ณ ศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการฯ หนองจอก กรุงเทพฯ
รับจำนวน ๓๐ ท่าน ท่านละ ๕,๓๐๐ บาท (รวมค่าตอบแทนวิทยากร อาหาร
ที่พักและค่าเดินทาง)
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับพยาบาล แพทย์ ผู้ดูแล อาสาสมัคร
หรือผู้ที่ต้องทำงานกับผู้ป่วย ญาติ ครอบครัวที่มักมีความคิดเห็นที่แตกต่าง
หรือมีความขัดแย้งในกระบวนดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
และเคยผ่านการอบรมเผชิญความตายอย่างสงบขั้นพื้นฐานมาแล้ว
ติดต่อสอบถาม เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง สาวิตรี กำไรเงิน หรือ
จงรักษ์ แซ่ตั้ง โทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6
เนื้อหาการอบรม
1. การสื่อสารอย่างสันติคืออะไร
2. การเป็นคนกลางตามแนวทางการสื่อสารอย่างสันติสำคัญอย่างไร
ช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยและญาติ
หรือระหว่างญาติที่มีความเห็นไม่ตรงกันได้อย่างไร
3. การฝึกทักษะการฟังและการแปลความรู้สึก ความต้องการ
4. การฝึกรับรู้ความรู้สึกเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากและการให้ความเข้าใจตัวเอง
5. การประยุกต์ใช้ทักษะการเป็นคนกลางตามแนวทางการสื่อสารอย่างสันติในสถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
กระบวนการอบรม
เป็นกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์โดยใช้แนวคิดและหลักการสื่อสารอย่างสันติ
รวมทั้งฝึกทักษะการเป็นคนกลางผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ กระบวนการกลุ่ม
บทบาทสมติ และการสาธิตในสถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ
ในโรงพยาบาลหรือที่บ้าน
วิทยากร
กัญญา ลิขนสุทธิ์
จบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
ทำงานเป็นที่ปรึกษาและพัฒนาซอฟต์แวร์นานกว่า ๑๐ ปี
จนในที่สุดป่วยเป็นมะเร็ง
เธอใช้การป่วยครั้งนั้นเป็นสัญญาณสำหรับการเปลี่ยนแปลงชีวิต
แล้วหันมาสนใจศึกษาศาสนา ปรัชญา ศิลปะและวรรณคดี
พร้อมด้วยการศึกษาต่อปริญญาโทด้านเทววิทยา ที่มหาวิทยาลัยนโรปะ
ฝึกฝนสื่อสารอย่างสันติจาก Bay Area Nonviolent Communication
และจบหลักสูตรจิตบำบัดที่เน้นศูนย์กลางที่ร่างกายจาก Hakomi Institute
เคยเป็นอาจารย์สอนการสื่อสารด้วยความกรุณาและการโค้ชชิ่งสำหรับบุคคลและการเปลี่ยนแปลงสังคมที่
State University of New York-Binghamton
เป็นนักฝึกอบรมที่ให้การอบรมด้านโค้ชชิ่ง การเป็นคนกลาง
และฝึกอบรมให้กับกลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ
และนานาชาติ รวมทั้งเป็นนักจิตบำบัดสำหรับบุคคล คู่รักและครอบครัว
วรรณา จารุสมบูรณ์
อดีตพยาบาลที่มีประสบการณ์ดูแลพ่อที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและแม่ที่ป่วยเป็นพาร์คินสันมากว่า
๒๙ ปี ปํจจุบันทำหน้าที่ดูแลโครงการเผชิญความตายอย่างสงบ
เครือข่ายพุทธิกา และเป็นวิทยากรการอบรมเผชิญความตายอย่างสงบ
ที่จัดโดยเสมสิกขาลัยและเครือข่ายพุทธิกา มาประมาณ ๕ปี
สนใจมิติการดูแลด้านจิตใจสำหรับผู้ป่วย ญาติ และครอบครัว
ริเริ่มจัดทำเครือข่ายการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายเมื่อปี ๒๕๔๗
โครงการอาสาข้างเตียง และยังเป็นกระบวนกรให้กับหลักสูตรเยียวยาผู้ดูแล
และ ทักษะกระบวนกรที่จัดโดยเสมสิกขาลัยด้วย
ติดต่อสอบถาม เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง
สาวิตรี กำไรเงิน หรือ จงรักษ์ แซ่ตั้ง โทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6
ณ ศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการฯ หนองจอก กรุงเทพฯ
รับจำนวน ๓๐ ท่าน ท่านละ ๕,๓๐๐ บาท (รวมค่าตอบแทนวิทยากร อาหาร
ที่พักและค่าเดินทาง)
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับพยาบาล แพทย์ ผู้ดูแล อาสาสมัคร
หรือผู้ที่ต้องทำงานกับผู้ป่วย ญาติ ครอบครัวที่มักมีความคิดเห็นที่แตกต่าง
หรือมีความขัดแย้งในกระบวนดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
และเคยผ่านการอบรมเผชิญความตายอย่างสงบขั้นพื้นฐานมาแล้ว
ติดต่อสอบถาม เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง สาวิตรี กำไรเงิน หรือ
จงรักษ์ แซ่ตั้ง โทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6
เนื้อหาการอบรม
1. การสื่อสารอย่างสันติคืออะไร
2. การเป็นคนกลางตามแนวทางการสื่อสารอย่างสันติสำคัญอย่างไร
ช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยและญาติ
หรือระหว่างญาติที่มีความเห็นไม่ตรงกันได้อย่างไร
3. การฝึกทักษะการฟังและการแปลความรู้สึก ความต้องการ
4. การฝึกรับรู้ความรู้สึกเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากและการให้ความเข้าใจตัวเอง
5. การประยุกต์ใช้ทักษะการเป็นคนกลางตามแนวทางการสื่อสารอย่างสันติในสถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
กระบวนการอบรม
เป็นกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์โดยใช้แนวคิดและหลักการสื่อสารอย่างสันติ
รวมทั้งฝึกทักษะการเป็นคนกลางผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ กระบวนการกลุ่ม
บทบาทสมติ และการสาธิตในสถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ
ในโรงพยาบาลหรือที่บ้าน
วิทยากร
กัญญา ลิขนสุทธิ์
จบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
ทำงานเป็นที่ปรึกษาและพัฒนาซอฟต์แวร์นานกว่า ๑๐ ปี
จนในที่สุดป่วยเป็นมะเร็ง
เธอใช้การป่วยครั้งนั้นเป็นสัญญาณสำหรับการเปลี่ยนแปลงชีวิต
แล้วหันมาสนใจศึกษาศาสนา ปรัชญา ศิลปะและวรรณคดี
พร้อมด้วยการศึกษาต่อปริญญาโทด้านเทววิทยา ที่มหาวิทยาลัยนโรปะ
ฝึกฝนสื่อสารอย่างสันติจาก Bay Area Nonviolent Communication
และจบหลักสูตรจิตบำบัดที่เน้นศูนย์กลางที่ร่างกายจาก Hakomi Institute
เคยเป็นอาจารย์สอนการสื่อสารด้วยความกรุณาและการโค้ชชิ่งสำหรับบุคคลและการเปลี่ยนแปลงสังคมที่
State University of New York-Binghamton
เป็นนักฝึกอบรมที่ให้การอบรมด้านโค้ชชิ่ง การเป็นคนกลาง
และฝึกอบรมให้กับกลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ
และนานาชาติ รวมทั้งเป็นนักจิตบำบัดสำหรับบุคคล คู่รักและครอบครัว
วรรณา จารุสมบูรณ์
อดีตพยาบาลที่มีประสบการณ์ดูแลพ่อที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและแม่ที่ป่วยเป็นพาร์คินสันมากว่า
๒๙ ปี ปํจจุบันทำหน้าที่ดูแลโครงการเผชิญความตายอย่างสงบ
เครือข่ายพุทธิกา และเป็นวิทยากรการอบรมเผชิญความตายอย่างสงบ
ที่จัดโดยเสมสิกขาลัยและเครือข่ายพุทธิกา มาประมาณ ๕ปี
สนใจมิติการดูแลด้านจิตใจสำหรับผู้ป่วย ญาติ และครอบครัว
ริเริ่มจัดทำเครือข่ายการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายเมื่อปี ๒๕๔๗
โครงการอาสาข้างเตียง และยังเป็นกระบวนกรให้กับหลักสูตรเยียวยาผู้ดูแล
และ ทักษะกระบวนกรที่จัดโดยเสมสิกขาลัยด้วย
ติดต่อสอบถาม เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง
สาวิตรี กำไรเงิน หรือ จงรักษ์ แซ่ตั้ง โทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6
“ศูนย์สันติคาม”
แต่เนื่องจากทางศูนย์สันติคามยังขาดงบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่การเล่นให้กับเด็กๆได้ จึงได้เริ่มคิดโครงการ“แต้มรั้วแต้มสวนชวน..ชวน...กันทำ” เพื่อ ระดมทุน และอุปกรณ์ รวมถึงรับอาสาสมัคร เพื่อเข้ามาช่วยปรับปรุงพื้นที่การเล่นและการเรียนรู้ ศูนย์สันติคามให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น หากท่านใดสนใจอยากที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครในการร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจได้ ซึ่งกิจกรรมจะเป็นรูปแบบวันเดียว หรือใครที่สนใจแต่ไม่มีเวลามาทำก็สามารถมีส่วนร่วมด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ หรือทุน ได้ตามที่แจ้งในโครงการ
เสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 ทำความสะอาดของเล่น ล้อยาง กำแพง รับอาสาสมัคร 5
อาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ลงพื้นทาสีกำแพง เพื่อเตรียมตกแต่ง รับอาสาสมัคร 50 คน
อาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 วาดรูปตกแต่งกำแพง จัดมุมเล่น รับอาสาสมัคร 70 คน
ก
อุปกรณ์กีฬา : ไม้แบ็ด ไม้ตีปิงปอง วอลเลย์ เชือกกระโดด เสาตาข่ายวอลเลย์บอล ตาข่ายบาสเกตบอลฯลฯ
อุปกรณ์นันทนาการต่างๆ : กีต้าร์ กลอง สายกีต้าร์ ฯลฯ
ของเล่นมือสอง แต่มีความหมายและมีคุณค่าที่สุดสำหรับเด็ก สำหรับเด็กต่างชาติ
อุปกรณ์การเรียน : สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บันทัด สีเทียน สีน้ำ สีดินสอ สีชอล์ค ที่จะใช้ในการขีด วาด เขียนสำหรับเด็ก ที่ไม่ใช้แล้ว และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสำหรับเด็กๆในการทำกิจกรรม
อาหาร : นม ขนม อาหารว่างสำหรับเด็ก ช่วงเวลาทำกิจกรรมจัดกิจกรรม
ศูนย์สันติคาม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
179/1 ซ.สันติคาม 1 ถ.สุขุมสิท 107 ต.สำโรงเหนือ
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10720
หรือติดต่อได้ทุกวันจัทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.
ที่เบอร์ 02- 4336292,02-4355281 , 085-1492372
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.ติดต่อได้ที่เบอร์ 02-3933717
Email : imchaild2004@yahoo.com ติดต่อคุณ เก๋ ,คุณเล็ก,คุณสุนีย์,
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
ธ.กรุงไทย สาขาสะพานขาว บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 021-0-021683
ธ.กสิกรไทย สาขาบางยี่ขัน บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 047-2-61241-7
***สามารถนำใบเสร็จที่ร่วมสมทบทุน ไปลดหย่อนภาษีเงินได้***
ที่สมทบและแจ้งกลับทางโทร. แฟ็กซ์ หรือ อี-เมล์ กรุณาระบุชื่อ-สกุล และเบอร์โทรกลับ
“เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ และเพื่อประโยชน์สุขของเด็ก”
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
ณ ศูนย์ฝึกอบรมข้าราชการฯ หนองจอก กรุงเทพฯ
รับจำนวน ๓๐ ท่าน ท่านละ ๕,๓๐๐ บาท (รวมค่าตอบแทนวิทยากร อาหาร
ที่พักและค่าเดินทาง)
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับพยาบาล แพทย์ ผู้ดูแล อาสาสมัคร
หรือผู้ที่ต้องทำงานกับผู้ป่วย ญาติ ครอบครัวที่มักมีความคิดเห็นที่แตกต่าง
หรือมีความขัดแย้งในกระบวนดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
และเคยผ่านการอบรมเผชิญความตายอย่างสงบขั้นพื้นฐานมาแล้ว
ติดต่อสอบถาม เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง สาวิตรี กำไรเงิน หรือ
จงรักษ์ แซ่ตั้ง โทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6
เนื้อหาการอบรม
1. การสื่อสารอย่างสันติคืออะไร
2. การเป็นคนกลางตามแนวทางการสื่อสารอย่างสันติสำคัญอย่างไร
ช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยและญาติ
หรือระหว่างญาติที่มีความเห็นไม่ตรงกันได้อย่างไร
3. การฝึกทักษะการฟังและการแปลความรู้สึก ความต้องการ
4. การฝึกรับรู้ความรู้สึกเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากและการให้ความเข้าใจตัวเอง
5. การประยุกต์ใช้ทักษะการเป็นคนกลางตามแนวทางการสื่อสารอย่างสันติในสถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
กระบวนการอบรม
เป็นกระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์โดยใช้แนวคิดและหลักการสื่อสารอย่างสันติ
รวมทั้งฝึกทักษะการเป็นคนกลางผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ กระบวนการกลุ่ม
บทบาทสมติ และการสาธิตในสถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ
ในโรงพยาบาลหรือที่บ้าน
วิทยากร
กัญญา ลิขนสุทธิ์
จบปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน
ทำงานเป็นที่ปรึกษาและพัฒนาซอฟต์แวร์นานกว่า ๑๐ ปี
จนในที่สุดป่วยเป็นมะเร็ง
เธอใช้การป่วยครั้งนั้นเป็นสัญญาณสำหรับการเปลี่ยนแปลงชีวิต
แล้วหันมาสนใจศึกษาศาสนา ปรัชญา ศิลปะและวรรณคดี
พร้อมด้วยการศึกษาต่อปริญญาโทด้านเทววิทยา ที่มหาวิทยาลัยนโรปะ
ฝึกฝนสื่อสารอย่างสันติจาก Bay Area Nonviolent Communication
และจบหลักสูตรจิตบำบัดที่เน้นศูนย์กลางที่ร่างกายจาก Hakomi Institute
เคยเป็นอาจารย์สอนการสื่อสารด้วยความกรุณาและการโค้ชชิ่งสำหรับบุคคลและการเปลี่ยนแปลงสังคมที่
State University of New York-Binghamton
เป็นนักฝึกอบรมที่ให้การอบรมด้านโค้ชชิ่ง การเป็นคนกลาง
และฝึกอบรมให้กับกลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ
และนานาชาติ รวมทั้งเป็นนักจิตบำบัดสำหรับบุคคล คู่รักและครอบครัว
วรรณา จารุสมบูรณ์
อดีตพยาบาลที่มีประสบการณ์ดูแลพ่อที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและแม่ที่ป่วยเป็นพาร์คินสันมากว่า
๒๙ ปี ปํจจุบันทำหน้าที่ดูแลโครงการเผชิญความตายอย่างสงบ
เครือข่ายพุทธิกา และเป็นวิทยากรการอบรมเผชิญความตายอย่างสงบ
ที่จัดโดยเสมสิกขาลัยและเครือข่ายพุทธิกา มาประมาณ ๕ปี
สนใจมิติการดูแลด้านจิตใจสำหรับผู้ป่วย ญาติ และครอบครัว
ริเริ่มจัดทำเครือข่ายการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายเมื่อปี ๒๕๔๗
โครงการอาสาข้างเตียง และยังเป็นกระบวนกรให้กับหลักสูตรเยียวยาผู้ดูแล
และ ทักษะกระบวนกรที่จัดโดยเสมสิกขาลัยด้วย
ติดต่อสอบถาม เสมสิกขาลัย สำนักงานรามคำแหง
สาวิตรี กำไรเงิน หรือ จงรักษ์ แซ่ตั้ง โทรศัพท์ 02-314 7385 ถึง 6
“ศูนย์สันติคาม”
แต่เนื่องจากทางศูนย์สันติคามยังขาดงบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่การเล่นให้กับเด็กๆได้ จึงได้เริ่มคิดโครงการ“แต้มรั้วแต้มสวนชวน..ชวน...กันทำ” เพื่อ ระดมทุน และอุปกรณ์ รวมถึงรับอาสาสมัคร เพื่อเข้ามาช่วยปรับปรุงพื้นที่การเล่นและการเรียนรู้ ศูนย์สันติคามให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น หากท่านใดสนใจอยากที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครในการร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจได้ ซึ่งกิจกรรมจะเป็นรูปแบบวันเดียว หรือใครที่สนใจแต่ไม่มีเวลามาทำก็สามารถมีส่วนร่วมด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ หรือทุน ได้ตามที่แจ้งในโครงการ
เสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 ทำความสะอาดของเล่น ล้อยาง กำแพง รับอาสาสมัคร 5
อาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ลงพื้นทาสีกำแพง เพื่อเตรียมตกแต่ง รับอาสาสมัคร 50 คน
อาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 วาดรูปตกแต่งกำแพง จัดมุมเล่น รับอาสาสมัคร 70 คน
ก
อุปกรณ์กีฬา : ไม้แบ็ด ไม้ตีปิงปอง วอลเลย์ เชือกกระโดด เสาตาข่ายวอลเลย์บอล ตาข่ายบาสเกตบอลฯลฯ
อุปกรณ์นันทนาการต่างๆ : กีต้าร์ กลอง สายกีต้าร์ ฯลฯ
ของเล่นมือสอง แต่มีความหมายและมีคุณค่าที่สุดสำหรับเด็ก สำหรับเด็กต่างชาติ
อุปกรณ์การเรียน : สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บันทัด สีเทียน สีน้ำ สีดินสอ สีชอล์ค ที่จะใช้ในการขีด วาด เขียนสำหรับเด็ก ที่ไม่ใช้แล้ว และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสำหรับเด็กๆในการทำกิจกรรม
อาหาร : นม ขนม อาหารว่างสำหรับเด็ก ช่วงเวลาทำกิจกรรมจัดกิจกรรม
ศูนย์สันติคาม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
179/1 ซ.สันติคาม 1 ถ.สุขุมสิท 107 ต.สำโรงเหนือ
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10720
หรือติดต่อได้ทุกวันจัทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.
ที่เบอร์ 02- 4336292,02-4355281 , 085-1492372
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.ติดต่อได้ที่เบอร์ 02-3933717
Email : imchaild2004@yahoo.com ติดต่อคุณ เก๋ ,คุณเล็ก,คุณสุนีย์,
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
ธ.กรุงไทย สาขาสะพานขาว บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 021-0-021683
ธ.กสิกรไทย สาขาบางยี่ขัน บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 047-2-61241-7
***สามารถนำใบเสร็จที่ร่วมสมทบทุน ไปลดหย่อนภาษีเงินได้***
ที่สมทบและแจ้งกลับทางโทร. แฟ็กซ์ หรือ อี-เมล์ กรุณาระบุชื่อ-สกุล และเบอร์โทรกลับ
“เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ และเพื่อประโยชน์สุขของเด็ก”
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
อาสามาทำหุ่นมือ ๓/๒๕๕๓
วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553
ที่ ชั้น 4 อาคารมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.)
หุ่น มือที่ทำกันหลายรอบปีนี้ ก็หมดลงอีกแล้ว ล่าสุดมีหน่วยงานอาสานำไปเล่น และมอบให้น้องๆที่เจ็บป่วยในโรงพยาบาล เรารอช้าไม่ได้ กลัวจะไม่มีให้น้องๆอีก จึงกำหนดทำกันอีกรอบในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ นี้ คนที่ตกค้างลงทะเบียนไม่ทันเพื่อนคราวที่แล้ว คราวนี้ต้องมือไวหน่อยแล้ว เพราะเรารับเพียง ๖๐ คน เต็มแล้วก็ปิดรับคะ ถ้าแน่ใจก็อย่ารอวันใกล้ๆนะคะ ไม่เช่นนั้นจะพลาดอีก ดูกำหนดการด้านล่าง
ท่านเข้าที่สนใจเข้าร่วม ได้ทุกวัยทั้งชายหญิง ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงเตรียมเข็มได้ที่งเข็มหัวเล็ก และใหญ่ กรรไกร คนละชุดมาเป็นอุปกรณ์ส่วนตัวเท่านั้น
กำหนดการ
วันอาทิตย์ที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๓
๐๘.๓๐ - ๐๙.๐๐ ลง ทะเบียนที่ชั้นสี่อาคารมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) รู้จักกัน แนะนำกิจกรรมก่อนเริ่มลงมือหุ่นมือ ให้เข้าใจพอสังเขป แบ่งกลุ่ม อุปกรณ์
๑๒.๐๐ น. หยุดพักเที่ยง
๑๓.๐๐ น. ทำต่อช่วงบ่าย
๑๖.๐๐ น. จบกิจกรรม รวบรวมผลงานเพื่อส่งต่อเด็ก เยาวชน โรงเรียน หรือศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน โรงพยาบาลต่อไป
สิ่งที่ท่านอาจนำติดมือมาด้วย (นอกจากเข็มและกรรไกรส่วนตัว)
โดยเป็นสิ่งที่ท่านมีอยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน และท่านไม่ใช้แล้วประโยชน์แล้ว ให้ท่านนำติดตัวมาบริจาคได้ เพื่อเรานำมาใช้ในกิจกรรม บริจาคต่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ และยังช่วยลดโลกร้อน รักษาสิ่งแวดล้อมอีกชั้นคะ
รับจำกัดเพียง ๖๐ท่านเท่านั้น
สนใจติดต่อ ลงทะเบียนล่วงหน้าที่
มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.)
409 ซ.โรหิตสุข ถ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ ห้วยขวาง กทม. 10320
โทร./โทรสาร. 02 691 0437 – 9 , 081-4884231
Website : www.thaivolunteer.org
E-mail:thaivolunteer@yahoo.comหรือ volunteerservice@gmail.com
เดินทางมามูลนิธิ
มูลนิธิฯ ตั้งอยู่ที่ซอยรัชดาภิเษก 14 ตรงข้ามตึก Summer Mansion ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินห้วยขวาง มาทางรถเมล์ (สาย ๑๓๖ ๑๓๗ ๑๗๙ ๕๑๔ ๗๓ก ๕๑๗ ) ลง ซ.รัชดาภิเษก 14 ตรง ข้ามโรงเรียนกุนนที (ใกล้แยกรัชดา-ห้วยขวาง และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินห้วยขวาง) เข้าในซอยเห็นร้านเซเว่นให้เลี้ยวขวา ตรงมาเจนถึงยูแมนชั่นแล้วซ้าย ตรงมาเห็น Summer Mansion 3 เลี้ยวเข้าซอย Summer 3 ตึกมูลนิธิจะอยู่ติดกันด้านใน ถ้ามาทางรถไฟฟ้าใต้ดิน ให้ออกประตู1นั่งวินมอเตอร์ไซค์บอกว่ามาตึกมูลนิธิ ฯ ตรงข้ามซัมเมอร์แมนชั่น
“ศูนย์สันติคาม”
แต่เนื่องจากทางศูนย์สันติคามยังขาดงบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่การเล่นให้กับเด็กๆได้ จึงได้เริ่มคิดโครงการ“แต้มรั้วแต้มสวนชวน..ชวน...กันทำ” เพื่อ ระดมทุน และอุปกรณ์ รวมถึงรับอาสาสมัคร เพื่อเข้ามาช่วยปรับปรุงพื้นที่การเล่นและการเรียนรู้ ศูนย์สันติคามให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น หากท่านใดสนใจอยากที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครในการร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจได้ ซึ่งกิจกรรมจะเป็นรูปแบบวันเดียว หรือใครที่สนใจแต่ไม่มีเวลามาทำก็สามารถมีส่วนร่วมด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ หรือทุน ได้ตามที่แจ้งในโครงการ
เสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 ทำความสะอาดของเล่น ล้อยาง กำแพง รับอาสาสมัคร 5
อาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ลงพื้นทาสีกำแพง เพื่อเตรียมตกแต่ง รับอาสาสมัคร 50 คน
อาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 วาดรูปตกแต่งกำแพง จัดมุมเล่น รับอาสาสมัคร 70 คน
ก
อุปกรณ์กีฬา : ไม้แบ็ด ไม้ตีปิงปอง วอลเลย์ เชือกกระโดด เสาตาข่ายวอลเลย์บอล ตาข่ายบาสเกตบอลฯลฯ
อุปกรณ์นันทนาการต่างๆ : กีต้าร์ กลอง สายกีต้าร์ ฯลฯ
ของเล่นมือสอง แต่มีความหมายและมีคุณค่าที่สุดสำหรับเด็ก สำหรับเด็กต่างชาติ
อุปกรณ์การเรียน : สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บันทัด สีเทียน สีน้ำ สีดินสอ สีชอล์ค ที่จะใช้ในการขีด วาด เขียนสำหรับเด็ก ที่ไม่ใช้แล้ว และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสำหรับเด็กๆในการทำกิจกรรม
อาหาร : นม ขนม อาหารว่างสำหรับเด็ก ช่วงเวลาทำกิจกรรมจัดกิจกรรม
ศูนย์สันติคาม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
179/1 ซ.สันติคาม 1 ถ.สุขุมสิท 107 ต.สำโรงเหนือ
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10720
หรือติดต่อได้ทุกวันจัทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.
ที่เบอร์ 02- 4336292,02-4355281 , 085-1492372
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.ติดต่อได้ที่เบอร์ 02-3933717
Email : imchaild2004@yahoo.com ติดต่อคุณ เก๋ ,คุณเล็ก,คุณสุนีย์,
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
ธ.กรุงไทย สาขาสะพานขาว บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 021-0-021683
ธ.กสิกรไทย สาขาบางยี่ขัน บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 047-2-61241-7
***สามารถนำใบเสร็จที่ร่วมสมทบทุน ไปลดหย่อนภาษีเงินได้***
ที่สมทบและแจ้งกลับทางโทร. แฟ็กซ์ หรือ อี-เมล์ กรุณาระบุชื่อ-สกุล และเบอร์โทรกลับ
“เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ และเพื่อประโยชน์สุขของเด็ก”
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
“ศูนย์สันติคาม”
แต่เนื่องจากทางศูนย์สันติคามยังขาดงบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่การเล่นให้กับเด็กๆได้ จึงได้เริ่มคิดโครงการ“แต้มรั้วแต้มสวนชวน..ชวน...กันทำ” เพื่อ ระดมทุน และอุปกรณ์ รวมถึงรับอาสาสมัคร เพื่อเข้ามาช่วยปรับปรุงพื้นที่การเล่นและการเรียนรู้ ศูนย์สันติคามให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น หากท่านใดสนใจอยากที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครในการร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจได้ ซึ่งกิจกรรมจะเป็นรูปแบบวันเดียว หรือใครที่สนใจแต่ไม่มีเวลามาทำก็สามารถมีส่วนร่วมด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ หรือทุน ได้ตามที่แจ้งในโครงการ
เสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 ทำความสะอาดของเล่น ล้อยาง กำแพง รับอาสาสมัคร 5
อาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ลงพื้นทาสีกำแพง เพื่อเตรียมตกแต่ง รับอาสาสมัคร 50 คน
อาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 วาดรูปตกแต่งกำแพง จัดมุมเล่น รับอาสาสมัคร 70 คน
ก
อุปกรณ์กีฬา : ไม้แบ็ด ไม้ตีปิงปอง วอลเลย์ เชือกกระโดด เสาตาข่ายวอลเลย์บอล ตาข่ายบาสเกตบอลฯลฯ
อุปกรณ์นันทนาการต่างๆ : กีต้าร์ กลอง สายกีต้าร์ ฯลฯ
ของเล่นมือสอง แต่มีความหมายและมีคุณค่าที่สุดสำหรับเด็ก สำหรับเด็กต่างชาติ
อุปกรณ์การเรียน : สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บันทัด สีเทียน สีน้ำ สีดินสอ สีชอล์ค ที่จะใช้ในการขีด วาด เขียนสำหรับเด็ก ที่ไม่ใช้แล้ว และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสำหรับเด็กๆในการทำกิจกรรม
อาหาร : นม ขนม อาหารว่างสำหรับเด็ก ช่วงเวลาทำกิจกรรมจัดกิจกรรม
ศูนย์สันติคาม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
179/1 ซ.สันติคาม 1 ถ.สุขุมสิท 107 ต.สำโรงเหนือ
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10720
หรือติดต่อได้ทุกวันจัทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.
ที่เบอร์ 02- 4336292,02-4355281 , 085-1492372
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.ติดต่อได้ที่เบอร์ 02-3933717
Email : imchaild2004@yahoo.com ติดต่อคุณ เก๋ ,คุณเล็ก,คุณสุนีย์,
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
ธ.กรุงไทย สาขาสะพานขาว บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 021-0-021683
ธ.กสิกรไทย สาขาบางยี่ขัน บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 047-2-61241-7
***สามารถนำใบเสร็จที่ร่วมสมทบทุน ไปลดหย่อนภาษีเงินได้***
ที่สมทบและแจ้งกลับทางโทร. แฟ็กซ์ หรือ อี-เมล์ กรุณาระบุชื่อ-สกุล และเบอร์โทรกลับ
“เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ และเพื่อประโยชน์สุขของเด็ก”
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
A Public Forum
Transitions to Democracy in Southeast Asia: Similarities and Differences with the Upcoming Elections in Burma/Myanmar
Tuesday, 5 October 2010
The Chumbhot-Pantip Conference Room, 4th Floor Prajadhipok-Rambhaibarni Building
Faculty of Political Science, Chulalongkorn University
Agenda
08.30 – 09.00 am Registration and Refreshments
09.00 – 11.15 am Speakers
Dr. Maung Zarni
ISIS Visiting Senior Fellow,
Research Fellow, London School of Economic and Political Science
Mr. Youk Chang
Director, Documentation Center of Cambodia
Dr. Thitinan Pongsudhirak
Director, the Institute of Security and International Studies,
Faculty of Political Science, Chulalongkorn University
H.E. Mr. Mohammad Hatta
Ambassador of the Republic of Indonesia
Moderator
Dr. Naruemon Thabchumpon
Director, Master of Arts in International Development Studies
Faculty of Political Science, Chulalongkorn University
11.15 am - 12.00 pm Q & A
Subject: A Public Forum on Transitions to Democracy in Southeast Asia: Similarities and Differences with the Upcoming Elections in Burma/Myanmar on Tuesday, 5 October 2010 at 9.00 am – 12.00 pm
Dear Colleagues and Friends,
I have the pleasure of inviting you to participate in a public forum on Transitions to Democracy in Southeast Asia: Similarities and Differences to the Upcoming Elections in Burma/Myanmar. Details of the program and a reply form are attached.
The forum will be held during 9.00 am – 12.00 pm on Tuesday, 5 October 2010.
The venue is the Chumbhot-Pantip Conference Room, 4th floor Prajadhipok-Rambhaibarni Building, Faculty of Political Science, Chulalongkorn University
As Burma/Myanmar heads towards its first elections in two decades, it is instructive to examine similar experiences of its regional neighbours. This forum will shed light on transitional lessons from democratisation in Cambodia, Thailand and Indonesia. It seeks to promote a broader understanding of the promises and pitfalls of democratic transitions, including the thorny issue of military withdrawals from politics. The line-up will begin with Burma/Myanmar, setting the pace and tone of the challenges and dilemmas facing that country. The Cambodian, Thai and Indonesian cases will follow in succession, with time set aside for a lively period of comments and questions.
I hope you will be able to join us in this timely and regionally significant exchange of views in view of ongoing developments in Burma/Myanmar. For confirmation of your participation and further information, please contact ISIS staff by telephone at 02.218.7432/3, fax 02.254.0119 or e-mail <isisthailand@gmail.com>
“ศูนย์สันติคาม”
แต่เนื่องจากทางศูนย์สันติคามยังขาดงบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่การเล่นให้กับเด็กๆได้ จึงได้เริ่มคิดโครงการ“แต้มรั้วแต้มสวนชวน..ชวน...กันทำ” เพื่อ ระดมทุน และอุปกรณ์ รวมถึงรับอาสาสมัคร เพื่อเข้ามาช่วยปรับปรุงพื้นที่การเล่นและการเรียนรู้ ศูนย์สันติคามให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น หากท่านใดสนใจอยากที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครในการร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจได้ ซึ่งกิจกรรมจะเป็นรูปแบบวันเดียว หรือใครที่สนใจแต่ไม่มีเวลามาทำก็สามารถมีส่วนร่วมด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ หรือทุน ได้ตามที่แจ้งในโครงการ
เสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 ทำความสะอาดของเล่น ล้อยาง กำแพง รับอาสาสมัคร 5
อาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ลงพื้นทาสีกำแพง เพื่อเตรียมตกแต่ง รับอาสาสมัคร 50 คน
อาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 วาดรูปตกแต่งกำแพง จัดมุมเล่น รับอาสาสมัคร 70 คน
ก
อุปกรณ์กีฬา : ไม้แบ็ด ไม้ตีปิงปอง วอลเลย์ เชือกกระโดด เสาตาข่ายวอลเลย์บอล ตาข่ายบาสเกตบอลฯลฯ
อุปกรณ์นันทนาการต่างๆ : กีต้าร์ กลอง สายกีต้าร์ ฯลฯ
ของเล่นมือสอง แต่มีความหมายและมีคุณค่าที่สุดสำหรับเด็ก สำหรับเด็กต่างชาติ
อุปกรณ์การเรียน : สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บันทัด สีเทียน สีน้ำ สีดินสอ สีชอล์ค ที่จะใช้ในการขีด วาด เขียนสำหรับเด็ก ที่ไม่ใช้แล้ว และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสำหรับเด็กๆในการทำกิจกรรม
อาหาร : นม ขนม อาหารว่างสำหรับเด็ก ช่วงเวลาทำกิจกรรมจัดกิจกรรม
ศูนย์สันติคาม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
179/1 ซ.สันติคาม 1 ถ.สุขุมสิท 107 ต.สำโรงเหนือ
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10720
หรือติดต่อได้ทุกวันจัทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.
ที่เบอร์ 02- 4336292,02-4355281 , 085-1492372
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.ติดต่อได้ที่เบอร์ 02-3933717
Email : imchaild2004@yahoo.com ติดต่อคุณ เก๋ ,คุณเล็ก,คุณสุนีย์,
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
ธ.กรุงไทย สาขาสะพานขาว บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 021-0-021683
ธ.กสิกรไทย สาขาบางยี่ขัน บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 047-2-61241-7
***สามารถนำใบเสร็จที่ร่วมสมทบทุน ไปลดหย่อนภาษีเงินได้***
ที่สมทบและแจ้งกลับทางโทร. แฟ็กซ์ หรือ อี-เมล์ กรุณาระบุชื่อ-สกุล และเบอร์โทรกลับ
“เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ และเพื่อประโยชน์สุขของเด็ก”
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
“ศูนย์สันติคาม”
แต่เนื่องจากทางศูนย์สันติคามยังขาดงบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่การเล่นให้กับเด็กๆได้ จึงได้เริ่มคิดโครงการ“แต้มรั้วแต้มสวนชวน..ชวน...กันทำ” เพื่อ ระดมทุน และอุปกรณ์ รวมถึงรับอาสาสมัคร เพื่อเข้ามาช่วยปรับปรุงพื้นที่การเล่นและการเรียนรู้ ศูนย์สันติคามให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น หากท่านใดสนใจอยากที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครในการร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจได้ ซึ่งกิจกรรมจะเป็นรูปแบบวันเดียว หรือใครที่สนใจแต่ไม่มีเวลามาทำก็สามารถมีส่วนร่วมด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ หรือทุน ได้ตามที่แจ้งในโครงการ
เสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 ทำความสะอาดของเล่น ล้อยาง กำแพง รับอาสาสมัคร 5
อาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ลงพื้นทาสีกำแพง เพื่อเตรียมตกแต่ง รับอาสาสมัคร 50 คน
อาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 วาดรูปตกแต่งกำแพง จัดมุมเล่น รับอาสาสมัคร 70 คน
ก
อุปกรณ์กีฬา : ไม้แบ็ด ไม้ตีปิงปอง วอลเลย์ เชือกกระโดด เสาตาข่ายวอลเลย์บอล ตาข่ายบาสเกตบอลฯลฯ
อุปกรณ์นันทนาการต่างๆ : กีต้าร์ กลอง สายกีต้าร์ ฯลฯ
ของเล่นมือสอง แต่มีความหมายและมีคุณค่าที่สุดสำหรับเด็ก สำหรับเด็กต่างชาติ
อุปกรณ์การเรียน : สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บันทัด สีเทียน สีน้ำ สีดินสอ สีชอล์ค ที่จะใช้ในการขีด วาด เขียนสำหรับเด็ก ที่ไม่ใช้แล้ว และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสำหรับเด็กๆในการทำกิจกรรม
อาหาร : นม ขนม อาหารว่างสำหรับเด็ก ช่วงเวลาทำกิจกรรมจัดกิจกรรม
ศูนย์สันติคาม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
179/1 ซ.สันติคาม 1 ถ.สุขุมสิท 107 ต.สำโรงเหนือ
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10720
หรือติดต่อได้ทุกวันจัทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.
ที่เบอร์ 02- 4336292,02-4355281 , 085-1492372
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.ติดต่อได้ที่เบอร์ 02-3933717
Email : imchaild2004@yahoo.com ติดต่อคุณ เก๋ ,คุณเล็ก,คุณสุนีย์,
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
ธ.กรุงไทย สาขาสะพานขาว บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 021-0-021683
ธ.กสิกรไทย สาขาบางยี่ขัน บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 047-2-61241-7
***สามารถนำใบเสร็จที่ร่วมสมทบทุน ไปลดหย่อนภาษีเงินได้***
ที่สมทบและแจ้งกลับทางโทร. แฟ็กซ์ หรือ อี-เมล์ กรุณาระบุชื่อ-สกุล และเบอร์โทรกลับ
“เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ และเพื่อประโยชน์สุขของเด็ก”
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
“ศูนย์สันติคาม”
แต่เนื่องจากทางศูนย์สันติคามยังขาดงบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่การเล่นให้กับเด็กๆได้ จึงได้เริ่มคิดโครงการ“แต้มรั้วแต้มสวนชวน..ชวน...กันทำ” เพื่อ ระดมทุน และอุปกรณ์ รวมถึงรับอาสาสมัคร เพื่อเข้ามาช่วยปรับปรุงพื้นที่การเล่นและการเรียนรู้ ศูนย์สันติคามให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น หากท่านใดสนใจอยากที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครในการร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจได้ ซึ่งกิจกรรมจะเป็นรูปแบบวันเดียว หรือใครที่สนใจแต่ไม่มีเวลามาทำก็สามารถมีส่วนร่วมด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ หรือทุน ได้ตามที่แจ้งในโครงการ
เสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 ทำความสะอาดของเล่น ล้อยาง กำแพง รับอาสาสมัคร 5
อาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ลงพื้นทาสีกำแพง เพื่อเตรียมตกแต่ง รับอาสาสมัคร 50 คน
อาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 วาดรูปตกแต่งกำแพง จัดมุมเล่น รับอาสาสมัคร 70 คน
ก
อุปกรณ์กีฬา : ไม้แบ็ด ไม้ตีปิงปอง วอลเลย์ เชือกกระโดด เสาตาข่ายวอลเลย์บอล ตาข่ายบาสเกตบอลฯลฯ
อุปกรณ์นันทนาการต่างๆ : กีต้าร์ กลอง สายกีต้าร์ ฯลฯ
ของเล่นมือสอง แต่มีความหมายและมีคุณค่าที่สุดสำหรับเด็ก สำหรับเด็กต่างชาติ
อุปกรณ์การเรียน : สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บันทัด สีเทียน สีน้ำ สีดินสอ สีชอล์ค ที่จะใช้ในการขีด วาด เขียนสำหรับเด็ก ที่ไม่ใช้แล้ว และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสำหรับเด็กๆในการทำกิจกรรม
อาหาร : นม ขนม อาหารว่างสำหรับเด็ก ช่วงเวลาทำกิจกรรมจัดกิจกรรม
ศูนย์สันติคาม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
179/1 ซ.สันติคาม 1 ถ.สุขุมสิท 107 ต.สำโรงเหนือ
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10720
หรือติดต่อได้ทุกวันจัทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.
ที่เบอร์ 02- 4336292,02-4355281 , 085-1492372
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.ติดต่อได้ที่เบอร์ 02-3933717
Email : imchaild2004@yahoo.com ติดต่อคุณ เก๋ ,คุณเล็ก,คุณสุนีย์,
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
ธ.กรุงไทย สาขาสะพานขาว บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 021-0-021683
ธ.กสิกรไทย สาขาบางยี่ขัน บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 047-2-61241-7
***สามารถนำใบเสร็จที่ร่วมสมทบทุน ไปลดหย่อนภาษีเงินได้***
ที่สมทบและแจ้งกลับทางโทร. แฟ็กซ์ หรือ อี-เมล์ กรุณาระบุชื่อ-สกุล และเบอร์โทรกลับ
“เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ และเพื่อประโยชน์สุขของเด็ก”
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
คุณสามารถร่วมเป็นหนึ่งในเส้นทางความสุขของเด็ก ๆ ได้
Wishing Well Camp 2010
8-10 ตุลาคม 2553
มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง ( Wishing Well Foundation) ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสานฝันให้แก่เด็กป่วยโรคมะเร็งที่รักษายากให้เป็นจริง ตลอดจนการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้มีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม ได้กำหนดจัดกิจกรรมค่าย ประจำปี 2553 ภายใต้ชื่อ ‘Wishing Well Camp 2010’
กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดประมาณ 140 คน แยกเป็นเด็ก 45 คน ผู้ปกครอง 45 คน จาก 9 โรงพยาบาล รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์จากแต่ละโรงพยาบาล, อาสาสมัคร ตลอดจนทีมกิจกรรมต่างๆ
ทางมูลนิธิฯ จึงขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ขอรับบริจาค เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่ใจดีในสังคม ได้เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางความสุขของเด็กๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ให้การสนับสนุนด้านอาหาร เช่น
- ขนม ที่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน เช่น ขนมกรุบกรอบทั่วไป, ลูกอม, คุกกี้, เวเฟอร์ ฯลฯ
- นม UHT (ยกเว้นนมเปรี้ยว)
- น้ำผลไม้แบบกล่อง
• ให้การสนับสนุนด้านของขวัญ สำหรับเด็กในช่วงวัย 4-18 ปี ทั้งชายและหญิง
หากท่านสนใจร่วมสนับสนุนในกิจกรรมดังกล่าว สามารถจัดส่งของให้มูลนิธิฯ ได้โดย
1. จัดส่งด้วยตนเอง
2. จัดส่งทางไปรษณีย์
มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง
25 อาคารกรุงเทพประกันภัย ชั้น 9
ถ. สาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. 10120
โทร 02-677-4117 / โทรสาร 02-677-4118 มือถือ 081-615-9993
สามารถชมกิจกรรมของมูลนิธิฯ เพิ่มเติมได้ที่
www.wishingwellthai.org
email : wishingwellthai@windowslive.com / wishingwellthai@yahoo.com


