการเอกการแสดง มศว รุ่น ๑๔ กุหลาบแดง)
บัตรราคา ๒๐๐ บาท  นักเรียน-นักศึกษา ๑๗๐ บาท (แสดงบัตร ๑ ใบ ต่อ ๑ สิทธิ์)
 
เวลา ๑๗.๐๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• การแสดงละครใบ้ ชุด "..."
โดย เบบี้ไมม์
บัตรราคา ๓๐๐ บาท
 
เวลา ๑๙.๓๐ น.--ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
• ละครเวทีเพื่อทุกคน เรื่อง “แค้น” จากบทละครเพื่อประชาชน ของ วีระประวัติ วงศ์พัวพันธุ์ (๙๐ นาที)
โดย กลุ่มละครกุหลาบแดง (ศิษย์เก่าการเอกการแสดง มศว รุ่น ๑๔ กุหลาบแดง)
บัตรราคา ๒๐๐ บาท  นักเรียน-นักศึกษา ๑๗๐ บาท (แสดงบัตร ๑ ใบ ต่อ ๑ สิทธิ์)

เวลา ๒๐.๐๐ น.--ณ Crescent Moon Space
• การแสดงเรื่อง “อัสลาม...” แรงบันดาลใจจาก เจ้าหญิงเสียงเศร้าแห่งดาวดวงที่สี่
บทและกำกับการแสดง โดย ฟารีดา จิราพันธุ์ พระจันทร์เสี้ยวการละคร
บัตรราคา ๒๕๐ บาท  นักเรียน-นักศึกษา  ๒๐๐ บาท
………………………………………………………………………………………………………………….

 

งานเสวนา ต้นกล้าอาสา (แต้มฝัน)

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดอยากทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคม โดยเริ่มจากสิ่งเล็กๆ

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าตัวเอง “มีพอ” และอยาก “แบ่งปัน”
 
ขอเชิญมาร่วมกับเรา
 
มาช่วยกันอาสา ทำดี... 
มาช่วยกันอาสา เป็นคนดี… 
มาช่วยกันอาสา สร้างคนดี… 
 
เราหนึ่งคน เปลี่ยนสังคม เปลี่ยนโลกให้เป็นอย่างใจเราไม่ได้
แต่เราหนึ่งคน ทำให้สังคม ทำให้โลกเปื้อนยิ้มได้    
 
 
สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับ ซ.โซ่อาสา          กลุ่มอาสาสมัครอิสระที่ช่วยเหลือกลุ่มเด็กเร่ร่อน และด้อยโอกาสทางการศึกษาในเขตกรุงเทพฯ ขอเชิญชวนผู้มีจิตอาสาและผู้ที่สนใจทุกท่านเข้าร่วมการเสวนาเชิง   ปฎิบัติการในงาน “ต้นกล้าอาสา” (แต้มฝัน) จุดประสงค์เพื่อขยายเครือข่ายอาสา และเปิดบ้านรับสมัครสมาชิกรุ่นใหม่ เพื่อร่วมพัฒนาเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาและเด็กเร่ร่อนในกรุงเทพฯให้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น โดยงานจะจัดให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 กันยายน 2554 เวลา 8.30-16.00 น. ณ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (SCG) สำนักงานใหญ่ (ฝั่งใต้) ประตู 6 บางซื่อ กรุงเทพฯ  
                                                                                                 
Highlight ของงาน    
- การบรรยายในหัวข้อ “เพราะเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ” โดย นายแพทย์สุริยะเดว ทรีปาตี หัวหน้าคลินิกเพื่อนวัยทีน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
- แนะนำความเป็นมาของ  ซ. โช่อาสา โดย “ครูปู่” --- ธีรรัตน์ ชูอำนาจ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม ซ. โซ่อาสา 
- ทำกิจกรรมในฐานการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงาน ได้มีส่วนร่วม มีความเข้าใจ รวมทั้งได้เห็นภาพการทำงานจริงของกลุ่มครูอาสา
- แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ พร้อมตอบข้อซักถาม โดยกลุ่มครูอาสา
- รับสมัครผู้ที่มีความสนใจจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ซ. โซ่อาสา เพื่อเป็นครูสอนเด็กในชุมชนแออัดใน 4 พื้นที่ที่กลุ่ม ซ. โซ่อาสาดำเนินงานอยู่
 
 
สอบถามเพิ่มเติมและลงทะเบียน
ผู้ที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ใน 2 ช่องทาง ดังนี้
1. โทรศัพท์ติดต่อ 
ครูปอย : 081- 5707703 (จันทร์ – ศุกร์ 13.00-17.00 น.)
ครูน้อง : 081- 3649077 (เสาร์- อาทิตย์)
2. Website 
http://www.sorsovolunteer.org/
 
การเดินทาง 
1. รถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีบางซื่อ
2. รถเมล์ : สาย9 ท่าน้ำภาษีเจริญ – สถานีรถไฟสามเสน, สาย 50 พระราม 7 – รพ. จุฬา, สาย 52    
ปากเกร็ด – สถานีรถไฟบางซื่อ, สาย 70 ประชานิเวศน์ – สนามหลวง, สาย 97  กระทรวงสาธารณสุข – รพ. สงฆ์,  สาย 125 สถานีรถไฟสามเสน – รร.รัตนโกสินทร์สมโภช, และสาย 134 บางบัวทอง – สถานีรถไฟฟ้าบางซื่อ  (เสริม)  
3. รถยนต์ส่วนตัว ไม่แนะนำเพราะไม่มีที่จอดค่ะ
 
 
ขอบคุณทุกท่าน และหวังว่าเราจะได้พบกันนะคะ/ ครับ
ครูอาสาสมัคร กลุ่ม ซ. โซ่อาสา
 

IAVE World Youth Summit 2011

IAVE IRC

IAVE has selected Partners of the Americas to host the second World Youth Summit, which will take place on November 3-5, 2011 in Barranquilla, Colombia. In conjunction with the Universidad del Norte (UNINORTE), IAVE and Partners will bring youth together from all corners of the world to explore ways to increase social inclusion and civic participation through volunteer service.

“It is a tremendous honor to have been selected by IAVE to host the next World Youth Summit,” said Steve Vetter, President and CEO of Partners of the Americas. “And, Partners is eager to move forward and begin planning what I am confident will be a transformational event for everyone involved. All of us working on this will spare no effort to ensure its success.”

Event Will Promote Youth Volunteerism and Celebrate Global Accomplishments
The World Youth Summit is a unique event in the world of volunteering, an occasion when all young people involved in volunteerism unite to celebrate and share their knowledge and experiences. The second World Youth Summit comes 10 years after the first was held in Tokyo in 2001, which celebrated the United Nations Designated International Year of the Volunteer (IYV).  The Summit in Colombia will mark IAVE’s cornerstone event to close the 10th anniversary celebration of the International Year of the Volunteer, or IYV+10. The Summit will feature distinguished international speakers, as well as expert workshop and forum leaders and presenters from non-governmental organizations (NGOs), governments and the corporate sector.

Partners selected Barranquilla to be the host city for the event, as youth throughout Latin America are increasingly demonstrating active citizenship through volunteer service. Across the region, youth organize projects and fundraisers to address the most pressing needs of their communities – regardless of politics or the global economy. The World Youth Summit will promote youth volunteerism, build capacity, and celebrate the accomplishments of youth globally.  

IAVE will lead efforts to highlight the importance of volunteerism throughout 2011, culminating in the World Youth Summit hosted by Partners of the Americas.

For more information, contact Partners at mclausen@partners.net, mgolladay@partners.net, or +1-202-628-3300.

About Partners of the Americas
Partners of the Americas is one of the largest volunteer networks in the Western Hemisphere. It is an international, grassroots network that connects volunteers, institutions and communities to serve and change lives.  With over 100 volunteer chapters linked in sustainable partnership, Partners builds mutual understanding between diverse cultures and builds the capacity of civil society to contribute to the social and economic development of the region. Partners’ youth programs develop youth to become leaders in their communities through volunteer service. For more information, visit www.partners.net

ประกวดภาพถ่าย Inequality ในความ(ไม่)เท่าเทียม

ประกวดภาพถ่าย "Inequality: ในความ(ไม่)เท่าเทียม"

องค์กรแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ทำงานในกว่า40 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย
โดยมีเป้าหมายในการยุติความยากจนและความอยุติธรรมในสังคมจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ “Inequality: ในความ(ไม่)เท่าเทียม” ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้รักการถ่ายภาพทุกท่าน ทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่น ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนความคิดเรื่องความไม่เท่าเทียมกันที่กิดขึ้นในสังคมในรูปแบบต่างๆ (Inequality) โดยใช้ภาพถ่ายเป็นเครื่องมือในการสะท้อนแนวความคิดและหลังจากที่ได้ภาพถ่ายที่ชนะเลิศจากการประกวดแล้ว องค์กรแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยจะนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆเพื่อการรณรงค์ทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป

วัตถุประสงค์
1. เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพและความสามารถด้านการถ่ายภาพ
2. เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมในกลุ่มเยาวชนต่อการขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมเพื่อการยุติความยากจนและความอยุติธรรมในสังคม
3.เพื่อเฟ้นหาตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ในการนำเสนอประเด็นทางสังคมผ่านเวทีต่างๆทั้งในและต่างประเทศ รวมเป็นการเป็นแรงบันดาลใจแก่เยาวชนคนอื่นๆ

กลุ่มเป้าหมาย เยาวชนอายุไม่เกิน 25 ปี

รางวัลการแข่งขัน
• รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่ห์ประกาศเกียรติคุณจากองค์กรแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย
• รางวัลชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 1 รางวัล รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร
• รางวัลชนะเลิศอันดับ 3 จำนวน 1 รางวัล รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร
• รางวัล Popular Award จำนวน 1 รางวัล รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร

หลักเกณฑ์และกติกาในการส่งภาพเข้าประกวด

1. ผลงานที่จะจัดส่งอยู่ในรูปแบบไฟล์ประเภท TIFF หรือ JPEG ที่มีขนาดของภาพ
ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านพิกเซล และมีความละเอียด อย่างน้อย 300dpi โดยต้องตั้งชื่อไฟล์ด้วยชื่อ- นามสกุลของผู้ถ่ายและชื่อผลงาน โดยแนบไฟล์เอกสารที่ประกอบด้วย ประวัติส่วนตัว, แนวคิดของภาพและรายละเอียดที่สามารถติดต่อกลับได้

2. ภาพที่ใช้ในการส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นภาพไม่เคยรับรางวัลจากการประกวดใดๆ และไม่เคยตีพิมพ์ในนิตยสาร หนังสือ แผ่นภาพ หรือ เอกสารใดๆ ที่ทำขึ้นเพื่อการจำหน่ายเพื่อโฆษณามาก่อน โดยผู้เข้าร่วมประกวดสามารถปรับสี ตกแต่งแก้ไขเพื่อให้ภาพมีคุณภาพดีขึ้น แต่ทั้งนี้ภาพถ่ายจะต้องแลดูเป็นธรรมชาติเหมือนถ่ายภาพปกติ ไม่ผิดไปจากความเป็นจริงโดยการพิจารณาจะยึดคำตัดสินของคณะกรรมการเป็นที่สิ้นสุด

3. ภาพที่ส่งเข้าประกวดที่ไม่ถูกต้องตามกติกาการประกวดข้อใดข้อหนึ่งจะไม่ได้รับการพิจารณา หากมีการท้วงติงถึงการทำผิดกติกาข้อใดข้อหนึ่งของภาพที่ได้รับรางวัลไปแล้ว และสามารถพิสูจน์ได้ว่าทำผิดกติกา คณะกรรมการประกวดสามารถยกเลิกและเปลี่ยนแปลงการตัดสิน รวมทั้งขอคืนรางวัลได้ภายใน 1 เดือน นับจากวันที่ประกาศผลการตัดสิน

4. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดทุกภาพถือเป็นลิขสิทธิ์ขององค์กรแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย (Actionaid Thailand) และจะไม่มีการส่ง ผลงานคืนหลังสิ้นสุดการประกวด

5. ผู้ส่งภาพเข้าประกวดจะต้องถ่ายภาพด้วยตนเองห้ามมิให้นำผลงานผู้อื่น ส่งเข้าประกวดหรืออ้างชื่อผู้อื่นส่งผลงานเข้าประกวด ผู้เข้าร่วมประกวด 1 ท่านสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้ไม่เกิน 5 ภาพ

6. เปิดรับสมัครภาพถ่ายเข้าร่วมประกวด ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2554 ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2554 และจะมีการประกาศผลการตัดสินในวันที่ 12 เดือนพฤศจิกายน 2554 ณ โรงแรมอลอฟ์ สุขุมวิท 11 โดยเจ้าของผลงานที่ได้รับรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมภายหลัง

ผู้เข้าประกวดสามารถส่งภาพประกวดได้ 2 ทาง
อีเมล thai.asia@actionaid.org (ความจุไม่เกิน 10 MB/ฉบับ)
บันทึกใส่ CD ROM และส่งมาที่ องค์กรแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ที่อยู่ 60/1 อาคารมนริริน ห้อง A201 ซ.พหลโยธิน 8 (สายลม) ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. 10400 โทรศัพท์ 02-279-6601-2

ภาพที่ได้รับคัดเลือก จะได้รับการจัดแสดงภายในนิทรรศการ “Within Every Woman, there is a story....Free land, Freedom” ระหว่างวันที่ 5-26 พฤศจิกายน 2554 ณ โรงแรมอลอฟท์ สุขุมวิท 11 โดยจะมีการตัดสินรอบสุดท้ายในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2554

7. ผู้เข้าประกวดมีสิทธิได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียว
โดยคณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์การพิจารณา การรับรางวัลสูงสุดเพียงหนึ่งรางวัล

8. ขอสงวนสิทธิ์ภาพที่ได้รับรางวัล โดยองค์กรแอ็คชั่นเอด
ประเทศไทยสามารถนำไปเผยแพร่ในสื่อต่างๆ โดยไม่ต้องขออนุญาต
และจ่ายค่าตอบแทนแก่เจ้าของภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
องค์กรแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ที่อยู่ 60/1 อาคารมนริริน ห้อง A201 ซ.พหลโยธิน 8 (สายลม) ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. 10400 โทรศัพท์ 02-279-6601-2

www.actionaid.org/thailand
http://www.facebook.com/pages/ActionAid-Thailand/132632722282

รับสมัครนักสังคมสงเคราะห์-นักกิจกรรม โครงการศูนย์เดอะฮับสายเด็ก

URGENTLY REQUIRED!!!