“ศูนย์สันติคาม”
แต่เนื่องจากทางศูนย์สันติคามยังขาดงบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่การเล่นให้กับเด็กๆได้ จึงได้เริ่มคิดโครงการ“แต้มรั้วแต้มสวนชวน..ชวน...กันทำ” เพื่อ ระดมทุน และอุปกรณ์ รวมถึงรับอาสาสมัคร เพื่อเข้ามาช่วยปรับปรุงพื้นที่การเล่นและการเรียนรู้ ศูนย์สันติคามให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น หากท่านใดสนใจอยากที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครในการร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจได้ ซึ่งกิจกรรมจะเป็นรูปแบบวันเดียว หรือใครที่สนใจแต่ไม่มีเวลามาทำก็สามารถมีส่วนร่วมด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ หรือทุน ได้ตามที่แจ้งในโครงการ
เสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 ทำความสะอาดของเล่น ล้อยาง กำแพง รับอาสาสมัคร 5
อาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ลงพื้นทาสีกำแพง เพื่อเตรียมตกแต่ง รับอาสาสมัคร 50 คน
อาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 วาดรูปตกแต่งกำแพง จัดมุมเล่น รับอาสาสมัคร 70 คน
ก
อุปกรณ์กีฬา : ไม้แบ็ด ไม้ตีปิงปอง วอลเลย์ เชือกกระโดด เสาตาข่ายวอลเลย์บอล ตาข่ายบาสเกตบอลฯลฯ
อุปกรณ์นันทนาการต่างๆ : กีต้าร์ กลอง สายกีต้าร์ ฯลฯ
ของเล่นมือสอง แต่มีความหมายและมีคุณค่าที่สุดสำหรับเด็ก สำหรับเด็กต่างชาติ
อุปกรณ์การเรียน : สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บันทัด สีเทียน สีน้ำ สีดินสอ สีชอล์ค ที่จะใช้ในการขีด วาด เขียนสำหรับเด็ก ที่ไม่ใช้แล้ว และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสำหรับเด็กๆในการทำกิจกรรม
อาหาร : นม ขนม อาหารว่างสำหรับเด็ก ช่วงเวลาทำกิจกรรมจัดกิจกรรม
ศูนย์สันติคาม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
179/1 ซ.สันติคาม 1 ถ.สุขุมสิท 107 ต.สำโรงเหนือ
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10720
หรือติดต่อได้ทุกวันจัทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.
ที่เบอร์ 02- 4336292,02-4355281 , 085-1492372
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.ติดต่อได้ที่เบอร์ 02-3933717
Email : imchaild2004@yahoo.com ติดต่อคุณ เก๋ ,คุณเล็ก,คุณสุนีย์,
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
ธ.กรุงไทย สาขาสะพานขาว บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 021-0-021683
ธ.กสิกรไทย สาขาบางยี่ขัน บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 047-2-61241-7
***สามารถนำใบเสร็จที่ร่วมสมทบทุน ไปลดหย่อนภาษีเงินได้***
ที่สมทบและแจ้งกลับทางโทร. แฟ็กซ์ หรือ อี-เมล์ กรุณาระบุชื่อ-สกุล และเบอร์โทรกลับ
“เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ และเพื่อประโยชน์สุขของเด็ก”
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
คุณสามารถร่วมเป็นหนึ่งในเส้นทางความสุขของเด็ก ๆ ได้
Wishing Well Camp 2010
8-10 ตุลาคม 2553
มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง ( Wishing Well Foundation) ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสานฝันให้แก่เด็กป่วยโรคมะเร็งที่รักษายากให้เป็นจริง ตลอดจนการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้มีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม ได้กำหนดจัดกิจกรรมค่าย ประจำปี 2553 ภายใต้ชื่อ ‘Wishing Well Camp 2010’
กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดประมาณ 140 คน แยกเป็นเด็ก 45 คน ผู้ปกครอง 45 คน จาก 9 โรงพยาบาล รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์จากแต่ละโรงพยาบาล, อาสาสมัคร ตลอดจนทีมกิจกรรมต่างๆ
ทางมูลนิธิฯ จึงขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ขอรับบริจาค เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่ใจดีในสังคม ได้เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางความสุขของเด็กๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ให้การสนับสนุนด้านอาหาร เช่น
- ขนม ที่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน เช่น ขนมกรุบกรอบทั่วไป, ลูกอม, คุกกี้, เวเฟอร์ ฯลฯ
- นม UHT (ยกเว้นนมเปรี้ยว)
- น้ำผลไม้แบบกล่อง
• ให้การสนับสนุนด้านของขวัญ สำหรับเด็กในช่วงวัย 4-18 ปี ทั้งชายและหญิง
หากท่านสนใจร่วมสนับสนุนในกิจกรรมดังกล่าว สามารถจัดส่งของให้มูลนิธิฯ ได้โดย
1. จัดส่งด้วยตนเอง
2. จัดส่งทางไปรษณีย์
มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง
25 อาคารกรุงเทพประกันภัย ชั้น 9
ถ. สาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. 10120
โทร 02-677-4117 / โทรสาร 02-677-4118 มือถือ 081-615-9993
สามารถชมกิจกรรมของมูลนิธิฯ เพิ่มเติมได้ที่
www.wishingwellthai.org
email : wishingwellthai@windowslive.com / wishingwellthai@yahoo.com


กิจกรรม " คนไทยฯ เยี่ยมเยียนช้างชรา"
งานนี้ขอเรียนเชิญอาสาขาลุย กินง่าย อยู่ง่าย เฮไหน เฮกัน เราจะพาพวกเพื่อนไปเยี่ยมบรรดาช้างชรา ณ จ.กาญจนบุรีี
เราจะเดินทางไป-กลับ ด้วยรถไฟสาย ธนบุรี - น้ำตก เมื่อถึงปลายทาง เราจะพาคุณขึ้นรถบรรทุกช้างแบบเปิดประทุน ที่จะมาพวกเรามุ่งสู่ศูนย์อนุ รักษ์ช้างชรา กิจกรรมที่เราจะไปให้ลุงๆ ป้าๆ ช้างก็คือ นวดข้างให้เขา ปลูกอาหารให้เขา นึ่งข้าวเหนียวให้เขา ทำความสะอาดที่อยู่ให้เขา และไฮไลท์ เราจะอาบน้ำก...ับเขากันค่ะ

สำหรับที่พัก เราจะนอนเต้นท์ท่ามกลางแสงจันทร์และหมู่ดาวกันค่ะ ใครมีเต้นท์เตรียมนำออกมาเช็คทำความสะอาดรอไว้ได้เลยค่ะ งานนี้รับรองว่า 2 วันกับ 1 คืน เพื่อนจะได้ทุกอรรถรส แดด น้ำ เหงื่อ และ ความเย็นของอากาศในตอนกลางคืน ซึ่งกาญจนบุรีขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องอากาศ กลางวันร้อนสุดๆๆ กลางคืนก็เย็นถึงขั้ว กันเลยทีเดียว เตรียมอุปกรณ์ส่วนตัวของเพื่อนๆ ให้พร้อม ทั้งถุงมือ ถงเท้า ยา เสื้อกันลมใส่นอน และสำคัญ " ใจอาสา " ของเพื่อนๆ ทุกคนค่ะ
ค่าใช้จ่ายของกิจกรรม " คนไทยฯ เยี่ยมเยียนช้างชรา" 2 วัน 1 คืน 800 บาทค่ะ ร่วมทั้งหมดทั้งสิ้นค่ะ
เบอร์ติดต่อ 02-241-3545
“ศูนย์สันติคาม”
แต่เนื่องจากทางศูนย์สันติคามยังขาดงบประมาณในการดำเนินการปรับปรุงพื้นที่การเล่นให้กับเด็กๆได้ จึงได้เริ่มคิดโครงการ“แต้มรั้วแต้มสวนชวน..ชวน...กันทำ” เพื่อ ระดมทุน และอุปกรณ์ รวมถึงรับอาสาสมัคร เพื่อเข้ามาช่วยปรับปรุงพื้นที่การเล่นและการเรียนรู้ ศูนย์สันติคามให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น หากท่านใดสนใจอยากที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาสาสมัครในการร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจได้ ซึ่งกิจกรรมจะเป็นรูปแบบวันเดียว หรือใครที่สนใจแต่ไม่มีเวลามาทำก็สามารถมีส่วนร่วมด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ หรือทุน ได้ตามที่แจ้งในโครงการ
เสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 ทำความสะอาดของเล่น ล้อยาง กำแพง รับอาสาสมัคร 5
อาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2553 ลงพื้นทาสีกำแพง เพื่อเตรียมตกแต่ง รับอาสาสมัคร 50 คน
อาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 วาดรูปตกแต่งกำแพง จัดมุมเล่น รับอาสาสมัคร 70 คน
ก
อุปกรณ์กีฬา : ไม้แบ็ด ไม้ตีปิงปอง วอลเลย์ เชือกกระโดด เสาตาข่ายวอลเลย์บอล ตาข่ายบาสเกตบอลฯลฯ
อุปกรณ์นันทนาการต่างๆ : กีต้าร์ กลอง สายกีต้าร์ ฯลฯ
ของเล่นมือสอง แต่มีความหมายและมีคุณค่าที่สุดสำหรับเด็ก สำหรับเด็กต่างชาติ
อุปกรณ์การเรียน : สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ ไม้บันทัด สีเทียน สีน้ำ สีดินสอ สีชอล์ค ที่จะใช้ในการขีด วาด เขียนสำหรับเด็ก ที่ไม่ใช้แล้ว และคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสำหรับเด็กๆในการทำกิจกรรม
อาหาร : นม ขนม อาหารว่างสำหรับเด็ก ช่วงเวลาทำกิจกรรมจัดกิจกรรม
ศูนย์สันติคาม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
179/1 ซ.สันติคาม 1 ถ.สุขุมสิท 107 ต.สำโรงเหนือ
อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10720
หรือติดต่อได้ทุกวันจัทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.
ที่เบอร์ 02- 4336292,02-4355281 , 085-1492372
วันเสาร์-อาทิตย์ เวลาทำการ 09.00-17.00 น.ติดต่อได้ที่เบอร์ 02-3933717
Email : imchaild2004@yahoo.com ติดต่อคุณ เก๋ ,คุณเล็ก,คุณสุนีย์,
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
ธ.กรุงไทย สาขาสะพานขาว บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 021-0-021683
ธ.กสิกรไทย สาขาบางยี่ขัน บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 047-2-61241-7
***สามารถนำใบเสร็จที่ร่วมสมทบทุน ไปลดหย่อนภาษีเงินได้***
ที่สมทบและแจ้งกลับทางโทร. แฟ็กซ์ หรือ อี-เมล์ กรุณาระบุชื่อ-สกุล และเบอร์โทรกลับ
“เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ และเพื่อประโยชน์สุขของเด็ก”
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
คุณสามารถร่วมเป็นหนึ่งในเส้นทางความสุขของเด็ก ๆ ได้
Wishing Well Camp 2010
8-10 ตุลาคม 2553
มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง ( Wishing Well Foundation) ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสานฝันให้แก่เด็กป่วยโรคมะเร็งที่รักษายากให้เป็นจริง ตลอดจนการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็กได้มีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม ได้กำหนดจัดกิจกรรมค่าย ประจำปี 2553 ภายใต้ชื่อ ‘Wishing Well Camp 2010’
กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดประมาณ 140 คน แยกเป็นเด็ก 45 คน ผู้ปกครอง 45 คน จาก 9 โรงพยาบาล รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์จากแต่ละโรงพยาบาล, อาสาสมัคร ตลอดจนทีมกิจกรรมต่างๆ
ทางมูลนิธิฯ จึงขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ขอรับบริจาค เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่ใจดีในสังคม ได้เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางความสุขของเด็กๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ให้การสนับสนุนด้านอาหาร เช่น
- ขนม ที่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน เช่น ขนมกรุบกรอบทั่วไป, ลูกอม, คุกกี้, เวเฟอร์ ฯลฯ
- นม UHT (ยกเว้นนมเปรี้ยว)
- น้ำผลไม้แบบกล่อง
• ให้การสนับสนุนด้านของขวัญ สำหรับเด็กในช่วงวัย 4-18 ปี ทั้งชายและหญิง
หากท่านสนใจร่วมสนับสนุนในกิจกรรมดังกล่าว สามารถจัดส่งของให้มูลนิธิฯ ได้โดย
1. จัดส่งด้วยตนเอง
2. จัดส่งทางไปรษณีย์
มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง
25 อาคารกรุงเทพประกันภัย ชั้น 9
ถ. สาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. 10120
โทร 02-677-4117 / โทรสาร 02-677-4118 มือถือ 081-615-9993
สามารถชมกิจกรรมของมูลนิธิฯ เพิ่มเติมได้ที่
www.wishingwellthai.org
email : wishingwellthai@windowslive.com / wishingwellthai@yahoo.com


กิจกรรม " คนไทยฯ เยี่ยมเยียนช้างชรา"
งานนี้ขอเรียนเชิญอาสาขาลุย กินง่าย อยู่ง่าย เฮไหน เฮกัน เราจะพาพวกเพื่อนไปเยี่ยมบรรดาช้างชรา ณ จ.กาญจนบุรีี
เราจะเดินทางไป-กลับ ด้วยรถไฟสาย ธนบุรี - น้ำตก เมื่อถึงปลายทาง เราจะพาคุณขึ้นรถบรรทุกช้างแบบเปิดประทุน ที่จะมาพวกเรามุ่งสู่ศูนย์อนุ รักษ์ช้างชรา กิจกรรมที่เราจะไปให้ลุงๆ ป้าๆ ช้างก็คือ นวดข้างให้เขา ปลูกอาหารให้เขา นึ่งข้าวเหนียวให้เขา ทำความสะอาดที่อยู่ให้เขา และไฮไลท์ เราจะอาบน้ำก...ับเขากันค่ะ

สำหรับที่พัก เราจะนอนเต้นท์ท่ามกลางแสงจันทร์และหมู่ดาวกันค่ะ ใครมีเต้นท์เตรียมนำออกมาเช็คทำความสะอาดรอไว้ได้เลยค่ะ งานนี้รับรองว่า 2 วันกับ 1 คืน เพื่อนจะได้ทุกอรรถรส แดด น้ำ เหงื่อ และ ความเย็นของอากาศในตอนกลางคืน ซึ่งกาญจนบุรีขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องอากาศ กลางวันร้อนสุดๆๆ กลางคืนก็เย็นถึงขั้ว กันเลยทีเดียว เตรียมอุปกรณ์ส่วนตัวของเพื่อนๆ ให้พร้อม ทั้งถุงมือ ถงเท้า ยา เสื้อกันลมใส่นอน และสำคัญ " ใจอาสา " ของเพื่อนๆ ทุกคนค่ะ
ค่าใช้จ่ายของกิจกรรม " คนไทยฯ เยี่ยมเยียนช้างชรา" 2 วัน 1 คืน 800 บาทค่ะ ร่วมทั้งหมดทั้งสิ้นค่ะ
เบอร์ติดต่อ 02-241-3545
ทีมงานจิตตทักษะ (ด้วยความอนุเคราะห์สถานที่จาก SportsCity) ได้จัด Workshop จิตตทักษะในการบริหารและบำบัดอารมณ์ตนเอง ฟรี ให้กับผู้ที่สนใจอยากเรียนรู้วิธีการช่วยบำบัดความทุกข์ผู้อื่น และผู้ที่มีปัญหาความทุกข์อยู่ โดยจะจัดในวันอาทิตย์สัปดาห์ใดสัปดาห์หนึ่งของเดือนไปเรื่อยๆ ทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ใช้เวลาตั้งแต่ 930 น. ถึง 1230 น. โดยรับผู้สัมมนาได้ไม่เกิน 100 คนต่อครั้ง
สำหรับเดือนตุลาคม จะเป็นวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม
สำหรับเดือนพฤศจิกายน จะเป็นวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน
ใน Workshop ท่านจะได้สัมผัสถึงคุณสมบัติที่ถูก ซ่อนเร้นของจิต ในการบริหาร สร้าง ขับเคลื่อน ทำลายและถ่ายเท พลังงานต่างๆ ที่ปรากฏในร่างกาย เช่น พลังงานความคิด พลังงานความจำ พลังงานอารมณ์ พลังงานลมปราณ ฯลฯ ซึ่งจิตของมนุษย์ทุกคนล้วนมีคุณสมบัติเหล่านี้มาแต่กำเนิด แต่น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้เรียนรู้และพัฒนาคุณสมบัติแห่งจิตเหล่านี้จนใช้งานได้กับชีวิตจริง ในการเริ่มต้นฝึกจิตตทักษะท่านจะพบกับมิติใหม่ที่พิสูจน์ได้ทันทีด้วยตนเอง ของการบริหารอารมณ์ การปรับพฤติกรรม การลบความฝังใจ การบำบัดโรค (โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับความเครียด ความกลัว ความหดหู่ท้อแท้ Bipolar) ด้วยทักษะทางจิตของท่านเอง จนทำให้มุมมองต่อศักยภาพการใช้ชีวิตของตัวท่านเองต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ในตอนท้ายของ Workshop จะมีการแก้ปัญหาอารมณ์โดยทีมงานในกับผู้เข้าสัมมนาได้เป็นพิเศษ 2 เคสต่อการสัมมนา 1 ครั้ง โดยผู้เข้าสัมมนาที่ต้องการบำบัดพิเศษให้แจ้งล่วงหน้าทางโทรศัพท์ ผู้ที่แจ้งก่อนจะได้รับโอกาศก่อน
สถานที่ ห้อง In Between Hall ณ. SportsCity ถนนประชาชื่น ตรงข้ามการประปานครหลวง ดูแผนที่ที่ www.sportscity.co.th
สำรองที่นั่งโดย
1. ส่งข้อความสั้น SMS ถึงเบอร์ 089-456-8916 โดยระบุชื่อผู้จอง email และจำนวนคนที่จอง การตอบรับจะตอบกลับด้วย SMS เช่นกัน
2. หรือ ส่ง email ถึง cholnawatkorn@gmail.com
โดยระบุชื่อผู้จอง เบอร์โทรศัพท์ และจำนวนคนที่จอง การตอบรับจะตอบกลับด้วย email เช่นกัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 089-456-8916, 086-567-7345, 083-702-2248
Workshop นี้เป็นการ Service สังคมจริงๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ฝากประชาสัมพันธ์ต่อให้เพื่อนๆ รอบข้างด้วยครับ
ขอเชิญร่วมกิจกรรม “รวมมิตรจิตอาสา” ครั้งที่ 3
โครงการฉลาดทำบุญด้วยจิตอาสา ขอเชิญร่วมงาน “รวมมิตรจิตอาสา ครั้งที่ 3” วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2553 เวลา 13.00-16.00 น. ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ ภายในสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) กทม.
กำหนดการ
12.00 - 13.00 - ลงทะเบียน / รับสมัครอาสา
13.00 - 14.30 - เกี่ยวกับโครงการ “ฉลาดทำบุญด้วยจิตอาสา”
- แนะนำกิจกรรมจิตอาสารูปแบบต่างๆ จากองค์กรร่วมจัด
- เข้ากลุ่มตามเนื้อหากิจกรรมที่ท่านสนใจ
14.30 – 15.30 - กิจกรรมทำโปสการ์ด เพื่อส่งมอบให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเด็ก และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
15.30 – 16.00 - พูดคุยแลกเปลี่ยน “ประสบการณ์การทำกิจกรรม” ระหว่างอาสาสมัคร
โปรดยืนยันการเข้าร่วมงาน ภายในเวลา 18.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม 2553
o ด้วยการแจ้งชื่อ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ของท่าน และจำนวนคนที่จะเข้าร่วมงาน เพื่อทางเราจะได้จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ให้เพียงพอสำหรับทุกท่าน
o โดยสามารถแจ้งผ่านช่องทางดังนี้
1. อีเมล boonvolunteer@gmail.com
2. โทรศัพท์ 0-2882-5043, 08-6300-5458
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ “โครงการฉลาดทำบุญด้วยจิตอาสา”
โทรศัพท์ 0-2882-5043, 0-2882-4387, 08-6300-5458
อีเมล boonvolunteer@gmail.com
เว็บไซต์ www.budnet.org
สร้างสรรค์โดย
เครือข่ายพุทธิกา, เว็บไซต์บุดเพจดอจคอม, เครือข่ายจิตอาสา, มูลนิธิสุขภาพไทย, กลุ่ม Dosati9,
มูลนิธิกระจกเงา, กลุ่มไม้ขีดไฟ, มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม, ชุมชนคลองลัดมะยม, บ้านจิตอาสา,
มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน, มูลนิธิโลกสีเขียว
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับจังหวัดตรัง
ขอเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมเก็บขยะชายหาดสากลประจำปี 2553
"ชายหาดสะอาดกิ๊ก"
ณ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง
ในวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2553

ในงานจะมีกิจกรรมดังนี้
* นิทรรศการจากโรงเรียนในเขตพื้นที่จังหวัดตรัง
* การแสดง นักเรียนประกวดสื่อประชาสัมพันธ์ในหัวข้อเรื่อง "สารจากคลื่นใต้ทะเลครั้งที่ 3 ร่วมด้วยช่วยอาสา พัฒนาทะเลและชายหาด"
* ร่วมกันเก็บขยะชายหาด ดำน้ำทำความสะอาดท้องทะเล ร่วมกันรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมรับของที่ระลึก
สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่
ศูนย์ประสานงาน 02-262-0073 หรือคุณหยก 089 448-1029
อาสาสมัครดำน้ำกรุณาติดต่อคุณอุ้ย 089 113-9546
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ๊ค "ชายหาดสะอาดกิ๊ก"
http://th-th.facebook.com/pages/chayhad-saxad-kik/155538521141436
ดูกำหนดการได้ที่ http://th-th.facebook.com/photo.php?pid=436555&fbid=159264060768882&id=1...
ทำดี แทนคุณแผ่นดิน Second Project
“ลงหญ้าแฝก ย่ำบ้านดิน กินเพื่อสุขภาพ”
วันที่ ๑๖-๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ณ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ อ.เมือง จ.นครนายก ประเทศไทย
กลุ่มอาสาอิสระ ชักชวนเพื่อนๆชาวอาสาทุกๆท่าน ทุกๆเพศ ทุกๆวัยวุฒิ และทุกๆคุณวุฒิ เพียงแต่มีไฟอาสา ร่วมโครงการทำดี แทนคุณแผ่นดิน Second Project “ลงหญ้าแฝก ย่ำบ้านดิน กินเพื่อสุขภาพ” รูปแบบกิจกรรมชักชวนอาสาลงมือปลูกหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริในหลวงรอบบริเวณ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งอยู่ในเครือมูนิธิชัยพัฒนา และอาสาสมัครได้ลงมือปฏิบัติเรียนรู้การทำบ้านดิน รวมไปถึงการทำแชมพู สบู่เพื่อใช้ในครัวเรือนเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงแบบคนเมือง รวมไปถึงเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ
กำหนดการ
ทำดี แทนคุณแผ่นดิน Second Project
“ลงหญ้าแฝก ย่ำบ้านดิน กินเพื่อสุขภาพ
วันที่ ๑๖-๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ณ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ อ.เมือง จ.นครนาย ประเทศไทย
วันเสาร์ที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓
๐๗.๐๐ น. รวมพล คนตามหาความสุข (จุดนัดหมายจะแจ้งให้ทราบอีกที)
๐๗.๓๐ น. เดินทางสู่จังหวัดนครนายก (มื้อเช้า ระหว่างเดินทาง)
๐๙.๓๐ น. ถึงศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จ.นครนายก
๑๐.๐๐ น. กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ รู้จักกันวันพบเพื่อนใหม่
๑๑.๐๐ น. กิจกรรม “ลงหญ้าแฝก”
๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่๑)
๑๓.๓๐ น. กิจกรรม “ย่ำดิน ปั้นเป็นก้อน”
๑๖.๐๐ น. กิจกรรมสร้างสรรค์จินตนาการด้วยตนเอง
- พูดคุย ชักชวนกันถ่ายรูปแบบง่ายกลางธรรมชาติ
- วาดรูปจากธรรมชาติไปฝากเพื่อน
๑๗.๐๐ น. แยกย้ายไปพักผ่อน ทำภารกิจ ส่วนตัว
๑๘.๓๐ น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่๒)
๑๙.๓๐ น. กิจกรรมสรุป
อาสาอยากบอก
๒๑.๓๐ น. แยกย้ายพักผ่อน ดูดาวที่กลางสวน
วันอาทิตย์ที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓
๐๖.๐๐ น. ตื่นเช้าเพื่อกำไรของชีวิต
๐๖.๑๕ น. เรียนรู้ระบบร่างกายตัวเอง โดย โยคะปรับสมดุล
๐๗.๓๐ น. แยกย้ายทำภารกิจ และกิจกรรมตามหน้าที่ ชมนก ชมไม้
๐๘.๓๐ น. รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่๓)
๐๙.๓๐ น. กิจกรรมสองมือนี้ที่ทำของใช้เอง
- ก็ชวนทุกคนผ่อนคลายด้วยการแช่มือ-แช่เท้า รีดตัว
และปิดท้ายด้วยการทำแชมพูมะกรูดร้อยเปอร์เซ็นต์และสบู่ก้อนสมุนไพร
๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่๔)
๑๓.๐๐ น. เก็บสัมภาระส่วนตัว เตรียมตัวเดินทางกลับ
๑๔.๐๐ น. กิจกรรมช่วงบ่าย อาสาเยี่ยมชมโรงเรียนนายร้อยจ.ป.ร. จ.นครนายก
๑๗.๓๐ น. กลับถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ กิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
รับอาสาสมัคร จำนวนจำกัด ๔๕ คน
ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม ๘๕๐ บาท
สิ่งที่จะได้รับจากค่าสมทบกิจกรรม
๑. การเดินทางโดยรถบัส ๕๐ ที่นั่ง
๒. ที่พัก อิงธรรมชาติ กลางสวน
๓. อาหาร ๔ มื้อ
๔. การรับรอง ประกันอุบัติการเดินทาง ครอบคลุม ๒ วัน ๑ คืน
๕. เสื้อสำหรับโครงการ
๖. อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้สำหรับทำกิจกรรม
ค่าใช้จ่ายไม่รวม
๑.ค่าเช่าจักรยาน โรงเรียนนายร้อย จปร.
๒.กิจกรรม โรงเรียนนายร้อย
คุณสมบัติผู้เข้าร่วม
(เพื่อความปลอดภัยผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องสุขภาพ และการกินอยู่ กรุณาแจ้งล่วงหน้า)
๑. สามารถกินง่าย อยู่ง่าย เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มได้ทุกกิจกรรม
๒. อดทน ลุยทุกสถานการณ์ / นั่งรถได้เวลานาน
๓. ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง รักสายลมแสงแดด รักธรรมชาติและภูเขาลำเนาไพร
๔. มีใจทำงานในงานอาสาสมัคร
๕. มีมนุษย์สัมพันธ์ดี / แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
๖. เปิดใจเรียนรู้ และรับฟังผู้อื่น
**หมายเหตุ ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุและวัย เพราะเป็นงานอาสาสมัครและเป็นกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ถ้ามีคุณสมบัติครบ ก็ขอเชิญเลยครับ**
สิ่งที่ควรนำไปด้วย
ของใช้ส่วนตัว / ยาประจำตัว / รองเท้าสวมสบายไม่ลื่นง่าย / หมวกกันแดด / เสื้อผ้าที่ใส่แล้วสบายตัว / ยาทากันยุง / ผ้าถุงหรือผ้าขาวม้า/ เสื้อกันฝน (เผื่อฝนตก) / เสื้อกันหนาว(กลางคืนอากาศจะหนาว
การยืนยันร่วมกิจกรรม และการชำระเงิน
๑. สมัครได้ทางโทรศัพท์หมายเลข ๐๘๑-๕๑๕๘๕๖๔ (081-515 8564)
๒.ชำระเงิน ๓วันหลังจาก สมัคร เนื่องจากต้อง จ่ายค่ามัดจำ รถและที่พัก และเป็นการยืนยันการร่วมกิจกรรมที่แน่นอน
สมทบค่าใช้จ่ายได้ที่
โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์
ธนาคารกรุงเทพ สาขา เทสโก้ โลตัส รัตนาธิเบศร์
ชื่อบัญชี นาย จิระพงค์ รอดภาษา
เลขบัญชี 914-0-07389-2
เมื่อโอนแล้วกรุณาโทรยืนยันการโอนที่ เบอร์ ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔ (081-515 8564)
และ ส่ง FAX มาที่ ๐๒-๕๖๒ ๐๐๙๓ พร้อมระบุรายชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรติดต่อกลับ
หรือถ่ายสำเนา attach file มาที่ sunday2309@hotmail.com
ติดต่อสอบถาม
นายจิระพงค์ รอดภาษา (นุ้งนิ้ง)
E-mail: Sunday2309@hotmail.com
หมายเลขโทรศัพท์ : ๐๘๑-๕๑๕๘๕๖๔ (081-515 8564)
ขอความร่วมมือ
***อาสาปลอดเหล้า งดอบายมุข และของมึนเมา การพนันทุกชนิด ทุกประเภท ตลอดกิจกรรม ***
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
ทำดี แทนคุณแผ่นดิน Second Project
“ลงหญ้าแฝก ย่ำบ้านดิน กินเพื่อสุขภาพ”
วันที่ ๑๖-๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ณ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ อ.เมือง จ.นครนายก ประเทศไทย
กลุ่มอาสาอิสระ ชักชวนเพื่อนๆชาวอาสาทุกๆท่าน ทุกๆเพศ ทุกๆวัยวุฒิ และทุกๆคุณวุฒิ เพียงแต่มีไฟอาสา ร่วมโครงการทำดี แทนคุณแผ่นดิน Second Project “ลงหญ้าแฝก ย่ำบ้านดิน กินเพื่อสุขภาพ” รูปแบบกิจกรรมชักชวนอาสาลงมือปลูกหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริในหลวงรอบบริเวณ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งอยู่ในเครือมูนิธิชัยพัฒนา และอาสาสมัครได้ลงมือปฏิบัติเรียนรู้การทำบ้านดิน รวมไปถึงการทำแชมพู สบู่เพื่อใช้ในครัวเรือนเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงแบบคนเมือง รวมไปถึงเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ
กำหนดการ
ทำดี แทนคุณแผ่นดิน Second Project
“ลงหญ้าแฝก ย่ำบ้านดิน กินเพื่อสุขภาพ
วันที่ ๑๖-๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ณ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ อ.เมือง จ.นครนาย ประเทศไทย
วันเสาร์ที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓
๐๗.๐๐ น. รวมพล คนตามหาความสุข (จุดนัดหมายจะแจ้งให้ทราบอีกที)
๐๗.๓๐ น. เดินทางสู่จังหวัดนครนายก (มื้อเช้า ระหว่างเดินทาง)
๐๙.๓๐ น. ถึงศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จ.นครนายก
๑๐.๐๐ น. กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ รู้จักกันวันพบเพื่อนใหม่
๑๑.๐๐ น. กิจกรรม “ลงหญ้าแฝก”
๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่๑)
๑๓.๓๐ น. กิจกรรม “ย่ำดิน ปั้นเป็นก้อน”
๑๖.๐๐ น. กิจกรรมสร้างสรรค์จินตนาการด้วยตนเอง
- พูดคุย ชักชวนกันถ่ายรูปแบบง่ายกลางธรรมชาติ
- วาดรูปจากธรรมชาติไปฝากเพื่อน
๑๗.๐๐ น. แยกย้ายไปพักผ่อน ทำภารกิจ ส่วนตัว
๑๘.๓๐ น. รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่๒)
๑๙.๓๐ น. กิจกรรมสรุป
อาสาอยากบอก
๒๑.๓๐ น. แยกย้ายพักผ่อน ดูดาวที่กลางสวน
วันอาทิตย์ที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓
๐๖.๐๐ น. ตื่นเช้าเพื่อกำไรของชีวิต
๐๖.๑๕ น. เรียนรู้ระบบร่างกายตัวเอง โดย โยคะปรับสมดุล
๐๗.๓๐ น. แยกย้ายทำภารกิจ และกิจกรรมตามหน้าที่ ชมนก ชมไม้
๐๘.๓๐ น. รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่๓)
๐๙.๓๐ น. กิจกรรมสองมือนี้ที่ทำของใช้เอง
- ก็ชวนทุกคนผ่อนคลายด้วยการแช่มือ-แช่เท้า รีดตัว
และปิดท้ายด้วยการทำแชมพูมะกรูดร้อยเปอร์เซ็นต์และสบู่ก้อนสมุนไพร
๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารเที่ยง (มื้อที่๔)
๑๓.๐๐ น. เก็บสัมภาระส่วนตัว เตรียมตัวเดินทางกลับ
๑๔.๐๐ น. กิจกรรมช่วงบ่าย อาสาเยี่ยมชมโรงเรียนนายร้อยจ.ป.ร. จ.นครนายก
๑๗.๓๐ น. กลับถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ กิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
รับอาสาสมัคร จำนวนจำกัด ๔๕ คน
ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม ๘๕๐ บาท
สิ่งที่จะได้รับจากค่าสมทบกิจกรรม
๑. การเดินทางโดยรถบัส ๕๐ ที่นั่ง
๒. ที่พัก อิงธรรมชาติ กลางสวน
๓. อาหาร ๔ มื้อ
๔. การรับรอง ประกันอุบัติการเดินทาง ครอบคลุม ๒ วัน ๑ คืน
๕. เสื้อสำหรับโครงการ
๖. อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้สำหรับทำกิจกรรม
ค่าใช้จ่ายไม่รวม
๑.ค่าเช่าจักรยาน โรงเรียนนายร้อย จปร.
๒.กิจกรรม โรงเรียนนายร้อย
คุณสมบัติผู้เข้าร่วม
(เพื่อความปลอดภัยผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องสุขภาพ และการกินอยู่ กรุณาแจ้งล่วงหน้า)
๑. สามารถกินง่าย อยู่ง่าย เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มได้ทุกกิจกรรม
๒. อดทน ลุยทุกสถานการณ์ / นั่งรถได้เวลานาน
๓. ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง รักสายลมแสงแดด รักธรรมชาติและภูเขาลำเนาไพร
๔. มีใจทำงานในงานอาสาสมัคร
๕. มีมนุษย์สัมพันธ์ดี / แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
๖. เปิดใจเรียนรู้ และรับฟังผู้อื่น
**หมายเหตุ ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุและวัย เพราะเป็นงานอาสาสมัครและเป็นกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ถ้ามีคุณสมบัติครบ ก็ขอเชิญเลยครับ**
สิ่งที่ควรนำไปด้วย
ของใช้ส่วนตัว / ยาประจำตัว / รองเท้าสวมสบายไม่ลื่นง่าย / หมวกกันแดด / เสื้อผ้าที่ใส่แล้วสบายตัว / ยาทากันยุง / ผ้าถุงหรือผ้าขาวม้า/ เสื้อกันฝน (เผื่อฝนตก) / เสื้อกันหนาว(กลางคืนอากาศจะหนาว
การยืนยันร่วมกิจกรรม และการชำระเงิน
๑. สมัครได้ทางโทรศัพท์หมายเลข ๐๘๑-๕๑๕๘๕๖๔ (081-515 8564)
๒.ชำระเงิน ๓วันหลังจาก สมัคร เนื่องจากต้อง จ่ายค่ามัดจำ รถและที่พัก และเป็นการยืนยันการร่วมกิจกรรมที่แน่นอน
สมทบค่าใช้จ่ายได้ที่
โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์
ธนาคารกรุงเทพ สาขา เทสโก้ โลตัส รัตนาธิเบศร์
ชื่อบัญชี นาย จิระพงค์ รอดภาษา
เลขบัญชี 914-0-07389-2
เมื่อโอนแล้วกรุณาโทรยืนยันการโอนที่ เบอร์ ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔ (081-515 8564)
และ ส่ง FAX มาที่ ๐๒-๕๖๒ ๐๐๙๓ พร้อมระบุรายชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรติดต่อกลับ
หรือถ่ายสำเนา attach file มาที่ sunday2309@hotmail.com
ติดต่อสอบถาม
นายจิระพงค์ รอดภาษา (นุ้งนิ้ง)
E-mail: Sunday2309@hotmail.com
หมายเลขโทรศัพท์ : ๐๘๑-๕๑๕๘๕๖๔ (081-515 8564)
ขอความร่วมมือ
***อาสาปลอดเหล้า งดอบายมุข และของมึนเมา การพนันทุกชนิด ทุกประเภท ตลอดกิจกรรม ***
วัน เสาร์ ที่ 17 ต.ค. 53
โครงการอาสาทำดีได้ใน 1 วัน
รับสมัครอาสาปลูกป่าชายเลนปากน้ำสมุทรสงคราม
(ทำดีได้ใน 1 วัน )

หลังจากที่ ทีมงานบ้านดินไทย หนึ่งในสมาชิกเครือข่ายจิตอาสา ได้จัดกิจกรรมอาสาสมัคร ช่วย อนุรักษ์ธรรมชาติในหลาย กิจกรรมที่ผ่านมา เช่น โครงการปลูกป่าสร้างฝาย ไทยประจัน ราชบุรี โครงการปลูกป่าให้ช่าง กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันต์ โครงการอาสาช่วยปลูกปะการัง ตามแนวพ่อหลวง ฯลฯ ตลอดจนโครงการที่ช่วยเหลือสังคม เช่น โครงการอาสาสร้างศูนย์เรียนรู้ ดินและปลูกปะการัง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีจาก อาสาสมัครทั่วไป มีอาสาสมัคร เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคับคั่ง จนบางกิจกรรมต้องเปิดหลายรอบ และกิจกรรมอาสา 1 วันก็เริ่มมาตั้งแต่ เดือน ม.ค. เป็นต้นมา แต่มีหลายท่านอยากไปเดี่ยวๆ ดังนั้นจึงจัดทำสำหรับบุคคลทั่วไป ดังนี้
“ โครงการอาสาทำดี 1 วัน ปลูกป่าชายเลนปากน้ำสมุทรสงคราม" จึงเกิดขึ้น เพื่อให้อาสา สมัครได้ใช้เวลา 1 วันให้เป็นประโยชน์
กิจกรรมปลูกป่าชายเลน เป็น กิจกรรมที่ชวนอาสาสมัคร เข้าไปสัมผัส ป่าชายเลน ที่ยังหลงเหลืออยู่ใน จ.สมุทรสงคราม และช่วยกันปลูก ต้นโกงกาง
ปลูกป่าชายเลน(ปากแม่น้ำ สมุทรสงคราม) ภายใน 1 วัน
รายละเอียดกิจกรรม
สวัสดิการ
การเตรียมตัว
สมัครกิจกรรม คลิ๊กที่นี่ ใบสมัคร
สมทบค่าใช้จ่าย
ไปรถที่ทางทีมงานจัดให้ ท่านละ 750 บาท
เดินทางเอง ท่านละ 550 บาท
หมายเหตุ รับสมัครอาสาเพียง 50 ท่าน
นัดขึ้นรถที่ซอยรางน้ำหน้าคิงเพาวเวอร์
วันที่ 17 ต.ค. 53 เวลา 06.00 น.
ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมกรุณา
โอนเงินผ่าน
บัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย ม.เกษตรศาสตร์
ชื่อบัญชี สุรัช สะราคำ เลขบัญชี ๒๓๕-๒-๐๓๓๔๘-๔ ออมทรัพย์
เมื่อโอนแล้วกรุณา โทรยืนยันการโอน ที่ 086-770-2233
และส่งรายชื่อนามสกุลของอาสาทุกท่านพร้อมเบอร์โทรศัพท์
(บอกวันเวลาการโอนและธนาคารที่โอน)ไม่ต้องส่งสลิปมา
ที่มา : http://www.baandinthai.com/index.php?option=com_content&view=article&id=...
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
Social and Economic Corridors of the Mekong Basin
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
-----------------------------------------
ความเป็นมา
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
ดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรม พลังแห่งวิถีของชุมชน และเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกทางน้ำที่ต่างเป็นสมบัติอันล้ำค่าของผู้คนในแถบนี้ ที่เชื่อมโยงกันอยู่เหนือกว่าพรมแดน
ใดๆของรัฐชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังยุคสงครามเย็นสิ้นสุดลงได้นำความมั่งคั่งมาสู่ดินแดนแห่งนี้ แต่ขณะเดียวกันผลกระทบในทางลบที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ดำเนินคู่ขนานไปพร้อมกันๆ
ทุกวันนี้องค์ความรู้เกี่ยวกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนั้น จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มและแยกส่วน อยู่ในหมู่นักวิชาการ ผู้วางแผนนโยบาย นักเคลื่อนไหว ภาคประชาสังคมทั้งในแวดวงธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และพัฒนาสังคม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่การบูรณการทางความรู้ชุดนี้ต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความตระนักรู้ถึงคุณค่าต่างๆที่หลอมรวมอยู่ในอนุภูมิภาคแห่งนี้ อันจะนำไปสู่การยู่ร่วมกันอย่างสันติ รู้และเข้าใจเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่จัดขึ้นเป็นครึ่งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ที่ผ่านมา ได้เป็นหลักหมายที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพราะบรรดาผู้นำและผู้เกี่ยวข้องได้ "ยอมรับ" แล้วว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในตลอดสายแม่น้ำโขงแห่งนี้ ทั้งเรื่องปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำแห้งขอด มลพิษทางน้ำ การลดลงของทรัพยากรทางน้ำในแม่น้ำโขง ปัญหาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และภาวะหมอกควัน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยตรง การประชุมครั้งนี้ ยังยอมรับว่าปัญหาที่กล่าวมาเหล่านี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชนและภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
รายงานข่าวที่ว่า เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2553 หรือ ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดลงจนถึงจุดต่ำสุดในรอบ 50 ปี นับว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อทุกคนในประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแห่งนี้ ว่า การพัฒนาแม่น้ำโขงนั้นไม่สามารถจะมองผ่านมิติการพัฒนาทางเศรษฐกิจและพลังงานเพียงอย่างเดียว ได้อีกต่อไป
ด้วยตระหนักถึงพันธกิจทางวิชาการ การสัมมนาครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในฐานะที่เป็นกิจกรรมแห่งความร่วมมือในวงวิชาการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โดยความริเริ่มของสถาบัน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และได้จากความร่วมมือจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กับ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ส่งเสริมและให้การสนับสนุนการศึกษาการวิจัยเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขยายพรมแดนความรู้และสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาแก่คนและสังคมไทยให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยปัญญา ดังพุทธภาษิตที่ว่า “นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา” แสงสว่าง เสมอด้วยปัญญา ไม่มี
วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ข้อมูลในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านคมนาคม เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิถีชุมชน และนิเวศวิทยา
2. เพื่อกระตุ้นให้มีการนำเอาความรู้และความเข้าใจที่ได้ ไปปรับให้เอื้อต่อการสร้างความเข้าใจอันดีของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าและองค์ความรู้ และพัฒนาบุคคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองสังคมไทย
ระยะเวลาของการสัมมนา วันที่ 21 - 22 ตุลาคม 2553 และ ภาคสนามวันที่ 23 - 28 ตุลาคม 2553
ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน
ลงทะเบียนสัมมนาวิชาการท่านละ 1,500 บาท
1,000 บาท(สำหรับนักเรียน / นิสิต /นักศึกษาปริญญาตรี และผู้ที่มีภูมิลำเนา และ/หรือ ปฏิบัติงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดนครพนม)
(เป็นค่าเอกสารประกอบการสัมมนา อาหารกลางวัน อาหารเย็น อาหารว่าง)
สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
(วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 เวลา 14.00 - 17.30 น.)
(ในกรณีมีผู้ลงทะเบียนน้อยกว่า 40 ท่าน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางและยินดีคืนเงินค่าลงทะเบียน)
ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท
สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
(วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553)
ลงทะเบียนภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ท่านละ 26,000.- บาท
จำนวนผู้ลงพื้นที่ภาคสนาม รับจำนวนจำกัด 80 ท่าน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เกิด ความเคลื่อนไหวและตื่นตัวในวงวิชาการเกี่ยวกับในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในลุ่ม น้ำโขง
2. เกิดการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เกิดการต่อยอดให้มีมุมมองประเด็นปัญหาใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย , บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
มหาวิทยาลัยนครพนม , สมาคมจดหมายเหตุสยาม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 และ เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ,
มูลนิธิโรงเรียนน่าอยู่เรียนรู้อย่างเป็นสุขนครพนม
ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
โทร. 02-424-5768 , โทร./โทรสาร 02-433-8713, 02-882-3850
e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
(1) รัฐชาติ – พรมแดน: ความขัดแย้งและข้อยุติ บนเส้นทางสันติภาพอาเซียน โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ผศ.กาญจนี ละอองศรี (รายงานการสัมมนา ที่ หอประชุมใหญ่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 )
(2) เอกสารสัมมนาจัดพิมพ์เป็นเล่มย่อยๆ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.textbooksproject.com , www.seas.arts.tu.ac.th
www.toyota.co.th , www.toyota.co.th/th/ttf/ttf_home.asp
แผนที่โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว
เลขที่ 9 ถนนนครพนม- ธาตุพนม อ. เมือง จ. นครพนม 48000 โทร : 042 522 333 - 40