รับสมัครงานตำแหน่ง "นักสังคมสงเคราะห์-นักกิจกรรม " ประจำโครงการศูนย์เดอะฮับ สายเด็ก

Job title: Youth Worker
นักสังคมสงเคราะห์เด็กประจำศูนย์ เดอะ ฮับ สายเด็ก

Reporting to: Project Manager and Project Coordinator
รายงานต่อ: ผู้จัดการโครงการและผู้ประสานงานโครงการ

Responsible for / หน้าที่ความรับผิดชอบ

Food service and welfare assistance (Grub ‘n Scrub, programme)
ดูแลเรื่องแจกจ่ายอาหารและ สุขภาวะให้แก่เด็กๆ (โครงการท้องอิ่ม ตัวสะอาด)

Overseeing recreation, education and creative arts activities at the centre (Skills for Living programme)
ดูแลควบคุมการจัดกิจกรรมสันทนาการ การศึกษา และ กิจกรรมสร้างสรรค์ทางศิลปะที่ เดอะ ฮับ สายเด็ก (โครงการสร้างทักษะการใช้ชีวิต)

Job purpose / ลักษณะงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ

To provide a safe, happy and welcoming environment to the children and teens of the Pomprab district.
ดูแลด้านความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมภายในศูนย์ เดอะ ฮับ สายเด็ก ให้เป็นสถานที่ๆน่าเข้ามาใช้บริการสำหรับเด็กๆ และเยาวชนที่อาศัยอยู่ในเขตป้อมปราบและพื้นที่ใกล้เคียง

To be responsible for the children’s welfare and ensure that they have every opportunity to learn and develop.
มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเรื่องสุขภาวะทั่วไปของเด็ก และให้เด็กได้มีโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองจากศูนย์ เดอะ ฮับ สายเด็ก

To work with the Project Manager, Project Coordinator and Childline Thailand on individual cases to decide which children need further professional assistance and access to other organisations/agencies.
ทำงานร่วมกับผู้จัดการโครงการ ผู้ประสานงานโครงการ และมูลนิธิสายเด็กกรณีที่เด็กบางคนต้องการความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษและติดต่อเพื่อประสานงานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

To work with the children, Childline Thailand, Exodus, the Project Manager and Project Coordinator to develop a programme of activities that meets the needs of the young people in the Pomprab district, Bangkok.
เข้าถึงความต้องการของเด็ก มูลนิธิสายเด็ก มูลนิธิ เอกซอดัส ประเทศออสเตรเลีย  ผู้จัดการโครงการและ ผู้ประสานงานโครงการเพื่อร่วมกันคิดและพัฒนากิจกรรมภายในศูนย์และสอดคล้องกับความต้องการของเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสในเขตป้อมปราบ

Programming / โครงการ

To assist the Project Coordinator to learn about the local children and develop a meaningful dialogue with young people in the area, with the purpose of assessing and working towards meeting their needs of personal and social development.
เพื่อช่วยเหลือผู้ประสานงานโครงการเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเด็กในท้องถิ่นและพัฒนาการสื่อสารกับเยาวชนในพื้นที่ โดยทำการประเมินความต้องการของชุมชนในด้านการพัฒนาบุคคลและสังคม

To work in coordination with the Project Manager and the centre’s youth workers to develop and maintain the centre’s Skills for Living programme.
ประสานงานกับผู้จัดการโครงการและนักสังคมสงเคราะห์เด็กของศูนย์ท่านอื่นๆเพื่อพัฒนาและรักษาโครงการพัฒนาทักษะชีวิตให้คงอยู่

To work in coordination with the Project Manager and the centre’s youth workers to develop and maintain a varied and viable programme of sports, arts and recreational activities for young people that promotes the development of mind, body and spirit.
ประสานงานกับผู้จัดการโครงการและนักสังคมสงเคราะห์เด็กของศูนย์ท่านอื่นๆในการ พัฒนาและคิดกิจกรมที่หลากหลายทางด้านกีฬา ศิลปะและกิจกรรมสันทนาการสำหรับเด็กและเยาวชนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาของร่างกายจิตใจและจิตวิญญาณ

To work in participation with the young people to ensure their ideas contribute fully in the planning and delivery of sessions, projects and activities.
มีส่วนร่วมกับเด็กและเยาวชนเพื่อให้แน่ใจว่าแนวความคิดของพวกเขามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการวางแผนและการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ

Facilities / สิ่งอำนวยความสะดวก

To report any major damages or hygiene issues to the Project Coordinator and to ensure the youth centre’s appearance is clean and tidy at all times.
รายงานความเสียหายต่างๆ และรายงานเรื่องที่เกี่ยวข้องทางด้านสุขอนามัยต่อผู้ประสานงานโครงการและเพื่อให้แน่ใจว่าศูนย์นั้นดูสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยตลอดเวลา

To ensure that all equipment is properly maintained. Overseeing the smooth running of the facilities, taking appropriate action or making recommendations when necessary.
เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกเก็บรักษาอย่างถูกต้องและดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆให้คงอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ สามารถให้คำแนะนำการใช้งานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมเมื่อจำเป็น

Marketing / การตลาด

To assist the Project Manager and Project Coordinator and local community to promote the centre’s activities to the local community.
ช่วยเหลือผู้จัดการโครงการ และผู้ประสานงานโครงการ และชุมชนในพื้นที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรม
ต่างๆภายในศูนย์ให้ชุมชนได้รับทราบและเข้าร่วม

Administration / การบริหารทั่วไป

To assist the Project Coordinator with maintaining accurate and up-to-date records of youth centre operations, children’s attendance and other management information as required.
เพื่อ ช่วยเหลือผู้ประสานงานโครงการเก็บข้อมูลการปฏิบัติงานและการทำงานต่างของศูนย์ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการเก็บข้อมูลของเด็กที่เข้ามาใช้บริการ และข้อมูลที่จำเป็นทางด้านการจัดการ

To be responsible for record-keeping and progress of the children’s attendance and participation.
มีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บบันทึกข้อมูลและความคืบหน้าของการการเก็บข้อมูลของเด็กที่เข้ามาใช้บริการ และการมีส่วนร่วมภายในศูนย์

To assist the Project Manager with correspondence relating to the day-to-day operations, fundraising and promotion of The Hub youth centre.
เพื่อช่วยเหลือผู้จัดการโครงการเกี่ยวกับการดำเนินงานในแต่ละวันและช่วยการส่งเสริมการระดมทุนของศูนย์

Health and Safety / สุขภาพและความปลอดภัย

To ensure risk assessments are carried out and updated as and when necessary.
เพื่อให้แน่ใจว่าการประเมินความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจะถูกดําเนินการและปรับปรุงตามความเหมาะสม

To assist the Project Coordinator when health and safety audits are carried out and ensure that any areas of non-compliance are quickly rectified.
เพื่อช่วยเหลือผู้ประสานงานโครงการเมื่อมีการตรวจสอบสุขภาวะแวดล้อมและความปลอดภัยภายในศูนย์เพื่อให้แน่ใจว่าพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยจะะถูกดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

Finance/การเงิน

To ensure that all financial procedures (such as petty cash e.g. the purchase of food for the children) are recorded.
กรณีที่มีการใช้จ่ายเกิดขึ้น เช่น เงินค่าใช้จ่ายทั่วไป: ค่าอาหารสำหรับเด็กๆ จะต้องลงบันทึกทุกครั้ง


General / งานทั่วไป

To carry out all work within an equal opportunities framework.
สามารถทำงานได้โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใคร มาจากไหน เพราะทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน

To promote anti-discriminatory practice within the community and to challenge anti-social behaviour and attitudes.
เพื่อส่งเสริมการฝึกการต่อต้านการเลือกปฏิบัติภายในชุมชนและพฤติกรรมต่อต้านสังคมและทัศนคติภายในชุมชน
Terms and Conditions / ระยะเวลาและข้อกำหนดต่างๆ

Contract Period: One year (trial period three months)
สัญญาการทำงาน: 1 ปี (ระยะเวลาทดลองงาน 3 เดือน)

Hours of work: 5 days per week. Flexibility required
เวลาทำงาน: 5 วัน/ อาทิตย์ (สามารถยืดหยุ่นเวลาการทำงานได้)

Pay: THB15,000/ month as the start
เงินเดือน: เริ่มต้นที่ 15,000 บาท / เดือน

CATEGORY / REQUIREMENT
ข้อกำหนดของทางศูนย์ เดอะ ฮับ สายเด็ก
E: Essential D: Desirable
E: จำเป็น D: ต้องการ

Nationality    Must be a Thai national.
สัญชาติ      ผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทย

Knowledge / ความรู้ทั่วไป

•   A professional understanding of youth work, including young people’s development needs and the issues important to them. E
มีความเข้าใจในการทำงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งความต้องการที่จะพัฒนาเยาวชนและปัญหาหลักที่เกิดกับพวกเค้า

•   An understanding of the problems facing young Thai people. E
มีความเข้าใจปัญหาหลักที่พวกเค้ากำลังเผชิญอยู่ E

•   An understanding of equal opportunities issues. E
มีความเข้าใจถึงเรื่องโอกาสความเท่าเทียมกันในสังคม E

•   An understanding of facility management. D
มีความเข้าใจในการบริหารจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆของศูนย์ D

•   An understanding of the responsibilities for Health & Safety. E
มีความเข้าใจในหน้าที่ความรับผิดชอบเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย E
 

Aptitude/ความสามารถ

•   An ability to work face to face with individuals and groups. E
มีความสามารถที่จะทำงานพบปะกับบุคคลทั่วไปและกลุ่มคณะผู้บริจาคหรือผู้ที่ต้องการเข้ามาเยี่ยมชมศูนย์ E

•   An ability to work independently. E
มีความสามารถในการทำงานโดยลำพัง E

•   An ability to care about and be sensitive to the community’s needs. E
มีความสามารถที่จะเข้าถึงและเข้าใจถึงความต้องการของชุนเป็นอย่างดี E

•   An ability to work under pressure. E
สามารถรับแรงกดดันจากการทำงานได้ E
 

Skills / ทักษะ

•   Good communication skills, both oral and written. E
มีทักษะในการสื่อสารกับผู้ร่วมงาน และบุคคลอื่นๆ ทั้งการอพูดและเขียน  E

•   Good interpersonal skills. E
มีทักษะการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดี E

•   Communication skills in English. D
สามารสื่อสารภาษาอังกฤษได้ D

•   A good working knowledge of computers and Microsoft Office. D
มีความรู้ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และระบบการทำงานของไมโครซอฟท์ D

Experience / ประสบการณ์
•   At least two year’s experience of working in a youth or community-based project or similar setting. E
มีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน หรือโครงการของชุมชนหรืองานที่ใกล้เคียงกัน E

•   Ability to lead, teach or coach activities in areas such as arts, sports and exercise, etc. E
มีประสบการณ์ในการนำ การสอน หรือ การบอกในกิจกรรมทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะ กีฬา และการออกกำลังกายเป็นต้น

•   Experience of working with volunteers. D
มีประสบการณ์การทำงานร่วมกับอาสาสมัครทั่วไป D

•   Experience of programming a range of activities for young people. E
มีประสบการณ์การเขียนโครงการการจัดทำกิจกรรมต่างๆให้แก่เด็กและเยาวชน E
 

Qualifications / คุณสมบัติผู้สมัคร

ฺำBachelor qualification in social sciences or related field. D
การศึกษาระดับปริญญาตรี-ทางด้านสังคมวิทยาศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง D
(หากจบโทจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ)

Health & Safety Certificate. D
เป็นผู้มีประกาศนียบัตรทางด้านการดูแลสุขภาพและความปลอดภัย D

First Aid Certificate. D
เป็นผู้มีประกาศนียบัตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้น D

ABOUT THE PROJECT/เกี่ยวกับโครงการ

Website: http://thehub.childlinethailand.org

มูลนิธิสายเด็ก 1387 ประเทศไทย และ มูลนิธิ เอกซอดัส ประเทศออสเตรเลีย  ร่วมงานกันเพื่อจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กด้อยโอกาส ในเขตป้อมปราบ กทม. ศูนย์เดอะฮับ สายเด็ก อยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟหัวลำโพง ถนนเยาวราช ถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนที่มีเด็กเร่่ร่อนและเด็กด้อยโอกาส เป็นจำนวนมาก

โลกเผชิญอยู่ ทางเดอะฮับ สายเด็ก มุ่งเน้น:
•   เสริมสร้างให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตนเองและมีความมั่นใจในการใช้ชีวิต
•   ส่งเสริมการใช้ทักษะและมีทัศคติที่ดีเพื่อให้เด็กๆ สามารถ เผชิญกับปัญหาที่แตกต่างกันออกไป
•   สร้างโอกาสให้เด็กๆประสบความสำเร็จ
 
เข้าถึงการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมที่สามารถดึงดูดเด็กและวัยรุ่น ให้เข้ามามีส่วนร่วม เป้าหมายหลักคือการให้โอกาสและพัฒนาเด็ก เพื่อให้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม และประสบความสำเร็จ ในหน้าที่การงานในอนาคตต่อไป

•   รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง
•   กิจกรรมสร้างสรรค์ทางศิลปะ
•   กิจกรรมเพิ่มความสามารถในการอ่าน เขียน และ  ความรู้พื้นฐานในการคำนวณ
•   กิจกรรมสร้างความสามารถในการทำอาหาร   และโภชนาการ
•   กิจกรรมสร้างความตระหนักในความปลอดภัย  บนท้องถนน
•   กิจกรรมสร้างทักษะว่ายน้ำ
•   กิจกรรมส่งเสริมทางด้านวิชาการ และช่วยเหลือให้เด็กๆได้รับโอกาสทางการศึกษาเพิ่มเติม ตามความสามารถของเด็ก
•   พัฒนาอาชีพและสนับสนุนการจัดตั้งกิจการของตนเอง
 

มูลนิธิสายเด็ก 1387

มูลนิธิสายเด็ก 1387 เปิดให้บริการโทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน สายเด็กมีหน้าที่ให้คำแนะนำปรึกษาแก่เด็กและผู้ใหญ่ ในทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กและครอบครัว โดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ในแต่ละปีสายเด็กมีผู้โทรเข้ามาใช้บริการโดยเฉลี่ยประมาณ 150,000 สาย

สายเด็กเป็นศูนย์กลางการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กทั่วประเทศไทยในประเด็นการคุ้มครองสวัสดิภาพ การสงเคราะห์ และการดูแลสุขภาวะ โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำปรึกษา และความช่วยเหลือ หน้าที่สำคัญที่สุดของสายเด็ก คือ การประสานงาน กับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐและเอกชน ในกรณีที่จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือ โดยด่วน เช่น เด็กถูกข่มเหงทำร้ายทางร่างกาย และทางเพศ  ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติและกฎหมายประเทศไทย


มูลนิธิ เอกซอดัส , ออสเตรเลีย (ดำเนินงานตั้งแต่ปี 1989)

มูลนิธิ  เอกซอดัสของ บาทหลวง Bill Crews  ดำเนินการช่วยเหลือ ทางด้านสุขภาวะและสวัสดิการทางสังคมให้แก่ชุมชนที่ยากไร้ ในประเทศออสเตรเลีย และจัดให้มีการบริการด้านการศึกษาที่มีคุณภาพ ให้แก่เด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศออสเตรเลีย

****************************************************************************************************

ดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่
http://thehub.childlinethailand.org/get-involved/staff/ และแนบประวัติส่วนตัวส่งมาที่ hr@childlinethailand.org

เขียนในช่องหัวข้อ "Youth Worker"

หากต้องการรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมไปที่ http://thehub.childlinethailand.org/

งานภาวนาหมู่บ้านพลัมประจำปี 54 เปิดลงทะเบียนแล้ว

งานภาวนาหมู่บ้านพลัมประจำปี 54 เปิดลงทะเบียนแล้ว
 
เดือน ตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2554 นี้ มูลนิธิหมู่บ้านพลัมประเทศไทย จะจัดงานภาวนา 3 งาน 3 รูปแบบ ได้แก่ ค่ายวัยรุ่น  งานภาวนาสำหรับครอบครัวและบุคคลทั่วไป และค่ายเยาวชน Wake Up  โดยมีพระธรรมาจารย์จากหมู่บ้านพลัมนานาประเทศ ที่ได้รับมอบหมายจากหลวงปู่ติช นัท ฮันห์ มานำกิจกรรม
  