กำหนดการสัมมนาวิชาการ
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
---------------------------------
พฤหัส 21 ตุลาคม 2553
08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 09.10 น. อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวรายงาน
09.10 - 09.30 น. เปิดการสัมมนาโดย พลตำรวจเอก เภา สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
09.30 - 10.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.00 - 12.00 น. อภิปรายทั่วไป " อนาคต ของแม่น้ำโขง: มุมมองจากต้นน้ำ ถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง"
รศ.ลู ซิง (Assoc. Prof. Lu Xing) ม.ยูนาน
รศ.สุพาบ ขวงวิจิต (Assoc. Prof. Souparb Khouangvichit) ม.แห่งชาติลาว
ดร.วิฑูรย์ วิริยะสกุลธรณ์ MRC
รศ. ดร. เล เวียด ยุง (Assoc. Prof. Le Viet Dung)
คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ NGO
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 15.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณเด่นชัย ไตรยะถา สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม
คุณทองแถม นาถจำนง บก. สยามรัฐรายวัน
คุณณรงค์ ชินสาร อดีต ผอ.เขตการศึกษานครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในเวียดนาม และลาว /ไทย”
ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ ม.มหาสารคาม
อ.พิเชฐ สายพันธ์ ม.ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.อรรถ นันทจักร์ ม.มหาสารคาม *
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “วิกฤต น้ำของ - น้ำโขง 2553”
คุณวิฑรูย์ เพิ่มพงศาเจริญ มูลนิธิฟื้นฟู
อ.นิวัติ ร้อยแก้ว กลุ่มรักษ์เชียงของ
ดร.หิรัญ แสวงแก้ว ม.ขอนแก่น
คุณดิรก สาระวดี ม.ขอนแก่น
คุณเพียรพร ดีเทศน์ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เชียงใหม่ ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน"
คุณจ๋ามตอง เครือข่ายสตรีไทยใหญ่
คุณสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโส
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ม.มหิดล ดำเนินรายการ
15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 - 17.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง”
คุณสมคิด สิงสง นักเขียนภาคอีสาน
คุณปราโมทย์ ในจิต กวี นักเขียน นักแปล
คุณโอทอง คำอินซู (ฮุ่งอะลุน แดนวิไล) ซีไรต์ สปป.ลาว
คุณชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต สมาคมนักกลอนฯ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย”
อ.วิชาญ ฤทธิธรรม มรภ.สกลนคร
คุณเหลาไท นิลนวล นายก อบต.หลุบเลา สกลนคร
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ม.รังสิต
ผศ.ปรีชา ธรรมวินทร มรภ.สกลนคร ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ”
สว.พนัส ทัศนียานนท์ อดีต สว.ตาก
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
อ.กวีพล สว่างแผ้ว ม.บูรพา
รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล ม.มหิดล ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป”
ดร.มรกต เจวจินดา ไมยเออร์ มศว.
รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช ม.ธรรมศาสตร์.
รศ.ดร.สุชาติ บำรุงสุข ม.จุฬา *
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ผู้ดำเนินรายการ
17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
คุณอภินันท์ บัวหภักดี บก.ภาพถ่าย นิตยสาร อสท.
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ
19.30 – 21.00 น. อภิปราย และ ชมภาพยนตร์ เรื่อง “เนรคุณ” ภาพยนตร์ชิงรางวัล ออสการ์ ปี 2009 ร่วมสร้างโดย
ผู้กำกับชาว ลาวและอเมริกัน นำเสนอโดย ทีมงาน FILM KAWAN (ห้องเสาร์ทอง)
ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
8.30 - 10.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน”
อ.อรอนงค์ ทิพย์พิมล ม.ธรรมศาสตร์
อ.ดุลยภาค ปรีชารัชช ม.ธรรมศาสตร์
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.พิภพ อุดร ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ”
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
คุณธนวัฒน์ จันทร์ต๊ะบุญ นายกสมาคมนักข่าว นครพนม
คุณเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ อุปนายกสมาคมสื่อมวลชน จ.ขอนแก่น
รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ”
ผศ.ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ ม.ธรรมศาสตร์
ดร.ธงชัย สวัสดิสาร ม.นครพนม
รศ.ดร.ประสิทธิ์ คุณุรัตน์ ม.ขอนแก่น
รศ.สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ ม.ขอนแก่น
รศ.ดร.วิทยา สุจริตธนารักษ์ ม.จุฬา ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง”
รศ.ดร. ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ ม.ขอนแก่น
ดร. แก้วตา จันทรานุสรณ์ ม.ขอนแก่น
ดร. กีรติพร ศรีธัญรัตน์ ม.ขอนแก่น
อ.จีระศักดิ์ โสะสัน ม.ขอนแก่น
อ.ฐากูร สรวงศ์สิริ ม.ขอนแก่น
ผศ.ดร.เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ ม.ขอนแก่น ดำเนินรายการ
10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
11.00 - 13.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี”
รศ. เฉลิมสัก พาบุดดี ม.แห่งชาติลาว
คุณเหงียน วัน เซิน นักวิชาการเวียดนาม
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม”
คุณมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้านครพนม
คุณอดิศร เสนแย้ม สถาบันเอเชีย จุฬา
ท่านนาง บุนมี ขันติวง ตัวแทน จากแขวงสะหวันนะเขต
คุณชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้า มุกดาหาร
ท่าน ไทยะพอน สิงทอง ตัวแทนแขวงคำม่วน
รศ.ดร.ประสาท อิศรปรีดา ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม”
อ. ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ ม.อุบลราชธานี
ดร.สมศรี ชัยวณิชยา ม.อุบลราชธานี
รศ.สมหมาย ชินนาค ม.อุบลราชธานี
อ.ธวัช มณีผ่อง ม.อุบลราชธานี
ผศ.ดร.อินทิรา ซาฮีร์ ม.อุบลราชธานี ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “อัตลักษณ์ผ้าทอลุ่มน้ำโขง”
อ.พณิฐา ยงพิทยาพงศ์ ม.นครพนม
อ.วีระศักดิ์ จุลดาลัย ม.นครพนม
อ. วัชรี แซงบุญเรือง ม. นครพนม
รศ.เทอดศักดิ์ คำเหม็ง ม.นครพนม ดำเนินรายการ
13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
14.00 - 17.30 น. ทัวร์ ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ออกเดินทางจากท่าเรือเทศบาลจังหวัดนครพนม นั่งเรือข้ามฟากไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ขึ้นรถปรับอากาศแล้วเดินทางจากด่านลาวไปยังกำแพงหินยักษ์โบราณ
(กำแพงหินที่เกิดขึ้นเองหรือธรรมชาติสร้างขึ้น มีความยาวประมาณ 60 – 200 กิโลเมตร)
ต่อจากนั้นออกเดินทางไปชมสถานที่ก่อสร้างที่อนุสรณ์สถาน (เวียดนามสนับสนุน)
ชมประเพณีออกพรรษาลาว ที่วัดในเมืองท่าแขก และเดินทางต่อไปสักการะพระธาตุ
ศรีโคตรบอง เดินชม และ ช้อปปิ้ง ในตลาดท่าแขก ก่อนข้ามเรือกลับนครพนม ชมพระอาทิตย์ตก
พิธีกรตลอดงาน อ.สมฤทธิ์ ลือชัย
* วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม
กำหนดการภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
--------------------------------------
วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง
8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม
สู่ถิ่น “วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย-ลาว” จังหวัดหนองคายระยะทางราว 300 กม.
แวะนมัสการหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย ชมความงามของพระพุทธรูปสมัยล้านช้าง พร้อมรับฟังบรรยายเหตุการณ์ปาฎิหารย์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “หลวงพ่อเกวียนหัก”
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย
บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง
หรืออีกชื่อคือพระเจดีย์โลกจุฬามณี ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศลาว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รับฟังบรรยาย ร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นหัวข้อ “เวียงจัน 450ปี”
เดินทางลดเลี้ยวไปตามถนนหมายเลข13 เพื่อมุ่งสู่เมืองวังเวียง เมืองตากอากาศที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามตระการตา ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา
วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น
ตลอดทั้งปี-ดินแดนที่มีทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่น เขียวขจี และนับเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์สำคัญเกี่ยวพันถึงสงครามอินโดจีน
บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน
ระหว่างทางชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวลาว และธรรมชาติสองข้างทาง ภูเขาใหญ่ น้อยต่างๆ ที่ทอดตัวเรียงกัน
ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง
เช็คอินโรงแรม อิสระเดินเล่น ถ่ายภาพ ชมบรรยากาศสีสันตัวเมืองยามค่ำคืน
วันจันทร์ที่ 25 ต.ค. 53 เชียงขวาง – ทุ่งไหหิน – เมืองวิงห์(เวียดนาม)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร
พร้อมรับฟังทฤษฎีทั้งจากการค้นคว้าข้อมูลจากโลกตะวันตกและนิทานปรัมปราพื้นเมืองที่อ้างถึงที่มาในการสร้างไหหิน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน
เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม
ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เข้าสู่จังหวัดเหงะ อาน(Nghe An) อันเป็นบ้านเกิดของท่านประธานโฮ-จิมินห์
เดินทางต่อเพื่อมุ่งสู่เมืองวิงห์ เมืองหลวงประจำจังหวัดเหงะ อาน
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
เช็คอินโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย อิสระเดินเล่นชมเมืองยามค่ำคืน
![]() |
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์
วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก
ของประชาชนชาวเวียดนาม เยี่ยมชมบ้านเกิดท่าประธานโฮฯ ณ หมู่บ้านแซน ตำบล นามด่าน จังหวัดเหงะอาน
ระหว่างทาง ชมสภาพหมู่บ้าน ลักษณะบ้านชนบทของชาวเวียดนามเหนือ เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต ค่านิยมและความเชื่อ พร้อมรับฟังชีวประวัติของท่านเพื่อศึกษาแนวคิด แนวทางการต่อสู้เพื่อเอกราช การทำงาน
และความคิดเห็นของท่านในเรื่องต่างๆที่ทรงคุณค่า ซึ่งเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า
จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ
ต่อต้านการรุกรานจากราชวงศ์หมิงแห่งจีน ซึ่งในตอนหลังได้ถูกสถาปนาเป็นกษัตริย์ใช้ชื่อว่า Le Thai To
(เล ท้าย โต่) ปกครองกรุง Dong Kinh (ดง กิงห์, อีกหนึ่งชื่อเรียกของกรุงทังลอง-ฮานอย)
ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง
กรุงThang Long (ทัง ลอง) ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Ha Noi (ฮ่า โหน่ย/ฮานอย) เมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งกำลังจะมีอายุครบรอบ 1000 ปี ในเดือนตุลาคมปีนี้
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
ช็อปปิ้งสินค้าผ้าปักพื้นเมือง ณ ตลาด ตามก๊ก (Tam Coc) เช็คอินโรงแรมริมทะเลสาบบรรยากาศเงียบสงบ
![]() |
![]() |
![]() |
|||

จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้า
ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน
ที่มีต่อเวียดนามเกือบพันปี รับฟังบรรยายเหตุผลการเลือกนิงห์ บิ่งห์(ฮวา ลือ)เป็นราชธานี และเหตุผลการย้ายราชธานีไปยังกรุงทัง ล็อง(ฮานอย)
ออกเดินทางขึ้นเหนือระยะทางราว 100 กม. เพื่อเข้าสู่ฮานอย เมืองหลวงปัจจุบันแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย
กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ
ชมทะเลสาบคืนดาบ สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานการสร้างชาติเวียดนามโดยกษัตริย์เล ท้าย โต่ สักการะวัดหง็อกเซิน อันเป็นสถานที่ตั้งศาลบูชาของกษัตริย์ Tran Hung Dao (เจริ่น ฮึง ด่าว) ผู้ซึ่งได้รับ
การยอมรับจากทั่วโลกให้เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง
อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย
วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ
ชมกำแพงเมืองด้านทิศเหนือของกรุงฮานอย สถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งเกี่ยวพันถึงการเสียเอกราชของ
เวียดนามให้กับมหาอำนาจฝรั่งเศส
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง
ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา
ทหารอเมริกันจำนวนมาก จนคุกแห่งนี้ถูกตั้งฉายาในหมู่ทหารอเมริกันว่า “Hilton Hanoi”
เยี่ยมชมสะพาน ลองเบียน (Long Bien) ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1903 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งออกแบบสร้างหอไอเฟล และสะพานสายนี้ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในช่วงสงครามเวียดนาม
อิสระช็อปปิ้ง ณ บริเวณถนนโบราณ 36 สาย ชมวิถีชีวิต สภาพบ้านเมืองในปัจจุบันของชาวฮานอย
อิสระชิมกาแฟ ณ ถนนกาแฟประจำตัวเมือง ทดลองลิ้มรสกาแฟเวียดนามที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเข้มข้นและหอมกรุ่น
ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น.
21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ
อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม
ผู้ใหญ่ราคา พัก 2 ท่าน ท่านละ 26,000.- บาท
เด็กอายุ 2-12 ปีพักร่วมกับผู้ใหญ่ 2 ท่านไม่มีเตียงเสริม 23,000.- บาท
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 4,500.- บาท
อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม
1. ค่ารถโค้ชปรับอากาศ และค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
2. ค่าที่พัก 5 คืน
3. ค่าอาหารตามรายการ
4. ค่าธรรมเนียมผ่านแดนไทย-ลาว-เวียดนาม
5. ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
6. ค่าบริการมัคคุเทศก์ลาว-เวียดนาม
7. ประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ระบุ)
อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม
1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
2. ค่าทิปไกด์ พนักงานขับรถ พนักงานยกกระเป๋า ฯลฯ
3. ค่าทำพาสปอร์ต
4. ค่าวิซาเข้าประเทศลาวและเวียดนาม กรณีชาวต่างชาติ
เอกสารการเดินทาง
หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam
การยกเลิกการเดินทาง
กรณีที่ผู้ลงทะเบียนภาคสนาม ขอยกเลิกการเดินทาง ก่อนวันเดินทาง 15 วัน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าลงทะเบียน ยกเว้นในกรณีที่มีผู้มาแทน จะต้องชำระค่าส่วนต่างค่าตั๋วเครื่องบินในการเปลี่ยนชื่อผู้เดินทาง
การเปลี่ยนแปลงรายการ
ผู้จัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุ จำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ กรณีที่สูญหายหรือสูญเสีย นอกเหนือความรับผิดชอบและเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่าง ๆ
หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ
ขอความกรุณากรอกรายละเอียดด้วย ตัวบรรจง เพื่อสะดวกในการจัดทำเอกสาร
v หากท่านประสงค์ที่จะเดินทางไปลงพื้นที่ภาคสนามเพียงอย่างเดียว ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ v
คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850
e-mail: kitsunee_tai@yahoo.com
การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข 213 แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข 22 รวมระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม มีทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2936 2852 – 66 และที่จังหวัดนครพนม โทร. 0 4251 1043
สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. 0 4252 0411 บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. 0 4252 0651 และบริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. 0 4251 2098 www.transport.co.th
เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com
ที่พักในจังหวัดนครพนม (โปรดดำเนินรายการจองด้วยตนเอง)
นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท
เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท
นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท
เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท
เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท
เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท
ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท
แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท
ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท
หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ
จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน
ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/
กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713
หรือทางไปรษณีย์ที่มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์
413/38 ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2553 (กรุณากรอกด้วยตัวบรรจง)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
Social and Economic Corridors of the Mekong Basin
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
-----------------------------------------
ความเป็นมา
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
ดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรม พลังแห่งวิถีของชุมชน และเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกทางน้ำที่ต่างเป็นสมบัติอันล้ำค่าของผู้คนในแถบนี้ ที่เชื่อมโยงกันอยู่เหนือกว่าพรมแดน
ใดๆของรัฐชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังยุคสงครามเย็นสิ้นสุดลงได้นำความมั่งคั่งมาสู่ดินแดนแห่งนี้ แต่ขณะเดียวกันผลกระทบในทางลบที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ดำเนินคู่ขนานไปพร้อมกันๆ
ทุกวันนี้องค์ความรู้เกี่ยวกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนั้น จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มและแยกส่วน อยู่ในหมู่นักวิชาการ ผู้วางแผนนโยบาย นักเคลื่อนไหว ภาคประชาสังคมทั้งในแวดวงธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และพัฒนาสังคม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่การบูรณการทางความรู้ชุดนี้ต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความตระนักรู้ถึงคุณค่าต่างๆที่หลอมรวมอยู่ในอนุภูมิภาคแห่งนี้ อันจะนำไปสู่การยู่ร่วมกันอย่างสันติ รู้และเข้าใจเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่จัดขึ้นเป็นครึ่งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ที่ผ่านมา ได้เป็นหลักหมายที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพราะบรรดาผู้นำและผู้เกี่ยวข้องได้ "ยอมรับ" แล้วว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในตลอดสายแม่น้ำโขงแห่งนี้ ทั้งเรื่องปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำแห้งขอด มลพิษทางน้ำ การลดลงของทรัพยากรทางน้ำในแม่น้ำโขง ปัญหาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และภาวะหมอกควัน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยตรง การประชุมครั้งนี้ ยังยอมรับว่าปัญหาที่กล่าวมาเหล่านี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชนและภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
รายงานข่าวที่ว่า เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2553 หรือ ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดลงจนถึงจุดต่ำสุดในรอบ 50 ปี นับว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อทุกคนในประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแห่งนี้ ว่า การพัฒนาแม่น้ำโขงนั้นไม่สามารถจะมองผ่านมิติการพัฒนาทางเศรษฐกิจและพลังงานเพียงอย่างเดียว ได้อีกต่อไป
ด้วยตระหนักถึงพันธกิจทางวิชาการ การสัมมนาครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในฐานะที่เป็นกิจกรรมแห่งความร่วมมือในวงวิชาการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โดยความริเริ่มของสถาบัน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และได้จากความร่วมมือจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กับ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ส่งเสริมและให้การสนับสนุนการศึกษาการวิจัยเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขยายพรมแดนความรู้และสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาแก่คนและสังคมไทยให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยปัญญา ดังพุทธภาษิตที่ว่า “นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา” แสงสว่าง เสมอด้วยปัญญา ไม่มี
วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ข้อมูลในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านคมนาคม เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิถีชุมชน และนิเวศวิทยา
2. เพื่อกระตุ้นให้มีการนำเอาความรู้และความเข้าใจที่ได้ ไปปรับให้เอื้อต่อการสร้างความเข้าใจอันดีของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าและองค์ความรู้ และพัฒนาบุคคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองสังคมไทย
ระยะเวลาของการสัมมนา วันที่ 21 - 22 ตุลาคม 2553 และ ภาคสนามวันที่ 23 - 28 ตุลาคม 2553
ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน
ลงทะเบียนสัมมนาวิชาการท่านละ 1,500 บาท
1,000 บาท(สำหรับนักเรียน / นิสิต /นักศึกษาปริญญาตรี และผู้ที่มีภูมิลำเนา และ/หรือ ปฏิบัติงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดนครพนม)
(เป็นค่าเอกสารประกอบการสัมมนา อาหารกลางวัน อาหารเย็น อาหารว่าง)
สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
(วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 เวลา 14.00 - 17.30 น.)
(ในกรณีมีผู้ลงทะเบียนน้อยกว่า 40 ท่าน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางและยินดีคืนเงินค่าลงทะเบียน)
ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท
สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
(วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553)
ลงทะเบียนภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ท่านละ 26,000.- บาท
จำนวนผู้ลงพื้นที่ภาคสนาม รับจำนวนจำกัด 80 ท่าน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เกิด ความเคลื่อนไหวและตื่นตัวในวงวิชาการเกี่ยวกับในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในลุ่ม น้ำโขง
2. เกิดการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เกิดการต่อยอดให้มีมุมมองประเด็นปัญหาใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย , บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
มหาวิทยาลัยนครพนม , สมาคมจดหมายเหตุสยาม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 และ เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ,
มูลนิธิโรงเรียนน่าอยู่เรียนรู้อย่างเป็นสุขนครพนม
ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
โทร. 02-424-5768 , โทร./โทรสาร 02-433-8713, 02-882-3850
e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
(1) รัฐชาติ – พรมแดน: ความขัดแย้งและข้อยุติ บนเส้นทางสันติภาพอาเซียน โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ผศ.กาญจนี ละอองศรี (รายงานการสัมมนา ที่ หอประชุมใหญ่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 )
(2) เอกสารสัมมนาจัดพิมพ์เป็นเล่มย่อยๆ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.textbooksproject.com , www.seas.arts.tu.ac.th
www.toyota.co.th , www.toyota.co.th/th/ttf/ttf_home.asp
แผนที่โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว
เลขที่ 9 ถนนนครพนม- ธาตุพนม อ. เมือง จ. นครพนม 48000 โทร : 042 522 333 - 40

กำหนดการสัมมนาวิชาการ
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
---------------------------------
พฤหัส 21 ตุลาคม 2553
08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 09.10 น. อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวรายงาน
09.10 - 09.30 น. เปิดการสัมมนาโดย พลตำรวจเอก เภา สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
09.30 - 10.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.00 - 12.00 น. อภิปรายทั่วไป " อนาคต ของแม่น้ำโขง: มุมมองจากต้นน้ำ ถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง"
รศ.ลู ซิง (Assoc. Prof. Lu Xing) ม.ยูนาน
รศ.สุพาบ ขวงวิจิต (Assoc. Prof. Souparb Khouangvichit) ม.แห่งชาติลาว
ดร.วิฑูรย์ วิริยะสกุลธรณ์ MRC
รศ. ดร. เล เวียด ยุง (Assoc. Prof. Le Viet Dung)
คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ NGO
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 15.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณเด่นชัย ไตรยะถา สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม
คุณทองแถม นาถจำนง บก. สยามรัฐรายวัน
คุณณรงค์ ชินสาร อดีต ผอ.เขตการศึกษานครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในเวียดนาม และลาว /ไทย”
ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ ม.มหาสารคาม
อ.พิเชฐ สายพันธ์ ม.ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.อรรถ นันทจักร์ ม.มหาสารคาม *
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “วิกฤต น้ำของ - น้ำโขง 2553”
คุณวิฑรูย์ เพิ่มพงศาเจริญ มูลนิธิฟื้นฟู
อ.นิวัติ ร้อยแก้ว กลุ่มรักษ์เชียงของ
ดร.หิรัญ แสวงแก้ว ม.ขอนแก่น
คุณดิรก สาระวดี ม.ขอนแก่น
คุณเพียรพร ดีเทศน์ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เชียงใหม่ ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน"
คุณจ๋ามตอง เครือข่ายสตรีไทยใหญ่
คุณสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโส
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ม.มหิดล ดำเนินรายการ
15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 - 17.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง”
คุณสมคิด สิงสง นักเขียนภาคอีสาน
คุณปราโมทย์ ในจิต กวี นักเขียน นักแปล
คุณโอทอง คำอินซู (ฮุ่งอะลุน แดนวิไล) ซีไรต์ สปป.ลาว
คุณชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต สมาคมนักกลอนฯ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย”
อ.วิชาญ ฤทธิธรรม มรภ.สกลนคร
คุณเหลาไท นิลนวล นายก อบต.หลุบเลา สกลนคร
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ม.รังสิต
ผศ.ปรีชา ธรรมวินทร มรภ.สกลนคร ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ”
สว.พนัส ทัศนียานนท์ อดีต สว.ตาก
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
อ.กวีพล สว่างแผ้ว ม.บูรพา
รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล ม.มหิดล ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป”
ดร.มรกต เจวจินดา ไมยเออร์ มศว.
รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช ม.ธรรมศาสตร์.
รศ.ดร.สุชาติ บำรุงสุข ม.จุฬา *
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ผู้ดำเนินรายการ
17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
คุณอภินันท์ บัวหภักดี บก.ภาพถ่าย นิตยสาร อสท.
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ
19.30 – 21.00 น. อภิปราย และ ชมภาพยนตร์ เรื่อง “เนรคุณ” ภาพยนตร์ชิงรางวัล ออสการ์ ปี 2009 ร่วมสร้างโดย
ผู้กำกับชาว ลาวและอเมริกัน นำเสนอโดย ทีมงาน FILM KAWAN (ห้องเสาร์ทอง)
ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
8.30 - 10.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน”
อ.อรอนงค์ ทิพย์พิมล ม.ธรรมศาสตร์
อ.ดุลยภาค ปรีชารัชช ม.ธรรมศาสตร์
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.พิภพ อุดร ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ”
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
คุณธนวัฒน์ จันทร์ต๊ะบุญ นายกสมาคมนักข่าว นครพนม
คุณเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ อุปนายกสมาคมสื่อมวลชน จ.ขอนแก่น
รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ”
ผศ.ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ ม.ธรรมศาสตร์
ดร.ธงชัย สวัสดิสาร ม.นครพนม
รศ.ดร.ประสิทธิ์ คุณุรัตน์ ม.ขอนแก่น
รศ.สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ ม.ขอนแก่น
รศ.ดร.วิทยา สุจริตธนารักษ์ ม.จุฬา ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง”
รศ.ดร. ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ ม.ขอนแก่น
ดร. แก้วตา จันทรานุสรณ์ ม.ขอนแก่น
ดร. กีรติพร ศรีธัญรัตน์ ม.ขอนแก่น
อ.จีระศักดิ์ โสะสัน ม.ขอนแก่น
อ.ฐากูร สรวงศ์สิริ ม.ขอนแก่น
ผศ.ดร.เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ ม.ขอนแก่น ดำเนินรายการ
10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
11.00 - 13.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี”
รศ. เฉลิมสัก พาบุดดี ม.แห่งชาติลาว
คุณเหงียน วัน เซิน นักวิชาการเวียดนาม
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม”
คุณมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้านครพนม
คุณอดิศร เสนแย้ม สถาบันเอเชีย จุฬา
ท่านนาง บุนมี ขันติวง ตัวแทน จากแขวงสะหวันนะเขต
คุณชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้า มุกดาหาร
ท่าน ไทยะพอน สิงทอง ตัวแทนแขวงคำม่วน
รศ.ดร.ประสาท อิศรปรีดา ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม”
อ. ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ ม.อุบลราชธานี
ดร.สมศรี ชัยวณิชยา ม.อุบลราชธานี
รศ.สมหมาย ชินนาค ม.อุบลราชธานี
อ.ธวัช มณีผ่อง ม.อุบลราชธานี
ผศ.ดร.อินทิรา ซาฮีร์ ม.อุบลราชธานี ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “อัตลักษณ์ผ้าทอลุ่มน้ำโขง”
อ.พณิฐา ยงพิทยาพงศ์ ม.นครพนม
อ.วีระศักดิ์ จุลดาลัย ม.นครพนม
อ. วัชรี แซงบุญเรือง ม. นครพนม
รศ.เทอดศักดิ์ คำเหม็ง ม.นครพนม ดำเนินรายการ
13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
14.00 - 17.30 น. ทัวร์ ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ออกเดินทางจากท่าเรือเทศบาลจังหวัดนครพนม นั่งเรือข้ามฟากไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ขึ้นรถปรับอากาศแล้วเดินทางจากด่านลาวไปยังกำแพงหินยักษ์โบราณ
(กำแพงหินที่เกิดขึ้นเองหรือธรรมชาติสร้างขึ้น มีความยาวประมาณ 60 – 200 กิโลเมตร)
ต่อจากนั้นออกเดินทางไปชมสถานที่ก่อสร้างที่อนุสรณ์สถาน (เวียดนามสนับสนุน)
ชมประเพณีออกพรรษาลาว ที่วัดในเมืองท่าแขก และเดินทางต่อไปสักการะพระธาตุ
ศรีโคตรบอง เดินชม และ ช้อปปิ้ง ในตลาดท่าแขก ก่อนข้ามเรือกลับนครพนม ชมพระอาทิตย์ตก
พิธีกรตลอดงาน อ.สมฤทธิ์ ลือชัย
* วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม
กำหนดการภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
--------------------------------------
วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง
8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม
สู่ถิ่น “วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย-ลาว” จังหวัดหนองคายระยะทางราว 300 กม.
แวะนมัสการหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย ชมความงามของพระพุทธรูปสมัยล้านช้าง พร้อมรับฟังบรรยายเหตุการณ์ปาฎิหารย์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “หลวงพ่อเกวียนหัก”
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย
บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง
หรืออีกชื่อคือพระเจดีย์โลกจุฬามณี ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศลาว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รับฟังบรรยาย ร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นหัวข้อ “เวียงจัน 450ปี”
เดินทางลดเลี้ยวไปตามถนนหมายเลข13 เพื่อมุ่งสู่เมืองวังเวียง เมืองตากอากาศที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามตระการตา ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา
วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น
ตลอดทั้งปี-ดินแดนที่มีทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่น เขียวขจี และนับเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์สำคัญเกี่ยวพันถึงสงครามอินโดจีน
บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน
ระหว่างทางชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวลาว และธรรมชาติสองข้างทาง ภูเขาใหญ่ น้อยต่างๆ ที่ทอดตัวเรียงกัน
ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง
เช็คอินโรงแรม อิสระเดินเล่น ถ่ายภาพ ชมบรรยากาศสีสันตัวเมืองยามค่ำคืน
วันจันทร์ที่ 25 ต.ค. 53 เชียงขวาง – ทุ่งไหหิน – เมืองวิงห์(เวียดนาม)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร
พร้อมรับฟังทฤษฎีทั้งจากการค้นคว้าข้อมูลจากโลกตะวันตกและนิทานปรัมปราพื้นเมืองที่อ้างถึงที่มาในการสร้างไหหิน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน
เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม
ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เข้าสู่จังหวัดเหงะ อาน(Nghe An) อันเป็นบ้านเกิดของท่านประธานโฮ-จิมินห์
เดินทางต่อเพื่อมุ่งสู่เมืองวิงห์ เมืองหลวงประจำจังหวัดเหงะ อาน
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
เช็คอินโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย อิสระเดินเล่นชมเมืองยามค่ำคืน
![]() |
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์
วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก
ของประชาชนชาวเวียดนาม เยี่ยมชมบ้านเกิดท่าประธานโฮฯ ณ หมู่บ้านแซน ตำบล นามด่าน จังหวัดเหงะอาน
ระหว่างทาง ชมสภาพหมู่บ้าน ลักษณะบ้านชนบทของชาวเวียดนามเหนือ เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต ค่านิยมและความเชื่อ พร้อมรับฟังชีวประวัติของท่านเพื่อศึกษาแนวคิด แนวทางการต่อสู้เพื่อเอกราช การทำงาน
และความคิดเห็นของท่านในเรื่องต่างๆที่ทรงคุณค่า ซึ่งเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า
จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ
ต่อต้านการรุกรานจากราชวงศ์หมิงแห่งจีน ซึ่งในตอนหลังได้ถูกสถาปนาเป็นกษัตริย์ใช้ชื่อว่า Le Thai To
(เล ท้าย โต่) ปกครองกรุง Dong Kinh (ดง กิงห์, อีกหนึ่งชื่อเรียกของกรุงทังลอง-ฮานอย)
ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง
กรุงThang Long (ทัง ลอง) ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Ha Noi (ฮ่า โหน่ย/ฮานอย) เมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งกำลังจะมีอายุครบรอบ 1000 ปี ในเดือนตุลาคมปีนี้
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
ช็อปปิ้งสินค้าผ้าปักพื้นเมือง ณ ตลาด ตามก๊ก (Tam Coc) เช็คอินโรงแรมริมทะเลสาบบรรยากาศเงียบสงบ
![]() |
![]() |
![]() |
|||

จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้า
ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน
ที่มีต่อเวียดนามเกือบพันปี รับฟังบรรยายเหตุผลการเลือกนิงห์ บิ่งห์(ฮวา ลือ)เป็นราชธานี และเหตุผลการย้ายราชธานีไปยังกรุงทัง ล็อง(ฮานอย)
ออกเดินทางขึ้นเหนือระยะทางราว 100 กม. เพื่อเข้าสู่ฮานอย เมืองหลวงปัจจุบันแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย
กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ
ชมทะเลสาบคืนดาบ สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานการสร้างชาติเวียดนามโดยกษัตริย์เล ท้าย โต่ สักการะวัดหง็อกเซิน อันเป็นสถานที่ตั้งศาลบูชาของกษัตริย์ Tran Hung Dao (เจริ่น ฮึง ด่าว) ผู้ซึ่งได้รับ
การยอมรับจากทั่วโลกให้เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง
อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย
วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ
ชมกำแพงเมืองด้านทิศเหนือของกรุงฮานอย สถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งเกี่ยวพันถึงการเสียเอกราชของ
เวียดนามให้กับมหาอำนาจฝรั่งเศส
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง
ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา
ทหารอเมริกันจำนวนมาก จนคุกแห่งนี้ถูกตั้งฉายาในหมู่ทหารอเมริกันว่า “Hilton Hanoi”
เยี่ยมชมสะพาน ลองเบียน (Long Bien) ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1903 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งออกแบบสร้างหอไอเฟล และสะพานสายนี้ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในช่วงสงครามเวียดนาม
อิสระช็อปปิ้ง ณ บริเวณถนนโบราณ 36 สาย ชมวิถีชีวิต สภาพบ้านเมืองในปัจจุบันของชาวฮานอย
อิสระชิมกาแฟ ณ ถนนกาแฟประจำตัวเมือง ทดลองลิ้มรสกาแฟเวียดนามที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเข้มข้นและหอมกรุ่น
ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น.
21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ
อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม
ผู้ใหญ่ราคา พัก 2 ท่าน ท่านละ 26,000.- บาท
เด็กอายุ 2-12 ปีพักร่วมกับผู้ใหญ่ 2 ท่านไม่มีเตียงเสริม 23,000.- บาท
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 4,500.- บาท
อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม
1. ค่ารถโค้ชปรับอากาศ และค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
2. ค่าที่พัก 5 คืน
3. ค่าอาหารตามรายการ
4. ค่าธรรมเนียมผ่านแดนไทย-ลาว-เวียดนาม
5. ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
6. ค่าบริการมัคคุเทศก์ลาว-เวียดนาม
7. ประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ระบุ)
อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม
1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
2. ค่าทิปไกด์ พนักงานขับรถ พนักงานยกกระเป๋า ฯลฯ
3. ค่าทำพาสปอร์ต
4. ค่าวิซาเข้าประเทศลาวและเวียดนาม กรณีชาวต่างชาติ
เอกสารการเดินทาง
หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam
การยกเลิกการเดินทาง
กรณีที่ผู้ลงทะเบียนภาคสนาม ขอยกเลิกการเดินทาง ก่อนวันเดินทาง 15 วัน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าลงทะเบียน ยกเว้นในกรณีที่มีผู้มาแทน จะต้องชำระค่าส่วนต่างค่าตั๋วเครื่องบินในการเปลี่ยนชื่อผู้เดินทาง
การเปลี่ยนแปลงรายการ
ผู้จัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุ จำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ กรณีที่สูญหายหรือสูญเสีย นอกเหนือความรับผิดชอบและเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่าง ๆ
หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ
ขอความกรุณากรอกรายละเอียดด้วย ตัวบรรจง เพื่อสะดวกในการจัดทำเอกสาร
v หากท่านประสงค์ที่จะเดินทางไปลงพื้นที่ภาคสนามเพียงอย่างเดียว ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ v
คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850
e-mail: kitsunee_tai@yahoo.com
การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข 213 แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข 22 รวมระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม มีทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2936 2852 – 66 และที่จังหวัดนครพนม โทร. 0 4251 1043
สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. 0 4252 0411 บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. 0 4252 0651 และบริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. 0 4251 2098 www.transport.co.th
เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com
ที่พักในจังหวัดนครพนม (โปรดดำเนินรายการจองด้วยตนเอง)
นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท
เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท
นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท
เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท
เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท
เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท
ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท
แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท
ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท
หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ
จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน
ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/
กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713
หรือทางไปรษณีย์ที่มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์
413/38 ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2553 (กรุณากรอกด้วยตัวบรรจง)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm
โปรแกรมกำหนดการครูบ้านนอก รุ่น 129
ระหว่างวันที่ 22 – 25 ตุลาคม 2553
ณ หมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ต. วาวี อ. แม่สรวย จ.เชียงราย
วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 53
07.30 –08.30น. ทีมงานกระจกเงาจะนำรถไปรอรับที่ บขส.เชียงรายแห่งใหม่ (ตะเคียนคู่)หน้าเสาธงพร้อมป้ายโครงการครูบ้านนอก“ ยินดีต้อนรับ คนที่มีหัวใจเป็นครู ”หรือ โทร ฯ ติดต่อได้ที่ 08-7183-3705 ขอสายครูจะเด็จ ก่อนเข้ามูลนิธิเราจะแวะนมัสการพ่อขุนเม็งรายผู้สร้างเมืองเชียงราย
09.00 น.-12.00 น.ถึง" มูลนิธิกระจกเงา " แยกย้ายทำธุระส่วนตัว ดื่มน้ำ - ดื่มชา - กาแฟเป็นที่เรียบร้อยเราจะมาดูPresent -แนะนำมูลนิธิกระจกเงา-เจ้าหน้าที่ -อาสาสมัคร-รู้จักโครงการต่าง ๆ-วัตถุประสงค์ ของโครงการ -เล่าประวัติ ความเป็นมาและการทำงานของมูลนิธิกระจกเงารับประทานอาหารกลางวันที่มูลนิธิ กระจกเงาจากนั้น เราจะทำ กิจกรรมแนะนำตัวกันเองระหว่างคุณครูด้วยกัน-พูดคุยกำหนดการ -ประวัติของ หมู่บ้าน -โรงเรียน -การเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง
12.00น .รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ที่ มูลนิธิกระจกเงา
|
13.00น .เตรียมตัวออกเดินทางไปยังหมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ระยะทางรถ ประมาณ 85 กม. ระยะทางเดินเท้าประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นทางขึ้นเขา ลงห้วยว่าที่ครูบ้านนอกเตรียมความพร้อมฟิตร่างกายกันได้เลย จ้า .. พอถึงหมู่บ้านเราจะทำความรู้จักผู้นำหมู่บ้านและ แนะนำตัวเองกับเด็ก ๆ จากนั้นเด็ก ๆ จะเลือกครูบ้านนอกเข้าบ้านพักโดย 1 หลัง คุณครูจะนอน 2 – 3 ท่าน คุณ ครูทำความรู้จักกับบ้านที่เข้าไปพัก - แนะนำตัว -ฝากเนื้อฝากตัวแล้วจากนั้นเริ่มลงมือลุยทำอาหารมื้อแรกของคุณครูกับครอบ ครัวที่บ้านที่คุณครูพัก |
19.00น.กิจกรรมสันทนาการโดย ครูบ้านนอก
20.00น.เวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม–ตอบข้อซักถามจากผู้นำหมู่บ้านสรุปงานเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้สำหรับการสรุปงานเราจะมีการสรุปงานครูบ้านนอกกันทุกคืนค่ะ
วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 (วันแห่งการถ่ายทอดความรู้)
|
08.00น. ครูบ้านนอกพร้อมเด็ก ๆ เข้าแถวเคารพธงชาติและออกกำลังกายที่บริเวณลานหมู่บ้าน ขอบอกก่อนว่ารุ่นนี้ตรงช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 เราจะทำการเรียนการสอนที่หมู่บ้านนะค่ะ ซึ่งการเรียนการสอนเราจะสอนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ ช่วงเช้าเราจะสอนแบ่งผู้เรียนตามชั้นเรียนนะค่ะ (อนุบาล – ป.6 และผู้ใหญ่) 12.00น. ทานอาหารกลางวันพร้อมกัน ครูและเด็ก ๆ สามารถ เลือกทำเลนั่งทานอาหารได้เลยครับ ครูห่อข้าวมาด้วยนะค่ะ 13.00น. ทำการเรียนการสอนต่อจากช่วงเช้า วันนี้เราจะสอนกันทั้งวันนะค่ะ |
15.00 น. เข้าแถวเลิกเรียน แยกย้ายกันเข้าบ้าน ครูบ้านนอกท่านใดจะไปเล่นน้ำ เก็บผัก หาปลา ก็ทาบทามเด็ก ๆ เป็นไกด์ได้เลยนะค่ะ
19.00น. กิจกรรมสันทนาการบริเวณศูนย์กลางหมู่บ้าน
20.00น. สรุปกิจกรรมของวัน ที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน)
วันนี้เราจะเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน โดยจะเดินเท้า ศึกษาเส้นทาง ธรรมชาติ ช่วยชาวบ้านทสวนทำไร่ เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น
![]() |
08.30 น. ครูบานนอกร่วมเรียนรู้วิถีชุมชน เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น 12.00 น. รับประทานอาหาร 13.00 น. หลังจากเรียนรู้ชุมชนในช่วงเช้า ช่วงบ่ายเราจะจัดกิจกรรมสุขลักษณะ และกิจกรรมฐานการเรียนรู้กันค่ะ โดยแบ่งเป็น 4 ฐานการเรียนรู้ สำหรับการเรียนการสอน เราจะสอนกันถึงเย็นเลยนะค่ะ เสร็จกิจกรรมฐานการเรียนรู้ เราจะพาเด็ก ๆ เก็บขยะรอบ ๆ หมู่บ้าน และครูแยกย้ายเข้าบ้านเพื่อเตรียมกิจกรรมในค่ำคืนนี้ค่ะ |
19.00น. คืนนี้ จะมีการแสดงวัฒนธรรม ของหมู่บ้าน และครูบ้านนอก สามารถหาชุดชนเผ่ามาใส่กันได้
20.30น. สรุปกิจกรรมของวันที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53 (วันแห่งการร่ำลา)
08.00 น.เจอกันที่ลานหมู่บ้าน พร้อมสัมภาระ ครูบ้านนอก อย่าลืมล่ำลาครอบครัวที่เราเข้าพัก และเด็ก ๆ นะค่ะ
09.00 น. เดินทางไปเที่ยว ในตัวเมืองเชียงรายวัดร่องขุ่น เราจะทานมื้อเที่ยงที่นั้น(รับผิดชอบตัวเอง)
15.00 น. ส่งคณะครูบ้านนอกที่ขนส่งเชียงรายแห่งที่ 2(ตะเคียนคู่)
หมายเหตุ....กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบ ตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม
การเดินทางเข้าพื้นที่ของคณะครูบ้านนอกในรุ่นนี้เป็นการเดินทางที่ไกล ระยะห่างระหว่างหมู่บ้านจะคือถึงกระจกเงา รวมระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร
ซึ่งทางโครงการครูบ้านนอกต้องรบกวนให้ครูบ้านนอกที่มาร่วมโครงการ ช่วยสมทบทุนค่าเดินทางเข้าพื้นที่ ประมาณท่านละ 200 - 250 บาท ในเงินส่วนต่างนี้ (นอกเหนือจากค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ) ซึ่งเงินส่วนต่างนี้เราจะมาจ่ายที่มูลนิธิกระจกเงาในวันที่เดินทางมาถึง
สามรถโอนเงินยืนยันได้เลยที่.... ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา " ธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 1,000 บาท ( สำหรับค่าอาหารตลอดโปรแกรม ไม่รวมค่าเดินทางไปกลับเชียงราย )
สิ่งที่ครูสามารถเตรียมมาสำหรับร่วมกิจกรรม
1. สื่อการเรียนการสอน
2. ยากำจัดเหา
3. อุปกรณ์การเรียน
4. อุปกรณ์กีฬา
5. ขนม ต่าง ๆ (ที่มีประโยชน์กับเด็กด้วยนะค่ะ เราไม่เน้นขนมขยะค่ะ)
6. นม
7. เสื้อกันหนาวสำหรับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่
8. ผ้าห่ม สำหรับบ้านที่เราเข้าพัก และ นักเรียนที่พักในหอพักโรงเรียนบ้านจะคือ
8. ทุนสำหรับอาหารกลางวัน
กฎการวางตัว / ข้อห้าม / คำเตือน
· ห้ามให้เบอร์โทรศัพท์แก่นักเรียนเป็นเด็ดขาด
· ห้ามพูดคำหยาบ
· คนที่มาเป็นคู่รบกวนเรื่องการวางตัวที่เหมาะสม ไม่ประพฤติตัวที่เกินเลยจนดูน่าเกลียด เพราะเราเข้าพื้นที่ในฐานะ “ ครู ”
· ของมีค่าควรเก็บไว้กับตัวเองตลอดเวลา
· การใช้เครื่องมือสื่อสาร รบกวนให้ทางคณะครูบ้านนอกใช้เครื่องมือสื่อสารหลังเสร็จกิจกรรม
· ห้ามให้เงินแก่เด็กเป็นเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด
· งดเว้นการดื่มสุรา
· ห้ามออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยมิได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำโครงการทราบ
ข้อแนะนำเตรียมการก่อนสอน
· เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะเป็นเด็กชนเผ่าซึ่งเด็ก ๆ จะพูด และเขียนภาษาไทยไม่ชำนาญเหมือนเด็กในเมือง ครูสามารถเน้นเรื่องนี้ได้เลยค่ะ
· การเรียนการสอนในชุมชน เด็ก ๆ จะคละกันตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงวัยรุ่น บาง ครั้งอาจมี พ่อ แม่ของเด็กมาเรียนด้วยครูเตรียมการสอนสำหรับเด็กทุกวัยมาได้เลย และการสอนเราจะมาสอนเป็นกลุ่มกับผู้ที่มาร่วมโครงการท่านอื่น ๆ ค่ะ
· สำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียน เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะสอนในระดับชั้น ป.4 – ม.3 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนครูที่เข้าร่วมโครงการด้วยนะค่ะ ทางโครงการจะประเมินจำนวนชั้นเรียนอีกครั้งในวันที่มาถึง ส่วนการสอนในชั้นเรียน ครู ก็ใช้การเรียนการสอนแบบประยุกต์ไม่จำเป็นต้องตามแผนการเรียนโดยตรง เพราะเราจะเข้าไปสอนแบบสอนเสริมทักษะความรู้เพิ่มเติมจากที่เด็กเรียนในชั้น เรียนนะค่ะ
· การสอนในห้องเรียนแต่ละชั้นเรียนความรู้เด็กในชั้นจะไม่เท่าเทียมกัน จะมีทั้งเด็กที่อยู่ในเกณฑ์การเรียนดี และเกณฑ์การเรียนที่ค่อนข้างต่ำคละกันไปในแต่ละชั้นเรียน
· สำหรับการสอนในชั้น ป.6 และ ม. 3 การเรียนการสอนควรจะมีส่วนในการแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับเด็ก 2 ช่วงการศึกษานี้
รับจำนวนจำกัด 50 คนเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Mail. jadadbannok@hotmail.com ครูจะเด็จ
หรือโทร.... 053-737412 ต่อ 23
หรือ 087-1833705

ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?...
โครงการ : ลุ่มน้ำภูมิปัญญากับอาสาร่วมฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา
ณ ทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา
วันที่ 22-25 ตุลาคม 2553
วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม 53
21.30 น. ออกเดินทางลงสู่เมืองใหญ่สองทะเล
วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม 53
Theme : รู้จักและทักทายกันในหมู่คณะ ศึกษาสัมผัสวัฒนธรรมวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์เมืองสงขลา
กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาสาสมัคร รู้จักย่านเมืองเก่า 3 ถนนโบราณของสงขลา ได้แก่ ถ.นางงาม ถ.นครนอก ถ.นครใน สัมผัสชีวิตชาวเมืองสงขลาแบบช้าๆ โดยการนั่งรถจักรยานสามล้มชมเมือง แวะทักทาย นางเงือก ณ หาดสมิหลา สัญลักษณ์ประจำเมือง นมัสการพระเจดีย์บนเขาตังกวน ชมวิวตัวเมืองสงขลา สิ้นสุดกิจกรรมที่ถนนคนเดิน บริเวณกำแพงเมืองเก่าสงขลาสมัยรัชกาล ที่ 3
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53
Theme : ศึกษาสัมผัส วัฒนธรรมวิถีชีวิตและธรรมชาติเมืองสงขลา ร่วมเป็นอาสาฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลสาบตอนล่าง
ตักบาตรเทโว (วันออกพรรษา) ณ เขาตังกวน สัมผัสตลาดนัดวันอาทิตย์ ตลาดใหญ่ที่มีเฉพาะวันอาทิตย์ และร่วมประเพณีลากพระ ชมขบวนเรือพระจากวัดต่างๆ พร้อมลากเรือพระเพื่อเป็นกุศล สัมผัสเกาะหนู เกาะแมว เกาะในตำนานเมืองสงขลา โดยเรือขนาดใหญ่ ฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยการปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง อ. เมือง/อ.สิงหนคร สงขลา สิ้นสุดด้วยการเข้าที่พัก Homestayกลางทะเลสาบ
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53
Theme : อาสาฯ ฟื้นฟูระบบนิเวศ ทะเลสาบสงขลาตอนกลางอุทยานนกน้ำคูขุด
เรียนรู้ภูมิปัญญาการจับปลาตามวิถีทางชาวประมงพื้นบ้าน ในกระชังกลางทะเลสาบสงขลา นมัสการ เจดีย์สมเด็จเจ้าเกาะยอ ณ วัดเขากุฏิ ซึ่งเป็นที่พักสงฆ์ตั้งแต่สมัยพระเอกาทศรถ รัชกาลที่ 19 แห่งกรุงศรีอยุธยา และเป็นจุดสูงสุดของเกาะยอ ออกเดินทางไปยัง อุทยานนกน้ำคูขุด อ.สทิงพระ เพื่อลอกกอบัวเบิกเส้นทางน้ำในเส้นทางดูนก พร้อมจำแนกชนิดนกที่พบในช่วงหน้าฝน บริเวณอุทยานฯ แวะนมัสการหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดและเจดีย์วัดพระโคะ ก่อนกลับเพื่อรับพรรับโชคในการเดินทาง เดินทางกลับกรุงเทพฯ
วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 53
เช้าตรู่ ถึง กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ พร้อมรับบุญรับโชค หลังจากทำกิจกรรม
รับอาสาสมัคร จำนวน 48 คน
ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2553
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ
สมาชิก V4N 1,500 บาท / บุคคลทั่วไป 1,650 บาท / เดินทางเอง 850 บาท
สอบถามกิจกรรมที่
1. ทางโทรศัพท์ 085-909 0897 (กาเหว่า) หรือ 081-4811496 (ชาย)
2. E-mail : v4nature@gmail.com
3. Facebook V4N
รายละเอียดเพิ่มเติม www.v4nature.org
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
Social and Economic Corridors of the Mekong Basin
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
-----------------------------------------
ความเป็นมา
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
ดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรม พลังแห่งวิถีของชุมชน และเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกทางน้ำที่ต่างเป็นสมบัติอันล้ำค่าของผู้คนในแถบนี้ ที่เชื่อมโยงกันอยู่เหนือกว่าพรมแดน
ใดๆของรัฐชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังยุคสงครามเย็นสิ้นสุดลงได้นำความมั่งคั่งมาสู่ดินแดนแห่งนี้ แต่ขณะเดียวกันผลกระทบในทางลบที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ดำเนินคู่ขนานไปพร้อมกันๆ
ทุกวันนี้องค์ความรู้เกี่ยวกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนั้น จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มและแยกส่วน อยู่ในหมู่นักวิชาการ ผู้วางแผนนโยบาย นักเคลื่อนไหว ภาคประชาสังคมทั้งในแวดวงธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และพัฒนาสังคม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่การบูรณการทางความรู้ชุดนี้ต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความตระนักรู้ถึงคุณค่าต่างๆที่หลอมรวมอยู่ในอนุภูมิภาคแห่งนี้ อันจะนำไปสู่การยู่ร่วมกันอย่างสันติ รู้และเข้าใจเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่จัดขึ้นเป็นครึ่งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ที่ผ่านมา ได้เป็นหลักหมายที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพราะบรรดาผู้นำและผู้เกี่ยวข้องได้ "ยอมรับ" แล้วว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในตลอดสายแม่น้ำโขงแห่งนี้ ทั้งเรื่องปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำแห้งขอด มลพิษทางน้ำ การลดลงของทรัพยากรทางน้ำในแม่น้ำโขง ปัญหาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และภาวะหมอกควัน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยตรง การประชุมครั้งนี้ ยังยอมรับว่าปัญหาที่กล่าวมาเหล่านี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชนและภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
รายงานข่าวที่ว่า เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2553 หรือ ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดลงจนถึงจุดต่ำสุดในรอบ 50 ปี นับว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อทุกคนในประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแห่งนี้ ว่า การพัฒนาแม่น้ำโขงนั้นไม่สามารถจะมองผ่านมิติการพัฒนาทางเศรษฐกิจและพลังงานเพียงอย่างเดียว ได้อีกต่อไป
ด้วยตระหนักถึงพันธกิจทางวิชาการ การสัมมนาครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในฐานะที่เป็นกิจกรรมแห่งความร่วมมือในวงวิชาการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โดยความริเริ่มของสถาบัน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และได้จากความร่วมมือจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กับ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ส่งเสริมและให้การสนับสนุนการศึกษาการวิจัยเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขยายพรมแดนความรู้และสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาแก่คนและสังคมไทยให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยปัญญา ดังพุทธภาษิตที่ว่า “นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา” แสงสว่าง เสมอด้วยปัญญา ไม่มี
วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ข้อมูลในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านคมนาคม เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิถีชุมชน และนิเวศวิทยา
2. เพื่อกระตุ้นให้มีการนำเอาความรู้และความเข้าใจที่ได้ ไปปรับให้เอื้อต่อการสร้างความเข้าใจอันดีของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าและองค์ความรู้ และพัฒนาบุคคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองสังคมไทย
ระยะเวลาของการสัมมนา วันที่ 21 - 22 ตุลาคม 2553 และ ภาคสนามวันที่ 23 - 28 ตุลาคม 2553
ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน
ลงทะเบียนสัมมนาวิชาการท่านละ 1,500 บาท
1,000 บาท(สำหรับนักเรียน / นิสิต /นักศึกษาปริญญาตรี และผู้ที่มีภูมิลำเนา และ/หรือ ปฏิบัติงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดนครพนม)
(เป็นค่าเอกสารประกอบการสัมมนา อาหารกลางวัน อาหารเย็น อาหารว่าง)
สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
(วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 เวลา 14.00 - 17.30 น.)
(ในกรณีมีผู้ลงทะเบียนน้อยกว่า 40 ท่าน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางและยินดีคืนเงินค่าลงทะเบียน)
ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท
สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
(วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553)
ลงทะเบียนภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ท่านละ 26,000.- บาท
จำนวนผู้ลงพื้นที่ภาคสนาม รับจำนวนจำกัด 80 ท่าน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เกิด ความเคลื่อนไหวและตื่นตัวในวงวิชาการเกี่ยวกับในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในลุ่ม น้ำโขง
2. เกิดการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เกิดการต่อยอดให้มีมุมมองประเด็นปัญหาใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย , บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
มหาวิทยาลัยนครพนม , สมาคมจดหมายเหตุสยาม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 และ เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ,
มูลนิธิโรงเรียนน่าอยู่เรียนรู้อย่างเป็นสุขนครพนม
ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
โทร. 02-424-5768 , โทร./โทรสาร 02-433-8713, 02-882-3850
e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
(1) รัฐชาติ – พรมแดน: ความขัดแย้งและข้อยุติ บนเส้นทางสันติภาพอาเซียน โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ผศ.กาญจนี ละอองศรี (รายงานการสัมมนา ที่ หอประชุมใหญ่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 )
(2) เอกสารสัมมนาจัดพิมพ์เป็นเล่มย่อยๆ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.textbooksproject.com , www.seas.arts.tu.ac.th
www.toyota.co.th , www.toyota.co.th/th/ttf/ttf_home.asp
แผนที่โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว
เลขที่ 9 ถนนนครพนม- ธาตุพนม อ. เมือง จ. นครพนม 48000 โทร : 042 522 333 - 40

กำหนดการสัมมนาวิชาการ
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
---------------------------------
พฤหัส 21 ตุลาคม 2553
08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 09.10 น. อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวรายงาน
09.10 - 09.30 น. เปิดการสัมมนาโดย พลตำรวจเอก เภา สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
09.30 - 10.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.00 - 12.00 น. อภิปรายทั่วไป " อนาคต ของแม่น้ำโขง: มุมมองจากต้นน้ำ ถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง"
รศ.ลู ซิง (Assoc. Prof. Lu Xing) ม.ยูนาน
รศ.สุพาบ ขวงวิจิต (Assoc. Prof. Souparb Khouangvichit) ม.แห่งชาติลาว
ดร.วิฑูรย์ วิริยะสกุลธรณ์ MRC
รศ. ดร. เล เวียด ยุง (Assoc. Prof. Le Viet Dung)
คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ NGO
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 15.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณเด่นชัย ไตรยะถา สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม
คุณทองแถม นาถจำนง บก. สยามรัฐรายวัน
คุณณรงค์ ชินสาร อดีต ผอ.เขตการศึกษานครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในเวียดนาม และลาว /ไทย”
ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ ม.มหาสารคาม
อ.พิเชฐ สายพันธ์ ม.ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.อรรถ นันทจักร์ ม.มหาสารคาม *
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “วิกฤต น้ำของ - น้ำโขง 2553”
คุณวิฑรูย์ เพิ่มพงศาเจริญ มูลนิธิฟื้นฟู
อ.นิวัติ ร้อยแก้ว กลุ่มรักษ์เชียงของ
ดร.หิรัญ แสวงแก้ว ม.ขอนแก่น
คุณดิรก สาระวดี ม.ขอนแก่น
คุณเพียรพร ดีเทศน์ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เชียงใหม่ ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน"
คุณจ๋ามตอง เครือข่ายสตรีไทยใหญ่
คุณสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโส
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ม.มหิดล ดำเนินรายการ
15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 - 17.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง”
คุณสมคิด สิงสง นักเขียนภาคอีสาน
คุณปราโมทย์ ในจิต กวี นักเขียน นักแปล
คุณโอทอง คำอินซู (ฮุ่งอะลุน แดนวิไล) ซีไรต์ สปป.ลาว
คุณชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต สมาคมนักกลอนฯ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย”
อ.วิชาญ ฤทธิธรรม มรภ.สกลนคร
คุณเหลาไท นิลนวล นายก อบต.หลุบเลา สกลนคร
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ม.รังสิต
ผศ.ปรีชา ธรรมวินทร มรภ.สกลนคร ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ”
สว.พนัส ทัศนียานนท์ อดีต สว.ตาก
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
อ.กวีพล สว่างแผ้ว ม.บูรพา
รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล ม.มหิดล ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป”
ดร.มรกต เจวจินดา ไมยเออร์ มศว.
รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช ม.ธรรมศาสตร์.
รศ.ดร.สุชาติ บำรุงสุข ม.จุฬา *
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ผู้ดำเนินรายการ
17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
คุณอภินันท์ บัวหภักดี บก.ภาพถ่าย นิตยสาร อสท.
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ
19.30 – 21.00 น. อภิปราย และ ชมภาพยนตร์ เรื่อง “เนรคุณ” ภาพยนตร์ชิงรางวัล ออสการ์ ปี 2009 ร่วมสร้างโดย
ผู้กำกับชาว ลาวและอเมริกัน นำเสนอโดย ทีมงาน FILM KAWAN (ห้องเสาร์ทอง)
ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
8.30 - 10.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน”
อ.อรอนงค์ ทิพย์พิมล ม.ธรรมศาสตร์
อ.ดุลยภาค ปรีชารัชช ม.ธรรมศาสตร์
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.พิภพ อุดร ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ”
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
คุณธนวัฒน์ จันทร์ต๊ะบุญ นายกสมาคมนักข่าว นครพนม
คุณเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ อุปนายกสมาคมสื่อมวลชน จ.ขอนแก่น
รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ”
ผศ.ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ ม.ธรรมศาสตร์
ดร.ธงชัย สวัสดิสาร ม.นครพนม
รศ.ดร.ประสิทธิ์ คุณุรัตน์ ม.ขอนแก่น
รศ.สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ ม.ขอนแก่น
รศ.ดร.วิทยา สุจริตธนารักษ์ ม.จุฬา ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง”
รศ.ดร. ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ ม.ขอนแก่น
ดร. แก้วตา จันทรานุสรณ์ ม.ขอนแก่น
ดร. กีรติพร ศรีธัญรัตน์ ม.ขอนแก่น
อ.จีระศักดิ์ โสะสัน ม.ขอนแก่น
อ.ฐากูร สรวงศ์สิริ ม.ขอนแก่น
ผศ.ดร.เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ ม.ขอนแก่น ดำเนินรายการ
10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
11.00 - 13.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี”
รศ. เฉลิมสัก พาบุดดี ม.แห่งชาติลาว
คุณเหงียน วัน เซิน นักวิชาการเวียดนาม
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม”
คุณมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้านครพนม
คุณอดิศร เสนแย้ม สถาบันเอเชีย จุฬา
ท่านนาง บุนมี ขันติวง ตัวแทน จากแขวงสะหวันนะเขต
คุณชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้า มุกดาหาร
ท่าน ไทยะพอน สิงทอง ตัวแทนแขวงคำม่วน
รศ.ดร.ประสาท อิศรปรีดา ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม”
อ. ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ ม.อุบลราชธานี
ดร.สมศรี ชัยวณิชยา ม.อุบลราชธานี
รศ.สมหมาย ชินนาค ม.อุบลราชธานี
อ.ธวัช มณีผ่อง ม.อุบลราชธานี
ผศ.ดร.อินทิรา ซาฮีร์ ม.อุบลราชธานี ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “อัตลักษณ์ผ้าทอลุ่มน้ำโขง”
อ.พณิฐา ยงพิทยาพงศ์ ม.นครพนม
อ.วีระศักดิ์ จุลดาลัย ม.นครพนม
อ. วัชรี แซงบุญเรือง ม. นครพนม
รศ.เทอดศักดิ์ คำเหม็ง ม.นครพนม ดำเนินรายการ
13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
14.00 - 17.30 น. ทัวร์ ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ออกเดินทางจากท่าเรือเทศบาลจังหวัดนครพนม นั่งเรือข้ามฟากไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ขึ้นรถปรับอากาศแล้วเดินทางจากด่านลาวไปยังกำแพงหินยักษ์โบราณ
(กำแพงหินที่เกิดขึ้นเองหรือธรรมชาติสร้างขึ้น มีความยาวประมาณ 60 – 200 กิโลเมตร)
ต่อจากนั้นออกเดินทางไปชมสถานที่ก่อสร้างที่อนุสรณ์สถาน (เวียดนามสนับสนุน)
ชมประเพณีออกพรรษาลาว ที่วัดในเมืองท่าแขก และเดินทางต่อไปสักการะพระธาตุ
ศรีโคตรบอง เดินชม และ ช้อปปิ้ง ในตลาดท่าแขก ก่อนข้ามเรือกลับนครพนม ชมพระอาทิตย์ตก
พิธีกรตลอดงาน อ.สมฤทธิ์ ลือชัย
* วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม
กำหนดการภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
--------------------------------------
วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง
8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม
สู่ถิ่น “วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย-ลาว” จังหวัดหนองคายระยะทางราว 300 กม.
แวะนมัสการหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย ชมความงามของพระพุทธรูปสมัยล้านช้าง พร้อมรับฟังบรรยายเหตุการณ์ปาฎิหารย์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “หลวงพ่อเกวียนหัก”
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย
บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง
หรืออีกชื่อคือพระเจดีย์โลกจุฬามณี ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศลาว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รับฟังบรรยาย ร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นหัวข้อ “เวียงจัน 450ปี”
เดินทางลดเลี้ยวไปตามถนนหมายเลข13 เพื่อมุ่งสู่เมืองวังเวียง เมืองตากอากาศที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามตระการตา ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา
วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น
ตลอดทั้งปี-ดินแดนที่มีทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่น เขียวขจี และนับเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์สำคัญเกี่ยวพันถึงสงครามอินโดจีน
บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน
ระหว่างทางชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวลาว และธรรมชาติสองข้างทาง ภูเขาใหญ่ น้อยต่างๆ ที่ทอดตัวเรียงกัน
ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง
เช็คอินโรงแรม อิสระเดินเล่น ถ่ายภาพ ชมบรรยากาศสีสันตัวเมืองยามค่ำคืน
วันจันทร์ที่ 25 ต.ค. 53 เชียงขวาง – ทุ่งไหหิน – เมืองวิงห์(เวียดนาม)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร
พร้อมรับฟังทฤษฎีทั้งจากการค้นคว้าข้อมูลจากโลกตะวันตกและนิทานปรัมปราพื้นเมืองที่อ้างถึงที่มาในการสร้างไหหิน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน
เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม
ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เข้าสู่จังหวัดเหงะ อาน(Nghe An) อันเป็นบ้านเกิดของท่านประธานโฮ-จิมินห์
เดินทางต่อเพื่อมุ่งสู่เมืองวิงห์ เมืองหลวงประจำจังหวัดเหงะ อาน
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
เช็คอินโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย อิสระเดินเล่นชมเมืองยามค่ำคืน
![]() |
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์
วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก
ของประชาชนชาวเวียดนาม เยี่ยมชมบ้านเกิดท่าประธานโฮฯ ณ หมู่บ้านแซน ตำบล นามด่าน จังหวัดเหงะอาน
ระหว่างทาง ชมสภาพหมู่บ้าน ลักษณะบ้านชนบทของชาวเวียดนามเหนือ เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต ค่านิยมและความเชื่อ พร้อมรับฟังชีวประวัติของท่านเพื่อศึกษาแนวคิด แนวทางการต่อสู้เพื่อเอกราช การทำงาน
และความคิดเห็นของท่านในเรื่องต่างๆที่ทรงคุณค่า ซึ่งเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า
จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ
ต่อต้านการรุกรานจากราชวงศ์หมิงแห่งจีน ซึ่งในตอนหลังได้ถูกสถาปนาเป็นกษัตริย์ใช้ชื่อว่า Le Thai To
(เล ท้าย โต่) ปกครองกรุง Dong Kinh (ดง กิงห์, อีกหนึ่งชื่อเรียกของกรุงทังลอง-ฮานอย)
ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง
กรุงThang Long (ทัง ลอง) ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Ha Noi (ฮ่า โหน่ย/ฮานอย) เมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งกำลังจะมีอายุครบรอบ 1000 ปี ในเดือนตุลาคมปีนี้
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
ช็อปปิ้งสินค้าผ้าปักพื้นเมือง ณ ตลาด ตามก๊ก (Tam Coc) เช็คอินโรงแรมริมทะเลสาบบรรยากาศเงียบสงบ
![]() |
![]() |
![]() |
|||

จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้า
ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน
ที่มีต่อเวียดนามเกือบพันปี รับฟังบรรยายเหตุผลการเลือกนิงห์ บิ่งห์(ฮวา ลือ)เป็นราชธานี และเหตุผลการย้ายราชธานีไปยังกรุงทัง ล็อง(ฮานอย)
ออกเดินทางขึ้นเหนือระยะทางราว 100 กม. เพื่อเข้าสู่ฮานอย เมืองหลวงปัจจุบันแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย
กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ
ชมทะเลสาบคืนดาบ สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานการสร้างชาติเวียดนามโดยกษัตริย์เล ท้าย โต่ สักการะวัดหง็อกเซิน อันเป็นสถานที่ตั้งศาลบูชาของกษัตริย์ Tran Hung Dao (เจริ่น ฮึง ด่าว) ผู้ซึ่งได้รับ
การยอมรับจากทั่วโลกให้เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง
อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย
วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ
ชมกำแพงเมืองด้านทิศเหนือของกรุงฮานอย สถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งเกี่ยวพันถึงการเสียเอกราชของ
เวียดนามให้กับมหาอำนาจฝรั่งเศส
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง
ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา
ทหารอเมริกันจำนวนมาก จนคุกแห่งนี้ถูกตั้งฉายาในหมู่ทหารอเมริกันว่า “Hilton Hanoi”
เยี่ยมชมสะพาน ลองเบียน (Long Bien) ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1903 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งออกแบบสร้างหอไอเฟล และสะพานสายนี้ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในช่วงสงครามเวียดนาม
อิสระช็อปปิ้ง ณ บริเวณถนนโบราณ 36 สาย ชมวิถีชีวิต สภาพบ้านเมืองในปัจจุบันของชาวฮานอย
อิสระชิมกาแฟ ณ ถนนกาแฟประจำตัวเมือง ทดลองลิ้มรสกาแฟเวียดนามที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเข้มข้นและหอมกรุ่น
ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น.
21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ
อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม
ผู้ใหญ่ราคา พัก 2 ท่าน ท่านละ 26,000.- บาท
เด็กอายุ 2-12 ปีพักร่วมกับผู้ใหญ่ 2 ท่านไม่มีเตียงเสริม 23,000.- บาท
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 4,500.- บาท
อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม
1. ค่ารถโค้ชปรับอากาศ และค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
2. ค่าที่พัก 5 คืน
3. ค่าอาหารตามรายการ
4. ค่าธรรมเนียมผ่านแดนไทย-ลาว-เวียดนาม
5. ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
6. ค่าบริการมัคคุเทศก์ลาว-เวียดนาม
7. ประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ระบุ)
อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม
1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
2. ค่าทิปไกด์ พนักงานขับรถ พนักงานยกกระเป๋า ฯลฯ
3. ค่าทำพาสปอร์ต
4. ค่าวิซาเข้าประเทศลาวและเวียดนาม กรณีชาวต่างชาติ
เอกสารการเดินทาง
หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam
การยกเลิกการเดินทาง
กรณีที่ผู้ลงทะเบียนภาคสนาม ขอยกเลิกการเดินทาง ก่อนวันเดินทาง 15 วัน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าลงทะเบียน ยกเว้นในกรณีที่มีผู้มาแทน จะต้องชำระค่าส่วนต่างค่าตั๋วเครื่องบินในการเปลี่ยนชื่อผู้เดินทาง
การเปลี่ยนแปลงรายการ
ผู้จัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุ จำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ กรณีที่สูญหายหรือสูญเสีย นอกเหนือความรับผิดชอบและเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่าง ๆ
หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ
ขอความกรุณากรอกรายละเอียดด้วย ตัวบรรจง เพื่อสะดวกในการจัดทำเอกสาร
v หากท่านประสงค์ที่จะเดินทางไปลงพื้นที่ภาคสนามเพียงอย่างเดียว ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ v
คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850
e-mail: kitsunee_tai@yahoo.com
การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข 213 แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข 22 รวมระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม มีทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2936 2852 – 66 และที่จังหวัดนครพนม โทร. 0 4251 1043
สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. 0 4252 0411 บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. 0 4252 0651 และบริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. 0 4251 2098 www.transport.co.th
เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com
ที่พักในจังหวัดนครพนม (โปรดดำเนินรายการจองด้วยตนเอง)
นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท
เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท
นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท
เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท
เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท
เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท
ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท
แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท
ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท
หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ
จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน
ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/
กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713
หรือทางไปรษณีย์ที่มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์
413/38 ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2553 (กรุณากรอกด้วยตัวบรรจง)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm
โปรแกรมกำหนดการครูบ้านนอก รุ่น 129
ระหว่างวันที่ 22 – 25 ตุลาคม 2553
ณ หมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ต. วาวี อ. แม่สรวย จ.เชียงราย
วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 53
07.30 –08.30น. ทีมงานกระจกเงาจะนำรถไปรอรับที่ บขส.เชียงรายแห่งใหม่ (ตะเคียนคู่)หน้าเสาธงพร้อมป้ายโครงการครูบ้านนอก“ ยินดีต้อนรับ คนที่มีหัวใจเป็นครู ”หรือ โทร ฯ ติดต่อได้ที่ 08-7183-3705 ขอสายครูจะเด็จ ก่อนเข้ามูลนิธิเราจะแวะนมัสการพ่อขุนเม็งรายผู้สร้างเมืองเชียงราย
09.00 น.-12.00 น.ถึง" มูลนิธิกระจกเงา " แยกย้ายทำธุระส่วนตัว ดื่มน้ำ - ดื่มชา - กาแฟเป็นที่เรียบร้อยเราจะมาดูPresent -แนะนำมูลนิธิกระจกเงา-เจ้าหน้าที่ -อาสาสมัคร-รู้จักโครงการต่าง ๆ-วัตถุประสงค์ ของโครงการ -เล่าประวัติ ความเป็นมาและการทำงานของมูลนิธิกระจกเงารับประทานอาหารกลางวันที่มูลนิธิ กระจกเงาจากนั้น เราจะทำ กิจกรรมแนะนำตัวกันเองระหว่างคุณครูด้วยกัน-พูดคุยกำหนดการ -ประวัติของ หมู่บ้าน -โรงเรียน -การเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง
12.00น .รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ที่ มูลนิธิกระจกเงา
|
13.00น .เตรียมตัวออกเดินทางไปยังหมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ระยะทางรถ ประมาณ 85 กม. ระยะทางเดินเท้าประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นทางขึ้นเขา ลงห้วยว่าที่ครูบ้านนอกเตรียมความพร้อมฟิตร่างกายกันได้เลย จ้า .. พอถึงหมู่บ้านเราจะทำความรู้จักผู้นำหมู่บ้านและ แนะนำตัวเองกับเด็ก ๆ จากนั้นเด็ก ๆ จะเลือกครูบ้านนอกเข้าบ้านพักโดย 1 หลัง คุณครูจะนอน 2 – 3 ท่าน คุณ ครูทำความรู้จักกับบ้านที่เข้าไปพัก - แนะนำตัว -ฝากเนื้อฝากตัวแล้วจากนั้นเริ่มลงมือลุยทำอาหารมื้อแรกของคุณครูกับครอบ ครัวที่บ้านที่คุณครูพัก |
19.00น.กิจกรรมสันทนาการโดย ครูบ้านนอก
20.00น.เวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม–ตอบข้อซักถามจากผู้นำหมู่บ้านสรุปงานเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้สำหรับการสรุปงานเราจะมีการสรุปงานครูบ้านนอกกันทุกคืนค่ะ
วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 (วันแห่งการถ่ายทอดความรู้)
|
08.00น. ครูบ้านนอกพร้อมเด็ก ๆ เข้าแถวเคารพธงชาติและออกกำลังกายที่บริเวณลานหมู่บ้าน ขอบอกก่อนว่ารุ่นนี้ตรงช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 เราจะทำการเรียนการสอนที่หมู่บ้านนะค่ะ ซึ่งการเรียนการสอนเราจะสอนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ ช่วงเช้าเราจะสอนแบ่งผู้เรียนตามชั้นเรียนนะค่ะ (อนุบาล – ป.6 และผู้ใหญ่) 12.00น. ทานอาหารกลางวันพร้อมกัน ครูและเด็ก ๆ สามารถ เลือกทำเลนั่งทานอาหารได้เลยครับ ครูห่อข้าวมาด้วยนะค่ะ 13.00น. ทำการเรียนการสอนต่อจากช่วงเช้า วันนี้เราจะสอนกันทั้งวันนะค่ะ |
15.00 น. เข้าแถวเลิกเรียน แยกย้ายกันเข้าบ้าน ครูบ้านนอกท่านใดจะไปเล่นน้ำ เก็บผัก หาปลา ก็ทาบทามเด็ก ๆ เป็นไกด์ได้เลยนะค่ะ
19.00น. กิจกรรมสันทนาการบริเวณศูนย์กลางหมู่บ้าน
20.00น. สรุปกิจกรรมของวัน ที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน)
วันนี้เราจะเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน โดยจะเดินเท้า ศึกษาเส้นทาง ธรรมชาติ ช่วยชาวบ้านทสวนทำไร่ เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น
![]() |
08.30 น. ครูบานนอกร่วมเรียนรู้วิถีชุมชน เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น 12.00 น. รับประทานอาหาร 13.00 น. หลังจากเรียนรู้ชุมชนในช่วงเช้า ช่วงบ่ายเราจะจัดกิจกรรมสุขลักษณะ และกิจกรรมฐานการเรียนรู้กันค่ะ โดยแบ่งเป็น 4 ฐานการเรียนรู้ สำหรับการเรียนการสอน เราจะสอนกันถึงเย็นเลยนะค่ะ เสร็จกิจกรรมฐานการเรียนรู้ เราจะพาเด็ก ๆ เก็บขยะรอบ ๆ หมู่บ้าน และครูแยกย้ายเข้าบ้านเพื่อเตรียมกิจกรรมในค่ำคืนนี้ค่ะ |
19.00น. คืนนี้ จะมีการแสดงวัฒนธรรม ของหมู่บ้าน และครูบ้านนอก สามารถหาชุดชนเผ่ามาใส่กันได้
20.30น. สรุปกิจกรรมของวันที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53 (วันแห่งการร่ำลา)
08.00 น.เจอกันที่ลานหมู่บ้าน พร้อมสัมภาระ ครูบ้านนอก อย่าลืมล่ำลาครอบครัวที่เราเข้าพัก และเด็ก ๆ นะค่ะ
09.00 น. เดินทางไปเที่ยว ในตัวเมืองเชียงรายวัดร่องขุ่น เราจะทานมื้อเที่ยงที่นั้น(รับผิดชอบตัวเอง)
15.00 น. ส่งคณะครูบ้านนอกที่ขนส่งเชียงรายแห่งที่ 2(ตะเคียนคู่)
หมายเหตุ....กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบ ตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม
การเดินทางเข้าพื้นที่ของคณะครูบ้านนอกในรุ่นนี้เป็นการเดินทางที่ไกล ระยะห่างระหว่างหมู่บ้านจะคือถึงกระจกเงา รวมระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร
ซึ่งทางโครงการครูบ้านนอกต้องรบกวนให้ครูบ้านนอกที่มาร่วมโครงการ ช่วยสมทบทุนค่าเดินทางเข้าพื้นที่ ประมาณท่านละ 200 - 250 บาท ในเงินส่วนต่างนี้ (นอกเหนือจากค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ) ซึ่งเงินส่วนต่างนี้เราจะมาจ่ายที่มูลนิธิกระจกเงาในวันที่เดินทางมาถึง
สามรถโอนเงินยืนยันได้เลยที่.... ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา " ธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 1,000 บาท ( สำหรับค่าอาหารตลอดโปรแกรม ไม่รวมค่าเดินทางไปกลับเชียงราย )
สิ่งที่ครูสามารถเตรียมมาสำหรับร่วมกิจกรรม
1. สื่อการเรียนการสอน
2. ยากำจัดเหา
3. อุปกรณ์การเรียน
4. อุปกรณ์กีฬา
5. ขนม ต่าง ๆ (ที่มีประโยชน์กับเด็กด้วยนะค่ะ เราไม่เน้นขนมขยะค่ะ)
6. นม
7. เสื้อกันหนาวสำหรับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่
8. ผ้าห่ม สำหรับบ้านที่เราเข้าพัก และ นักเรียนที่พักในหอพักโรงเรียนบ้านจะคือ
8. ทุนสำหรับอาหารกลางวัน
กฎการวางตัว / ข้อห้าม / คำเตือน
· ห้ามให้เบอร์โทรศัพท์แก่นักเรียนเป็นเด็ดขาด
· ห้ามพูดคำหยาบ
· คนที่มาเป็นคู่รบกวนเรื่องการวางตัวที่เหมาะสม ไม่ประพฤติตัวที่เกินเลยจนดูน่าเกลียด เพราะเราเข้าพื้นที่ในฐานะ “ ครู ”
· ของมีค่าควรเก็บไว้กับตัวเองตลอดเวลา
· การใช้เครื่องมือสื่อสาร รบกวนให้ทางคณะครูบ้านนอกใช้เครื่องมือสื่อสารหลังเสร็จกิจกรรม
· ห้ามให้เงินแก่เด็กเป็นเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด
· งดเว้นการดื่มสุรา
· ห้ามออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยมิได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำโครงการทราบ
ข้อแนะนำเตรียมการก่อนสอน
· เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะเป็นเด็กชนเผ่าซึ่งเด็ก ๆ จะพูด และเขียนภาษาไทยไม่ชำนาญเหมือนเด็กในเมือง ครูสามารถเน้นเรื่องนี้ได้เลยค่ะ
· การเรียนการสอนในชุมชน เด็ก ๆ จะคละกันตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงวัยรุ่น บาง ครั้งอาจมี พ่อ แม่ของเด็กมาเรียนด้วยครูเตรียมการสอนสำหรับเด็กทุกวัยมาได้เลย และการสอนเราจะมาสอนเป็นกลุ่มกับผู้ที่มาร่วมโครงการท่านอื่น ๆ ค่ะ
· สำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียน เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะสอนในระดับชั้น ป.4 – ม.3 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนครูที่เข้าร่วมโครงการด้วยนะค่ะ ทางโครงการจะประเมินจำนวนชั้นเรียนอีกครั้งในวันที่มาถึง ส่วนการสอนในชั้นเรียน ครู ก็ใช้การเรียนการสอนแบบประยุกต์ไม่จำเป็นต้องตามแผนการเรียนโดยตรง เพราะเราจะเข้าไปสอนแบบสอนเสริมทักษะความรู้เพิ่มเติมจากที่เด็กเรียนในชั้น เรียนนะค่ะ
· การสอนในห้องเรียนแต่ละชั้นเรียนความรู้เด็กในชั้นจะไม่เท่าเทียมกัน จะมีทั้งเด็กที่อยู่ในเกณฑ์การเรียนดี และเกณฑ์การเรียนที่ค่อนข้างต่ำคละกันไปในแต่ละชั้นเรียน
· สำหรับการสอนในชั้น ป.6 และ ม. 3 การเรียนการสอนควรจะมีส่วนในการแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับเด็ก 2 ช่วงการศึกษานี้
รับจำนวนจำกัด 50 คนเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Mail. jadadbannok@hotmail.com ครูจะเด็จ
หรือโทร.... 053-737412 ต่อ 23
หรือ 087-1833705

ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?...
โครงการ : ลุ่มน้ำภูมิปัญญากับอาสาร่วมฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา
ณ ทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา
วันที่ 22-25 ตุลาคม 2553
วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม 53
21.30 น. ออกเดินทางลงสู่เมืองใหญ่สองทะเล
วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม 53
Theme : รู้จักและทักทายกันในหมู่คณะ ศึกษาสัมผัสวัฒนธรรมวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์เมืองสงขลา
กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาสาสมัคร รู้จักย่านเมืองเก่า 3 ถนนโบราณของสงขลา ได้แก่ ถ.นางงาม ถ.นครนอก ถ.นครใน สัมผัสชีวิตชาวเมืองสงขลาแบบช้าๆ โดยการนั่งรถจักรยานสามล้มชมเมือง แวะทักทาย นางเงือก ณ หาดสมิหลา สัญลักษณ์ประจำเมือง นมัสการพระเจดีย์บนเขาตังกวน ชมวิวตัวเมืองสงขลา สิ้นสุดกิจกรรมที่ถนนคนเดิน บริเวณกำแพงเมืองเก่าสงขลาสมัยรัชกาล ที่ 3
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53
Theme : ศึกษาสัมผัส วัฒนธรรมวิถีชีวิตและธรรมชาติเมืองสงขลา ร่วมเป็นอาสาฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลสาบตอนล่าง
ตักบาตรเทโว (วันออกพรรษา) ณ เขาตังกวน สัมผัสตลาดนัดวันอาทิตย์ ตลาดใหญ่ที่มีเฉพาะวันอาทิตย์ และร่วมประเพณีลากพระ ชมขบวนเรือพระจากวัดต่างๆ พร้อมลากเรือพระเพื่อเป็นกุศล สัมผัสเกาะหนู เกาะแมว เกาะในตำนานเมืองสงขลา โดยเรือขนาดใหญ่ ฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยการปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง อ. เมือง/อ.สิงหนคร สงขลา สิ้นสุดด้วยการเข้าที่พัก Homestayกลางทะเลสาบ
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53
Theme : อาสาฯ ฟื้นฟูระบบนิเวศ ทะเลสาบสงขลาตอนกลางอุทยานนกน้ำคูขุด
เรียนรู้ภูมิปัญญาการจับปลาตามวิถีทางชาวประมงพื้นบ้าน ในกระชังกลางทะเลสาบสงขลา นมัสการ เจดีย์สมเด็จเจ้าเกาะยอ ณ วัดเขากุฏิ ซึ่งเป็นที่พักสงฆ์ตั้งแต่สมัยพระเอกาทศรถ รัชกาลที่ 19 แห่งกรุงศรีอยุธยา และเป็นจุดสูงสุดของเกาะยอ ออกเดินทางไปยัง อุทยานนกน้ำคูขุด อ.สทิงพระ เพื่อลอกกอบัวเบิกเส้นทางน้ำในเส้นทางดูนก พร้อมจำแนกชนิดนกที่พบในช่วงหน้าฝน บริเวณอุทยานฯ แวะนมัสการหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดและเจดีย์วัดพระโคะ ก่อนกลับเพื่อรับพรรับโชคในการเดินทาง เดินทางกลับกรุงเทพฯ
วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 53
เช้าตรู่ ถึง กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ พร้อมรับบุญรับโชค หลังจากทำกิจกรรม
รับอาสาสมัคร จำนวน 48 คน
ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2553
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ
สมาชิก V4N 1,500 บาท / บุคคลทั่วไป 1,650 บาท / เดินทางเอง 850 บาท
สอบถามกิจกรรมที่
1. ทางโทรศัพท์ 085-909 0897 (กาเหว่า) หรือ 081-4811496 (ชาย)
2. E-mail : v4nature@gmail.com
3. Facebook V4N
รายละเอียดเพิ่มเติม www.v4nature.org
ครูบ้านนอกสัญจร ครั้งที่ 10 สปป.ลาว
“ สะบายดี – เมืองลาว 2 ”
วันที่ 23 ตุลาคม 53 - วันที่ 25 ตุลาคม 53
วัน เสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเปิดประตู สู่การเรียนรู้ )
8.00 น. ทีมงานมูลนิธิกระจกเงา จะนำรถยนต์ ไปรอรับที่ บขส. อำเภอเชียงของ พร้อมเบอร์โทร ฯ 08 -7183-3705 ขอสาย จะเด็จ ( สำหรับอาหารเช้า- รบกวนผู้เข้าร่วมงานจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ) ออกเดินทางไปที่ว่าการ อำเภอเชียงของ เพื่อไปทำบอร์ดดิ้งพาส ข้ามพรหมแดน ไทย – สปป. ลาว จากนั้นทำการปฐมนิเทศ ชี้ เเจงโปรแกรม กำหนดการ เตรียมความพร้อม ด้านต่าง ๆ แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมการเรียนการสอน และ แบ่งกลุ่มบ้านพัก หลังละ 2 คน (ชายคู่ชาย/หญิงคู่หญิง) และ แนะนำข้อมูลชุมชนเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้คณะครูบ้านนอก ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้
|
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง จากนั้น เดินทางไป ด่าน ไทย - ลาว 13.30 น. ถึงด่านพรหมแดน ไทย – สาธารณรัฐประชาชนลาว อ.เชียงของ จ.เชียงราย ตรวจสอบสัมภาระและเอกสาร 14.00 น. ครูบ้านนอกนั่งเรือที่ท่าเรือข้ามฟาก เพื่อข้ามแม่น้ำโขงไปขึ้นที่ท่าเรือ จังหวัดบ่อแก้ว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว 14.30 น. ถึงจังหวัดบ่อแก้ว ตรวจเอกสารและสัมภาระที่ด่าน ตม.จังหวัดบ่อแก้ว ประเทศสาธารณรับประชาชนลาว และออกเดินทางต่อโดยรถไปที่หมู่บ้านน้ำปุก (ลาวลุ่ม) ใช้ระยะเวลาจากด่านเข้าไปประมาณ 50 ก.ม. ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า บนถนนดินลูกรัง |
16.00 น. ถึงหมู่บ้าน เราจะพบกับนายบ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน จากนั้นเด็ก ๆ จะมารอรับคณะครูบ้านนอกเข้าบ้านพัก หลังละ 2 คน โดยทางเราจะจัดอาหารให้สำหรับครูบ้านนอก เข้าไปทำอาหารทานรวมกันกับชาวบ้านและ เด็ก ๆ ที่เราเข้าไปพัก ครูบ้านนอกทำความรู้จักครอบครัวของเด็ก ๆ อาบน้ำ ทำธุระส่วนตัว และ ทำอาหารทานที่บ้านร่วมกับครอบครัวที่เราเข้าไปพัก
19.00 น. สำหรับในคืนแรกตอนค่ำหลังจากที่ทานข้าวเย็นแล้ว มีกิจกรรมสันทนาการ เพื่อทำความรู้จักกับเด็ก ๆ และชาวบ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งคืนนี้เป็นวันออกพรรษา ของฝั่ง สปป. ลาว เช่นกัน ส่วนจะมีประเพณี หรือ พิธีกรรม อย่างไรนั้น ทางทีมงานจะเข้าไปประสานงานอีกที
20.00 น. จะเป็นเวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม – ตอบ ข้อซักถาม จาก นายบ้าน กำนัน ผู้นำหมู่บ้าน ผู้เฒ่า ผู้แก่ และคณะกรรมการหมู่บ้าน และสรุปงานประจำวัน และเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้
21.00 น. แยกย้ายเข้าที่พัก
|
|
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 ( กิจกรรมการเรียนการสอน / สัทนาการ / เกม / เพลง )
ตื่นแต่เช้ามาสัมผัสอากาศต่างแดน กับยามเช้า ๆ ฟังเสียงนก เสียงไก่ ขานต้อนรับวันใหม่ ที่หมู่บ้านน้ำปุก ยังมีตลาดเช้าประจำหมู่บ้าน ครูบ้านนอกท่านใดสนใจสามารถตื่นมาเที่ยวชมกันได้ ใน วันนี้คณะครูบ้านนอกจะเข้าทำกิจกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียน สัทนาการ เกม เพลง กับเด็ก ๆ ที่โรงเรียน ประมาณ 200 คน ซึ่งเด็ก ๆ สื่อสารภาษาท้องถิ่น (ลาว) เป็นหลัก แต่สามารถสื่อสารกับเราเข้าใจได้ อันนี้ต้องใช้ความสามารถกันหน่อย .. จ้า ..
|
8.00 น. เคารพธงชาติพร้อมเด็ก ๆ ที่โรงเรียน พวกเราเหล่าคุณครูบ้านนอกสวมวิญญาณคุณครู เตรียมตัวสอนน้อง ๆ ได้ โดยเน้นกิจกรรมเกม เพลง กีฬา สันทนาการ ศิลปะ เนื่องจากทางเรา เเละ เด็ก ๆ มีข้อจำกัดทางภาษา เน้นการสื่อสารทางกาย เเละ ทางใจ เป็นหลัก โดยเราจะเข้าไปส่วนในชั้นเรียนแต่ละชั้น ตั้งแต่ระดับ อนุบาล - ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเราจะแบ่งกลุ่มกันเข้าไปสอน ครูบ้านนอกสามารถระบุมาก่อนได้ได้เลยนะครับ ว่าจะสอนระดับชั้นไหนบ้าง 12.00 น. พักทานข้าวเที่ยง (เราจะทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ ทั้งโรงเรียน ) |
13.00 น. ช่วงบ่ายทำการเรียน การสอน แบบฐานการเรียรนรู้ โดยแบ่งเป็น 4 ฐาน ด้วยกัน เช่น ..ฐานศิปละ –ฐานสุขภาพ – ฐานคณิตศาสตร์ .. เป็นต้น
15.00 น. เราจะจัดการแข่งขันกีฬาฮาเฮ ระหว่าง ชาวบ้าน กับ ครูบ้านนอก และ ครูบ้านนอก กับเด็ก ๆ
16.00 น. เลิกเรียน แยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัย ทำอาหารทางที่บ้านพัก
19.00 น วันนี้มีงานประเพณี สืบสานวัฒนธรรมของประเทศลาว เป็นการรำวงดั่งเดิมของประเทศลาว โดยจะมีชาวบ้าน และเด็ก ๆ มาร่วมกันรำวงกับพวกเรา เหล่าคณะครูบ้านนอกด้วยกัน ครูบ้านนอก สามารถหยิบยืมชุดของชาวบ้านที่เราเข้าไปพัก มาใส่ร่วมงานรำวงกันได้ .. จ้า ..
21.00 น. สรุปงานเตรียมความพร้อมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2553 ( วันร่ำลา )
Morning call กับเสียงหมู เสียงไก่ พวกเราตื่นทำธุระส่วนตัว รับประทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย วันนี้ ช่วงเช้า ชาวบ้านจะทำ พิธีบายศรีสู่ขวัญให้แก่คณะครูบ้านนอก ผูกข้อไม้ ข้อมือ ให้กับคณะครูบ้านนอก ก่อนจะเดินทางกลับ หลังจากนั้นเป็น กิจกรรมส่งท้ายร่ำลาระหว่างพวกเรา กับชาวบ้านและเด็ก ๆ ทุกคน คณะครูบ้านนนอก มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา และ ทุนการศึกษาให้กับทางโรงเรียน
10.00 น. ออกเดินทางจากหมู่บ้านน้ำปุก แวะเที่ยวตลาดอินโดจีน และ ตลาดขายของ ของ สปป. ลาว จะรับประทานอาหารเที่ยงกันที่นั้น
14.00 น. เดินทางมา ถึง ตม.จังหวัดบ่อแก้ว ตรวจเอกสารและสัมภาระ ก่อนขึ้นเรือข้ามแม่น้ำโขง กลับมาประเทศไทย ถึงด่านตม.อ.เชียงของ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
15.00 น. ส่งครูบ้านนอกกลับที่ขนส่ง อ.เชียงของ จังหวัดเชียงราย เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ.....กำหนดการสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามความเหมาะสม และ ตามสถานการณ์ ต่าง ๆ
*** รับจำนวนจำกัด 50 คน เท่านั้น ที่ยืนยันการโอนเงินเข้าร่วมโครงการ ไม่รับการยืนยันปากเปล่าทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล์ ***
การลงทะเบียน โดยการลงทะเบียนผ่าน ธนาคาร ฯ
ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา" ธ.กรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 2,200 บาท
สำหรับค่าอาหาร / ค่าเดินทางไป - กลับ / เข้าพื้นที่ สปป. ลาว และ เดินทางไปหมู่บ้านน้ำปุก ค่าประสานงาน อุปกรณ์ อื่น ๆ เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมครั้งนี้ และ ท่านจะได้เสื้อคนละ 1 ตัว เป็นของที่ระลึก ( ไม่รวมค่าเดินทาง ไป – กลับ ของอาสาสมัครเข้าร่วมงาน )
หมายเหตุ เมื่อ ลงทะเบียนผ่านธนาคาร แล้วกรุณาส่งสลิปการโอนเงินทางเมล์ หรือส่ง fax มาที่เบอร์ 053-737616 (Att:โครงการครูบ้านนอก) และเก็บสลิปมายืนยันการโอนเงินในวันที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม
เอกสารที่ครูบ้านนอกต้องเตรียมมา( ทั้งมีพาสปอร์ต และ ไม่มีพาสปอร์ต )
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด ( เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง “ ประกอบการมาเข้าร่วมงานครูบ้านนอก ” )
2. รูปถ่ายหน้าตรง 1 รูป ขนาด 2 นิ้ว
3. หากใครมีพาสปอร์ต ก็เตรียมมาด้วยนะครับ หากใครไม่มีไม่เป็นไรเราจะทำหนังสือข้ามแดนแทนใคร
เรื่องการเตรียมความพร้อมและเรื่องอื่นๆ
+ ที่พักเราจะพักที่บ้านชาวบ้าน (แยกชาย แยกหญิง ) หลังละ 2 คน
+ เสื้อกันหนาว ( อากาศเริ่มหนาวกันแล้ว )
+ ยากันยุง ( สำคัญมาก )
+ ยารักษาโรคประจำตัว ( ถ้ามี )
+ ถุงนอน ไฟฉาย รองเท้าแตะ
+ เสื้อผ้า (ส่วนตัว) เตรียมมาเท่าที่จำเป็น เตรียมผ้าถุง / ผ้าขะม้า สำหรับอาบน้ำ
+ ของบริจาค อุปกรณ์กีฬา / เครื่องเขียน / ของเล่น / ของรางวัล / ขนม สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ... อื่น ๆ
** การจองตั๋ว เดินทางมาร่วมกิจกรรม โครงการครูบ้านนอก ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการต้องรับผิดชอบตัวเอง **
( รีบจองตั่ว ไป – กลับ กันเลย นะครับ เพราะมันช่วงวันหยุดหลายวัน )
สยามเฟริสทัวร์ 02-2031420-22
กทม. – เชียง ของ
ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.30 น. ถึง เชียง ของ 08.00 น.
VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียง ของ 07.40 น.
เชียงของ – กทม.
ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น.
VIP รถออกจากสถานีขนส่ง เชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น.
สมบัติทัวร์ โทร.02-5531753
กทม. – เชียง ของ
ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียงของ 07.00 น.
ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.15 น. ถึง เชียงของ 07.15 น.
ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 20.15 น. ถึง เชียงของ 08.15 น.
VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 20.40 น. ถึง เชียง ของ 08.40 น.
ป.2 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.20 น. ถึง เชียงของ 07.20 น.
เชียงของ – กทม.
ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 04.00 น.
( ปล. หากได้รับเมล์แล้วกรุณาตอบกลับด้วยนะครับ เพื่อทางเราจะทราบว่าเมล์ถึงหรือไม่ ขอบคุณครับ )
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณจะเด็จ
Email: jadad@bannok.com
MSN: jadadbannok@hotmail.com
เบอร์โทร : 053-737-412 - 3 ต่อ 23 ขอสาย จะเด็จ
มือถือ : 0-87183-3705

ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?...

โครงการ “ให้2” (ให้ ยกกำลัง ๒)
2 give 2 share 2 care
วันศุกร์ที่ ๒๒ ตุลาคม – วันจันทร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๓
ณ บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
--------------------------------------------------------------------------
“ให้”2 To give to share to care
นอนนับดาวที่ยอดดอย
ลักษณะกิจกรรม
ร่วมด้วยช่วยกันปรับปรุง อุทยานการเรียนรู้ให้น้องๆ ร่วมกับคนในพื้นที่ กิจกรรมเพิ่มทักษะการรู้ของน้องๆโดยผ่านขบวนการกิจกรรมที่อาสาร่วมกันทำเพื่อน้องในถิ่นไกล และเพื่อปลูกฝังรักการเรียนให้กับเด็กๆในชนบท อีกทั้งตัวอาสาได้เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ชนบท และส่งเสริมกระบวนการกลุ่มสร้างสำนึกเรื่องงานอาสาสมัครและเผยแพร่แนวคิดการทำงานอาสาสมัคร กิจกรรมดังกล่าวจะเป็นลักษณะอาสาเชิงท่องเที่ยว และมีการหารเฉลี่ยค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยค่าใช้จ่ายจะมากหากจำนวนอาสาน้อย และค่าใช้จ่ายจะถูกหากอาสามีตามจำนวนที่กำหนด
สถานที่
ณ บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
กำหนดการ โครงการ “ให้^2” (ให้ยกกำลังสอง)
2 give 2 share 2 care
นอนนับดาวที่ยอดดอย
วันศุกร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ (เป็นเวลาหลังเลิกงาน)
๑๘.๓๐ น. นัดเจอกันที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ถ.วิภาวดีรังสิต
(ติดกับมหาวิทยาลัยเกษตร บางเขน) หาไม่เจอติดต่อ ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔
นอนบนรถ
วันเสาร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันปิยะมหาราช)
เช้า ถึงเชียงใหม่ ทานอาหารเช้า
นมัสการพระธาตุจอมทอง เตรียมขึ้นดอยอินทนนท์
ตั้งวงชวนคุยแนะนำตัว
บ่าย อาสาเรียนรู้ทำสบู่กาแฟ
ชิมกาแฟ น้ากาลาโต้ บ้านแม่กลางหลวง
แบ่งภาระหน้าที่ กิจกรรมวันพรุ่งนี้
๑๖.๓๐ พักตามอัธยาศรัย
๑๘.๓๐ อาหารเย็น
นอนบ้านพักทหารอากาศยอดดอยอินทนนท์ (คืนแรก)
วันอาทิตย์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓
๐๖.๐๐ ฟ้าสางที่กลางดอย
อาหารเช้า
กิจกรรมทำกับเด็กดอย พี่ชวนน้องเล่นเปิดค่าย
กิจกรรมรู้จักฉัน รู้จักเธอ ยินดีที่ได้พบกัน
กิจกรรมสัมพันธ์ แบ่งกลุ่ม ทำกิจกรรม
๑. พอดี พอเพียง เพียงพอ
๒. ภาษาสโมสร อ่านออก เขียนได้
๓. เลขคณิต คิดสนุก
๔. วิทยาศาสตร์ ร่วมด้วยช่วยคิด พิชิตโลกร้อน
๕. ธรรมชาติรอบตัว ศิลปะรอบบ้าน
๑๒.๐๐ อาหารเที่ยง
แจกของที่รับบริจาคมาให้เด็กดอย
๑๖.๓๐ อาสาลงดอย(อินทนนท์)
๑๘.๓๐ เข้าที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
อาหารเย็น
พักผ่อนตามอัธยาศัย เดินถนนคนเดิน เมืองเชียงใหม่
สรุปกิจกรรม ก่อนนอน
นอน ในตัวเมืองเชียงใหม่ บ้านพักกองบิน ทหารอากาศ (คืนที่สอง)
วันจันทร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันหยุดชดเชยวันปิยะมหาราช)
๐๖.๐๐ น. รุ่งแจ้งที่เวียงพิง
๐๗.๓๐น. กองทัพเดินด้วยท้อง มื้อเช้า
๐๘.๓๐น. ซื้อของฝากที่กาดหลวง เตรียมตัวกลับ
แวะนมัสการพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง
๑๒.๓๐น. รับประทานอาหารกลางวันระหว่างการเดินทาง(อาสารับผิดชอบตัวเอง)
๒๓.๐๐น. เดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ กิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
ประกาศรับบริจากสิ่งของสำหรับน้องบนดอย
เครื่องนุ่งห่ม
อุปกรณ์การเรียน สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ
อุปกรณ์ด้านการกีฬา
สามารถร่วมบริจาคหรือสมทบทุนสนับสนุนได้ที่
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ถ.วิภาวดี-รังสิต (ก่อนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน)
ในวันและเวลาราชการ ติดต่อคุณ จิระพงค์ รอดภาษา
หรือจัดส่งไปที่ คุณสมศักดิ์ คีรีภูมิทอง
บริษัทนิ่มซี่เส็งขนส่ง
ท่าลี่ ที่อยู่ 86 หมู่ 13 ต.ข่วงเปา
อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160
Tel.053-369394 Fax.053-369394
สมทบค่าใช้จ่าย
ชักชวนอาสามาหารเฉลี่ย ค่าใช้จ่ายร่วมกัน
*** อาสาเตรียมเต๊นท์ ถุงนอน ไปนอนที่บ้านแม่กลางหลวง เนื่องจากบ้านพักเต็ม อยู่ระหว่างประสานงาน บ้านพักเพิ่มเติม
ค่าใช้จ่ายนี้รวม
อุปกรณ์ต่างๆ
ค่าเดินทางรถตู้
ค่าอาหาร ระหว่างการทำกิจกรรม ในพื้นที่ (๖ มื้อ)
ค่าที่พักบ้านแม่กลางหลวง / ยอดดอยคืนที่๑
ค่าบ้านพักตัวเมืองเชียงใหม่ คืนที่๒
ค่าใช้จ่ายนี้ไม่รวม
ค่าอาหารระหว่างการเดินทางบางมื้อ (อาสารับผิดชอบเอง)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเช่น ค่าซื้อสินค้าของฝาก
สมทบค่าทำกิจกรรม
ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมกรุณา
*** (การโอนเงินเพื่อ ยืนยันการร่วมกิจกรรมที่แน่นอนของอาสา )
จำนวนเงิน ๑๕๐๐ บาท
ที่เหลือ ไปหารเฉลี่ยกัน ในระหว่างการร่วมกิจกรรม***
โอนก่อน มีสิทธิ์เลือกที่นั่งบนรถตู้ได้ก่อน
จะส่งที่นั่งบนรถตู้ให้เลือกหลังจากโอนเงินมัดจำการร่วมกิจกรรม
โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์
ธนาคารกรุงเทพ สาขา เทสโก้ โลตัส รัตนาธิเบศร์
ชื่อบัญชี นาย จิระพงค์ รอดภาษา
เลขบัญชี 914-0-07389-2
เมื่อโอนแล้วกรุณาโทรยืนยันการโอนที่
เบอร์ ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔ (081-515 8564)
และ ส่ง FAX มาที่ ๐๒-๕๖๒ ๐๐๙๓
พร้อมระบุรายชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรติดต่อกลับ
หรือถ่ายสำเนา attach file
มาที่ sunday2309@hotmail.com
หรือ นำหลักฐานการโอนมาแสดงในวันเดินทาง
เปิดรับสมัคร (ยังไม่มีกำหนด)
รับจำนวนจำกัด ๒๐ คน (รถตู้ ๒ คัน)
หรือตามจำนวนผู้ที่สนใจร่วมทริป
ค่าใช้จ่าย คร่าวๆ ต่อ รถตู่ ๑ คัน
จำนวนอาสา ๕ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๕๐๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๖ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๔๒๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๗ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๖๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๘ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๒๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๙ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๘๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๑๐ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๕๐๐ บาท
ค่าใช้จ่ายดังกล่าวมากน้อย ขึ้นกับการผันผวนราคาน้ำมัน ณ ขณะนั้น
ซึ่งค่าใช้จ่าย ข้างต้น คิดคร่าวๆดังนี้
ค่ารถตู้ ต่อ คัน
ค่าน้ำมันรถ
ค่าบ้านพัก บ้านแม่กลางหลวง ๒ หลัง หลังละ ๕ คน / หรือ บ้านบนยอดดอย
ค่าบ้านพักในเมืองเชียงใหม่ ต่อหลัง
ค่าอาหาร จำนวน ๖ มื้อ
อุปกรณ์ต่างๆ
อื่นๆ ที่นึกไม่ออก
หาก หลังจากวันที่เปิดรับสมัคร จนถึงวันที่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ได้สมาชิกไม่ถึง ๕ คน เราจะไปทางเลือกที่ ๒ คือ รถทัว
ติดต่อสอบถาม
นายจิระพงค์ รอดภาษา (นุ้งนิ้ง)
E-mail: Rodpasa@hotmail.com หรือ
Sunday2309@hotmail.com
หมายเลขโทรศัพท์ : ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔
เตรียมตัว และเตรียมใจ
- ไฟฉาย ยากันยุง รองเท้าแตะ
- กินง่ายอยู่ง่าย เปิดใจเรียนรู้ และรับฟังผู้อื่น
- เครื่องใช้ส่วนตัว เช่น ยาประจำตัว หมวกกันแดด
- เสื้อกันหนาว มากๆ สำหรับบนดอย
หมายเหตุ
กิจกรรมต่างๆอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
Social and Economic Corridors of the Mekong Basin
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
-----------------------------------------
ความเป็นมา
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
ดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรม พลังแห่งวิถีของชุมชน และเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกทางน้ำที่ต่างเป็นสมบัติอันล้ำค่าของผู้คนในแถบนี้ ที่เชื่อมโยงกันอยู่เหนือกว่าพรมแดน
ใดๆของรัฐชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังยุคสงครามเย็นสิ้นสุดลงได้นำความมั่งคั่งมาสู่ดินแดนแห่งนี้ แต่ขณะเดียวกันผลกระทบในทางลบที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ดำเนินคู่ขนานไปพร้อมกันๆ
ทุกวันนี้องค์ความรู้เกี่ยวกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนั้น จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มและแยกส่วน อยู่ในหมู่นักวิชาการ ผู้วางแผนนโยบาย นักเคลื่อนไหว ภาคประชาสังคมทั้งในแวดวงธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และพัฒนาสังคม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่การบูรณการทางความรู้ชุดนี้ต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความตระนักรู้ถึงคุณค่าต่างๆที่หลอมรวมอยู่ในอนุภูมิภาคแห่งนี้ อันจะนำไปสู่การยู่ร่วมกันอย่างสันติ รู้และเข้าใจเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่จัดขึ้นเป็นครึ่งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ที่ผ่านมา ได้เป็นหลักหมายที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพราะบรรดาผู้นำและผู้เกี่ยวข้องได้ "ยอมรับ" แล้วว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในตลอดสายแม่น้ำโขงแห่งนี้ ทั้งเรื่องปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำแห้งขอด มลพิษทางน้ำ การลดลงของทรัพยากรทางน้ำในแม่น้ำโขง ปัญหาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และภาวะหมอกควัน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยตรง การประชุมครั้งนี้ ยังยอมรับว่าปัญหาที่กล่าวมาเหล่านี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชนและภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
รายงานข่าวที่ว่า เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2553 หรือ ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดลงจนถึงจุดต่ำสุดในรอบ 50 ปี นับว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อทุกคนในประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแห่งนี้ ว่า การพัฒนาแม่น้ำโขงนั้นไม่สามารถจะมองผ่านมิติการพัฒนาทางเศรษฐกิจและพลังงานเพียงอย่างเดียว ได้อีกต่อไป
ด้วยตระหนักถึงพันธกิจทางวิชาการ การสัมมนาครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในฐานะที่เป็นกิจกรรมแห่งความร่วมมือในวงวิชาการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โดยความริเริ่มของสถาบัน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และได้จากความร่วมมือจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กับ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ส่งเสริมและให้การสนับสนุนการศึกษาการวิจัยเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขยายพรมแดนความรู้และสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาแก่คนและสังคมไทยให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยปัญญา ดังพุทธภาษิตที่ว่า “นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา” แสงสว่าง เสมอด้วยปัญญา ไม่มี
วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ข้อมูลในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านคมนาคม เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิถีชุมชน และนิเวศวิทยา
2. เพื่อกระตุ้นให้มีการนำเอาความรู้และความเข้าใจที่ได้ ไปปรับให้เอื้อต่อการสร้างความเข้าใจอันดีของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าและองค์ความรู้ และพัฒนาบุคคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองสังคมไทย
ระยะเวลาของการสัมมนา วันที่ 21 - 22 ตุลาคม 2553 และ ภาคสนามวันที่ 23 - 28 ตุลาคม 2553
ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน
ลงทะเบียนสัมมนาวิชาการท่านละ 1,500 บาท
1,000 บาท(สำหรับนักเรียน / นิสิต /นักศึกษาปริญญาตรี และผู้ที่มีภูมิลำเนา และ/หรือ ปฏิบัติงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดนครพนม)
(เป็นค่าเอกสารประกอบการสัมมนา อาหารกลางวัน อาหารเย็น อาหารว่าง)
สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
(วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 เวลา 14.00 - 17.30 น.)
(ในกรณีมีผู้ลงทะเบียนน้อยกว่า 40 ท่าน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางและยินดีคืนเงินค่าลงทะเบียน)
ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท
สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
(วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553)
ลงทะเบียนภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ท่านละ 26,000.- บาท
จำนวนผู้ลงพื้นที่ภาคสนาม รับจำนวนจำกัด 80 ท่าน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เกิด ความเคลื่อนไหวและตื่นตัวในวงวิชาการเกี่ยวกับในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในลุ่ม น้ำโขง
2. เกิดการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เกิดการต่อยอดให้มีมุมมองประเด็นปัญหาใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย , บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
มหาวิทยาลัยนครพนม , สมาคมจดหมายเหตุสยาม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 และ เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ,
มูลนิธิโรงเรียนน่าอยู่เรียนรู้อย่างเป็นสุขนครพนม
ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
โทร. 02-424-5768 , โทร./โทรสาร 02-433-8713, 02-882-3850
e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
(1) รัฐชาติ – พรมแดน: ความขัดแย้งและข้อยุติ บนเส้นทางสันติภาพอาเซียน โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ผศ.กาญจนี ละอองศรี (รายงานการสัมมนา ที่ หอประชุมใหญ่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 )
(2) เอกสารสัมมนาจัดพิมพ์เป็นเล่มย่อยๆ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.textbooksproject.com , www.seas.arts.tu.ac.th
www.toyota.co.th , www.toyota.co.th/th/ttf/ttf_home.asp
แผนที่โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว
เลขที่ 9 ถนนนครพนม- ธาตุพนม อ. เมือง จ. นครพนม 48000 โทร : 042 522 333 - 40

กำหนดการสัมมนาวิชาการ
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
---------------------------------
พฤหัส 21 ตุลาคม 2553
08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 09.10 น. อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวรายงาน
09.10 - 09.30 น. เปิดการสัมมนาโดย พลตำรวจเอก เภา สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
09.30 - 10.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.00 - 12.00 น. อภิปรายทั่วไป " อนาคต ของแม่น้ำโขง: มุมมองจากต้นน้ำ ถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง"
รศ.ลู ซิง (Assoc. Prof. Lu Xing) ม.ยูนาน
รศ.สุพาบ ขวงวิจิต (Assoc. Prof. Souparb Khouangvichit) ม.แห่งชาติลาว
ดร.วิฑูรย์ วิริยะสกุลธรณ์ MRC
รศ. ดร. เล เวียด ยุง (Assoc. Prof. Le Viet Dung)
คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ NGO
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 15.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณเด่นชัย ไตรยะถา สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม
คุณทองแถม นาถจำนง บก. สยามรัฐรายวัน
คุณณรงค์ ชินสาร อดีต ผอ.เขตการศึกษานครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในเวียดนาม และลาว /ไทย”
ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ ม.มหาสารคาม
อ.พิเชฐ สายพันธ์ ม.ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.อรรถ นันทจักร์ ม.มหาสารคาม *
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “วิกฤต น้ำของ - น้ำโขง 2553”
คุณวิฑรูย์ เพิ่มพงศาเจริญ มูลนิธิฟื้นฟู
อ.นิวัติ ร้อยแก้ว กลุ่มรักษ์เชียงของ
ดร.หิรัญ แสวงแก้ว ม.ขอนแก่น
คุณดิรก สาระวดี ม.ขอนแก่น
คุณเพียรพร ดีเทศน์ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เชียงใหม่ ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน"
คุณจ๋ามตอง เครือข่ายสตรีไทยใหญ่
คุณสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโส
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ม.มหิดล ดำเนินรายการ
15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 - 17.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง”
คุณสมคิด สิงสง นักเขียนภาคอีสาน
คุณปราโมทย์ ในจิต กวี นักเขียน นักแปล
คุณโอทอง คำอินซู (ฮุ่งอะลุน แดนวิไล) ซีไรต์ สปป.ลาว
คุณชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต สมาคมนักกลอนฯ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย”
อ.วิชาญ ฤทธิธรรม มรภ.สกลนคร
คุณเหลาไท นิลนวล นายก อบต.หลุบเลา สกลนคร
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ม.รังสิต
ผศ.ปรีชา ธรรมวินทร มรภ.สกลนคร ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ”
สว.พนัส ทัศนียานนท์ อดีต สว.ตาก
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
อ.กวีพล สว่างแผ้ว ม.บูรพา
รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล ม.มหิดล ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป”
ดร.มรกต เจวจินดา ไมยเออร์ มศว.
รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช ม.ธรรมศาสตร์.
รศ.ดร.สุชาติ บำรุงสุข ม.จุฬา *
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ผู้ดำเนินรายการ
17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
คุณอภินันท์ บัวหภักดี บก.ภาพถ่าย นิตยสาร อสท.
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ
19.30 – 21.00 น. อภิปราย และ ชมภาพยนตร์ เรื่อง “เนรคุณ” ภาพยนตร์ชิงรางวัล ออสการ์ ปี 2009 ร่วมสร้างโดย
ผู้กำกับชาว ลาวและอเมริกัน นำเสนอโดย ทีมงาน FILM KAWAN (ห้องเสาร์ทอง)
ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
8.30 - 10.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน”
อ.อรอนงค์ ทิพย์พิมล ม.ธรรมศาสตร์
อ.ดุลยภาค ปรีชารัชช ม.ธรรมศาสตร์
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.พิภพ อุดร ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ”
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
คุณธนวัฒน์ จันทร์ต๊ะบุญ นายกสมาคมนักข่าว นครพนม
คุณเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ อุปนายกสมาคมสื่อมวลชน จ.ขอนแก่น
รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ”
ผศ.ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ ม.ธรรมศาสตร์
ดร.ธงชัย สวัสดิสาร ม.นครพนม
รศ.ดร.ประสิทธิ์ คุณุรัตน์ ม.ขอนแก่น
รศ.สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ ม.ขอนแก่น
รศ.ดร.วิทยา สุจริตธนารักษ์ ม.จุฬา ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง”
รศ.ดร. ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ ม.ขอนแก่น
ดร. แก้วตา จันทรานุสรณ์ ม.ขอนแก่น
ดร. กีรติพร ศรีธัญรัตน์ ม.ขอนแก่น
อ.จีระศักดิ์ โสะสัน ม.ขอนแก่น
อ.ฐากูร สรวงศ์สิริ ม.ขอนแก่น
ผศ.ดร.เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ ม.ขอนแก่น ดำเนินรายการ
10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
11.00 - 13.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี”
รศ. เฉลิมสัก พาบุดดี ม.แห่งชาติลาว
คุณเหงียน วัน เซิน นักวิชาการเวียดนาม
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม”
คุณมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้านครพนม
คุณอดิศร เสนแย้ม สถาบันเอเชีย จุฬา
ท่านนาง บุนมี ขันติวง ตัวแทน จากแขวงสะหวันนะเขต
คุณชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้า มุกดาหาร
ท่าน ไทยะพอน สิงทอง ตัวแทนแขวงคำม่วน
รศ.ดร.ประสาท อิศรปรีดา ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม”
อ. ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ ม.อุบลราชธานี
ดร.สมศรี ชัยวณิชยา ม.อุบลราชธานี
รศ.สมหมาย ชินนาค ม.อุบลราชธานี
อ.ธวัช มณีผ่อง ม.อุบลราชธานี
ผศ.ดร.อินทิรา ซาฮีร์ ม.อุบลราชธานี ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “อัตลักษณ์ผ้าทอลุ่มน้ำโขง”
อ.พณิฐา ยงพิทยาพงศ์ ม.นครพนม
อ.วีระศักดิ์ จุลดาลัย ม.นครพนม
อ. วัชรี แซงบุญเรือง ม. นครพนม
รศ.เทอดศักดิ์ คำเหม็ง ม.นครพนม ดำเนินรายการ
13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
14.00 - 17.30 น. ทัวร์ ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ออกเดินทางจากท่าเรือเทศบาลจังหวัดนครพนม นั่งเรือข้ามฟากไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ขึ้นรถปรับอากาศแล้วเดินทางจากด่านลาวไปยังกำแพงหินยักษ์โบราณ
(กำแพงหินที่เกิดขึ้นเองหรือธรรมชาติสร้างขึ้น มีความยาวประมาณ 60 – 200 กิโลเมตร)
ต่อจากนั้นออกเดินทางไปชมสถานที่ก่อสร้างที่อนุสรณ์สถาน (เวียดนามสนับสนุน)
ชมประเพณีออกพรรษาลาว ที่วัดในเมืองท่าแขก และเดินทางต่อไปสักการะพระธาตุ
ศรีโคตรบอง เดินชม และ ช้อปปิ้ง ในตลาดท่าแขก ก่อนข้ามเรือกลับนครพนม ชมพระอาทิตย์ตก
พิธีกรตลอดงาน อ.สมฤทธิ์ ลือชัย
* วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม
กำหนดการภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
--------------------------------------
วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง
8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม
สู่ถิ่น “วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย-ลาว” จังหวัดหนองคายระยะทางราว 300 กม.
แวะนมัสการหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย ชมความงามของพระพุทธรูปสมัยล้านช้าง พร้อมรับฟังบรรยายเหตุการณ์ปาฎิหารย์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “หลวงพ่อเกวียนหัก”
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย
บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง
หรืออีกชื่อคือพระเจดีย์โลกจุฬามณี ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศลาว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รับฟังบรรยาย ร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นหัวข้อ “เวียงจัน 450ปี”
เดินทางลดเลี้ยวไปตามถนนหมายเลข13 เพื่อมุ่งสู่เมืองวังเวียง เมืองตากอากาศที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามตระการตา ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา
วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น
ตลอดทั้งปี-ดินแดนที่มีทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่น เขียวขจี และนับเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์สำคัญเกี่ยวพันถึงสงครามอินโดจีน
บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน
ระหว่างทางชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวลาว และธรรมชาติสองข้างทาง ภูเขาใหญ่ น้อยต่างๆ ที่ทอดตัวเรียงกัน
ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง
เช็คอินโรงแรม อิสระเดินเล่น ถ่ายภาพ ชมบรรยากาศสีสันตัวเมืองยามค่ำคืน
วันจันทร์ที่ 25 ต.ค. 53 เชียงขวาง – ทุ่งไหหิน – เมืองวิงห์(เวียดนาม)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร
พร้อมรับฟังทฤษฎีทั้งจากการค้นคว้าข้อมูลจากโลกตะวันตกและนิทานปรัมปราพื้นเมืองที่อ้างถึงที่มาในการสร้างไหหิน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน
เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม
ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เข้าสู่จังหวัดเหงะ อาน(Nghe An) อันเป็นบ้านเกิดของท่านประธานโฮ-จิมินห์
เดินทางต่อเพื่อมุ่งสู่เมืองวิงห์ เมืองหลวงประจำจังหวัดเหงะ อาน
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
เช็คอินโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย อิสระเดินเล่นชมเมืองยามค่ำคืน
![]() |
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์
วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก
ของประชาชนชาวเวียดนาม เยี่ยมชมบ้านเกิดท่าประธานโฮฯ ณ หมู่บ้านแซน ตำบล นามด่าน จังหวัดเหงะอาน
ระหว่างทาง ชมสภาพหมู่บ้าน ลักษณะบ้านชนบทของชาวเวียดนามเหนือ เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต ค่านิยมและความเชื่อ พร้อมรับฟังชีวประวัติของท่านเพื่อศึกษาแนวคิด แนวทางการต่อสู้เพื่อเอกราช การทำงาน
และความคิดเห็นของท่านในเรื่องต่างๆที่ทรงคุณค่า ซึ่งเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า
จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ
ต่อต้านการรุกรานจากราชวงศ์หมิงแห่งจีน ซึ่งในตอนหลังได้ถูกสถาปนาเป็นกษัตริย์ใช้ชื่อว่า Le Thai To
(เล ท้าย โต่) ปกครองกรุง Dong Kinh (ดง กิงห์, อีกหนึ่งชื่อเรียกของกรุงทังลอง-ฮานอย)
ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง
กรุงThang Long (ทัง ลอง) ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Ha Noi (ฮ่า โหน่ย/ฮานอย) เมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งกำลังจะมีอายุครบรอบ 1000 ปี ในเดือนตุลาคมปีนี้
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
ช็อปปิ้งสินค้าผ้าปักพื้นเมือง ณ ตลาด ตามก๊ก (Tam Coc) เช็คอินโรงแรมริมทะเลสาบบรรยากาศเงียบสงบ
![]() |
![]() |
![]() |
|||

จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้า
ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน
ที่มีต่อเวียดนามเกือบพันปี รับฟังบรรยายเหตุผลการเลือกนิงห์ บิ่งห์(ฮวา ลือ)เป็นราชธานี และเหตุผลการย้ายราชธานีไปยังกรุงทัง ล็อง(ฮานอย)
ออกเดินทางขึ้นเหนือระยะทางราว 100 กม. เพื่อเข้าสู่ฮานอย เมืองหลวงปัจจุบันแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย
กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ
ชมทะเลสาบคืนดาบ สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานการสร้างชาติเวียดนามโดยกษัตริย์เล ท้าย โต่ สักการะวัดหง็อกเซิน อันเป็นสถานที่ตั้งศาลบูชาของกษัตริย์ Tran Hung Dao (เจริ่น ฮึง ด่าว) ผู้ซึ่งได้รับ
การยอมรับจากทั่วโลกให้เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง
อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย
วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ
ชมกำแพงเมืองด้านทิศเหนือของกรุงฮานอย สถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งเกี่ยวพันถึงการเสียเอกราชของ
เวียดนามให้กับมหาอำนาจฝรั่งเศส
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง
ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา
ทหารอเมริกันจำนวนมาก จนคุกแห่งนี้ถูกตั้งฉายาในหมู่ทหารอเมริกันว่า “Hilton Hanoi”
เยี่ยมชมสะพาน ลองเบียน (Long Bien) ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1903 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งออกแบบสร้างหอไอเฟล และสะพานสายนี้ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในช่วงสงครามเวียดนาม
อิสระช็อปปิ้ง ณ บริเวณถนนโบราณ 36 สาย ชมวิถีชีวิต สภาพบ้านเมืองในปัจจุบันของชาวฮานอย
อิสระชิมกาแฟ ณ ถนนกาแฟประจำตัวเมือง ทดลองลิ้มรสกาแฟเวียดนามที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเข้มข้นและหอมกรุ่น
ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น.
21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ
อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม
ผู้ใหญ่ราคา พัก 2 ท่าน ท่านละ 26,000.- บาท
เด็กอายุ 2-12 ปีพักร่วมกับผู้ใหญ่ 2 ท่านไม่มีเตียงเสริม 23,000.- บาท
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 4,500.- บาท
อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม
1. ค่ารถโค้ชปรับอากาศ และค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
2. ค่าที่พัก 5 คืน
3. ค่าอาหารตามรายการ
4. ค่าธรรมเนียมผ่านแดนไทย-ลาว-เวียดนาม
5. ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
6. ค่าบริการมัคคุเทศก์ลาว-เวียดนาม
7. ประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ระบุ)
อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม
1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
2. ค่าทิปไกด์ พนักงานขับรถ พนักงานยกกระเป๋า ฯลฯ
3. ค่าทำพาสปอร์ต
4. ค่าวิซาเข้าประเทศลาวและเวียดนาม กรณีชาวต่างชาติ
เอกสารการเดินทาง
หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam
การยกเลิกการเดินทาง
กรณีที่ผู้ลงทะเบียนภาคสนาม ขอยกเลิกการเดินทาง ก่อนวันเดินทาง 15 วัน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าลงทะเบียน ยกเว้นในกรณีที่มีผู้มาแทน จะต้องชำระค่าส่วนต่างค่าตั๋วเครื่องบินในการเปลี่ยนชื่อผู้เดินทาง
การเปลี่ยนแปลงรายการ
ผู้จัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุ จำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ กรณีที่สูญหายหรือสูญเสีย นอกเหนือความรับผิดชอบและเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่าง ๆ
หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ
ขอความกรุณากรอกรายละเอียดด้วย ตัวบรรจง เพื่อสะดวกในการจัดทำเอกสาร
v หากท่านประสงค์ที่จะเดินทางไปลงพื้นที่ภาคสนามเพียงอย่างเดียว ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ v
คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850
e-mail: kitsunee_tai@yahoo.com
การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข 213 แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข 22 รวมระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม มีทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2936 2852 – 66 และที่จังหวัดนครพนม โทร. 0 4251 1043
สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. 0 4252 0411 บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. 0 4252 0651 และบริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. 0 4251 2098 www.transport.co.th
เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com
ที่พักในจังหวัดนครพนม (โปรดดำเนินรายการจองด้วยตนเอง)
นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท
เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท
นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท
เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท
เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท
เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท
ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท
แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท
ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท
หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ
จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน
ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/
กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713
หรือทางไปรษณีย์ที่มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์
413/38 ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2553 (กรุณากรอกด้วยตัวบรรจง)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm
โปรแกรมกำหนดการครูบ้านนอก รุ่น 129
ระหว่างวันที่ 22 – 25 ตุลาคม 2553
ณ หมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ต. วาวี อ. แม่สรวย จ.เชียงราย
วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 53
07.30 –08.30น. ทีมงานกระจกเงาจะนำรถไปรอรับที่ บขส.เชียงรายแห่งใหม่ (ตะเคียนคู่)หน้าเสาธงพร้อมป้ายโครงการครูบ้านนอก“ ยินดีต้อนรับ คนที่มีหัวใจเป็นครู ”หรือ โทร ฯ ติดต่อได้ที่ 08-7183-3705 ขอสายครูจะเด็จ ก่อนเข้ามูลนิธิเราจะแวะนมัสการพ่อขุนเม็งรายผู้สร้างเมืองเชียงราย
09.00 น.-12.00 น.ถึง" มูลนิธิกระจกเงา " แยกย้ายทำธุระส่วนตัว ดื่มน้ำ - ดื่มชา - กาแฟเป็นที่เรียบร้อยเราจะมาดูPresent -แนะนำมูลนิธิกระจกเงา-เจ้าหน้าที่ -อาสาสมัคร-รู้จักโครงการต่าง ๆ-วัตถุประสงค์ ของโครงการ -เล่าประวัติ ความเป็นมาและการทำงานของมูลนิธิกระจกเงารับประทานอาหารกลางวันที่มูลนิธิ กระจกเงาจากนั้น เราจะทำ กิจกรรมแนะนำตัวกันเองระหว่างคุณครูด้วยกัน-พูดคุยกำหนดการ -ประวัติของ หมู่บ้าน -โรงเรียน -การเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง
12.00น .รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ที่ มูลนิธิกระจกเงา
|
13.00น .เตรียมตัวออกเดินทางไปยังหมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ระยะทางรถ ประมาณ 85 กม. ระยะทางเดินเท้าประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นทางขึ้นเขา ลงห้วยว่าที่ครูบ้านนอกเตรียมความพร้อมฟิตร่างกายกันได้เลย จ้า .. พอถึงหมู่บ้านเราจะทำความรู้จักผู้นำหมู่บ้านและ แนะนำตัวเองกับเด็ก ๆ จากนั้นเด็ก ๆ จะเลือกครูบ้านนอกเข้าบ้านพักโดย 1 หลัง คุณครูจะนอน 2 – 3 ท่าน คุณ ครูทำความรู้จักกับบ้านที่เข้าไปพัก - แนะนำตัว -ฝากเนื้อฝากตัวแล้วจากนั้นเริ่มลงมือลุยทำอาหารมื้อแรกของคุณครูกับครอบ ครัวที่บ้านที่คุณครูพัก |
19.00น.กิจกรรมสันทนาการโดย ครูบ้านนอก
20.00น.เวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม–ตอบข้อซักถามจากผู้นำหมู่บ้านสรุปงานเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้สำหรับการสรุปงานเราจะมีการสรุปงานครูบ้านนอกกันทุกคืนค่ะ
วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 (วันแห่งการถ่ายทอดความรู้)
|
08.00น. ครูบ้านนอกพร้อมเด็ก ๆ เข้าแถวเคารพธงชาติและออกกำลังกายที่บริเวณลานหมู่บ้าน ขอบอกก่อนว่ารุ่นนี้ตรงช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 เราจะทำการเรียนการสอนที่หมู่บ้านนะค่ะ ซึ่งการเรียนการสอนเราจะสอนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ ช่วงเช้าเราจะสอนแบ่งผู้เรียนตามชั้นเรียนนะค่ะ (อนุบาล – ป.6 และผู้ใหญ่) 12.00น. ทานอาหารกลางวันพร้อมกัน ครูและเด็ก ๆ สามารถ เลือกทำเลนั่งทานอาหารได้เลยครับ ครูห่อข้าวมาด้วยนะค่ะ 13.00น. ทำการเรียนการสอนต่อจากช่วงเช้า วันนี้เราจะสอนกันทั้งวันนะค่ะ |
15.00 น. เข้าแถวเลิกเรียน แยกย้ายกันเข้าบ้าน ครูบ้านนอกท่านใดจะไปเล่นน้ำ เก็บผัก หาปลา ก็ทาบทามเด็ก ๆ เป็นไกด์ได้เลยนะค่ะ
19.00น. กิจกรรมสันทนาการบริเวณศูนย์กลางหมู่บ้าน
20.00น. สรุปกิจกรรมของวัน ที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน)
วันนี้เราจะเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน โดยจะเดินเท้า ศึกษาเส้นทาง ธรรมชาติ ช่วยชาวบ้านทสวนทำไร่ เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น
![]() |
08.30 น. ครูบานนอกร่วมเรียนรู้วิถีชุมชน เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น 12.00 น. รับประทานอาหาร 13.00 น. หลังจากเรียนรู้ชุมชนในช่วงเช้า ช่วงบ่ายเราจะจัดกิจกรรมสุขลักษณะ และกิจกรรมฐานการเรียนรู้กันค่ะ โดยแบ่งเป็น 4 ฐานการเรียนรู้ สำหรับการเรียนการสอน เราจะสอนกันถึงเย็นเลยนะค่ะ เสร็จกิจกรรมฐานการเรียนรู้ เราจะพาเด็ก ๆ เก็บขยะรอบ ๆ หมู่บ้าน และครูแยกย้ายเข้าบ้านเพื่อเตรียมกิจกรรมในค่ำคืนนี้ค่ะ |
19.00น. คืนนี้ จะมีการแสดงวัฒนธรรม ของหมู่บ้าน และครูบ้านนอก สามารถหาชุดชนเผ่ามาใส่กันได้
20.30น. สรุปกิจกรรมของวันที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53 (วันแห่งการร่ำลา)
08.00 น.เจอกันที่ลานหมู่บ้าน พร้อมสัมภาระ ครูบ้านนอก อย่าลืมล่ำลาครอบครัวที่เราเข้าพัก และเด็ก ๆ นะค่ะ
09.00 น. เดินทางไปเที่ยว ในตัวเมืองเชียงรายวัดร่องขุ่น เราจะทานมื้อเที่ยงที่นั้น(รับผิดชอบตัวเอง)
15.00 น. ส่งคณะครูบ้านนอกที่ขนส่งเชียงรายแห่งที่ 2(ตะเคียนคู่)
หมายเหตุ....กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบ ตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม
การเดินทางเข้าพื้นที่ของคณะครูบ้านนอกในรุ่นนี้เป็นการเดินทางที่ไกล ระยะห่างระหว่างหมู่บ้านจะคือถึงกระจกเงา รวมระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร
ซึ่งทางโครงการครูบ้านนอกต้องรบกวนให้ครูบ้านนอกที่มาร่วมโครงการ ช่วยสมทบทุนค่าเดินทางเข้าพื้นที่ ประมาณท่านละ 200 - 250 บาท ในเงินส่วนต่างนี้ (นอกเหนือจากค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ) ซึ่งเงินส่วนต่างนี้เราจะมาจ่ายที่มูลนิธิกระจกเงาในวันที่เดินทางมาถึง
สามรถโอนเงินยืนยันได้เลยที่.... ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา " ธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 1,000 บาท ( สำหรับค่าอาหารตลอดโปรแกรม ไม่รวมค่าเดินทางไปกลับเชียงราย )
สิ่งที่ครูสามารถเตรียมมาสำหรับร่วมกิจกรรม
1. สื่อการเรียนการสอน
2. ยากำจัดเหา
3. อุปกรณ์การเรียน
4. อุปกรณ์กีฬา
5. ขนม ต่าง ๆ (ที่มีประโยชน์กับเด็กด้วยนะค่ะ เราไม่เน้นขนมขยะค่ะ)
6. นม
7. เสื้อกันหนาวสำหรับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่
8. ผ้าห่ม สำหรับบ้านที่เราเข้าพัก และ นักเรียนที่พักในหอพักโรงเรียนบ้านจะคือ
8. ทุนสำหรับอาหารกลางวัน
กฎการวางตัว / ข้อห้าม / คำเตือน
· ห้ามให้เบอร์โทรศัพท์แก่นักเรียนเป็นเด็ดขาด
· ห้ามพูดคำหยาบ
· คนที่มาเป็นคู่รบกวนเรื่องการวางตัวที่เหมาะสม ไม่ประพฤติตัวที่เกินเลยจนดูน่าเกลียด เพราะเราเข้าพื้นที่ในฐานะ “ ครู ”
· ของมีค่าควรเก็บไว้กับตัวเองตลอดเวลา
· การใช้เครื่องมือสื่อสาร รบกวนให้ทางคณะครูบ้านนอกใช้เครื่องมือสื่อสารหลังเสร็จกิจกรรม
· ห้ามให้เงินแก่เด็กเป็นเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด
· งดเว้นการดื่มสุรา
· ห้ามออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยมิได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำโครงการทราบ
ข้อแนะนำเตรียมการก่อนสอน
· เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะเป็นเด็กชนเผ่าซึ่งเด็ก ๆ จะพูด และเขียนภาษาไทยไม่ชำนาญเหมือนเด็กในเมือง ครูสามารถเน้นเรื่องนี้ได้เลยค่ะ
· การเรียนการสอนในชุมชน เด็ก ๆ จะคละกันตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงวัยรุ่น บาง ครั้งอาจมี พ่อ แม่ของเด็กมาเรียนด้วยครูเตรียมการสอนสำหรับเด็กทุกวัยมาได้เลย และการสอนเราจะมาสอนเป็นกลุ่มกับผู้ที่มาร่วมโครงการท่านอื่น ๆ ค่ะ
· สำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียน เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะสอนในระดับชั้น ป.4 – ม.3 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนครูที่เข้าร่วมโครงการด้วยนะค่ะ ทางโครงการจะประเมินจำนวนชั้นเรียนอีกครั้งในวันที่มาถึง ส่วนการสอนในชั้นเรียน ครู ก็ใช้การเรียนการสอนแบบประยุกต์ไม่จำเป็นต้องตามแผนการเรียนโดยตรง เพราะเราจะเข้าไปสอนแบบสอนเสริมทักษะความรู้เพิ่มเติมจากที่เด็กเรียนในชั้น เรียนนะค่ะ
· การสอนในห้องเรียนแต่ละชั้นเรียนความรู้เด็กในชั้นจะไม่เท่าเทียมกัน จะมีทั้งเด็กที่อยู่ในเกณฑ์การเรียนดี และเกณฑ์การเรียนที่ค่อนข้างต่ำคละกันไปในแต่ละชั้นเรียน
· สำหรับการสอนในชั้น ป.6 และ ม. 3 การเรียนการสอนควรจะมีส่วนในการแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับเด็ก 2 ช่วงการศึกษานี้
รับจำนวนจำกัด 50 คนเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Mail. jadadbannok@hotmail.com ครูจะเด็จ
หรือโทร.... 053-737412 ต่อ 23
หรือ 087-1833705

ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?...
โครงการ : ลุ่มน้ำภูมิปัญญากับอาสาร่วมฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา
ณ ทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา
วันที่ 22-25 ตุลาคม 2553
วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม 53
21.30 น. ออกเดินทางลงสู่เมืองใหญ่สองทะเล
วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม 53
Theme : รู้จักและทักทายกันในหมู่คณะ ศึกษาสัมผัสวัฒนธรรมวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์เมืองสงขลา
กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาสาสมัคร รู้จักย่านเมืองเก่า 3 ถนนโบราณของสงขลา ได้แก่ ถ.นางงาม ถ.นครนอก ถ.นครใน สัมผัสชีวิตชาวเมืองสงขลาแบบช้าๆ โดยการนั่งรถจักรยานสามล้มชมเมือง แวะทักทาย นางเงือก ณ หาดสมิหลา สัญลักษณ์ประจำเมือง นมัสการพระเจดีย์บนเขาตังกวน ชมวิวตัวเมืองสงขลา สิ้นสุดกิจกรรมที่ถนนคนเดิน บริเวณกำแพงเมืองเก่าสงขลาสมัยรัชกาล ที่ 3
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53
Theme : ศึกษาสัมผัส วัฒนธรรมวิถีชีวิตและธรรมชาติเมืองสงขลา ร่วมเป็นอาสาฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลสาบตอนล่าง
ตักบาตรเทโว (วันออกพรรษา) ณ เขาตังกวน สัมผัสตลาดนัดวันอาทิตย์ ตลาดใหญ่ที่มีเฉพาะวันอาทิตย์ และร่วมประเพณีลากพระ ชมขบวนเรือพระจากวัดต่างๆ พร้อมลากเรือพระเพื่อเป็นกุศล สัมผัสเกาะหนู เกาะแมว เกาะในตำนานเมืองสงขลา โดยเรือขนาดใหญ่ ฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยการปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง อ. เมือง/อ.สิงหนคร สงขลา สิ้นสุดด้วยการเข้าที่พัก Homestayกลางทะเลสาบ
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53
Theme : อาสาฯ ฟื้นฟูระบบนิเวศ ทะเลสาบสงขลาตอนกลางอุทยานนกน้ำคูขุด
เรียนรู้ภูมิปัญญาการจับปลาตามวิถีทางชาวประมงพื้นบ้าน ในกระชังกลางทะเลสาบสงขลา นมัสการ เจดีย์สมเด็จเจ้าเกาะยอ ณ วัดเขากุฏิ ซึ่งเป็นที่พักสงฆ์ตั้งแต่สมัยพระเอกาทศรถ รัชกาลที่ 19 แห่งกรุงศรีอยุธยา และเป็นจุดสูงสุดของเกาะยอ ออกเดินทางไปยัง อุทยานนกน้ำคูขุด อ.สทิงพระ เพื่อลอกกอบัวเบิกเส้นทางน้ำในเส้นทางดูนก พร้อมจำแนกชนิดนกที่พบในช่วงหน้าฝน บริเวณอุทยานฯ แวะนมัสการหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดและเจดีย์วัดพระโคะ ก่อนกลับเพื่อรับพรรับโชคในการเดินทาง เดินทางกลับกรุงเทพฯ
วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 53
เช้าตรู่ ถึง กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ พร้อมรับบุญรับโชค หลังจากทำกิจกรรม
รับอาสาสมัคร จำนวน 48 คน
ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2553
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ
สมาชิก V4N 1,500 บาท / บุคคลทั่วไป 1,650 บาท / เดินทางเอง 850 บาท
สอบถามกิจกรรมที่
1. ทางโทรศัพท์ 085-909 0897 (กาเหว่า) หรือ 081-4811496 (ชาย)
2. E-mail : v4nature@gmail.com
3. Facebook V4N
รายละเอียดเพิ่มเติม www.v4nature.org
ครูบ้านนอกสัญจร ครั้งที่ 10 สปป.ลาว
“ สะบายดี – เมืองลาว 2 ”
วันที่ 23 ตุลาคม 53 - วันที่ 25 ตุลาคม 53
วัน เสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเปิดประตู สู่การเรียนรู้ )
8.00 น. ทีมงานมูลนิธิกระจกเงา จะนำรถยนต์ ไปรอรับที่ บขส. อำเภอเชียงของ พร้อมเบอร์โทร ฯ 08 -7183-3705 ขอสาย จะเด็จ ( สำหรับอาหารเช้า- รบกวนผู้เข้าร่วมงานจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ) ออกเดินทางไปที่ว่าการ อำเภอเชียงของ เพื่อไปทำบอร์ดดิ้งพาส ข้ามพรหมแดน ไทย – สปป. ลาว จากนั้นทำการปฐมนิเทศ ชี้ เเจงโปรแกรม กำหนดการ เตรียมความพร้อม ด้านต่าง ๆ แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมการเรียนการสอน และ แบ่งกลุ่มบ้านพัก หลังละ 2 คน (ชายคู่ชาย/หญิงคู่หญิง) และ แนะนำข้อมูลชุมชนเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้คณะครูบ้านนอก ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้
|
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง จากนั้น เดินทางไป ด่าน ไทย - ลาว 13.30 น. ถึงด่านพรหมแดน ไทย – สาธารณรัฐประชาชนลาว อ.เชียงของ จ.เชียงราย ตรวจสอบสัมภาระและเอกสาร 14.00 น. ครูบ้านนอกนั่งเรือที่ท่าเรือข้ามฟาก เพื่อข้ามแม่น้ำโขงไปขึ้นที่ท่าเรือ จังหวัดบ่อแก้ว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว 14.30 น. ถึงจังหวัดบ่อแก้ว ตรวจเอกสารและสัมภาระที่ด่าน ตม.จังหวัดบ่อแก้ว ประเทศสาธารณรับประชาชนลาว และออกเดินทางต่อโดยรถไปที่หมู่บ้านน้ำปุก (ลาวลุ่ม) ใช้ระยะเวลาจากด่านเข้าไปประมาณ 50 ก.ม. ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า บนถนนดินลูกรัง |
16.00 น. ถึงหมู่บ้าน เราจะพบกับนายบ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน จากนั้นเด็ก ๆ จะมารอรับคณะครูบ้านนอกเข้าบ้านพัก หลังละ 2 คน โดยทางเราจะจัดอาหารให้สำหรับครูบ้านนอก เข้าไปทำอาหารทานรวมกันกับชาวบ้านและ เด็ก ๆ ที่เราเข้าไปพัก ครูบ้านนอกทำความรู้จักครอบครัวของเด็ก ๆ อาบน้ำ ทำธุระส่วนตัว และ ทำอาหารทานที่บ้านร่วมกับครอบครัวที่เราเข้าไปพัก
19.00 น. สำหรับในคืนแรกตอนค่ำหลังจากที่ทานข้าวเย็นแล้ว มีกิจกรรมสันทนาการ เพื่อทำความรู้จักกับเด็ก ๆ และชาวบ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งคืนนี้เป็นวันออกพรรษา ของฝั่ง สปป. ลาว เช่นกัน ส่วนจะมีประเพณี หรือ พิธีกรรม อย่างไรนั้น ทางทีมงานจะเข้าไปประสานงานอีกที
20.00 น. จะเป็นเวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม – ตอบ ข้อซักถาม จาก นายบ้าน กำนัน ผู้นำหมู่บ้าน ผู้เฒ่า ผู้แก่ และคณะกรรมการหมู่บ้าน และสรุปงานประจำวัน และเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้
21.00 น. แยกย้ายเข้าที่พัก
|
|
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 ( กิจกรรมการเรียนการสอน / สัทนาการ / เกม / เพลง )
ตื่นแต่เช้ามาสัมผัสอากาศต่างแดน กับยามเช้า ๆ ฟังเสียงนก เสียงไก่ ขานต้อนรับวันใหม่ ที่หมู่บ้านน้ำปุก ยังมีตลาดเช้าประจำหมู่บ้าน ครูบ้านนอกท่านใดสนใจสามารถตื่นมาเที่ยวชมกันได้ ใน วันนี้คณะครูบ้านนอกจะเข้าทำกิจกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียน สัทนาการ เกม เพลง กับเด็ก ๆ ที่โรงเรียน ประมาณ 200 คน ซึ่งเด็ก ๆ สื่อสารภาษาท้องถิ่น (ลาว) เป็นหลัก แต่สามารถสื่อสารกับเราเข้าใจได้ อันนี้ต้องใช้ความสามารถกันหน่อย .. จ้า ..
|
8.00 น. เคารพธงชาติพร้อมเด็ก ๆ ที่โรงเรียน พวกเราเหล่าคุณครูบ้านนอกสวมวิญญาณคุณครู เตรียมตัวสอนน้อง ๆ ได้ โดยเน้นกิจกรรมเกม เพลง กีฬา สันทนาการ ศิลปะ เนื่องจากทางเรา เเละ เด็ก ๆ มีข้อจำกัดทางภาษา เน้นการสื่อสารทางกาย เเละ ทางใจ เป็นหลัก โดยเราจะเข้าไปส่วนในชั้นเรียนแต่ละชั้น ตั้งแต่ระดับ อนุบาล - ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเราจะแบ่งกลุ่มกันเข้าไปสอน ครูบ้านนอกสามารถระบุมาก่อนได้ได้เลยนะครับ ว่าจะสอนระดับชั้นไหนบ้าง 12.00 น. พักทานข้าวเที่ยง (เราจะทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ ทั้งโรงเรียน ) |
13.00 น. ช่วงบ่ายทำการเรียน การสอน แบบฐานการเรียรนรู้ โดยแบ่งเป็น 4 ฐาน ด้วยกัน เช่น ..ฐานศิปละ –ฐานสุขภาพ – ฐานคณิตศาสตร์ .. เป็นต้น
15.00 น. เราจะจัดการแข่งขันกีฬาฮาเฮ ระหว่าง ชาวบ้าน กับ ครูบ้านนอก และ ครูบ้านนอก กับเด็ก ๆ
16.00 น. เลิกเรียน แยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัย ทำอาหารทางที่บ้านพัก
19.00 น วันนี้มีงานประเพณี สืบสานวัฒนธรรมของประเทศลาว เป็นการรำวงดั่งเดิมของประเทศลาว โดยจะมีชาวบ้าน และเด็ก ๆ มาร่วมกันรำวงกับพวกเรา เหล่าคณะครูบ้านนอกด้วยกัน ครูบ้านนอก สามารถหยิบยืมชุดของชาวบ้านที่เราเข้าไปพัก มาใส่ร่วมงานรำวงกันได้ .. จ้า ..
21.00 น. สรุปงานเตรียมความพร้อมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2553 ( วันร่ำลา )
Morning call กับเสียงหมู เสียงไก่ พวกเราตื่นทำธุระส่วนตัว รับประทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย วันนี้ ช่วงเช้า ชาวบ้านจะทำ พิธีบายศรีสู่ขวัญให้แก่คณะครูบ้านนอก ผูกข้อไม้ ข้อมือ ให้กับคณะครูบ้านนอก ก่อนจะเดินทางกลับ หลังจากนั้นเป็น กิจกรรมส่งท้ายร่ำลาระหว่างพวกเรา กับชาวบ้านและเด็ก ๆ ทุกคน คณะครูบ้านนนอก มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา และ ทุนการศึกษาให้กับทางโรงเรียน
10.00 น. ออกเดินทางจากหมู่บ้านน้ำปุก แวะเที่ยวตลาดอินโดจีน และ ตลาดขายของ ของ สปป. ลาว จะรับประทานอาหารเที่ยงกันที่นั้น
14.00 น. เดินทางมา ถึง ตม.จังหวัดบ่อแก้ว ตรวจเอกสารและสัมภาระ ก่อนขึ้นเรือข้ามแม่น้ำโขง กลับมาประเทศไทย ถึงด่านตม.อ.เชียงของ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
15.00 น. ส่งครูบ้านนอกกลับที่ขนส่ง อ.เชียงของ จังหวัดเชียงราย เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ.....กำหนดการสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามความเหมาะสม และ ตามสถานการณ์ ต่าง ๆ
*** รับจำนวนจำกัด 50 คน เท่านั้น ที่ยืนยันการโอนเงินเข้าร่วมโครงการ ไม่รับการยืนยันปากเปล่าทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล์ ***
การลงทะเบียน โดยการลงทะเบียนผ่าน ธนาคาร ฯ
ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา" ธ.กรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 2,200 บาท
สำหรับค่าอาหาร / ค่าเดินทางไป - กลับ / เข้าพื้นที่ สปป. ลาว และ เดินทางไปหมู่บ้านน้ำปุก ค่าประสานงาน อุปกรณ์ อื่น ๆ เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมครั้งนี้ และ ท่านจะได้เสื้อคนละ 1 ตัว เป็นของที่ระลึก ( ไม่รวมค่าเดินทาง ไป – กลับ ของอาสาสมัครเข้าร่วมงาน )
หมายเหตุ เมื่อ ลงทะเบียนผ่านธนาคาร แล้วกรุณาส่งสลิปการโอนเงินทางเมล์ หรือส่ง fax มาที่เบอร์ 053-737616 (Att:โครงการครูบ้านนอก) และเก็บสลิปมายืนยันการโอนเงินในวันที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม
เอกสารที่ครูบ้านนอกต้องเตรียมมา( ทั้งมีพาสปอร์ต และ ไม่มีพาสปอร์ต )
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด ( เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง “ ประกอบการมาเข้าร่วมงานครูบ้านนอก ” )
2. รูปถ่ายหน้าตรง 1 รูป ขนาด 2 นิ้ว
3. หากใครมีพาสปอร์ต ก็เตรียมมาด้วยนะครับ หากใครไม่มีไม่เป็นไรเราจะทำหนังสือข้ามแดนแทนใคร
เรื่องการเตรียมความพร้อมและเรื่องอื่นๆ
+ ที่พักเราจะพักที่บ้านชาวบ้าน (แยกชาย แยกหญิง ) หลังละ 2 คน
+ เสื้อกันหนาว ( อากาศเริ่มหนาวกันแล้ว )
+ ยากันยุง ( สำคัญมาก )
+ ยารักษาโรคประจำตัว ( ถ้ามี )
+ ถุงนอน ไฟฉาย รองเท้าแตะ
+ เสื้อผ้า (ส่วนตัว) เตรียมมาเท่าที่จำเป็น เตรียมผ้าถุง / ผ้าขะม้า สำหรับอาบน้ำ
+ ของบริจาค อุปกรณ์กีฬา / เครื่องเขียน / ของเล่น / ของรางวัล / ขนม สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ... อื่น ๆ
** การจองตั๋ว เดินทางมาร่วมกิจกรรม โครงการครูบ้านนอก ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการต้องรับผิดชอบตัวเอง **
( รีบจองตั่ว ไป – กลับ กันเลย นะครับ เพราะมันช่วงวันหยุดหลายวัน )
สยามเฟริสทัวร์ 02-2031420-22
กทม. – เชียง ของ
ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.30 น. ถึง เชียง ของ 08.00 น.
VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียง ของ 07.40 น.
เชียงของ – กทม.
ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น.
VIP รถออกจากสถานีขนส่ง เชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น.
สมบัติทัวร์ โทร.02-5531753
กทม. – เชียง ของ
ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียงของ 07.00 น.
ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.15 น. ถึง เชียงของ 07.15 น.
ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 20.15 น. ถึง เชียงของ 08.15 น.
VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 20.40 น. ถึง เชียง ของ 08.40 น.
ป.2 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.20 น. ถึง เชียงของ 07.20 น.
เชียงของ – กทม.
ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 04.00 น.
( ปล. หากได้รับเมล์แล้วกรุณาตอบกลับด้วยนะครับ เพื่อทางเราจะทราบว่าเมล์ถึงหรือไม่ ขอบคุณครับ )
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณจะเด็จ
Email: jadad@bannok.com
MSN: jadadbannok@hotmail.com
เบอร์โทร : 053-737-412 - 3 ต่อ 23 ขอสาย จะเด็จ
มือถือ : 0-87183-3705

ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?...

โครงการ “ให้2” (ให้ ยกกำลัง ๒)
2 give 2 share 2 care
วันศุกร์ที่ ๒๒ ตุลาคม – วันจันทร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๓
ณ บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
--------------------------------------------------------------------------
“ให้”2 To give to share to care
นอนนับดาวที่ยอดดอย
ลักษณะกิจกรรม
ร่วมด้วยช่วยกันปรับปรุง อุทยานการเรียนรู้ให้น้องๆ ร่วมกับคนในพื้นที่ กิจกรรมเพิ่มทักษะการรู้ของน้องๆโดยผ่านขบวนการกิจกรรมที่อาสาร่วมกันทำเพื่อน้องในถิ่นไกล และเพื่อปลูกฝังรักการเรียนให้กับเด็กๆในชนบท อีกทั้งตัวอาสาได้เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ชนบท และส่งเสริมกระบวนการกลุ่มสร้างสำนึกเรื่องงานอาสาสมัครและเผยแพร่แนวคิดการทำงานอาสาสมัคร กิจกรรมดังกล่าวจะเป็นลักษณะอาสาเชิงท่องเที่ยว และมีการหารเฉลี่ยค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยค่าใช้จ่ายจะมากหากจำนวนอาสาน้อย และค่าใช้จ่ายจะถูกหากอาสามีตามจำนวนที่กำหนด
สถานที่
ณ บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
กำหนดการ โครงการ “ให้^2” (ให้ยกกำลังสอง)
2 give 2 share 2 care
นอนนับดาวที่ยอดดอย
วันศุกร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ (เป็นเวลาหลังเลิกงาน)
๑๘.๓๐ น. นัดเจอกันที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ถ.วิภาวดีรังสิต
(ติดกับมหาวิทยาลัยเกษตร บางเขน) หาไม่เจอติดต่อ ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔
นอนบนรถ
วันเสาร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันปิยะมหาราช)
เช้า ถึงเชียงใหม่ ทานอาหารเช้า
นมัสการพระธาตุจอมทอง เตรียมขึ้นดอยอินทนนท์
ตั้งวงชวนคุยแนะนำตัว
บ่าย อาสาเรียนรู้ทำสบู่กาแฟ
ชิมกาแฟ น้ากาลาโต้ บ้านแม่กลางหลวง
แบ่งภาระหน้าที่ กิจกรรมวันพรุ่งนี้
๑๖.๓๐ พักตามอัธยาศรัย
๑๘.๓๐ อาหารเย็น
นอนบ้านพักทหารอากาศยอดดอยอินทนนท์ (คืนแรก)
วันอาทิตย์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓
๐๖.๐๐ ฟ้าสางที่กลางดอย
อาหารเช้า
กิจกรรมทำกับเด็กดอย พี่ชวนน้องเล่นเปิดค่าย
กิจกรรมรู้จักฉัน รู้จักเธอ ยินดีที่ได้พบกัน
กิจกรรมสัมพันธ์ แบ่งกลุ่ม ทำกิจกรรม
๑. พอดี พอเพียง เพียงพอ
๒. ภาษาสโมสร อ่านออก เขียนได้
๓. เลขคณิต คิดสนุก
๔. วิทยาศาสตร์ ร่วมด้วยช่วยคิด พิชิตโลกร้อน
๕. ธรรมชาติรอบตัว ศิลปะรอบบ้าน
๑๒.๐๐ อาหารเที่ยง
แจกของที่รับบริจาคมาให้เด็กดอย
๑๖.๓๐ อาสาลงดอย(อินทนนท์)
๑๘.๓๐ เข้าที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
อาหารเย็น
พักผ่อนตามอัธยาศัย เดินถนนคนเดิน เมืองเชียงใหม่
สรุปกิจกรรม ก่อนนอน
นอน ในตัวเมืองเชียงใหม่ บ้านพักกองบิน ทหารอากาศ (คืนที่สอง)
วันจันทร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันหยุดชดเชยวันปิยะมหาราช)
๐๖.๐๐ น. รุ่งแจ้งที่เวียงพิง
๐๗.๓๐น. กองทัพเดินด้วยท้อง มื้อเช้า
๐๘.๓๐น. ซื้อของฝากที่กาดหลวง เตรียมตัวกลับ
แวะนมัสการพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง
๑๒.๓๐น. รับประทานอาหารกลางวันระหว่างการเดินทาง(อาสารับผิดชอบตัวเอง)
๒๓.๐๐น. เดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ กิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
ประกาศรับบริจากสิ่งของสำหรับน้องบนดอย
เครื่องนุ่งห่ม
อุปกรณ์การเรียน สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ
อุปกรณ์ด้านการกีฬา
สามารถร่วมบริจาคหรือสมทบทุนสนับสนุนได้ที่
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ถ.วิภาวดี-รังสิต (ก่อนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน)
ในวันและเวลาราชการ ติดต่อคุณ จิระพงค์ รอดภาษา
หรือจัดส่งไปที่ คุณสมศักดิ์ คีรีภูมิทอง
บริษัทนิ่มซี่เส็งขนส่ง
ท่าลี่ ที่อยู่ 86 หมู่ 13 ต.ข่วงเปา
อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160
Tel.053-369394 Fax.053-369394
สมทบค่าใช้จ่าย
ชักชวนอาสามาหารเฉลี่ย ค่าใช้จ่ายร่วมกัน
*** อาสาเตรียมเต๊นท์ ถุงนอน ไปนอนที่บ้านแม่กลางหลวง เนื่องจากบ้านพักเต็ม อยู่ระหว่างประสานงาน บ้านพักเพิ่มเติม
ค่าใช้จ่ายนี้รวม
อุปกรณ์ต่างๆ
ค่าเดินทางรถตู้
ค่าอาหาร ระหว่างการทำกิจกรรม ในพื้นที่ (๖ มื้อ)
ค่าที่พักบ้านแม่กลางหลวง / ยอดดอยคืนที่๑
ค่าบ้านพักตัวเมืองเชียงใหม่ คืนที่๒
ค่าใช้จ่ายนี้ไม่รวม
ค่าอาหารระหว่างการเดินทางบางมื้อ (อาสารับผิดชอบเอง)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเช่น ค่าซื้อสินค้าของฝาก
สมทบค่าทำกิจกรรม
ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมกรุณา
*** (การโอนเงินเพื่อ ยืนยันการร่วมกิจกรรมที่แน่นอนของอาสา )
จำนวนเงิน ๑๕๐๐ บาท
ที่เหลือ ไปหารเฉลี่ยกัน ในระหว่างการร่วมกิจกรรม***
โอนก่อน มีสิทธิ์เลือกที่นั่งบนรถตู้ได้ก่อน
จะส่งที่นั่งบนรถตู้ให้เลือกหลังจากโอนเงินมัดจำการร่วมกิจกรรม
โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์
ธนาคารกรุงเทพ สาขา เทสโก้ โลตัส รัตนาธิเบศร์
ชื่อบัญชี นาย จิระพงค์ รอดภาษา
เลขบัญชี 914-0-07389-2
เมื่อโอนแล้วกรุณาโทรยืนยันการโอนที่
เบอร์ ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔ (081-515 8564)
และ ส่ง FAX มาที่ ๐๒-๕๖๒ ๐๐๙๓
พร้อมระบุรายชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรติดต่อกลับ
หรือถ่ายสำเนา attach file
มาที่ sunday2309@hotmail.com
หรือ นำหลักฐานการโอนมาแสดงในวันเดินทาง
เปิดรับสมัคร (ยังไม่มีกำหนด)
รับจำนวนจำกัด ๒๐ คน (รถตู้ ๒ คัน)
หรือตามจำนวนผู้ที่สนใจร่วมทริป
ค่าใช้จ่าย คร่าวๆ ต่อ รถตู่ ๑ คัน
จำนวนอาสา ๕ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๕๐๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๖ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๔๒๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๗ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๖๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๘ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๒๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๙ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๘๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๑๐ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๕๐๐ บาท
ค่าใช้จ่ายดังกล่าวมากน้อย ขึ้นกับการผันผวนราคาน้ำมัน ณ ขณะนั้น
ซึ่งค่าใช้จ่าย ข้างต้น คิดคร่าวๆดังนี้
ค่ารถตู้ ต่อ คัน
ค่าน้ำมันรถ
ค่าบ้านพัก บ้านแม่กลางหลวง ๒ หลัง หลังละ ๕ คน / หรือ บ้านบนยอดดอย
ค่าบ้านพักในเมืองเชียงใหม่ ต่อหลัง
ค่าอาหาร จำนวน ๖ มื้อ
อุปกรณ์ต่างๆ
อื่นๆ ที่นึกไม่ออก
หาก หลังจากวันที่เปิดรับสมัคร จนถึงวันที่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ได้สมาชิกไม่ถึง ๕ คน เราจะไปทางเลือกที่ ๒ คือ รถทัว
ติดต่อสอบถาม
นายจิระพงค์ รอดภาษา (นุ้งนิ้ง)
E-mail: Rodpasa@hotmail.com หรือ
Sunday2309@hotmail.com
หมายเลขโทรศัพท์ : ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔
เตรียมตัว และเตรียมใจ
- ไฟฉาย ยากันยุง รองเท้าแตะ
- กินง่ายอยู่ง่าย เปิดใจเรียนรู้ และรับฟังผู้อื่น
- เครื่องใช้ส่วนตัว เช่น ยาประจำตัว หมวกกันแดด
- เสื้อกันหนาว มากๆ สำหรับบนดอย
หมายเหตุ
กิจกรรมต่างๆอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
|
รายละเอียดการเข้าร่วมฝึ ในโอกาสอันดีงามที่ กิจกรรมการอบรมภาวนาครั้ ทางคณะผู้จัดจึ |
||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
Social and Economic Corridors of the Mekong Basin
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
-----------------------------------------
ความเป็นมา
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
ดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรม พลังแห่งวิถีของชุมชน และเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกทางน้ำที่ต่างเป็นสมบัติอันล้ำค่าของผู้คนในแถบนี้ ที่เชื่อมโยงกันอยู่เหนือกว่าพรมแดน
ใดๆของรัฐชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังยุคสงครามเย็นสิ้นสุดลงได้นำความมั่งคั่งมาสู่ดินแดนแห่งนี้ แต่ขณะเดียวกันผลกระทบในทางลบที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ดำเนินคู่ขนานไปพร้อมกันๆ
ทุกวันนี้องค์ความรู้เกี่ยวกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนั้น จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มและแยกส่วน อยู่ในหมู่นักวิชาการ ผู้วางแผนนโยบาย นักเคลื่อนไหว ภาคประชาสังคมทั้งในแวดวงธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และพัฒนาสังคม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่การบูรณการทางความรู้ชุดนี้ต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความตระนักรู้ถึงคุณค่าต่างๆที่หลอมรวมอยู่ในอนุภูมิภาคแห่งนี้ อันจะนำไปสู่การยู่ร่วมกันอย่างสันติ รู้และเข้าใจเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่จัดขึ้นเป็นครึ่งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ที่ผ่านมา ได้เป็นหลักหมายที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพราะบรรดาผู้นำและผู้เกี่ยวข้องได้ "ยอมรับ" แล้วว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในตลอดสายแม่น้ำโขงแห่งนี้ ทั้งเรื่องปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำแห้งขอด มลพิษทางน้ำ การลดลงของทรัพยากรทางน้ำในแม่น้ำโขง ปัญหาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และภาวะหมอกควัน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยตรง การประชุมครั้งนี้ ยังยอมรับว่าปัญหาที่กล่าวมาเหล่านี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชนและภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
รายงานข่าวที่ว่า เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2553 หรือ ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดลงจนถึงจุดต่ำสุดในรอบ 50 ปี นับว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อทุกคนในประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแห่งนี้ ว่า การพัฒนาแม่น้ำโขงนั้นไม่สามารถจะมองผ่านมิติการพัฒนาทางเศรษฐกิจและพลังงานเพียงอย่างเดียว ได้อีกต่อไป
ด้วยตระหนักถึงพันธกิจทางวิชาการ การสัมมนาครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในฐานะที่เป็นกิจกรรมแห่งความร่วมมือในวงวิชาการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โดยความริเริ่มของสถาบัน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และได้จากความร่วมมือจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กับ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ส่งเสริมและให้การสนับสนุนการศึกษาการวิจัยเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขยายพรมแดนความรู้และสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาแก่คนและสังคมไทยให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยปัญญา ดังพุทธภาษิตที่ว่า “นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา” แสงสว่าง เสมอด้วยปัญญา ไม่มี
วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ข้อมูลในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านคมนาคม เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิถีชุมชน และนิเวศวิทยา
2. เพื่อกระตุ้นให้มีการนำเอาความรู้และความเข้าใจที่ได้ ไปปรับให้เอื้อต่อการสร้างความเข้าใจอันดีของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าและองค์ความรู้ และพัฒนาบุคคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองสังคมไทย
ระยะเวลาของการสัมมนา วันที่ 21 - 22 ตุลาคม 2553 และ ภาคสนามวันที่ 23 - 28 ตุลาคม 2553
ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน
ลงทะเบียนสัมมนาวิชาการท่านละ 1,500 บาท
1,000 บาท(สำหรับนักเรียน / นิสิต /นักศึกษาปริญญาตรี และผู้ที่มีภูมิลำเนา และ/หรือ ปฏิบัติงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดนครพนม)
(เป็นค่าเอกสารประกอบการสัมมนา อาหารกลางวัน อาหารเย็น อาหารว่าง)
สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
(วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 เวลา 14.00 - 17.30 น.)
(ในกรณีมีผู้ลงทะเบียนน้อยกว่า 40 ท่าน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางและยินดีคืนเงินค่าลงทะเบียน)
ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท
สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
(วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553)
ลงทะเบียนภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ท่านละ 26,000.- บาท
จำนวนผู้ลงพื้นที่ภาคสนาม รับจำนวนจำกัด 80 ท่าน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เกิด ความเคลื่อนไหวและตื่นตัวในวงวิชาการเกี่ยวกับในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในลุ่ม น้ำโขง
2. เกิดการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เกิดการต่อยอดให้มีมุมมองประเด็นปัญหาใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย , บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
มหาวิทยาลัยนครพนม , สมาคมจดหมายเหตุสยาม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 และ เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ,
มูลนิธิโรงเรียนน่าอยู่เรียนรู้อย่างเป็นสุขนครพนม
ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
โทร. 02-424-5768 , โทร./โทรสาร 02-433-8713, 02-882-3850
e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
(1) รัฐชาติ – พรมแดน: ความขัดแย้งและข้อยุติ บนเส้นทางสันติภาพอาเซียน โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ผศ.กาญจนี ละอองศรี (รายงานการสัมมนา ที่ หอประชุมใหญ่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 )
(2) เอกสารสัมมนาจัดพิมพ์เป็นเล่มย่อยๆ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.textbooksproject.com , www.seas.arts.tu.ac.th
www.toyota.co.th , www.toyota.co.th/th/ttf/ttf_home.asp
แผนที่โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว
เลขที่ 9 ถนนนครพนม- ธาตุพนม อ. เมือง จ. นครพนม 48000 โทร : 042 522 333 - 40

กำหนดการสัมมนาวิชาการ
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
---------------------------------
พฤหัส 21 ตุลาคม 2553
08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 09.10 น. อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวรายงาน
09.10 - 09.30 น. เปิดการสัมมนาโดย พลตำรวจเอก เภา สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
09.30 - 10.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.00 - 12.00 น. อภิปรายทั่วไป " อนาคต ของแม่น้ำโขง: มุมมองจากต้นน้ำ ถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง"
รศ.ลู ซิง (Assoc. Prof. Lu Xing) ม.ยูนาน
รศ.สุพาบ ขวงวิจิต (Assoc. Prof. Souparb Khouangvichit) ม.แห่งชาติลาว
ดร.วิฑูรย์ วิริยะสกุลธรณ์ MRC
รศ. ดร. เล เวียด ยุง (Assoc. Prof. Le Viet Dung)
คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ NGO
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 15.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณเด่นชัย ไตรยะถา สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม
คุณทองแถม นาถจำนง บก. สยามรัฐรายวัน
คุณณรงค์ ชินสาร อดีต ผอ.เขตการศึกษานครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในเวียดนาม และลาว /ไทย”
ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ ม.มหาสารคาม
อ.พิเชฐ สายพันธ์ ม.ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.อรรถ นันทจักร์ ม.มหาสารคาม *
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “วิกฤต น้ำของ - น้ำโขง 2553”
คุณวิฑรูย์ เพิ่มพงศาเจริญ มูลนิธิฟื้นฟู
อ.นิวัติ ร้อยแก้ว กลุ่มรักษ์เชียงของ
ดร.หิรัญ แสวงแก้ว ม.ขอนแก่น
คุณดิรก สาระวดี ม.ขอนแก่น
คุณเพียรพร ดีเทศน์ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เชียงใหม่ ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน"
คุณจ๋ามตอง เครือข่ายสตรีไทยใหญ่
คุณสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโส
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ม.มหิดล ดำเนินรายการ
15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 - 17.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง”
คุณสมคิด สิงสง นักเขียนภาคอีสาน
คุณปราโมทย์ ในจิต กวี นักเขียน นักแปล
คุณโอทอง คำอินซู (ฮุ่งอะลุน แดนวิไล) ซีไรต์ สปป.ลาว
คุณชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต สมาคมนักกลอนฯ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย”
อ.วิชาญ ฤทธิธรรม มรภ.สกลนคร
คุณเหลาไท นิลนวล นายก อบต.หลุบเลา สกลนคร
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ม.รังสิต
ผศ.ปรีชา ธรรมวินทร มรภ.สกลนคร ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ”
สว.พนัส ทัศนียานนท์ อดีต สว.ตาก
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
อ.กวีพล สว่างแผ้ว ม.บูรพา
รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล ม.มหิดล ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป”
ดร.มรกต เจวจินดา ไมยเออร์ มศว.
รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช ม.ธรรมศาสตร์.
รศ.ดร.สุชาติ บำรุงสุข ม.จุฬา *
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ผู้ดำเนินรายการ
17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
คุณอภินันท์ บัวหภักดี บก.ภาพถ่าย นิตยสาร อสท.
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ
19.30 – 21.00 น. อภิปราย และ ชมภาพยนตร์ เรื่อง “เนรคุณ” ภาพยนตร์ชิงรางวัล ออสการ์ ปี 2009 ร่วมสร้างโดย
ผู้กำกับชาว ลาวและอเมริกัน นำเสนอโดย ทีมงาน FILM KAWAN (ห้องเสาร์ทอง)
ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
8.30 - 10.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน”
อ.อรอนงค์ ทิพย์พิมล ม.ธรรมศาสตร์
อ.ดุลยภาค ปรีชารัชช ม.ธรรมศาสตร์
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.พิภพ อุดร ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ”
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
คุณธนวัฒน์ จันทร์ต๊ะบุญ นายกสมาคมนักข่าว นครพนม
คุณเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ อุปนายกสมาคมสื่อมวลชน จ.ขอนแก่น
รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ”
ผศ.ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ ม.ธรรมศาสตร์
ดร.ธงชัย สวัสดิสาร ม.นครพนม
รศ.ดร.ประสิทธิ์ คุณุรัตน์ ม.ขอนแก่น
รศ.สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ ม.ขอนแก่น
รศ.ดร.วิทยา สุจริตธนารักษ์ ม.จุฬา ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง”
รศ.ดร. ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ ม.ขอนแก่น
ดร. แก้วตา จันทรานุสรณ์ ม.ขอนแก่น
ดร. กีรติพร ศรีธัญรัตน์ ม.ขอนแก่น
อ.จีระศักดิ์ โสะสัน ม.ขอนแก่น
อ.ฐากูร สรวงศ์สิริ ม.ขอนแก่น
ผศ.ดร.เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ ม.ขอนแก่น ดำเนินรายการ
10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
11.00 - 13.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี”
รศ. เฉลิมสัก พาบุดดี ม.แห่งชาติลาว
คุณเหงียน วัน เซิน นักวิชาการเวียดนาม
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม”
คุณมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้านครพนม
คุณอดิศร เสนแย้ม สถาบันเอเชีย จุฬา
ท่านนาง บุนมี ขันติวง ตัวแทน จากแขวงสะหวันนะเขต
คุณชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้า มุกดาหาร
ท่าน ไทยะพอน สิงทอง ตัวแทนแขวงคำม่วน
รศ.ดร.ประสาท อิศรปรีดา ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม”
อ. ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ ม.อุบลราชธานี
ดร.สมศรี ชัยวณิชยา ม.อุบลราชธานี
รศ.สมหมาย ชินนาค ม.อุบลราชธานี
อ.ธวัช มณีผ่อง ม.อุบลราชธานี
ผศ.ดร.อินทิรา ซาฮีร์ ม.อุบลราชธานี ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “อัตลักษณ์ผ้าทอลุ่มน้ำโขง”
อ.พณิฐา ยงพิทยาพงศ์ ม.นครพนม
อ.วีระศักดิ์ จุลดาลัย ม.นครพนม
อ. วัชรี แซงบุญเรือง ม. นครพนม
รศ.เทอดศักดิ์ คำเหม็ง ม.นครพนม ดำเนินรายการ
13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
14.00 - 17.30 น. ทัวร์ ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ออกเดินทางจากท่าเรือเทศบาลจังหวัดนครพนม นั่งเรือข้ามฟากไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ขึ้นรถปรับอากาศแล้วเดินทางจากด่านลาวไปยังกำแพงหินยักษ์โบราณ
(กำแพงหินที่เกิดขึ้นเองหรือธรรมชาติสร้างขึ้น มีความยาวประมาณ 60 – 200 กิโลเมตร)
ต่อจากนั้นออกเดินทางไปชมสถานที่ก่อสร้างที่อนุสรณ์สถาน (เวียดนามสนับสนุน)
ชมประเพณีออกพรรษาลาว ที่วัดในเมืองท่าแขก และเดินทางต่อไปสักการะพระธาตุ
ศรีโคตรบอง เดินชม และ ช้อปปิ้ง ในตลาดท่าแขก ก่อนข้ามเรือกลับนครพนม ชมพระอาทิตย์ตก
พิธีกรตลอดงาน อ.สมฤทธิ์ ลือชัย
* วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม
กำหนดการภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
--------------------------------------
วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง
8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม
สู่ถิ่น “วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย-ลาว” จังหวัดหนองคายระยะทางราว 300 กม.
แวะนมัสการหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย ชมความงามของพระพุทธรูปสมัยล้านช้าง พร้อมรับฟังบรรยายเหตุการณ์ปาฎิหารย์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “หลวงพ่อเกวียนหัก”
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย
บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง
หรืออีกชื่อคือพระเจดีย์โลกจุฬามณี ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศลาว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รับฟังบรรยาย ร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นหัวข้อ “เวียงจัน 450ปี”
เดินทางลดเลี้ยวไปตามถนนหมายเลข13 เพื่อมุ่งสู่เมืองวังเวียง เมืองตากอากาศที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามตระการตา ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา
วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น
ตลอดทั้งปี-ดินแดนที่มีทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่น เขียวขจี และนับเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์สำคัญเกี่ยวพันถึงสงครามอินโดจีน
บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน
ระหว่างทางชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวลาว และธรรมชาติสองข้างทาง ภูเขาใหญ่ น้อยต่างๆ ที่ทอดตัวเรียงกัน
ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง
เช็คอินโรงแรม อิสระเดินเล่น ถ่ายภาพ ชมบรรยากาศสีสันตัวเมืองยามค่ำคืน
วันจันทร์ที่ 25 ต.ค. 53 เชียงขวาง – ทุ่งไหหิน – เมืองวิงห์(เวียดนาม)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร
พร้อมรับฟังทฤษฎีทั้งจากการค้นคว้าข้อมูลจากโลกตะวันตกและนิทานปรัมปราพื้นเมืองที่อ้างถึงที่มาในการสร้างไหหิน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน
เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม
ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เข้าสู่จังหวัดเหงะ อาน(Nghe An) อันเป็นบ้านเกิดของท่านประธานโฮ-จิมินห์
เดินทางต่อเพื่อมุ่งสู่เมืองวิงห์ เมืองหลวงประจำจังหวัดเหงะ อาน
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
เช็คอินโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย อิสระเดินเล่นชมเมืองยามค่ำคืน
![]() |
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์
วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก
ของประชาชนชาวเวียดนาม เยี่ยมชมบ้านเกิดท่าประธานโฮฯ ณ หมู่บ้านแซน ตำบล นามด่าน จังหวัดเหงะอาน
ระหว่างทาง ชมสภาพหมู่บ้าน ลักษณะบ้านชนบทของชาวเวียดนามเหนือ เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต ค่านิยมและความเชื่อ พร้อมรับฟังชีวประวัติของท่านเพื่อศึกษาแนวคิด แนวทางการต่อสู้เพื่อเอกราช การทำงาน
และความคิดเห็นของท่านในเรื่องต่างๆที่ทรงคุณค่า ซึ่งเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า
จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ
ต่อต้านการรุกรานจากราชวงศ์หมิงแห่งจีน ซึ่งในตอนหลังได้ถูกสถาปนาเป็นกษัตริย์ใช้ชื่อว่า Le Thai To
(เล ท้าย โต่) ปกครองกรุง Dong Kinh (ดง กิงห์, อีกหนึ่งชื่อเรียกของกรุงทังลอง-ฮานอย)
ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง
กรุงThang Long (ทัง ลอง) ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Ha Noi (ฮ่า โหน่ย/ฮานอย) เมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งกำลังจะมีอายุครบรอบ 1000 ปี ในเดือนตุลาคมปีนี้
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
ช็อปปิ้งสินค้าผ้าปักพื้นเมือง ณ ตลาด ตามก๊ก (Tam Coc) เช็คอินโรงแรมริมทะเลสาบบรรยากาศเงียบสงบ
![]() |
![]() |
![]() |
|||

จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้า
ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน
ที่มีต่อเวียดนามเกือบพันปี รับฟังบรรยายเหตุผลการเลือกนิงห์ บิ่งห์(ฮวา ลือ)เป็นราชธานี และเหตุผลการย้ายราชธานีไปยังกรุงทัง ล็อง(ฮานอย)
ออกเดินทางขึ้นเหนือระยะทางราว 100 กม. เพื่อเข้าสู่ฮานอย เมืองหลวงปัจจุบันแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย
กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ
ชมทะเลสาบคืนดาบ สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานการสร้างชาติเวียดนามโดยกษัตริย์เล ท้าย โต่ สักการะวัดหง็อกเซิน อันเป็นสถานที่ตั้งศาลบูชาของกษัตริย์ Tran Hung Dao (เจริ่น ฮึง ด่าว) ผู้ซึ่งได้รับ
การยอมรับจากทั่วโลกให้เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง
อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย
วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ
ชมกำแพงเมืองด้านทิศเหนือของกรุงฮานอย สถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งเกี่ยวพันถึงการเสียเอกราชของ
เวียดนามให้กับมหาอำนาจฝรั่งเศส
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง
ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา
ทหารอเมริกันจำนวนมาก จนคุกแห่งนี้ถูกตั้งฉายาในหมู่ทหารอเมริกันว่า “Hilton Hanoi”
เยี่ยมชมสะพาน ลองเบียน (Long Bien) ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1903 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งออกแบบสร้างหอไอเฟล และสะพานสายนี้ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในช่วงสงครามเวียดนาม
อิสระช็อปปิ้ง ณ บริเวณถนนโบราณ 36 สาย ชมวิถีชีวิต สภาพบ้านเมืองในปัจจุบันของชาวฮานอย
อิสระชิมกาแฟ ณ ถนนกาแฟประจำตัวเมือง ทดลองลิ้มรสกาแฟเวียดนามที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเข้มข้นและหอมกรุ่น
ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น.
21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ
อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม
ผู้ใหญ่ราคา พัก 2 ท่าน ท่านละ 26,000.- บาท
เด็กอายุ 2-12 ปีพักร่วมกับผู้ใหญ่ 2 ท่านไม่มีเตียงเสริม 23,000.- บาท
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 4,500.- บาท
อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม
1. ค่ารถโค้ชปรับอากาศ และค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
2. ค่าที่พัก 5 คืน
3. ค่าอาหารตามรายการ
4. ค่าธรรมเนียมผ่านแดนไทย-ลาว-เวียดนาม
5. ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
6. ค่าบริการมัคคุเทศก์ลาว-เวียดนาม
7. ประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ระบุ)
อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม
1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
2. ค่าทิปไกด์ พนักงานขับรถ พนักงานยกกระเป๋า ฯลฯ
3. ค่าทำพาสปอร์ต
4. ค่าวิซาเข้าประเทศลาวและเวียดนาม กรณีชาวต่างชาติ
เอกสารการเดินทาง
หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam
การยกเลิกการเดินทาง
กรณีที่ผู้ลงทะเบียนภาคสนาม ขอยกเลิกการเดินทาง ก่อนวันเดินทาง 15 วัน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าลงทะเบียน ยกเว้นในกรณีที่มีผู้มาแทน จะต้องชำระค่าส่วนต่างค่าตั๋วเครื่องบินในการเปลี่ยนชื่อผู้เดินทาง
การเปลี่ยนแปลงรายการ
ผู้จัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุ จำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ กรณีที่สูญหายหรือสูญเสีย นอกเหนือความรับผิดชอบและเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่าง ๆ
หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ
ขอความกรุณากรอกรายละเอียดด้วย ตัวบรรจง เพื่อสะดวกในการจัดทำเอกสาร
v หากท่านประสงค์ที่จะเดินทางไปลงพื้นที่ภาคสนามเพียงอย่างเดียว ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ v
คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850
e-mail: kitsunee_tai@yahoo.com
การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข 213 แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข 22 รวมระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม มีทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2936 2852 – 66 และที่จังหวัดนครพนม โทร. 0 4251 1043
สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. 0 4252 0411 บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. 0 4252 0651 และบริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. 0 4251 2098 www.transport.co.th
เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com
ที่พักในจังหวัดนครพนม (โปรดดำเนินรายการจองด้วยตนเอง)
นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท
เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท
นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท
เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท
เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท
เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท
ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท
แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท
ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท
หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ
จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน
ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/
กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713
หรือทางไปรษณีย์ที่มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์
413/38 ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2553 (กรุณากรอกด้วยตัวบรรจง)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm
โปรแกรมกำหนดการครูบ้านนอก รุ่น 129
ระหว่างวันที่ 22 – 25 ตุลาคม 2553
ณ หมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ต. วาวี อ. แม่สรวย จ.เชียงราย
วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 53
07.30 –08.30น. ทีมงานกระจกเงาจะนำรถไปรอรับที่ บขส.เชียงรายแห่งใหม่ (ตะเคียนคู่)หน้าเสาธงพร้อมป้ายโครงการครูบ้านนอก“ ยินดีต้อนรับ คนที่มีหัวใจเป็นครู ”หรือ โทร ฯ ติดต่อได้ที่ 08-7183-3705 ขอสายครูจะเด็จ ก่อนเข้ามูลนิธิเราจะแวะนมัสการพ่อขุนเม็งรายผู้สร้างเมืองเชียงราย
09.00 น.-12.00 น.ถึง" มูลนิธิกระจกเงา " แยกย้ายทำธุระส่วนตัว ดื่มน้ำ - ดื่มชา - กาแฟเป็นที่เรียบร้อยเราจะมาดูPresent -แนะนำมูลนิธิกระจกเงา-เจ้าหน้าที่ -อาสาสมัคร-รู้จักโครงการต่าง ๆ-วัตถุประสงค์ ของโครงการ -เล่าประวัติ ความเป็นมาและการทำงานของมูลนิธิกระจกเงารับประทานอาหารกลางวันที่มูลนิธิ กระจกเงาจากนั้น เราจะทำ กิจกรรมแนะนำตัวกันเองระหว่างคุณครูด้วยกัน-พูดคุยกำหนดการ -ประวัติของ หมู่บ้าน -โรงเรียน -การเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง
12.00น .รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ที่ มูลนิธิกระจกเงา
|
13.00น .เตรียมตัวออกเดินทางไปยังหมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ระยะทางรถ ประมาณ 85 กม. ระยะทางเดินเท้าประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นทางขึ้นเขา ลงห้วยว่าที่ครูบ้านนอกเตรียมความพร้อมฟิตร่างกายกันได้เลย จ้า .. พอถึงหมู่บ้านเราจะทำความรู้จักผู้นำหมู่บ้านและ แนะนำตัวเองกับเด็ก ๆ จากนั้นเด็ก ๆ จะเลือกครูบ้านนอกเข้าบ้านพักโดย 1 หลัง คุณครูจะนอน 2 – 3 ท่าน คุณ ครูทำความรู้จักกับบ้านที่เข้าไปพัก - แนะนำตัว -ฝากเนื้อฝากตัวแล้วจากนั้นเริ่มลงมือลุยทำอาหารมื้อแรกของคุณครูกับครอบ ครัวที่บ้านที่คุณครูพัก |
19.00น.กิจกรรมสันทนาการโดย ครูบ้านนอก
20.00น.เวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม–ตอบข้อซักถามจากผู้นำหมู่บ้านสรุปงานเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้สำหรับการสรุปงานเราจะมีการสรุปงานครูบ้านนอกกันทุกคืนค่ะ
วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 (วันแห่งการถ่ายทอดความรู้)
|
08.00น. ครูบ้านนอกพร้อมเด็ก ๆ เข้าแถวเคารพธงชาติและออกกำลังกายที่บริเวณลานหมู่บ้าน ขอบอกก่อนว่ารุ่นนี้ตรงช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 เราจะทำการเรียนการสอนที่หมู่บ้านนะค่ะ ซึ่งการเรียนการสอนเราจะสอนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ ช่วงเช้าเราจะสอนแบ่งผู้เรียนตามชั้นเรียนนะค่ะ (อนุบาล – ป.6 และผู้ใหญ่) 12.00น. ทานอาหารกลางวันพร้อมกัน ครูและเด็ก ๆ สามารถ เลือกทำเลนั่งทานอาหารได้เลยครับ ครูห่อข้าวมาด้วยนะค่ะ 13.00น. ทำการเรียนการสอนต่อจากช่วงเช้า วันนี้เราจะสอนกันทั้งวันนะค่ะ |
15.00 น. เข้าแถวเลิกเรียน แยกย้ายกันเข้าบ้าน ครูบ้านนอกท่านใดจะไปเล่นน้ำ เก็บผัก หาปลา ก็ทาบทามเด็ก ๆ เป็นไกด์ได้เลยนะค่ะ
19.00น. กิจกรรมสันทนาการบริเวณศูนย์กลางหมู่บ้าน
20.00น. สรุปกิจกรรมของวัน ที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน)
วันนี้เราจะเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน โดยจะเดินเท้า ศึกษาเส้นทาง ธรรมชาติ ช่วยชาวบ้านทสวนทำไร่ เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น
![]() |
08.30 น. ครูบานนอกร่วมเรียนรู้วิถีชุมชน เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น 12.00 น. รับประทานอาหาร 13.00 น. หลังจากเรียนรู้ชุมชนในช่วงเช้า ช่วงบ่ายเราจะจัดกิจกรรมสุขลักษณะ และกิจกรรมฐานการเรียนรู้กันค่ะ โดยแบ่งเป็น 4 ฐานการเรียนรู้ สำหรับการเรียนการสอน เราจะสอนกันถึงเย็นเลยนะค่ะ เสร็จกิจกรรมฐานการเรียนรู้ เราจะพาเด็ก ๆ เก็บขยะรอบ ๆ หมู่บ้าน และครูแยกย้ายเข้าบ้านเพื่อเตรียมกิจกรรมในค่ำคืนนี้ค่ะ |
19.00น. คืนนี้ จะมีการแสดงวัฒนธรรม ของหมู่บ้าน และครูบ้านนอก สามารถหาชุดชนเผ่ามาใส่กันได้
20.30น. สรุปกิจกรรมของวันที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53 (วันแห่งการร่ำลา)
08.00 น.เจอกันที่ลานหมู่บ้าน พร้อมสัมภาระ ครูบ้านนอก อย่าลืมล่ำลาครอบครัวที่เราเข้าพัก และเด็ก ๆ นะค่ะ
09.00 น. เดินทางไปเที่ยว ในตัวเมืองเชียงรายวัดร่องขุ่น เราจะทานมื้อเที่ยงที่นั้น(รับผิดชอบตัวเอง)
15.00 น. ส่งคณะครูบ้านนอกที่ขนส่งเชียงรายแห่งที่ 2(ตะเคียนคู่)
หมายเหตุ....กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบ ตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม
การเดินทางเข้าพื้นที่ของคณะครูบ้านนอกในรุ่นนี้เป็นการเดินทางที่ไกล ระยะห่างระหว่างหมู่บ้านจะคือถึงกระจกเงา รวมระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร
ซึ่งทางโครงการครูบ้านนอกต้องรบกวนให้ครูบ้านนอกที่มาร่วมโครงการ ช่วยสมทบทุนค่าเดินทางเข้าพื้นที่ ประมาณท่านละ 200 - 250 บาท ในเงินส่วนต่างนี้ (นอกเหนือจากค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ) ซึ่งเงินส่วนต่างนี้เราจะมาจ่ายที่มูลนิธิกระจกเงาในวันที่เดินทางมาถึง
สามรถโอนเงินยืนยันได้เลยที่.... ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา " ธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 1,000 บาท ( สำหรับค่าอาหารตลอดโปรแกรม ไม่รวมค่าเดินทางไปกลับเชียงราย )
สิ่งที่ครูสามารถเตรียมมาสำหรับร่วมกิจกรรม
1. สื่อการเรียนการสอน
2. ยากำจัดเหา
3. อุปกรณ์การเรียน
4. อุปกรณ์กีฬา
5. ขนม ต่าง ๆ (ที่มีประโยชน์กับเด็กด้วยนะค่ะ เราไม่เน้นขนมขยะค่ะ)
6. นม
7. เสื้อกันหนาวสำหรับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่
8. ผ้าห่ม สำหรับบ้านที่เราเข้าพัก และ นักเรียนที่พักในหอพักโรงเรียนบ้านจะคือ
8. ทุนสำหรับอาหารกลางวัน
กฎการวางตัว / ข้อห้าม / คำเตือน
· ห้ามให้เบอร์โทรศัพท์แก่นักเรียนเป็นเด็ดขาด
· ห้ามพูดคำหยาบ
· คนที่มาเป็นคู่รบกวนเรื่องการวางตัวที่เหมาะสม ไม่ประพฤติตัวที่เกินเลยจนดูน่าเกลียด เพราะเราเข้าพื้นที่ในฐานะ “ ครู ”
· ของมีค่าควรเก็บไว้กับตัวเองตลอดเวลา
· การใช้เครื่องมือสื่อสาร รบกวนให้ทางคณะครูบ้านนอกใช้เครื่องมือสื่อสารหลังเสร็จกิจกรรม
· ห้ามให้เงินแก่เด็กเป็นเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด
· งดเว้นการดื่มสุรา
· ห้ามออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยมิได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำโครงการทราบ
ข้อแนะนำเตรียมการก่อนสอน
· เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะเป็นเด็กชนเผ่าซึ่งเด็ก ๆ จะพูด และเขียนภาษาไทยไม่ชำนาญเหมือนเด็กในเมือง ครูสามารถเน้นเรื่องนี้ได้เลยค่ะ
· การเรียนการสอนในชุมชน เด็ก ๆ จะคละกันตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงวัยรุ่น บาง ครั้งอาจมี พ่อ แม่ของเด็กมาเรียนด้วยครูเตรียมการสอนสำหรับเด็กทุกวัยมาได้เลย และการสอนเราจะมาสอนเป็นกลุ่มกับผู้ที่มาร่วมโครงการท่านอื่น ๆ ค่ะ
· สำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียน เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะสอนในระดับชั้น ป.4 – ม.3 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนครูที่เข้าร่วมโครงการด้วยนะค่ะ ทางโครงการจะประเมินจำนวนชั้นเรียนอีกครั้งในวันที่มาถึง ส่วนการสอนในชั้นเรียน ครู ก็ใช้การเรียนการสอนแบบประยุกต์ไม่จำเป็นต้องตามแผนการเรียนโดยตรง เพราะเราจะเข้าไปสอนแบบสอนเสริมทักษะความรู้เพิ่มเติมจากที่เด็กเรียนในชั้น เรียนนะค่ะ
· การสอนในห้องเรียนแต่ละชั้นเรียนความรู้เด็กในชั้นจะไม่เท่าเทียมกัน จะมีทั้งเด็กที่อยู่ในเกณฑ์การเรียนดี และเกณฑ์การเรียนที่ค่อนข้างต่ำคละกันไปในแต่ละชั้นเรียน
· สำหรับการสอนในชั้น ป.6 และ ม. 3 การเรียนการสอนควรจะมีส่วนในการแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับเด็ก 2 ช่วงการศึกษานี้
รับจำนวนจำกัด 50 คนเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Mail. jadadbannok@hotmail.com ครูจะเด็จ
หรือโทร.... 053-737412 ต่อ 23
หรือ 087-1833705

ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?...
โครงการ : ลุ่มน้ำภูมิปัญญากับอาสาร่วมฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา
ณ ทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา
วันที่ 22-25 ตุลาคม 2553
วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม 53
21.30 น. ออกเดินทางลงสู่เมืองใหญ่สองทะเล
วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม 53
Theme : รู้จักและทักทายกันในหมู่คณะ ศึกษาสัมผัสวัฒนธรรมวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์เมืองสงขลา
กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาสาสมัคร รู้จักย่านเมืองเก่า 3 ถนนโบราณของสงขลา ได้แก่ ถ.นางงาม ถ.นครนอก ถ.นครใน สัมผัสชีวิตชาวเมืองสงขลาแบบช้าๆ โดยการนั่งรถจักรยานสามล้มชมเมือง แวะทักทาย นางเงือก ณ หาดสมิหลา สัญลักษณ์ประจำเมือง นมัสการพระเจดีย์บนเขาตังกวน ชมวิวตัวเมืองสงขลา สิ้นสุดกิจกรรมที่ถนนคนเดิน บริเวณกำแพงเมืองเก่าสงขลาสมัยรัชกาล ที่ 3
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53
Theme : ศึกษาสัมผัส วัฒนธรรมวิถีชีวิตและธรรมชาติเมืองสงขลา ร่วมเป็นอาสาฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลสาบตอนล่าง
ตักบาตรเทโว (วันออกพรรษา) ณ เขาตังกวน สัมผัสตลาดนัดวันอาทิตย์ ตลาดใหญ่ที่มีเฉพาะวันอาทิตย์ และร่วมประเพณีลากพระ ชมขบวนเรือพระจากวัดต่างๆ พร้อมลากเรือพระเพื่อเป็นกุศล สัมผัสเกาะหนู เกาะแมว เกาะในตำนานเมืองสงขลา โดยเรือขนาดใหญ่ ฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยการปลูกพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง อ. เมือง/อ.สิงหนคร สงขลา สิ้นสุดด้วยการเข้าที่พัก Homestayกลางทะเลสาบ
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53
Theme : อาสาฯ ฟื้นฟูระบบนิเวศ ทะเลสาบสงขลาตอนกลางอุทยานนกน้ำคูขุด
เรียนรู้ภูมิปัญญาการจับปลาตามวิถีทางชาวประมงพื้นบ้าน ในกระชังกลางทะเลสาบสงขลา นมัสการ เจดีย์สมเด็จเจ้าเกาะยอ ณ วัดเขากุฏิ ซึ่งเป็นที่พักสงฆ์ตั้งแต่สมัยพระเอกาทศรถ รัชกาลที่ 19 แห่งกรุงศรีอยุธยา และเป็นจุดสูงสุดของเกาะยอ ออกเดินทางไปยัง อุทยานนกน้ำคูขุด อ.สทิงพระ เพื่อลอกกอบัวเบิกเส้นทางน้ำในเส้นทางดูนก พร้อมจำแนกชนิดนกที่พบในช่วงหน้าฝน บริเวณอุทยานฯ แวะนมัสการหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดและเจดีย์วัดพระโคะ ก่อนกลับเพื่อรับพรรับโชคในการเดินทาง เดินทางกลับกรุงเทพฯ
วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 53
เช้าตรู่ ถึง กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ พร้อมรับบุญรับโชค หลังจากทำกิจกรรม
รับอาสาสมัคร จำนวน 48 คน
ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2553
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ
สมาชิก V4N 1,500 บาท / บุคคลทั่วไป 1,650 บาท / เดินทางเอง 850 บาท
สอบถามกิจกรรมที่
1. ทางโทรศัพท์ 085-909 0897 (กาเหว่า) หรือ 081-4811496 (ชาย)
2. E-mail : v4nature@gmail.com
3. Facebook V4N
รายละเอียดเพิ่มเติม www.v4nature.org
ครูบ้านนอกสัญจร ครั้งที่ 10 สปป.ลาว
“ สะบายดี – เมืองลาว 2 ”
วันที่ 23 ตุลาคม 53 - วันที่ 25 ตุลาคม 53
วัน เสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเปิดประตู สู่การเรียนรู้ )
8.00 น. ทีมงานมูลนิธิกระจกเงา จะนำรถยนต์ ไปรอรับที่ บขส. อำเภอเชียงของ พร้อมเบอร์โทร ฯ 08 -7183-3705 ขอสาย จะเด็จ ( สำหรับอาหารเช้า- รบกวนผู้เข้าร่วมงานจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ) ออกเดินทางไปที่ว่าการ อำเภอเชียงของ เพื่อไปทำบอร์ดดิ้งพาส ข้ามพรหมแดน ไทย – สปป. ลาว จากนั้นทำการปฐมนิเทศ ชี้ เเจงโปรแกรม กำหนดการ เตรียมความพร้อม ด้านต่าง ๆ แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมการเรียนการสอน และ แบ่งกลุ่มบ้านพัก หลังละ 2 คน (ชายคู่ชาย/หญิงคู่หญิง) และ แนะนำข้อมูลชุมชนเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้คณะครูบ้านนอก ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้
|
12.00 น. รับประทานอาหารเที่ยง จากนั้น เดินทางไป ด่าน ไทย - ลาว 13.30 น. ถึงด่านพรหมแดน ไทย – สาธารณรัฐประชาชนลาว อ.เชียงของ จ.เชียงราย ตรวจสอบสัมภาระและเอกสาร 14.00 น. ครูบ้านนอกนั่งเรือที่ท่าเรือข้ามฟาก เพื่อข้ามแม่น้ำโขงไปขึ้นที่ท่าเรือ จังหวัดบ่อแก้ว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาว 14.30 น. ถึงจังหวัดบ่อแก้ว ตรวจเอกสารและสัมภาระที่ด่าน ตม.จังหวัดบ่อแก้ว ประเทศสาธารณรับประชาชนลาว และออกเดินทางต่อโดยรถไปที่หมู่บ้านน้ำปุก (ลาวลุ่ม) ใช้ระยะเวลาจากด่านเข้าไปประมาณ 50 ก.ม. ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า บนถนนดินลูกรัง |
16.00 น. ถึงหมู่บ้าน เราจะพบกับนายบ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน จากนั้นเด็ก ๆ จะมารอรับคณะครูบ้านนอกเข้าบ้านพัก หลังละ 2 คน โดยทางเราจะจัดอาหารให้สำหรับครูบ้านนอก เข้าไปทำอาหารทานรวมกันกับชาวบ้านและ เด็ก ๆ ที่เราเข้าไปพัก ครูบ้านนอกทำความรู้จักครอบครัวของเด็ก ๆ อาบน้ำ ทำธุระส่วนตัว และ ทำอาหารทานที่บ้านร่วมกับครอบครัวที่เราเข้าไปพัก
19.00 น. สำหรับในคืนแรกตอนค่ำหลังจากที่ทานข้าวเย็นแล้ว มีกิจกรรมสันทนาการ เพื่อทำความรู้จักกับเด็ก ๆ และชาวบ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งคืนนี้เป็นวันออกพรรษา ของฝั่ง สปป. ลาว เช่นกัน ส่วนจะมีประเพณี หรือ พิธีกรรม อย่างไรนั้น ทางทีมงานจะเข้าไปประสานงานอีกที
20.00 น. จะเป็นเวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม – ตอบ ข้อซักถาม จาก นายบ้าน กำนัน ผู้นำหมู่บ้าน ผู้เฒ่า ผู้แก่ และคณะกรรมการหมู่บ้าน และสรุปงานประจำวัน และเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้
21.00 น. แยกย้ายเข้าที่พัก
|
|
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 ( กิจกรรมการเรียนการสอน / สัทนาการ / เกม / เพลง )
ตื่นแต่เช้ามาสัมผัสอากาศต่างแดน กับยามเช้า ๆ ฟังเสียงนก เสียงไก่ ขานต้อนรับวันใหม่ ที่หมู่บ้านน้ำปุก ยังมีตลาดเช้าประจำหมู่บ้าน ครูบ้านนอกท่านใดสนใจสามารถตื่นมาเที่ยวชมกันได้ ใน วันนี้คณะครูบ้านนอกจะเข้าทำกิจกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียน สัทนาการ เกม เพลง กับเด็ก ๆ ที่โรงเรียน ประมาณ 200 คน ซึ่งเด็ก ๆ สื่อสารภาษาท้องถิ่น (ลาว) เป็นหลัก แต่สามารถสื่อสารกับเราเข้าใจได้ อันนี้ต้องใช้ความสามารถกันหน่อย .. จ้า ..
|
8.00 น. เคารพธงชาติพร้อมเด็ก ๆ ที่โรงเรียน พวกเราเหล่าคุณครูบ้านนอกสวมวิญญาณคุณครู เตรียมตัวสอนน้อง ๆ ได้ โดยเน้นกิจกรรมเกม เพลง กีฬา สันทนาการ ศิลปะ เนื่องจากทางเรา เเละ เด็ก ๆ มีข้อจำกัดทางภาษา เน้นการสื่อสารทางกาย เเละ ทางใจ เป็นหลัก โดยเราจะเข้าไปส่วนในชั้นเรียนแต่ละชั้น ตั้งแต่ระดับ อนุบาล - ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเราจะแบ่งกลุ่มกันเข้าไปสอน ครูบ้านนอกสามารถระบุมาก่อนได้ได้เลยนะครับ ว่าจะสอนระดับชั้นไหนบ้าง 12.00 น. พักทานข้าวเที่ยง (เราจะทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ ทั้งโรงเรียน ) |
13.00 น. ช่วงบ่ายทำการเรียน การสอน แบบฐานการเรียรนรู้ โดยแบ่งเป็น 4 ฐาน ด้วยกัน เช่น ..ฐานศิปละ –ฐานสุขภาพ – ฐานคณิตศาสตร์ .. เป็นต้น
15.00 น. เราจะจัดการแข่งขันกีฬาฮาเฮ ระหว่าง ชาวบ้าน กับ ครูบ้านนอก และ ครูบ้านนอก กับเด็ก ๆ
16.00 น. เลิกเรียน แยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัย ทำอาหารทางที่บ้านพัก
19.00 น วันนี้มีงานประเพณี สืบสานวัฒนธรรมของประเทศลาว เป็นการรำวงดั่งเดิมของประเทศลาว โดยจะมีชาวบ้าน และเด็ก ๆ มาร่วมกันรำวงกับพวกเรา เหล่าคณะครูบ้านนอกด้วยกัน ครูบ้านนอก สามารถหยิบยืมชุดของชาวบ้านที่เราเข้าไปพัก มาใส่ร่วมงานรำวงกันได้ .. จ้า ..
21.00 น. สรุปงานเตรียมความพร้อมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2553 ( วันร่ำลา )
Morning call กับเสียงหมู เสียงไก่ พวกเราตื่นทำธุระส่วนตัว รับประทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย วันนี้ ช่วงเช้า ชาวบ้านจะทำ พิธีบายศรีสู่ขวัญให้แก่คณะครูบ้านนอก ผูกข้อไม้ ข้อมือ ให้กับคณะครูบ้านนอก ก่อนจะเดินทางกลับ หลังจากนั้นเป็น กิจกรรมส่งท้ายร่ำลาระหว่างพวกเรา กับชาวบ้านและเด็ก ๆ ทุกคน คณะครูบ้านนนอก มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา และ ทุนการศึกษาให้กับทางโรงเรียน
10.00 น. ออกเดินทางจากหมู่บ้านน้ำปุก แวะเที่ยวตลาดอินโดจีน และ ตลาดขายของ ของ สปป. ลาว จะรับประทานอาหารเที่ยงกันที่นั้น
14.00 น. เดินทางมา ถึง ตม.จังหวัดบ่อแก้ว ตรวจเอกสารและสัมภาระ ก่อนขึ้นเรือข้ามแม่น้ำโขง กลับมาประเทศไทย ถึงด่านตม.อ.เชียงของ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ
15.00 น. ส่งครูบ้านนอกกลับที่ขนส่ง อ.เชียงของ จังหวัดเชียงราย เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ.....กำหนดการสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามความเหมาะสม และ ตามสถานการณ์ ต่าง ๆ
*** รับจำนวนจำกัด 50 คน เท่านั้น ที่ยืนยันการโอนเงินเข้าร่วมโครงการ ไม่รับการยืนยันปากเปล่าทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล์ ***
การลงทะเบียน โดยการลงทะเบียนผ่าน ธนาคาร ฯ
ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา" ธ.กรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 2,200 บาท
สำหรับค่าอาหาร / ค่าเดินทางไป - กลับ / เข้าพื้นที่ สปป. ลาว และ เดินทางไปหมู่บ้านน้ำปุก ค่าประสานงาน อุปกรณ์ อื่น ๆ เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมครั้งนี้ และ ท่านจะได้เสื้อคนละ 1 ตัว เป็นของที่ระลึก ( ไม่รวมค่าเดินทาง ไป – กลับ ของอาสาสมัครเข้าร่วมงาน )
หมายเหตุ เมื่อ ลงทะเบียนผ่านธนาคาร แล้วกรุณาส่งสลิปการโอนเงินทางเมล์ หรือส่ง fax มาที่เบอร์ 053-737616 (Att:โครงการครูบ้านนอก) และเก็บสลิปมายืนยันการโอนเงินในวันที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม
เอกสารที่ครูบ้านนอกต้องเตรียมมา( ทั้งมีพาสปอร์ต และ ไม่มีพาสปอร์ต )
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด ( เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง “ ประกอบการมาเข้าร่วมงานครูบ้านนอก ” )
2. รูปถ่ายหน้าตรง 1 รูป ขนาด 2 นิ้ว
3. หากใครมีพาสปอร์ต ก็เตรียมมาด้วยนะครับ หากใครไม่มีไม่เป็นไรเราจะทำหนังสือข้ามแดนแทนใคร
เรื่องการเตรียมความพร้อมและเรื่องอื่นๆ
+ ที่พักเราจะพักที่บ้านชาวบ้าน (แยกชาย แยกหญิง ) หลังละ 2 คน
+ เสื้อกันหนาว ( อากาศเริ่มหนาวกันแล้ว )
+ ยากันยุง ( สำคัญมาก )
+ ยารักษาโรคประจำตัว ( ถ้ามี )
+ ถุงนอน ไฟฉาย รองเท้าแตะ
+ เสื้อผ้า (ส่วนตัว) เตรียมมาเท่าที่จำเป็น เตรียมผ้าถุง / ผ้าขะม้า สำหรับอาบน้ำ
+ ของบริจาค อุปกรณ์กีฬา / เครื่องเขียน / ของเล่น / ของรางวัล / ขนม สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ... อื่น ๆ
** การจองตั๋ว เดินทางมาร่วมกิจกรรม โครงการครูบ้านนอก ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการต้องรับผิดชอบตัวเอง **
( รีบจองตั่ว ไป – กลับ กันเลย นะครับ เพราะมันช่วงวันหยุดหลายวัน )
สยามเฟริสทัวร์ 02-2031420-22
กทม. – เชียง ของ
ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.30 น. ถึง เชียง ของ 08.00 น.
VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียง ของ 07.40 น.
เชียงของ – กทม.
ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น.
VIP รถออกจากสถานีขนส่ง เชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น.
สมบัติทัวร์ โทร.02-5531753
กทม. – เชียง ของ
ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียงของ 07.00 น.
ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.15 น. ถึง เชียงของ 07.15 น.
ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 20.15 น. ถึง เชียงของ 08.15 น.
VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 20.40 น. ถึง เชียง ของ 08.40 น.
ป.2 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.20 น. ถึง เชียงของ 07.20 น.
เชียงของ – กทม.
ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 04.00 น.
( ปล. หากได้รับเมล์แล้วกรุณาตอบกลับด้วยนะครับ เพื่อทางเราจะทราบว่าเมล์ถึงหรือไม่ ขอบคุณครับ )
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
คุณจะเด็จ
Email: jadad@bannok.com
MSN: jadadbannok@hotmail.com
เบอร์โทร : 053-737-412 - 3 ต่อ 23 ขอสาย จะเด็จ
มือถือ : 0-87183-3705

ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?...

โครงการ “ให้2” (ให้ ยกกำลัง ๒)
2 give 2 share 2 care
วันศุกร์ที่ ๒๒ ตุลาคม – วันจันทร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๓
ณ บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
--------------------------------------------------------------------------
“ให้”2 To give to share to care
นอนนับดาวที่ยอดดอย
ลักษณะกิจกรรม
ร่วมด้วยช่วยกันปรับปรุง อุทยานการเรียนรู้ให้น้องๆ ร่วมกับคนในพื้นที่ กิจกรรมเพิ่มทักษะการรู้ของน้องๆโดยผ่านขบวนการกิจกรรมที่อาสาร่วมกันทำเพื่อน้องในถิ่นไกล และเพื่อปลูกฝังรักการเรียนให้กับเด็กๆในชนบท อีกทั้งตัวอาสาได้เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน ชนบท และส่งเสริมกระบวนการกลุ่มสร้างสำนึกเรื่องงานอาสาสมัครและเผยแพร่แนวคิดการทำงานอาสาสมัคร กิจกรรมดังกล่าวจะเป็นลักษณะอาสาเชิงท่องเที่ยว และมีการหารเฉลี่ยค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยค่าใช้จ่ายจะมากหากจำนวนอาสาน้อย และค่าใช้จ่ายจะถูกหากอาสามีตามจำนวนที่กำหนด
สถานที่
ณ บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
กำหนดการ โครงการ “ให้^2” (ให้ยกกำลังสอง)
2 give 2 share 2 care
นอนนับดาวที่ยอดดอย
วันศุกร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ (เป็นเวลาหลังเลิกงาน)
๑๘.๓๐ น. นัดเจอกันที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ถ.วิภาวดีรังสิต
(ติดกับมหาวิทยาลัยเกษตร บางเขน) หาไม่เจอติดต่อ ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔
นอนบนรถ
วันเสาร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันปิยะมหาราช)
เช้า ถึงเชียงใหม่ ทานอาหารเช้า
นมัสการพระธาตุจอมทอง เตรียมขึ้นดอยอินทนนท์
ตั้งวงชวนคุยแนะนำตัว
บ่าย อาสาเรียนรู้ทำสบู่กาแฟ
ชิมกาแฟ น้ากาลาโต้ บ้านแม่กลางหลวง
แบ่งภาระหน้าที่ กิจกรรมวันพรุ่งนี้
๑๖.๓๐ พักตามอัธยาศรัย
๑๘.๓๐ อาหารเย็น
นอนบ้านพักทหารอากาศยอดดอยอินทนนท์ (คืนแรก)
วันอาทิตย์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓
๐๖.๐๐ ฟ้าสางที่กลางดอย
อาหารเช้า
กิจกรรมทำกับเด็กดอย พี่ชวนน้องเล่นเปิดค่าย
กิจกรรมรู้จักฉัน รู้จักเธอ ยินดีที่ได้พบกัน
กิจกรรมสัมพันธ์ แบ่งกลุ่ม ทำกิจกรรม
๑. พอดี พอเพียง เพียงพอ
๒. ภาษาสโมสร อ่านออก เขียนได้
๓. เลขคณิต คิดสนุก
๔. วิทยาศาสตร์ ร่วมด้วยช่วยคิด พิชิตโลกร้อน
๕. ธรรมชาติรอบตัว ศิลปะรอบบ้าน
๑๒.๐๐ อาหารเที่ยง
แจกของที่รับบริจาคมาให้เด็กดอย
๑๖.๓๐ อาสาลงดอย(อินทนนท์)
๑๘.๓๐ เข้าที่พักในตัวเมืองเชียงใหม่
อาหารเย็น
พักผ่อนตามอัธยาศัย เดินถนนคนเดิน เมืองเชียงใหม่
สรุปกิจกรรม ก่อนนอน
นอน ในตัวเมืองเชียงใหม่ บ้านพักกองบิน ทหารอากาศ (คืนที่สอง)
วันจันทร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันหยุดชดเชยวันปิยะมหาราช)
๐๖.๐๐ น. รุ่งแจ้งที่เวียงพิง
๐๗.๓๐น. กองทัพเดินด้วยท้อง มื้อเช้า
๐๘.๓๐น. ซื้อของฝากที่กาดหลวง เตรียมตัวกลับ
แวะนมัสการพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง
๑๒.๓๐น. รับประทานอาหารกลางวันระหว่างการเดินทาง(อาสารับผิดชอบตัวเอง)
๒๓.๐๐น. เดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ กิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
ประกาศรับบริจากสิ่งของสำหรับน้องบนดอย
เครื่องนุ่งห่ม
อุปกรณ์การเรียน สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ
อุปกรณ์ด้านการกีฬา
สามารถร่วมบริจาคหรือสมทบทุนสนับสนุนได้ที่
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ถ.วิภาวดี-รังสิต (ก่อนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน)
ในวันและเวลาราชการ ติดต่อคุณ จิระพงค์ รอดภาษา
หรือจัดส่งไปที่ คุณสมศักดิ์ คีรีภูมิทอง
บริษัทนิ่มซี่เส็งขนส่ง
ท่าลี่ ที่อยู่ 86 หมู่ 13 ต.ข่วงเปา
อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160
Tel.053-369394 Fax.053-369394
สมทบค่าใช้จ่าย
ชักชวนอาสามาหารเฉลี่ย ค่าใช้จ่ายร่วมกัน
*** อาสาเตรียมเต๊นท์ ถุงนอน ไปนอนที่บ้านแม่กลางหลวง เนื่องจากบ้านพักเต็ม อยู่ระหว่างประสานงาน บ้านพักเพิ่มเติม
ค่าใช้จ่ายนี้รวม
อุปกรณ์ต่างๆ
ค่าเดินทางรถตู้
ค่าอาหาร ระหว่างการทำกิจกรรม ในพื้นที่ (๖ มื้อ)
ค่าที่พักบ้านแม่กลางหลวง / ยอดดอยคืนที่๑
ค่าบ้านพักตัวเมืองเชียงใหม่ คืนที่๒
ค่าใช้จ่ายนี้ไม่รวม
ค่าอาหารระหว่างการเดินทางบางมื้อ (อาสารับผิดชอบเอง)
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเช่น ค่าซื้อสินค้าของฝาก
สมทบค่าทำกิจกรรม
ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมกรุณา
*** (การโอนเงินเพื่อ ยืนยันการร่วมกิจกรรมที่แน่นอนของอาสา )
จำนวนเงิน ๑๕๐๐ บาท
ที่เหลือ ไปหารเฉลี่ยกัน ในระหว่างการร่วมกิจกรรม***
โอนก่อน มีสิทธิ์เลือกที่นั่งบนรถตู้ได้ก่อน
จะส่งที่นั่งบนรถตู้ให้เลือกหลังจากโอนเงินมัดจำการร่วมกิจกรรม
โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์
ธนาคารกรุงเทพ สาขา เทสโก้ โลตัส รัตนาธิเบศร์
ชื่อบัญชี นาย จิระพงค์ รอดภาษา
เลขบัญชี 914-0-07389-2
เมื่อโอนแล้วกรุณาโทรยืนยันการโอนที่
เบอร์ ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔ (081-515 8564)
และ ส่ง FAX มาที่ ๐๒-๕๖๒ ๐๐๙๓
พร้อมระบุรายชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรติดต่อกลับ
หรือถ่ายสำเนา attach file
มาที่ sunday2309@hotmail.com
หรือ นำหลักฐานการโอนมาแสดงในวันเดินทาง
เปิดรับสมัคร (ยังไม่มีกำหนด)
รับจำนวนจำกัด ๒๐ คน (รถตู้ ๒ คัน)
หรือตามจำนวนผู้ที่สนใจร่วมทริป
ค่าใช้จ่าย คร่าวๆ ต่อ รถตู่ ๑ คัน
จำนวนอาสา ๕ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๕๐๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๖ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๔๒๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๗ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๖๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๘ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๒๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๙ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๘๐๐ บาท
จำนวนอาสา ๑๐ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๕๐๐ บาท
ค่าใช้จ่ายดังกล่าวมากน้อย ขึ้นกับการผันผวนราคาน้ำมัน ณ ขณะนั้น
ซึ่งค่าใช้จ่าย ข้างต้น คิดคร่าวๆดังนี้
ค่ารถตู้ ต่อ คัน
ค่าน้ำมันรถ
ค่าบ้านพัก บ้านแม่กลางหลวง ๒ หลัง หลังละ ๕ คน / หรือ บ้านบนยอดดอย
ค่าบ้านพักในเมืองเชียงใหม่ ต่อหลัง
ค่าอาหาร จำนวน ๖ มื้อ
อุปกรณ์ต่างๆ
อื่นๆ ที่นึกไม่ออก
หาก หลังจากวันที่เปิดรับสมัคร จนถึงวันที่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ได้สมาชิกไม่ถึง ๕ คน เราจะไปทางเลือกที่ ๒ คือ รถทัว
ติดต่อสอบถาม
นายจิระพงค์ รอดภาษา (นุ้งนิ้ง)
E-mail: Rodpasa@hotmail.com หรือ
Sunday2309@hotmail.com
หมายเลขโทรศัพท์ : ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔
เตรียมตัว และเตรียมใจ
- ไฟฉาย ยากันยุง รองเท้าแตะ
- กินง่ายอยู่ง่าย เปิดใจเรียนรู้ และรับฟังผู้อื่น
- เครื่องใช้ส่วนตัว เช่น ยาประจำตัว หมวกกันแดด
- เสื้อกันหนาว มากๆ สำหรับบนดอย
หมายเหตุ
กิจกรรมต่างๆอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
Social and Economic Corridors of the Mekong Basin
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
-----------------------------------------
ความเป็นมา
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
ดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรม พลังแห่งวิถีของชุมชน และเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกทางน้ำที่ต่างเป็นสมบัติอันล้ำค่าของผู้คนในแถบนี้ ที่เชื่อมโยงกันอยู่เหนือกว่าพรมแดน
ใดๆของรัฐชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังยุคสงครามเย็นสิ้นสุดลงได้นำความมั่งคั่งมาสู่ดินแดนแห่งนี้ แต่ขณะเดียวกันผลกระทบในทางลบที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ดำเนินคู่ขนานไปพร้อมกันๆ
ทุกวันนี้องค์ความรู้เกี่ยวกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนั้น จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มและแยกส่วน อยู่ในหมู่นักวิชาการ ผู้วางแผนนโยบาย นักเคลื่อนไหว ภาคประชาสังคมทั้งในแวดวงธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และพัฒนาสังคม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่การบูรณการทางความรู้ชุดนี้ต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความตระนักรู้ถึงคุณค่าต่างๆที่หลอมรวมอยู่ในอนุภูมิภาคแห่งนี้ อันจะนำไปสู่การยู่ร่วมกันอย่างสันติ รู้และเข้าใจเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่จัดขึ้นเป็นครึ่งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ที่ผ่านมา ได้เป็นหลักหมายที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพราะบรรดาผู้นำและผู้เกี่ยวข้องได้ "ยอมรับ" แล้วว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในตลอดสายแม่น้ำโขงแห่งนี้ ทั้งเรื่องปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำแห้งขอด มลพิษทางน้ำ การลดลงของทรัพยากรทางน้ำในแม่น้ำโขง ปัญหาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และภาวะหมอกควัน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยตรง การประชุมครั้งนี้ ยังยอมรับว่าปัญหาที่กล่าวมาเหล่านี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชนและภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
รายงานข่าวที่ว่า เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2553 หรือ ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดลงจนถึงจุดต่ำสุดในรอบ 50 ปี นับว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อทุกคนในประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแห่งนี้ ว่า การพัฒนาแม่น้ำโขงนั้นไม่สามารถจะมองผ่านมิติการพัฒนาทางเศรษฐกิจและพลังงานเพียงอย่างเดียว ได้อีกต่อไป
ด้วยตระหนักถึงพันธกิจทางวิชาการ การสัมมนาครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในฐานะที่เป็นกิจกรรมแห่งความร่วมมือในวงวิชาการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โดยความริเริ่มของสถาบัน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และได้จากความร่วมมือจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กับ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ส่งเสริมและให้การสนับสนุนการศึกษาการวิจัยเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขยายพรมแดนความรู้และสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาแก่คนและสังคมไทยให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยปัญญา ดังพุทธภาษิตที่ว่า “นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา” แสงสว่าง เสมอด้วยปัญญา ไม่มี
วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ข้อมูลในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านคมนาคม เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิถีชุมชน และนิเวศวิทยา
2. เพื่อกระตุ้นให้มีการนำเอาความรู้และความเข้าใจที่ได้ ไปปรับให้เอื้อต่อการสร้างความเข้าใจอันดีของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าและองค์ความรู้ และพัฒนาบุคคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองสังคมไทย
ระยะเวลาของการสัมมนา วันที่ 21 - 22 ตุลาคม 2553 และ ภาคสนามวันที่ 23 - 28 ตุลาคม 2553
ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน
ลงทะเบียนสัมมนาวิชาการท่านละ 1,500 บาท
1,000 บาท(สำหรับนักเรียน / นิสิต /นักศึกษาปริญญาตรี และผู้ที่มีภูมิลำเนา และ/หรือ ปฏิบัติงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดนครพนม)
(เป็นค่าเอกสารประกอบการสัมมนา อาหารกลางวัน อาหารเย็น อาหารว่าง)
สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
(วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 เวลา 14.00 - 17.30 น.)
(ในกรณีมีผู้ลงทะเบียนน้อยกว่า 40 ท่าน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางและยินดีคืนเงินค่าลงทะเบียน)
ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท
สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
(วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553)
ลงทะเบียนภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ท่านละ 26,000.- บาท
จำนวนผู้ลงพื้นที่ภาคสนาม รับจำนวนจำกัด 80 ท่าน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เกิด ความเคลื่อนไหวและตื่นตัวในวงวิชาการเกี่ยวกับในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในลุ่ม น้ำโขง
2. เกิดการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เกิดการต่อยอดให้มีมุมมองประเด็นปัญหาใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย , บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
มหาวิทยาลัยนครพนม , สมาคมจดหมายเหตุสยาม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 และ เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ,
มูลนิธิโรงเรียนน่าอยู่เรียนรู้อย่างเป็นสุขนครพนม
ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
โทร. 02-424-5768 , โทร./โทรสาร 02-433-8713, 02-882-3850
e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
(1) รัฐชาติ – พรมแดน: ความขัดแย้งและข้อยุติ บนเส้นทางสันติภาพอาเซียน โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ผศ.กาญจนี ละอองศรี (รายงานการสัมมนา ที่ หอประชุมใหญ่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 )
(2) เอกสารสัมมนาจัดพิมพ์เป็นเล่มย่อยๆ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.textbooksproject.com , www.seas.arts.tu.ac.th
www.toyota.co.th , www.toyota.co.th/th/ttf/ttf_home.asp
แผนที่โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว
เลขที่ 9 ถนนนครพนม- ธาตุพนม อ. เมือง จ. นครพนม 48000 โทร : 042 522 333 - 40