ค่ายวัยรุ่น (Teen Camp) “ธรรม เป็น เล่น ไป”  จัดพิเศษสำหรับวัยรุ่นระดับมัธยม ศึกษาตอนต้น ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2554 ที่สถานปฏิบัติธรรมชั่วคราว หมู่บ้านพลัม อ.ปากช่อง   จ.นครราชสีมา ในค่ายนี้ วัยรุ่นจะได้เรียนรู้ธรรมะผ่านการเล่นเกมส์ กีฬา ดนตรี ร้องเพลง และกิจกรรมอื่นๆ ที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ตระหนักว่า ธรรมะเป็นเรื่องง่ายๆ ใครๆ ก็ลงมือทำได้ (ไม่มีค่าลงทะเบียน)
 
 “รอยยิ้มในลมหายใจ”  เป็นงานภาวนาสำหรับครอบครัวและบุคคลทั่วไป (อายุ 6 ปีขึ้นไป) จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 ตุลาคม 2554 ที่วังรีรีสอร์ท จ.นครนายก โดยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องมีผู้ปกครองมาด้วย  (มีค่าลงทะเบียน) 
 
งานภาวนาเยาวชนเอเชีย “Wake Up” จัด ให้เยาวชนอายุ 18-30 ปี ทั้งไทยและเทศ  ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2554 ที่มหาจุฬาอาศรม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา  ในงานนี้ เยาวชนจะได้แสวงหาความตื่นรู้ภายใน และวิธีใช้ชีวิตท่ามกลางอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ  ด้วยลมหายใจและรอยยิ้ม (ไม่มีค่าลงทะเบียน)  
 
สำหรับงาน Wake Up ถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเยาวชนนานาชาติ Wake Up (www.wkup.org)  ที่หมู่บ้านพลัมจัดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากหลวงปู่ ติช นัท ฮันห์ เล็งเห็นว่าเยาวชนที่ตื่นรู้จะเป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมที่มีคุณภาพและเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา  
 
กิจกรรม Wake Up ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้ หมู่บ้านพลัมได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เป็นเจ้าภาพร่วมจัด
 
ทั้งสามกิจกรรมเปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์แล้ว ที่ www.thaiplumvillage.org  
 
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่อีเมล์ awakeningsource@yahoo.com
Facebook:  หมู่บ้านพลัม ประเทศไทย  และ Wake Up ASIA
โทร.  02-885-5980, 085-128-8044, 089-044-8797 (จันทร์-ศุกร์  9.00-18.00)
[English]  +66(0)88-652-2788, +66(0)85-177-4746 (Mon-Fri 9.00-18.00)

โครงการ UnLtd Thailand ตัวเองมีกำไร สังคมมีความสุข อันลิมิเต็ด ไทยแลนด์ ปี2

ตัวเองมีกำไร สังคมมีความสุขอันลิมิเต็ด ไทยแลนด์ปี2 ชวนคนมีฝันสร้างกิจการเพื่อสังคม พร้อมสนับสนุนรวมกว่า 3,000,000บาท
เชิญร่วมเปิดโครงการ UnLtd Thailand 2011 ในงาน Dream Job งานในฝันของคนอยากเปลี่ยนโลก ที่โรงภาพยนตร์สกาลา วันเสารที่ 3 กันยายน 2554 เวลา 14.00 เป็นต้นไป
-----------------


สำนักงานส่งเสริมกิจการเพื่อสังคม (สกส.) ร่วมกับ สถาบันเชนจ์ฟิวชัน (ChangeFusion) ได้จัดทำโครงการอันลิมิตเต็ด ไทยแลนด์ (UnLtd Thailand) ปี 2 เพื่อชวนคนมีฝันอยากทำธุรกิจเพื่อสังคม ตามแนวคิดที่ว่า “ตัวเองมีกำไร สังคมมีความสุข” มาเริ่มสร้างกิจการเพื่อสังคมของตัวเองกับ UnLtd Thailand โดยเป็นพี่เลี้ยงกิจการเพื่อสังคมครบวงจร ที่จะช่วย พลิกความถนัด จนไปสู่กิจการเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จร่วมกัน พร้อมทั้งให้การสนับสนุนครบวงจรทั้ง เงินทุน ความรู้ และเครือข่าย

นาย อมฤต เจริญพันธ์ ผู้จัดการโครงการ UnLtd Thailand กล่าวถึงแนวทางของโครงการในปีนี้
ว่า “เรามุ่งหวังที่จะต่อยอดความสำเร็จจากปีที่แล้ว ในการสนับสนุนให้คนมีฝัน มีไอเดีย สามารถเริ่มต้นสร้างกิจการเพื่อสังคมให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ มีความสุข “สนุก” กับความท้าทายและสร้างสรรค์แบบธุรกิจ พร้อมๆ กับ “ภูมิใจ” ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาสังคม” โดยผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ ส่งแนวคิดกิจการเพื่อสังคมเข้ามาได้ที่ unltd.in.th@gmail.com ก่อนวันที่ 15 ต.ค. 2554 นี้ โดย 20 ใบสมัครที่ผ่านเข้ารอบ จะมีสิทธิ์เข้าอบรม เหมือนได้เรียน Mini-MBA ฟรี กับ UnLtd Campus ถึง 5 Workshop และมีสิทธิ์ได้รับทุนเริ่มต้น 50,000 บาท และร่วมลงทุน 200,000 และ 500,000 บาทในขั้นต่อๆไป

กิจการเพื่อสังคมที่จะประสบความสำเร็จโดยส่วนมากนั้น UnLtd แนะนำชักชวนให้ทุกคนมองหาลงไปในความชอบ ความถนัดที่ตัวทุกคนมี หรือทำเป็นอาชีพอยู่แล้ว และพลิก เปลี่ยน บวกเพิ่มหัวใจลงไปให้เป็นกิจการเพื่อสังคม ซึ่งจะทำให้มีความสุขกับการทำงานทุกๆ เช้าที่ตื่นอีกด้วย เช่น คุณต๊อง – รัตติกร วุฒิกร (เจ้าของกิจการเพื่อสังคม Club Creative) และหมอก้อง - ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์(เจ้าของกิจการเพื่อสังคม คลินิกเป็นสุข) ที่ทางโครงการคัดเลือกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในปีนี้

“ตัวผมเองเคยเป็นหมอ เป็นผู้บริหารโรงพยาบาล แต่เราคิดว่าความรู้ความสามารถที่เรามีมันใช้ให้เป็นประโยชน์กว่านั้นได้ กว่าที่เราเพียงหาประโยชน์ให้ตัวเรา ให้ครอบครัวของเรา ตอนนี้ ‘เป็นสุข’ ก็ทำธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ออร์เกนิคเพื่อสุขภาพ และคลีนิคดูแลสุขภาพทั้งก่อนและหลังป่วย ซึ่งมันมากกว่าที่เราจะหาสตางค์จากความเจ็บป่วยของคนไข้เท่านั้น” หมอก้องเกียรติ ผู้หันหลังให้เงินเดือนสูงลิบ เพื่อสร้างกิจการเพื่อสังคมดูแลสุขภาพ “คลินิก เป็นสุข” กล่าวสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้(อยากเริ่ม)ประกอบการเพื่อสังคมรุ่นหลัง

“เรารักที่จะออกแบบของเล่น เรามีความสุขที่ได้ทำงานนี้ แต่มันยิ่งสุขขึ้นไปอีก เมื่อได้รู้ว่าผลงานของเรา มันไปทำให้คนอื่นมีความสุขได้ด้วย แม่ของเด็กเห็นลูกมีพัฒนาการที่ดี เด็กพิเศษได้มีของเล่นสำหรับเขา ความสุขตรงนี้มันเหมือนเราได้โบนัสในทุกวันเลย” คุณต๊อง รัตติกร ย้อนถึง ‘ความสุข’ ที่ได้เริ่มกิจการเพื่อสังคม club creative ออกแบบของเล่นเพื่อการเรียนรู้ของเด็ก และของเล่นสำหรับเด็กพิเศษ ที่ยังคงสร้างความสุขให้เธอจนถึงปัจจุบัน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.unltd.in.th สอบถามที่โทร 02-938-2636

-----------------------
อันลิมิเต็ด ไทยแลนด์ชวนคนมีฝัน “ตัวเองมีกำไร สังคมมีความสุข” สร้างกิจการเพื่อสังคม

สำนักงานส่งเสริมกิจการเพื่อสังคม (สกส.) ร่วมกับ สถาบันเชนจ์ฟิวชัน (ChangeFusion) ชวนคนมีฝัน มีไอเดีย อยากเห็น “ตัวเองมีกำไร สังคมมีความสุข” เริ่มสร้างกิจการเพื่อสังคมของตัวเอง กับโครงการ UnLtd Thailand พี่เลี้ยงกิจการเพื่อสังคมครบวงจร ที่จะช่วย พลิกความถนัด จนไปสู่กิจการเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จร่วมกัน โดยพร้อมให้การสนับทั้งเงินทุน, ความรู้, เครือข่าย

ซึ่งการจะเป็นกิจการเพื่อสังคมที่สำเร็จ และมีความสุขในการทำงานทุกวันนั้น UnLtd ชักชวนให้ทุกคนลองมองหาลงไปในความชอบ ความถนัดที่ตัวทุกคนมี หรือทำเป็นอาชีพอยู่แล้ว และพลิก เปลี่ยน บวกเพิ่มหัวใจลงไปให้เป็นกิจการเพื่อสังคม เช่น คุณต๊อง - รัตติกร (เจ้าของกิจการเพื่อสังคม Club Creative) และหมอก้อง - ก้องเกียรติ (เจ้าของกิจการเพื่อสังคม คลินิกเป็นสุข) ที่ทางโครงการคัดเลือกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในปีนี้

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถส่งแนวคิดกิจการเพื่อสังคมเข้ามาได้ที่ unltd.in.th@gmail.com ก่อนวันที่ 15 ต.ค. นี้ โดย 20 ใบสมัครที่ผ่านเข้ารอบ จะมีสิทธิ์เข้าอบรม เหมือนได้เรียน mini-mba ฟรีๆ กับ UnLtd Class นานถึง 5 สัปดาห์ และมีสิทธิ์ได้รับทุนเริ่มต้น 50,000 บาท และร่วมลงทุนรูปแบบเงินกู้แบ่งจ่ายจากส่วนแบ่งกำไร 200,000 และ 500,000 บาทในขั้นต่อๆไป

-----------------------

Contact person :

คุณอู๋ 081 553 8981
Email : au.thawatchai@gmail.com

คุณแก้ว 086-838-9488
email : duangkaew@changefusion.org
 

ห้ามเเท้ง ห้ามท้อง: สิทธิทางเพศกับนโยบายลักลั่นของไทย

ศูนย์ข่าวข้ามพรมแดน (Cross Border News Agency)
ฉบับที่ 101 (24 ธันวาคม 2553)
ห้ามเเท้ง ห้ามท้อง: สิทธิทางเพศกับนโยบายลักลั่นของไทย

จุฑิมาศ สุกใส
 

"แค่เรื่องมีลูก เราไม่รู้ว่าปีหนึ่งๆมีแรงงานต่างด้าวในไทยคลอดลูกปีละกี่คน รู้แต่ว่ามีจำนวนมาก บางประเทศมีการออกมาตรการเข้ม หากแรงงานข้ามชาติท้อง เขาส่งตัวกลับทันที เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการคุมกำเนิด ถ้าไม่คุมก็ต้องถูกส่งตัวกลับ แต่โดยหลักมนุษยธรรม เราต้องดูแลพวกเขาอยู่แล้ว แต่ผมเห็นว่าควรให้คุมกำเนิด" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าว
เอเอสทีวี ผู้จัดการ "รมว.แรงงานเสนอคุมต่างด้าวห้ามท้อง"
"ที่สำคัญเมื่อเด็กตั้งครรภ์แล้ว จะต้องไม่ประณามผู้หญิง เพราะเขาเป็นเพียงเหยื่อของสังคมเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการนำประเด็นดังกล่าวเข้าไปหารือในที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เชื่อว่าทุกภาคส่วนจะร่วมกันหาทางออกและเสนอแนวทางต่อรัฐบาลต่อไป"
นายเเพทย์อำพล จินดาวัฒนะ
        "พม.เตรียมชงทางแก้ปัญหาทำแท้งเข้าครม.อังคารนี้"
เว็บบล็อกสุทธิชัย หยุ่น
       
ท่าทีต่อการท้องของผู้หญิงต่างสถานะและต่างชนชั้น อย่างหญิงไทยที่ท้องและไม่ต้องการเก็บเด็กไว้ ได้รับการตอบรับจากทัศนะสังคมกระแสหลัก ในการสร้างกลไกป้องกันมิให้ผู้หญิงท้องก่อนวัยอันควร แม้ว่าสถิติของหญิงที่ทำแท้งที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี กับกลุ่มที่เป็นวัยเกิน  20 ปีสูสีกัน และกลไกเพื่อสนับสนุนให้
ผู้ที่ท้องไม่ทำแท้งในรูปแบบการแทรกเเซงทางกฎหมาย สังคมสงเคราะห์  ศีลธรรม หรือเเม้กระทั่งการกรรโชกด้วยความเชื่อเเละพิธีกรรมต่างๆ ทั้งเเบบศาสนาเเละศาสนาเจือพาณิชย์
        เมื่อเเรงงานข้ามชาติหญิงท้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเเรงงานมีท่าทีขึงขัง เเละมีแนวโน้มว่าจะออก "มาตรการเข้ม" ถ้าท้องส่งกลับ โดยอ้างว่าเป็นมาตรการที่ประเทศที่เจริญแล้วก็ทำกัน หลังจากแนวคิดนี้ ถูกพับไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ พล.อ. สนธิ บุญยรัตนกลิน ประธานคณะกรรมการบริหารเเรงงานต่างด้าวเเละได้รับเสียงโต้เเย้งจากองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนเเละเเรงงานข้ามชาติจำนวนมาก
แรงงานข้ามชาติหญิงเองก็ได้รับแรงกดดันเป็นนัยจากนายจ้างอยู่เเล้ว เช่น หากตั้งท้องก็จะถูกให้ออกหรือไล่ออก เพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองเเรงงาน ที่ให้แรงงานหญิงที่ตั้งท้องสามารถทำงานเเละลาคลอดโดยมีค่าจ้างได้  การกดดันแรงงานข้ามชาติหญิงให้ออกจากงานไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม ทำให้แรงงานบางคนที่ไม่ต้องการออกจากงาน หรือกลัวคำขู่ว่าจะส่งกลับถ้าตั้งครรภ์ เลือกทำเเท้งด้วยวิธีที่ไม่ปลอดภัยกว่าที่หญิงไทยเลือกทำ เพราะการทำเเท้งในคลินิค หรือการซื้อยาสอดเพื่อทำเเท้งนั้นมีราคาสูงเมื่อเทียบกับค่าจ้างของเเรงงานข้ามชาติ
         งานวิจัยด้านอนามัยเจริญพันธุ์บ่งชี้ว่า แรงงานข้ามชาติทั้งชายและหญิงขาดความรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ไม่มั่นใจ หรือมีความเชื่อที่ทำให้ไม่คุมกำเนิด หรือไม่สามารถเข้าถึงบริการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพเเละสอดคล้องกับชีวิต ความเป็นอยู่ เมื่อมีปัจจัยด้านภาษาเเละวัฒนธรรม การสื่อสารเรื่องการคุมกำเนิดเเละมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย จึงเป็นไปได้ยาก แม้ว่าจะมีความพยายามดำเนินการจากองค์กรเอกชน ทว่าด้วยจำนวนแรงงานข้ามชาติที่มีมากเเละมีการย้ายที่ทำงานเสมอๆ อาจเป็นอุปสรรคต่อการให้ความรู้และบริการที่เกี่ยวกับอนามัยเจริญพันธุ์อย่างเหมาะสม
        ปัญหาการท้องเเล้วทำแท้งทั้งในกรณีหญิงไทยเเละหญิงเเรงงานข้ามชาติ จึงเป็นปัญหาที่สะท้อนเชิงนโยบายที่ตั้งรับเเละกล่าวโทษจนถึงกรรโชกผู้หญิงให้เป็นผู้รับผิดชอบเพียงลำพังต่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พึง ประสงค์ โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่นๆที่มีผลกระทบต่ออนามัยเจริญพันธุ์โดยภาพรวม
         นอกจากนั้นยังมีความลักลั่นเเละเหลื่อมล้ำของนโยบายของรัฐต่อเรื่องเดียวกัน นั่นคือการพยายามจัดการปัญหาการทำเเท้งของหญิงไทย โดยการกรรโชกทางศีลธรรมอย่างรุนเเรงเพื่อให้ผู้หญิงที่ท้อง ไม่ทำเเท้งเเละรักษาเด็กที่เป็นพลเมืองอันมีค่าของรัฐ ส่วนกรณีหญิงเเรงงานข้ามชาติเพียงเเค่ข่าวว่าจะส่งกลับแรงงานหญิงที่ท้อง ก็ทำให้แรงงานหญิงที่ตั้งครรภ์อาจตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ เพียงเพื่อจะได้ทำงานหาเลี้ยงชีวิตตนเองเเละครอบครัวต่อไป ผลสะท้อนจากการประกาศว่าอาจมีนโยบายเช่นนี้อย่างไม่ระมัดระวัง อาจทำให้เกิดกรณีการทำเเท้งจำนวนมาก เช่นเดียวกับที่กรณีวัดไผ่เงินที่เป็นกระเเสสังคมอย่างกว้างขวาง หากเเต่เรื่องของศพเด็กทารกต่างชาติ (ถ้าเเยกเเยะได้)  คงเป็นเรื่องที่สังคมที่หวาดระเเวงเรื่องความมั่นคงมองไม่เห็น
        การพยายามลดทอนความเป็นมนุษย์ของเเรงงานข้ามชาติ ให้เหลือเป็นเพียงเเค่เเรงงานในการผลิต ไม่ต่างจากเครื่องจักร เพื่อสร้างผลิตผลหล่อเลี้ยงประเทศไทย โดยนโยบาย "ห้ามท้อง" นี้ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับแรงงานข้ามชาติที่ต้องเลือกระหว่างการรักษาชีวิตที่มีอยู่กับชีวิตที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลก โดยมิพักต้องกล่าวถึงความยากลำบากผู้ที่ตั้งครรภ์แล้วต้องหลบๆซ่อนๆ เพื่อมิให้ถูกส่งกลับ เพื่อหาเลี้ยงชีวิตตนเองเเละทารกในครรภ์ไว้ เเต่ก็อาจทำให้เเรงงานข้ามชาติไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลเพื่อเด็กในครรภ์ได้อย่างเต็มที่
        หากมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเเรงงานหญิงข้ามชาติเพียงลำพัง มิได้เกี่ยวข้องกับเเรงงานหญิงไทย ซึ่งน่าจะได้รับสวัสดิการเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่าเเรงงานข้ามชาติ อาจต้องทบทวนอีกครั้ง เมื่อมีเเนว
นโยบายควบคุมการตั้งครรภ์ของเเรงงานข้ามชาติ เท่ากับว่าแรงงานข้ามชาติต่อให้ได้ค่าเเรงเท่ากับเเรงงานไทย เเต่จะไม่มีโอกาสใช้สวัสดิการลาคลอดเเละดูเเลบุตร เพราะนโยบายบังคับกลายๆว่า "ห้ามท้อง" หากนำมาใช้จริง อาจทำให้นายจ้างที่เห็นเเรงงานมนุษย์เป็นเครื่องจักรในการผลิตหันไปจ้างเเรงงานข้ามชาติ เพราะแรงงานถูกบังคับให้ทำงานโดยไม่มีโอกาสลาคลอดเเละลาเลี้ยงดูบุตร ทำให้นายจ้างประหยัดเเละได้เเรงงานที่มีเวลาทำงานกว่าจ้างเเรงงานไทย ดังนั้นช่องว่างระหว่างสวัสดิการของเเรงงานไทยกับเเรงงานข้ามชาติ มิได้เป็นผลเสียต่อเเรงงานข้ามชาติเท่านั้น เเต่ส่งผลกระทบต่อทั้งแรงงานไทยเเละเเรงงานข้ามชาติ
        ท่ามกลางกระเเสสังคมที่เศร้าสลดกับการสูญเสียทารกที่ยังไม่เกิดกว่า 2,000 ศพ นโยบายการส่งเสริมการวางแผนครอบครัวโดยสมัครใจ เเละการให้ความรู้เชิงรุกด้านอนามัยเจริญพันธุ์ ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีในการให้ทางเลือกเเละโอกาสการเข้าถึงสุขภาวะที่ดีกว่าของแรงงานข้ามชาติ  การส่งเสริมการวางเเผนครอบครัว ควรดำเนินการโดยเคารพสิทธิด้านอนามัยเจริญพันธุ์  การดำเนินการโดยไม่เลือกปฏิบัติ เเละส่งเสริมการคุ้มครองเเรงงานข้ามชาติหญิง ให้สามารถทำงานเมื่อตั้งครรภ์เเละลาคลอดได้ตามที่กฎหมายกำหนด  โดยไม่ต้องถูกบีบบังคับให้เลือกระหว่าง "ลาออก" หรือยุติการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์  เเละก้าวเข้าสู่วงจร "ท้อง-แท้ง" เพราะไม่มีทางเลือกอื่นๆ ที่ดีกว่า

 

ประชาธิปไตยอย่างมีวินัย (Disciplined Democracy) ในสายตาของคนชายแดน

ประชาธิปไตยอย่างมีวินัย (Disciplined Democracy) ในสายตาของคนชายแดน

แบพอ

 

ก่อนการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศพม่า สื่อมวลชนต่างนำเสนอมุมมองของทั้งนัก วิชาการด้านพม่า ผู้ลี้ภัย ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง บรรณาธิการสำนักข่าวต่าง ๆ และตัวแทนของภาครัฐบาลไทย พวกเขาต่างแสดงความคิดเห็นอันประมวลจากประสบการณ์การทำงานของตัวเอง บ้างมองการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมในการปกครองของรัฐบาลทหารพม่า บ้างก็มองว่า ...นี่แหละ.. คือโอกาสของรัฐบาลไทยในการจัดการปัญหาผู้ลี้ภัยที่คั่งค้าง (อย่างชั่วคราวมานานใกล้ 30   บ้างก็มองว่า นี่จะคือก้าวแรกของการปกครองแบบประชาธิปไตยในพม่าอย่างแท้จริง

ประเด็นฮือฮามากที่สุดประเด็นหนึ่งของคนชายแดน ก็คือการที่รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ออกมาประกาศว่า เมื่อมีการเลือกตั้งและพม่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะส่งกลับผู้ลี้ภัยในประเทศไทยได้ หากหลังจากเสียงสะท้อนไม่เห็นด้วยย้อนกลับมามากมาย ในที่สุดเขาก็เข้าไปในค่ายผู้ลี้ภัยตามแบบฉบับนักการเมือง โดยไปประกาศว่า การส่งกลับผู้ลี้ภัยจะเป็นไปโดยสมัครใจเท่านั้น  เมื่อได้ยินดังนี้ กลุ่มคนชายแดนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็วิพากษ์วิจารณ์กันแพร่หลาย พวกเขาได้รับบทเรียนจากการที่รัฐบาลไทยประกาศว่า การส่งกลับผู้ลี้ภัยจากหนองบัวจะเป็นไปโดยสมัครใจไม่มีการบังคับกดดัน แต่ในความเป็นจริง เรื่องราวจากเพื่อน ๆ ที่หนองบัวก็ทำให้พวกเราเข้าใจว่า “การไม่บังคับ”​เป็นเพียงศัพท์เทคนิคบางอย่าง

"เขาจะส่งพวกเรากลับจริง ๆ หรือ ?" เพื่อนผู้ลี้ภัยคนหนึ่งถามด้วยใจกังวล

"คนไทยเชื่อจริง ๆ หรือว่าหลังเลือกตั้งแล้วพม่าจะสงบสุขเพื่อนอีกคนเปรยขึ้นมาอย่างไม่ต้องการคำตอบ 

 "ฝ่ายไทยเป็นใจกับฝ่ายพม่าหรือเปล่า ?" อดีตทหารกองกำลังชาติพันธุ์ตั้งข้อสงสัย

แล้วแบบนี้พวกเราจะทำอย่างไร ? …. ใช่.. ตอนนี้ใครหลาย ๆ คนกำลังอยากจะรู้ว่า... "แล้วแบบนี้พวกเราจะต้องทำอย่างไร"

ที่ชายแดน เราได้เห็นทหารหลายกลุ่มหลายกองถูกโยกย้ายสลับตำแหน่ง ทุกด่านทุกทางผ่านเข้าออกของค่ายผู้ลี้ภัยถูกคุมเข้ม สถานการณ์ตึงเครียดนี้มีเหตุผลอธิบายโดยเจ้าหน้าที่ว่า เป็นการทำตามคำสั่งเพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการเลือกตั้ง  คนที่อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยหลายคนอาจจะเริ่มชาชินกับสภาพที่ไม่เคยสามารถกำหนดชีวิตของตัวเองได้เลยที่นี่  คำถามที่ว่าเราจะต้องทำอย่างไร ดูเหมือนจะคำตอบเดียวในตอนนี้ก็คือ  "..ก็คงต้องรอฟังผู้นำของเรา ยังไงเราก็เชื่อว่าผู้นำจะทำดีที่สุด"

ผู้นำกองกำลังชาติพันธุ์ท่านหนึ่ง ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า "ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก เผด็จการยังไงก็เป็นเผด็จการาจจะเป็นเพราะประสบการณ์ที่ถูกหักหลังกันมาหลังจากการเลือกตั้งปี 2533 และการสู้รบที่ดำเนินต่อเนื่องมากระทั่งทุกวันนี้ ผู้นำท่านนี้ไม่สนใจใส่ใจว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นจะเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย เขาประกาศชัดว่าจะไม่ยอมรับการเลือกตั้งครั้งนี้แน่นอน

"การแบ่งเขตประชาชนที่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งใน กลุ่มชาติพันธุ์ คือ กะเรนนี คะฉิ่น ไทใหญ่ มอญ และกะเหรี่ยง ซ้ำยังจำกัดสิทธิ์ของพรรคการเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ที่จะลงเลือกตั้ง หรือการที่ไม่ยอมปล่อยนักโทษการเมืองที่ยังถูกคุมขังอยู่เป็นจำนวนมาก เท่านี้ก็เป็นหลักฐานเพียงพอที่จะฟ้องให้ใครต่อใครได้รู้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย" 

คนทำงานชายแดนที่เดินทางเข้าออกรัฐกะเหรี่ยงท่านหนึ่ง เล่าถึงข้อมูลที่ได้รับฟังจากการเยี่ยมพื้นที่ว่า "ไม่เพียง เท่านั้น ในพื้นที่ห่างไกลในป่า อยู่ ๆ ก็มีการไล่ถ่ายบัตรประชาชน คนก็ไม่รู้ว่าถ่ายเอาไปทำอะไร บัตรที่ว่านี้มีสองส่วน บัตรกับต้นขั้ว ต้นขั้วอยู่ไหนไม่รู้ เขากลัวกันว่าจะมีคนไปเลือกตั้งแทนได้หรือเปล่า"

คนปกาเกอะญอที่ยังอยู่ในประเทศพม่านั้นมีความคิดหลากหลาย กลุ่มที่อยู่ในเมืองใหญ่ใกล้พื้นที่ปกครองของกองทัพพม่าจะเห็นด้วยกับการเลือกตั้ง เพราะเขารู้สึกว่าตัวอยู่ใต้การกดขี่มานาน การเลือกตั้งก็อาจเป็นเหมือนทางเลือกเดียวที่จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง หนึ่งเสียงของคนปกาเกอะญออาจช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นบ้าง การมีความหวังคงจะดีกว่าอยู่ไปโดยสิ้นหวัง ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง ส่วนใหญ่เป็นคนทำงานปฏิวัติ ผ่านประสบการณ์เลวร้ายจากการปกครองของรัฐบาลเผด็จการมาเนิ่นนาน เกินกว่าจะวางใจได้

แล้ว ประชาชนกะเหรี่ยงส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ตามป่าเขาล่ะ เขาไม่ได้รับรู้เลยด้วยซ้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คืออะไร มีวัตถุประสงค์อย่างไร และจะต้องทำอย่างไร

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนการเลือกตั้ง ในขณะที่ผู้หลักผู้ใหญ่ชาวไทยกังวลอยู่เรื่องปัญหาผู้ลี้ภัย ยาเสพติด หรือเรื่องการค้าขายว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง คนชายแดนต่างให้ความเห็นตรงกันว่า "คิดว่าการสู้รบจะเกิดขึ้น การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นประชาธิปไตยที่เต็มไปด้วยเลือดหลาย ๆ คนเชื่อเกือบจะแน่นอนว่าเหตุการณ์จะเลวร้าย กองทัพรัฐบาลใหม่จะเข้าปราบปรามกองกำลังของกลุ่มต่าง ๆ และการสู้รบจะทำให้ผู้พลัดถิ่นในประเทศเพิ่มขึ้น การหลั่งไหลเข้าชายแดนไทยก็จะตามมา ทั้งในค่ายผู้ลี้ภัย และในรูปแรงงานอพยพ

"เพราะว่าการเลือกตั้งไม่ใช่แค่เลือกกาถูกหรือผิด แต่เป็นการเลือกว่าใครจะเข้ามาเป็นผู้ปกครอง ดังนั้นการทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า เราไม่สามารถจะพูดคุยให้ความรู้กับชาวบ้านได้เลยในภาวะสงครามและการจำกัดเสรีภาพแบบนี้ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์คนหนึ่งว่า ..แล้วจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น คำตอบของเขาก็คือ "ยังไม่รู้เหมือนกันว่าหัวหน้าเรามีแผนการอย่างไร แต่เชื่อว่าคนที่ทำหน้าที่รบก็ต้องรบ คนที่ทำหน้าที่พูดชี้แจงถึงความไม่เป็นธรรมก็ต้องพูด ...่วนการที่จะให้ความรู้แก่ประชาชนนั้น ...ตอนนี้คงไม่ทัน"

ไม่ทันแล้วจริง ๆ น่ะหรือแล้วเมื่อไรจะทัน สำหรับก้าวแรกของประชาธิปไตยอย่างมีวินัย  ประชาชนชาติพันธุ์หลายคนคงไม่คาดหวังผลของการเลือกตั้งว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่หลาย ๆ คนก็ยังหวังว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดีกว่าไม่ได้เปลี่ยน

ศูนย์ข้อมูลริมขอบแดน มูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดน
ตู้ปณ.180 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เมือง
จ.เชียงใหม่ 50202
โทรศัพท์ 053-805-298
โทรสาร 053-805-298
E-mail borders@chmai2.loxinfo.co.th
http://www.friends-without-borders.org/