กำหนดการสัมมนาวิชาการ
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
---------------------------------
พฤหัส 21 ตุลาคม 2553
08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 09.10 น. อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวรายงาน
09.10 - 09.30 น. เปิดการสัมมนาโดย พลตำรวจเอก เภา สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
09.30 - 10.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.00 - 12.00 น. อภิปรายทั่วไป " อนาคต ของแม่น้ำโขง: มุมมองจากต้นน้ำ ถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง"
รศ.ลู ซิง (Assoc. Prof. Lu Xing) ม.ยูนาน
รศ.สุพาบ ขวงวิจิต (Assoc. Prof. Souparb Khouangvichit) ม.แห่งชาติลาว
ดร.วิฑูรย์ วิริยะสกุลธรณ์ MRC
รศ. ดร. เล เวียด ยุง (Assoc. Prof. Le Viet Dung)
คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ NGO
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 15.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณเด่นชัย ไตรยะถา สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม
คุณทองแถม นาถจำนง บก. สยามรัฐรายวัน
คุณณรงค์ ชินสาร อดีต ผอ.เขตการศึกษานครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในเวียดนาม และลาว /ไทย”
ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ ม.มหาสารคาม
อ.พิเชฐ สายพันธ์ ม.ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.อรรถ นันทจักร์ ม.มหาสารคาม *
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “วิกฤต น้ำของ - น้ำโขง 2553”
คุณวิฑรูย์ เพิ่มพงศาเจริญ มูลนิธิฟื้นฟู
อ.นิวัติ ร้อยแก้ว กลุ่มรักษ์เชียงของ
ดร.หิรัญ แสวงแก้ว ม.ขอนแก่น
คุณดิรก สาระวดี ม.ขอนแก่น
คุณเพียรพร ดีเทศน์ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เชียงใหม่ ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน"
คุณจ๋ามตอง เครือข่ายสตรีไทยใหญ่
คุณสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโส
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ม.มหิดล ดำเนินรายการ
15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 - 17.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง”
คุณสมคิด สิงสง นักเขียนภาคอีสาน
คุณปราโมทย์ ในจิต กวี นักเขียน นักแปล
คุณโอทอง คำอินซู (ฮุ่งอะลุน แดนวิไล) ซีไรต์ สปป.ลาว
คุณชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต สมาคมนักกลอนฯ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย”
อ.วิชาญ ฤทธิธรรม มรภ.สกลนคร
คุณเหลาไท นิลนวล นายก อบต.หลุบเลา สกลนคร
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ม.รังสิต
ผศ.ปรีชา ธรรมวินทร มรภ.สกลนคร ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ”
สว.พนัส ทัศนียานนท์ อดีต สว.ตาก
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
อ.กวีพล สว่างแผ้ว ม.บูรพา
รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล ม.มหิดล ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป”
ดร.มรกต เจวจินดา ไมยเออร์ มศว.
รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช ม.ธรรมศาสตร์.
รศ.ดร.สุชาติ บำรุงสุข ม.จุฬา *
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ผู้ดำเนินรายการ
17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
คุณอภินันท์ บัวหภักดี บก.ภาพถ่าย นิตยสาร อสท.
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ
19.30 – 21.00 น. อภิปราย และ ชมภาพยนตร์ เรื่อง “เนรคุณ” ภาพยนตร์ชิงรางวัล ออสการ์ ปี 2009 ร่วมสร้างโดย
ผู้กำกับชาว ลาวและอเมริกัน นำเสนอโดย ทีมงาน FILM KAWAN (ห้องเสาร์ทอง)
ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
8.30 - 10.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน”
อ.อรอนงค์ ทิพย์พิมล ม.ธรรมศาสตร์
อ.ดุลยภาค ปรีชารัชช ม.ธรรมศาสตร์
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.พิภพ อุดร ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ”
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
คุณธนวัฒน์ จันทร์ต๊ะบุญ นายกสมาคมนักข่าว นครพนม
คุณเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ อุปนายกสมาคมสื่อมวลชน จ.ขอนแก่น
รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ”
ผศ.ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ ม.ธรรมศาสตร์
ดร.ธงชัย สวัสดิสาร ม.นครพนม
รศ.ดร.ประสิทธิ์ คุณุรัตน์ ม.ขอนแก่น
รศ.สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ ม.ขอนแก่น
รศ.ดร.วิทยา สุจริตธนารักษ์ ม.จุฬา ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง”
รศ.ดร. ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ ม.ขอนแก่น
ดร. แก้วตา จันทรานุสรณ์ ม.ขอนแก่น
ดร. กีรติพร ศรีธัญรัตน์ ม.ขอนแก่น
อ.จีระศักดิ์ โสะสัน ม.ขอนแก่น
อ.ฐากูร สรวงศ์สิริ ม.ขอนแก่น
ผศ.ดร.เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ ม.ขอนแก่น ดำเนินรายการ
10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
11.00 - 13.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี”
รศ. เฉลิมสัก พาบุดดี ม.แห่งชาติลาว
คุณเหงียน วัน เซิน นักวิชาการเวียดนาม
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม”
คุณมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้านครพนม
คุณอดิศร เสนแย้ม สถาบันเอเชีย จุฬา
ท่านนาง บุนมี ขันติวง ตัวแทน จากแขวงสะหวันนะเขต
คุณชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้า มุกดาหาร
ท่าน ไทยะพอน สิงทอง ตัวแทนแขวงคำม่วน
รศ.ดร.ประสาท อิศรปรีดา ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม”
อ. ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ ม.อุบลราชธานี
ดร.สมศรี ชัยวณิชยา ม.อุบลราชธานี
รศ.สมหมาย ชินนาค ม.อุบลราชธานี
อ.ธวัช มณีผ่อง ม.อุบลราชธานี
ผศ.ดร.อินทิรา ซาฮีร์ ม.อุบลราชธานี ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “อัตลักษณ์ผ้าทอลุ่มน้ำโขง”
อ.พณิฐา ยงพิทยาพงศ์ ม.นครพนม
อ.วีระศักดิ์ จุลดาลัย ม.นครพนม
อ. วัชรี แซงบุญเรือง ม. นครพนม
รศ.เทอดศักดิ์ คำเหม็ง ม.นครพนม ดำเนินรายการ
13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
14.00 - 17.30 น. ทัวร์ ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ออกเดินทางจากท่าเรือเทศบาลจังหวัดนครพนม นั่งเรือข้ามฟากไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ขึ้นรถปรับอากาศแล้วเดินทางจากด่านลาวไปยังกำแพงหินยักษ์โบราณ
(กำแพงหินที่เกิดขึ้นเองหรือธรรมชาติสร้างขึ้น มีความยาวประมาณ 60 – 200 กิโลเมตร)
ต่อจากนั้นออกเดินทางไปชมสถานที่ก่อสร้างที่อนุสรณ์สถาน (เวียดนามสนับสนุน)
ชมประเพณีออกพรรษาลาว ที่วัดในเมืองท่าแขก และเดินทางต่อไปสักการะพระธาตุ
ศรีโคตรบอง เดินชม และ ช้อปปิ้ง ในตลาดท่าแขก ก่อนข้ามเรือกลับนครพนม ชมพระอาทิตย์ตก
พิธีกรตลอดงาน อ.สมฤทธิ์ ลือชัย
* วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม
กำหนดการภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
--------------------------------------
วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง
8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม
สู่ถิ่น “วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย-ลาว” จังหวัดหนองคายระยะทางราว 300 กม.
แวะนมัสการหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย ชมความงามของพระพุทธรูปสมัยล้านช้าง พร้อมรับฟังบรรยายเหตุการณ์ปาฎิหารย์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “หลวงพ่อเกวียนหัก”
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย
บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง
หรืออีกชื่อคือพระเจดีย์โลกจุฬามณี ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศลาว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รับฟังบรรยาย ร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นหัวข้อ “เวียงจัน 450ปี”
เดินทางลดเลี้ยวไปตามถนนหมายเลข13 เพื่อมุ่งสู่เมืองวังเวียง เมืองตากอากาศที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามตระการตา ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา
วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น
ตลอดทั้งปี-ดินแดนที่มีทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่น เขียวขจี และนับเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์สำคัญเกี่ยวพันถึงสงครามอินโดจีน
บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน
ระหว่างทางชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวลาว และธรรมชาติสองข้างทาง ภูเขาใหญ่ น้อยต่างๆ ที่ทอดตัวเรียงกัน
ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง
เช็คอินโรงแรม อิสระเดินเล่น ถ่ายภาพ ชมบรรยากาศสีสันตัวเมืองยามค่ำคืน
วันจันทร์ที่ 25 ต.ค. 53 เชียงขวาง – ทุ่งไหหิน – เมืองวิงห์(เวียดนาม)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร
พร้อมรับฟังทฤษฎีทั้งจากการค้นคว้าข้อมูลจากโลกตะวันตกและนิทานปรัมปราพื้นเมืองที่อ้างถึงที่มาในการสร้างไหหิน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน
เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม
ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เข้าสู่จังหวัดเหงะ อาน(Nghe An) อันเป็นบ้านเกิดของท่านประธานโฮ-จิมินห์
เดินทางต่อเพื่อมุ่งสู่เมืองวิงห์ เมืองหลวงประจำจังหวัดเหงะ อาน
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
เช็คอินโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย อิสระเดินเล่นชมเมืองยามค่ำคืน
![]() |
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์
วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก
ของประชาชนชาวเวียดนาม เยี่ยมชมบ้านเกิดท่าประธานโฮฯ ณ หมู่บ้านแซน ตำบล นามด่าน จังหวัดเหงะอาน
ระหว่างทาง ชมสภาพหมู่บ้าน ลักษณะบ้านชนบทของชาวเวียดนามเหนือ เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต ค่านิยมและความเชื่อ พร้อมรับฟังชีวประวัติของท่านเพื่อศึกษาแนวคิด แนวทางการต่อสู้เพื่อเอกราช การทำงาน
และความคิดเห็นของท่านในเรื่องต่างๆที่ทรงคุณค่า ซึ่งเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า
จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ
ต่อต้านการรุกรานจากราชวงศ์หมิงแห่งจีน ซึ่งในตอนหลังได้ถูกสถาปนาเป็นกษัตริย์ใช้ชื่อว่า Le Thai To
(เล ท้าย โต่) ปกครองกรุง Dong Kinh (ดง กิงห์, อีกหนึ่งชื่อเรียกของกรุงทังลอง-ฮานอย)
ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง
กรุงThang Long (ทัง ลอง) ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Ha Noi (ฮ่า โหน่ย/ฮานอย) เมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งกำลังจะมีอายุครบรอบ 1000 ปี ในเดือนตุลาคมปีนี้
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
ช็อปปิ้งสินค้าผ้าปักพื้นเมือง ณ ตลาด ตามก๊ก (Tam Coc) เช็คอินโรงแรมริมทะเลสาบบรรยากาศเงียบสงบ
![]() |
![]() |
![]() |
|||

จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้า
ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน
ที่มีต่อเวียดนามเกือบพันปี รับฟังบรรยายเหตุผลการเลือกนิงห์ บิ่งห์(ฮวา ลือ)เป็นราชธานี และเหตุผลการย้ายราชธานีไปยังกรุงทัง ล็อง(ฮานอย)
ออกเดินทางขึ้นเหนือระยะทางราว 100 กม. เพื่อเข้าสู่ฮานอย เมืองหลวงปัจจุบันแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย
กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ
ชมทะเลสาบคืนดาบ สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานการสร้างชาติเวียดนามโดยกษัตริย์เล ท้าย โต่ สักการะวัดหง็อกเซิน อันเป็นสถานที่ตั้งศาลบูชาของกษัตริย์ Tran Hung Dao (เจริ่น ฮึง ด่าว) ผู้ซึ่งได้รับ
การยอมรับจากทั่วโลกให้เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง
อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย
วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ
ชมกำแพงเมืองด้านทิศเหนือของกรุงฮานอย สถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งเกี่ยวพันถึงการเสียเอกราชของ
เวียดนามให้กับมหาอำนาจฝรั่งเศส
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง
ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา
ทหารอเมริกันจำนวนมาก จนคุกแห่งนี้ถูกตั้งฉายาในหมู่ทหารอเมริกันว่า “Hilton Hanoi”
เยี่ยมชมสะพาน ลองเบียน (Long Bien) ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1903 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งออกแบบสร้างหอไอเฟล และสะพานสายนี้ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในช่วงสงครามเวียดนาม
อิสระช็อปปิ้ง ณ บริเวณถนนโบราณ 36 สาย ชมวิถีชีวิต สภาพบ้านเมืองในปัจจุบันของชาวฮานอย
อิสระชิมกาแฟ ณ ถนนกาแฟประจำตัวเมือง ทดลองลิ้มรสกาแฟเวียดนามที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเข้มข้นและหอมกรุ่น
ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น.
21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ
อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม
ผู้ใหญ่ราคา พัก 2 ท่าน ท่านละ 26,000.- บาท
เด็กอายุ 2-12 ปีพักร่วมกับผู้ใหญ่ 2 ท่านไม่มีเตียงเสริม 23,000.- บาท
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 4,500.- บาท
อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม
1. ค่ารถโค้ชปรับอากาศ และค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
2. ค่าที่พัก 5 คืน
3. ค่าอาหารตามรายการ
4. ค่าธรรมเนียมผ่านแดนไทย-ลาว-เวียดนาม
5. ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
6. ค่าบริการมัคคุเทศก์ลาว-เวียดนาม
7. ประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ระบุ)
อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม
1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
2. ค่าทิปไกด์ พนักงานขับรถ พนักงานยกกระเป๋า ฯลฯ
3. ค่าทำพาสปอร์ต
4. ค่าวิซาเข้าประเทศลาวและเวียดนาม กรณีชาวต่างชาติ
เอกสารการเดินทาง
หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam
การยกเลิกการเดินทาง
กรณีที่ผู้ลงทะเบียนภาคสนาม ขอยกเลิกการเดินทาง ก่อนวันเดินทาง 15 วัน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าลงทะเบียน ยกเว้นในกรณีที่มีผู้มาแทน จะต้องชำระค่าส่วนต่างค่าตั๋วเครื่องบินในการเปลี่ยนชื่อผู้เดินทาง
การเปลี่ยนแปลงรายการ
ผู้จัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุ จำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ กรณีที่สูญหายหรือสูญเสีย นอกเหนือความรับผิดชอบและเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่าง ๆ
หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ
ขอความกรุณากรอกรายละเอียดด้วย ตัวบรรจง เพื่อสะดวกในการจัดทำเอกสาร
v หากท่านประสงค์ที่จะเดินทางไปลงพื้นที่ภาคสนามเพียงอย่างเดียว ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ v
คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850
e-mail: kitsunee_tai@yahoo.com
การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข 213 แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข 22 รวมระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม มีทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2936 2852 – 66 และที่จังหวัดนครพนม โทร. 0 4251 1043
สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. 0 4252 0411 บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. 0 4252 0651 และบริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. 0 4251 2098 www.transport.co.th
เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com
ที่พักในจังหวัดนครพนม (โปรดดำเนินรายการจองด้วยตนเอง)
นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท
เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท
นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท
เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท
เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท
เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท
ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท
แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท
ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท
หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ
จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน
ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/
กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713
หรือทางไปรษณีย์ที่มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์
413/38 ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2553 (กรุณากรอกด้วยตัวบรรจง)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
Social and Economic Corridors of the Mekong Basin
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
-----------------------------------------
ความเป็นมา
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
ดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรม พลังแห่งวิถีของชุมชน และเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกทางน้ำที่ต่างเป็นสมบัติอันล้ำค่าของผู้คนในแถบนี้ ที่เชื่อมโยงกันอยู่เหนือกว่าพรมแดน
ใดๆของรัฐชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังยุคสงครามเย็นสิ้นสุดลงได้นำความมั่งคั่งมาสู่ดินแดนแห่งนี้ แต่ขณะเดียวกันผลกระทบในทางลบที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ดำเนินคู่ขนานไปพร้อมกันๆ
ทุกวันนี้องค์ความรู้เกี่ยวกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนั้น จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มและแยกส่วน อยู่ในหมู่นักวิชาการ ผู้วางแผนนโยบาย นักเคลื่อนไหว ภาคประชาสังคมทั้งในแวดวงธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และพัฒนาสังคม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่การบูรณการทางความรู้ชุดนี้ต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความตระนักรู้ถึงคุณค่าต่างๆที่หลอมรวมอยู่ในอนุภูมิภาคแห่งนี้ อันจะนำไปสู่การยู่ร่วมกันอย่างสันติ รู้และเข้าใจเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่จัดขึ้นเป็นครึ่งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ที่ผ่านมา ได้เป็นหลักหมายที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพราะบรรดาผู้นำและผู้เกี่ยวข้องได้ "ยอมรับ" แล้วว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในตลอดสายแม่น้ำโขงแห่งนี้ ทั้งเรื่องปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำแห้งขอด มลพิษทางน้ำ การลดลงของทรัพยากรทางน้ำในแม่น้ำโขง ปัญหาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และภาวะหมอกควัน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยตรง การประชุมครั้งนี้ ยังยอมรับว่าปัญหาที่กล่าวมาเหล่านี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชนและภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
รายงานข่าวที่ว่า เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2553 หรือ ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดลงจนถึงจุดต่ำสุดในรอบ 50 ปี นับว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อทุกคนในประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแห่งนี้ ว่า การพัฒนาแม่น้ำโขงนั้นไม่สามารถจะมองผ่านมิติการพัฒนาทางเศรษฐกิจและพลังงานเพียงอย่างเดียว ได้อีกต่อไป
ด้วยตระหนักถึงพันธกิจทางวิชาการ การสัมมนาครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในฐานะที่เป็นกิจกรรมแห่งความร่วมมือในวงวิชาการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โดยความริเริ่มของสถาบัน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และได้จากความร่วมมือจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กับ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ส่งเสริมและให้การสนับสนุนการศึกษาการวิจัยเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขยายพรมแดนความรู้และสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาแก่คนและสังคมไทยให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยปัญญา ดังพุทธภาษิตที่ว่า “นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา” แสงสว่าง เสมอด้วยปัญญา ไม่มี
วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ข้อมูลในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านคมนาคม เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิถีชุมชน และนิเวศวิทยา
2. เพื่อกระตุ้นให้มีการนำเอาความรู้และความเข้าใจที่ได้ ไปปรับให้เอื้อต่อการสร้างความเข้าใจอันดีของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าและองค์ความรู้ และพัฒนาบุคคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองสังคมไทย
ระยะเวลาของการสัมมนา วันที่ 21 - 22 ตุลาคม 2553 และ ภาคสนามวันที่ 23 - 28 ตุลาคม 2553
ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน
ลงทะเบียนสัมมนาวิชาการท่านละ 1,500 บาท
1,000 บาท(สำหรับนักเรียน / นิสิต /นักศึกษาปริญญาตรี และผู้ที่มีภูมิลำเนา และ/หรือ ปฏิบัติงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดนครพนม)
(เป็นค่าเอกสารประกอบการสัมมนา อาหารกลางวัน อาหารเย็น อาหารว่าง)
สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
(วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 เวลา 14.00 - 17.30 น.)
(ในกรณีมีผู้ลงทะเบียนน้อยกว่า 40 ท่าน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางและยินดีคืนเงินค่าลงทะเบียน)
ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท
สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
(วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553)
ลงทะเบียนภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ท่านละ 26,000.- บาท
จำนวนผู้ลงพื้นที่ภาคสนาม รับจำนวนจำกัด 80 ท่าน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เกิด ความเคลื่อนไหวและตื่นตัวในวงวิชาการเกี่ยวกับในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในลุ่ม น้ำโขง
2. เกิดการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เกิดการต่อยอดให้มีมุมมองประเด็นปัญหาใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย , บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
มหาวิทยาลัยนครพนม , สมาคมจดหมายเหตุสยาม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 และ เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ,
มูลนิธิโรงเรียนน่าอยู่เรียนรู้อย่างเป็นสุขนครพนม
ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
โทร. 02-424-5768 , โทร./โทรสาร 02-433-8713, 02-882-3850
e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
(1) รัฐชาติ – พรมแดน: ความขัดแย้งและข้อยุติ บนเส้นทางสันติภาพอาเซียน โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ผศ.กาญจนี ละอองศรี (รายงานการสัมมนา ที่ หอประชุมใหญ่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 )
(2) เอกสารสัมมนาจัดพิมพ์เป็นเล่มย่อยๆ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.textbooksproject.com , www.seas.arts.tu.ac.th
www.toyota.co.th , www.toyota.co.th/th/ttf/ttf_home.asp
แผนที่โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว
เลขที่ 9 ถนนนครพนม- ธาตุพนม อ. เมือง จ. นครพนม 48000 โทร : 042 522 333 - 40

กำหนดการสัมมนาวิชาการ
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
---------------------------------
พฤหัส 21 ตุลาคม 2553
08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 09.10 น. อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวรายงาน
09.10 - 09.30 น. เปิดการสัมมนาโดย พลตำรวจเอก เภา สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
09.30 - 10.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.00 - 12.00 น. อภิปรายทั่วไป " อนาคต ของแม่น้ำโขง: มุมมองจากต้นน้ำ ถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง"
รศ.ลู ซิง (Assoc. Prof. Lu Xing) ม.ยูนาน
รศ.สุพาบ ขวงวิจิต (Assoc. Prof. Souparb Khouangvichit) ม.แห่งชาติลาว
ดร.วิฑูรย์ วิริยะสกุลธรณ์ MRC
รศ. ดร. เล เวียด ยุง (Assoc. Prof. Le Viet Dung)
คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ NGO
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 15.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณเด่นชัย ไตรยะถา สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม
คุณทองแถม นาถจำนง บก. สยามรัฐรายวัน
คุณณรงค์ ชินสาร อดีต ผอ.เขตการศึกษานครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในเวียดนาม และลาว /ไทย”
ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ ม.มหาสารคาม
อ.พิเชฐ สายพันธ์ ม.ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.อรรถ นันทจักร์ ม.มหาสารคาม *
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “วิกฤต น้ำของ - น้ำโขง 2553”
คุณวิฑรูย์ เพิ่มพงศาเจริญ มูลนิธิฟื้นฟู
อ.นิวัติ ร้อยแก้ว กลุ่มรักษ์เชียงของ
ดร.หิรัญ แสวงแก้ว ม.ขอนแก่น
คุณดิรก สาระวดี ม.ขอนแก่น
คุณเพียรพร ดีเทศน์ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เชียงใหม่ ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน"
คุณจ๋ามตอง เครือข่ายสตรีไทยใหญ่
คุณสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโส
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ม.มหิดล ดำเนินรายการ
15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 - 17.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง”
คุณสมคิด สิงสง นักเขียนภาคอีสาน
คุณปราโมทย์ ในจิต กวี นักเขียน นักแปล
คุณโอทอง คำอินซู (ฮุ่งอะลุน แดนวิไล) ซีไรต์ สปป.ลาว
คุณชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต สมาคมนักกลอนฯ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย”
อ.วิชาญ ฤทธิธรรม มรภ.สกลนคร
คุณเหลาไท นิลนวล นายก อบต.หลุบเลา สกลนคร
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ม.รังสิต
ผศ.ปรีชา ธรรมวินทร มรภ.สกลนคร ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ”
สว.พนัส ทัศนียานนท์ อดีต สว.ตาก
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
อ.กวีพล สว่างแผ้ว ม.บูรพา
รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล ม.มหิดล ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป”
ดร.มรกต เจวจินดา ไมยเออร์ มศว.
รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช ม.ธรรมศาสตร์.
รศ.ดร.สุชาติ บำรุงสุข ม.จุฬา *
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ผู้ดำเนินรายการ
17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
คุณอภินันท์ บัวหภักดี บก.ภาพถ่าย นิตยสาร อสท.
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ
19.30 – 21.00 น. อภิปราย และ ชมภาพยนตร์ เรื่อง “เนรคุณ” ภาพยนตร์ชิงรางวัล ออสการ์ ปี 2009 ร่วมสร้างโดย
ผู้กำกับชาว ลาวและอเมริกัน นำเสนอโดย ทีมงาน FILM KAWAN (ห้องเสาร์ทอง)
ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
8.30 - 10.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน”
อ.อรอนงค์ ทิพย์พิมล ม.ธรรมศาสตร์
อ.ดุลยภาค ปรีชารัชช ม.ธรรมศาสตร์
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.พิภพ อุดร ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ”
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
คุณธนวัฒน์ จันทร์ต๊ะบุญ นายกสมาคมนักข่าว นครพนม
คุณเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ อุปนายกสมาคมสื่อมวลชน จ.ขอนแก่น
รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ”
ผศ.ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ ม.ธรรมศาสตร์
ดร.ธงชัย สวัสดิสาร ม.นครพนม
รศ.ดร.ประสิทธิ์ คุณุรัตน์ ม.ขอนแก่น
รศ.สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ ม.ขอนแก่น
รศ.ดร.วิทยา สุจริตธนารักษ์ ม.จุฬา ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง”
รศ.ดร. ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ ม.ขอนแก่น
ดร. แก้วตา จันทรานุสรณ์ ม.ขอนแก่น
ดร. กีรติพร ศรีธัญรัตน์ ม.ขอนแก่น
อ.จีระศักดิ์ โสะสัน ม.ขอนแก่น
อ.ฐากูร สรวงศ์สิริ ม.ขอนแก่น
ผศ.ดร.เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ ม.ขอนแก่น ดำเนินรายการ
10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
11.00 - 13.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี”
รศ. เฉลิมสัก พาบุดดี ม.แห่งชาติลาว
คุณเหงียน วัน เซิน นักวิชาการเวียดนาม
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม”
คุณมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้านครพนม
คุณอดิศร เสนแย้ม สถาบันเอเชีย จุฬา
ท่านนาง บุนมี ขันติวง ตัวแทน จากแขวงสะหวันนะเขต
คุณชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้า มุกดาหาร
ท่าน ไทยะพอน สิงทอง ตัวแทนแขวงคำม่วน
รศ.ดร.ประสาท อิศรปรีดา ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม”
อ. ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ ม.อุบลราชธานี
ดร.สมศรี ชัยวณิชยา ม.อุบลราชธานี
รศ.สมหมาย ชินนาค ม.อุบลราชธานี
อ.ธวัช มณีผ่อง ม.อุบลราชธานี
ผศ.ดร.อินทิรา ซาฮีร์ ม.อุบลราชธานี ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “อัตลักษณ์ผ้าทอลุ่มน้ำโขง”
อ.พณิฐา ยงพิทยาพงศ์ ม.นครพนม
อ.วีระศักดิ์ จุลดาลัย ม.นครพนม
อ. วัชรี แซงบุญเรือง ม. นครพนม
รศ.เทอดศักดิ์ คำเหม็ง ม.นครพนม ดำเนินรายการ
13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
14.00 - 17.30 น. ทัวร์ ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ออกเดินทางจากท่าเรือเทศบาลจังหวัดนครพนม นั่งเรือข้ามฟากไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ขึ้นรถปรับอากาศแล้วเดินทางจากด่านลาวไปยังกำแพงหินยักษ์โบราณ
(กำแพงหินที่เกิดขึ้นเองหรือธรรมชาติสร้างขึ้น มีความยาวประมาณ 60 – 200 กิโลเมตร)
ต่อจากนั้นออกเดินทางไปชมสถานที่ก่อสร้างที่อนุสรณ์สถาน (เวียดนามสนับสนุน)
ชมประเพณีออกพรรษาลาว ที่วัดในเมืองท่าแขก และเดินทางต่อไปสักการะพระธาตุ
ศรีโคตรบอง เดินชม และ ช้อปปิ้ง ในตลาดท่าแขก ก่อนข้ามเรือกลับนครพนม ชมพระอาทิตย์ตก
พิธีกรตลอดงาน อ.สมฤทธิ์ ลือชัย
* วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม
กำหนดการภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
--------------------------------------
วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง
8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม
สู่ถิ่น “วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย-ลาว” จังหวัดหนองคายระยะทางราว 300 กม.
แวะนมัสการหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย ชมความงามของพระพุทธรูปสมัยล้านช้าง พร้อมรับฟังบรรยายเหตุการณ์ปาฎิหารย์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “หลวงพ่อเกวียนหัก”
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย
บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง
หรืออีกชื่อคือพระเจดีย์โลกจุฬามณี ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศลาว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รับฟังบรรยาย ร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นหัวข้อ “เวียงจัน 450ปี”
เดินทางลดเลี้ยวไปตามถนนหมายเลข13 เพื่อมุ่งสู่เมืองวังเวียง เมืองตากอากาศที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามตระการตา ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา
วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น
ตลอดทั้งปี-ดินแดนที่มีทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่น เขียวขจี และนับเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์สำคัญเกี่ยวพันถึงสงครามอินโดจีน
บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน
ระหว่างทางชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวลาว และธรรมชาติสองข้างทาง ภูเขาใหญ่ น้อยต่างๆ ที่ทอดตัวเรียงกัน
ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง
เช็คอินโรงแรม อิสระเดินเล่น ถ่ายภาพ ชมบรรยากาศสีสันตัวเมืองยามค่ำคืน
วันจันทร์ที่ 25 ต.ค. 53 เชียงขวาง – ทุ่งไหหิน – เมืองวิงห์(เวียดนาม)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร
พร้อมรับฟังทฤษฎีทั้งจากการค้นคว้าข้อมูลจากโลกตะวันตกและนิทานปรัมปราพื้นเมืองที่อ้างถึงที่มาในการสร้างไหหิน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน
เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม
ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เข้าสู่จังหวัดเหงะ อาน(Nghe An) อันเป็นบ้านเกิดของท่านประธานโฮ-จิมินห์
เดินทางต่อเพื่อมุ่งสู่เมืองวิงห์ เมืองหลวงประจำจังหวัดเหงะ อาน
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
เช็คอินโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย อิสระเดินเล่นชมเมืองยามค่ำคืน
![]() |
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์
วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก
ของประชาชนชาวเวียดนาม เยี่ยมชมบ้านเกิดท่าประธานโฮฯ ณ หมู่บ้านแซน ตำบล นามด่าน จังหวัดเหงะอาน
ระหว่างทาง ชมสภาพหมู่บ้าน ลักษณะบ้านชนบทของชาวเวียดนามเหนือ เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต ค่านิยมและความเชื่อ พร้อมรับฟังชีวประวัติของท่านเพื่อศึกษาแนวคิด แนวทางการต่อสู้เพื่อเอกราช การทำงาน
และความคิดเห็นของท่านในเรื่องต่างๆที่ทรงคุณค่า ซึ่งเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า
จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ
ต่อต้านการรุกรานจากราชวงศ์หมิงแห่งจีน ซึ่งในตอนหลังได้ถูกสถาปนาเป็นกษัตริย์ใช้ชื่อว่า Le Thai To
(เล ท้าย โต่) ปกครองกรุง Dong Kinh (ดง กิงห์, อีกหนึ่งชื่อเรียกของกรุงทังลอง-ฮานอย)
ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง
กรุงThang Long (ทัง ลอง) ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Ha Noi (ฮ่า โหน่ย/ฮานอย) เมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งกำลังจะมีอายุครบรอบ 1000 ปี ในเดือนตุลาคมปีนี้
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
ช็อปปิ้งสินค้าผ้าปักพื้นเมือง ณ ตลาด ตามก๊ก (Tam Coc) เช็คอินโรงแรมริมทะเลสาบบรรยากาศเงียบสงบ
![]() |
![]() |
![]() |
|||

จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้า
ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน
ที่มีต่อเวียดนามเกือบพันปี รับฟังบรรยายเหตุผลการเลือกนิงห์ บิ่งห์(ฮวา ลือ)เป็นราชธานี และเหตุผลการย้ายราชธานีไปยังกรุงทัง ล็อง(ฮานอย)
ออกเดินทางขึ้นเหนือระยะทางราว 100 กม. เพื่อเข้าสู่ฮานอย เมืองหลวงปัจจุบันแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย
กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ
ชมทะเลสาบคืนดาบ สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานการสร้างชาติเวียดนามโดยกษัตริย์เล ท้าย โต่ สักการะวัดหง็อกเซิน อันเป็นสถานที่ตั้งศาลบูชาของกษัตริย์ Tran Hung Dao (เจริ่น ฮึง ด่าว) ผู้ซึ่งได้รับ
การยอมรับจากทั่วโลกให้เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง
อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย
วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ
ชมกำแพงเมืองด้านทิศเหนือของกรุงฮานอย สถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งเกี่ยวพันถึงการเสียเอกราชของ
เวียดนามให้กับมหาอำนาจฝรั่งเศส
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง
ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา
ทหารอเมริกันจำนวนมาก จนคุกแห่งนี้ถูกตั้งฉายาในหมู่ทหารอเมริกันว่า “Hilton Hanoi”
เยี่ยมชมสะพาน ลองเบียน (Long Bien) ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1903 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งออกแบบสร้างหอไอเฟล และสะพานสายนี้ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในช่วงสงครามเวียดนาม
อิสระช็อปปิ้ง ณ บริเวณถนนโบราณ 36 สาย ชมวิถีชีวิต สภาพบ้านเมืองในปัจจุบันของชาวฮานอย
อิสระชิมกาแฟ ณ ถนนกาแฟประจำตัวเมือง ทดลองลิ้มรสกาแฟเวียดนามที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเข้มข้นและหอมกรุ่น
ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น.
21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ
อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม
ผู้ใหญ่ราคา พัก 2 ท่าน ท่านละ 26,000.- บาท
เด็กอายุ 2-12 ปีพักร่วมกับผู้ใหญ่ 2 ท่านไม่มีเตียงเสริม 23,000.- บาท
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 4,500.- บาท
อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม
1. ค่ารถโค้ชปรับอากาศ และค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
2. ค่าที่พัก 5 คืน
3. ค่าอาหารตามรายการ
4. ค่าธรรมเนียมผ่านแดนไทย-ลาว-เวียดนาม
5. ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
6. ค่าบริการมัคคุเทศก์ลาว-เวียดนาม
7. ประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ระบุ)
อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม
1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
2. ค่าทิปไกด์ พนักงานขับรถ พนักงานยกกระเป๋า ฯลฯ
3. ค่าทำพาสปอร์ต
4. ค่าวิซาเข้าประเทศลาวและเวียดนาม กรณีชาวต่างชาติ
เอกสารการเดินทาง
หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam
การยกเลิกการเดินทาง
กรณีที่ผู้ลงทะเบียนภาคสนาม ขอยกเลิกการเดินทาง ก่อนวันเดินทาง 15 วัน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าลงทะเบียน ยกเว้นในกรณีที่มีผู้มาแทน จะต้องชำระค่าส่วนต่างค่าตั๋วเครื่องบินในการเปลี่ยนชื่อผู้เดินทาง
การเปลี่ยนแปลงรายการ
ผู้จัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุ จำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ กรณีที่สูญหายหรือสูญเสีย นอกเหนือความรับผิดชอบและเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่าง ๆ
หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ
ขอความกรุณากรอกรายละเอียดด้วย ตัวบรรจง เพื่อสะดวกในการจัดทำเอกสาร
v หากท่านประสงค์ที่จะเดินทางไปลงพื้นที่ภาคสนามเพียงอย่างเดียว ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ v
คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850
e-mail: kitsunee_tai@yahoo.com
การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข 213 แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข 22 รวมระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม มีทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2936 2852 – 66 และที่จังหวัดนครพนม โทร. 0 4251 1043
สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. 0 4252 0411 บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. 0 4252 0651 และบริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. 0 4251 2098 www.transport.co.th
เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com
ที่พักในจังหวัดนครพนม (โปรดดำเนินรายการจองด้วยตนเอง)
นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท
เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท
นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท
เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท
เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท
เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท
ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท
แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท
ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท
หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ
จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน
ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/
กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713
หรือทางไปรษณีย์ที่มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์
413/38 ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2553 (กรุณากรอกด้วยตัวบรรจง)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
Social and Economic Corridors of the Mekong Basin
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
-----------------------------------------
ความเป็นมา
อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
ดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ วัฒนธรรม พลังแห่งวิถีของชุมชน และเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกทางน้ำที่ต่างเป็นสมบัติอันล้ำค่าของผู้คนในแถบนี้ ที่เชื่อมโยงกันอยู่เหนือกว่าพรมแดน
ใดๆของรัฐชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังยุคสงครามเย็นสิ้นสุดลงได้นำความมั่งคั่งมาสู่ดินแดนแห่งนี้ แต่ขณะเดียวกันผลกระทบในทางลบที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็ดำเนินคู่ขนานไปพร้อมกันๆ
ทุกวันนี้องค์ความรู้เกี่ยวกับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนั้น จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มและแยกส่วน อยู่ในหมู่นักวิชาการ ผู้วางแผนนโยบาย นักเคลื่อนไหว ภาคประชาสังคมทั้งในแวดวงธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และพัฒนาสังคม ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่การบูรณการทางความรู้ชุดนี้ต้องได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความตระนักรู้ถึงคุณค่าต่างๆที่หลอมรวมอยู่ในอนุภูมิภาคแห่งนี้ อันจะนำไปสู่การยู่ร่วมกันอย่างสันติ รู้และเข้าใจเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
การประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่จัดขึ้นเป็นครึ่งแรกเมื่อเดือนเมษายน 2553 ที่ผ่านมา ได้เป็นหลักหมายที่สำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพราะบรรดาผู้นำและผู้เกี่ยวข้องได้ "ยอมรับ" แล้วว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางในตลอดสายแม่น้ำโขงแห่งนี้ ทั้งเรื่องปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำแห้งขอด มลพิษทางน้ำ การลดลงของทรัพยากรทางน้ำในแม่น้ำโขง ปัญหาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และภาวะหมอกควัน ที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยตรง การประชุมครั้งนี้ ยังยอมรับว่าปัญหาที่กล่าวมาเหล่านี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งเอกชนและภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
รายงานข่าวที่ว่า เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2553 หรือ ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดลงจนถึงจุดต่ำสุดในรอบ 50 ปี นับว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อทุกคนในประชาคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงแห่งนี้ ว่า การพัฒนาแม่น้ำโขงนั้นไม่สามารถจะมองผ่านมิติการพัฒนาทางเศรษฐกิจและพลังงานเพียงอย่างเดียว ได้อีกต่อไป
ด้วยตระหนักถึงพันธกิจทางวิชาการ การสัมมนาครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในฐานะที่เป็นกิจกรรมแห่งความร่วมมือในวงวิชาการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน โดยความริเริ่มของสถาบัน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์และได้จากความร่วมมือจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย กับ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ส่งเสริมและให้การสนับสนุนการศึกษาการวิจัยเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขยายพรมแดนความรู้และสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาแก่คนและสังคมไทยให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยปัญญา ดังพุทธภาษิตที่ว่า “นตฺถิ ปญฺญา สมา อาภา” แสงสว่าง เสมอด้วยปัญญา ไม่มี
วัตถุประสงค์
1. เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ข้อมูลในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านคมนาคม เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิถีชุมชน และนิเวศวิทยา
2. เพื่อกระตุ้นให้มีการนำเอาความรู้และความเข้าใจที่ได้ ไปปรับให้เอื้อต่อการสร้างความเข้าใจอันดีของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าและองค์ความรู้ และพัฒนาบุคคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองสังคมไทย
ระยะเวลาของการสัมมนา วันที่ 21 - 22 ตุลาคม 2553 และ ภาคสนามวันที่ 23 - 28 ตุลาคม 2553
ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน
ลงทะเบียนสัมมนาวิชาการท่านละ 1,500 บาท
1,000 บาท(สำหรับนักเรียน / นิสิต /นักศึกษาปริญญาตรี และผู้ที่มีภูมิลำเนา และ/หรือ ปฏิบัติงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดนครพนม)
(เป็นค่าเอกสารประกอบการสัมมนา อาหารกลางวัน อาหารเย็น อาหารว่าง)
สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
(วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 เวลา 14.00 - 17.30 น.)
(ในกรณีมีผู้ลงทะเบียนน้อยกว่า 40 ท่าน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางและยินดีคืนเงินค่าลงทะเบียน)
ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท
สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
(วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553)
ลงทะเบียนภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ท่านละ 26,000.- บาท
จำนวนผู้ลงพื้นที่ภาคสนาม รับจำนวนจำกัด 80 ท่าน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เกิด ความเคลื่อนไหวและตื่นตัวในวงวิชาการเกี่ยวกับในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในลุ่ม น้ำโขง
2. เกิดการสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
3. เกิดการต่อยอดให้มีมุมมองประเด็นปัญหาใหม่ๆ เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย , บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
มหาวิทยาลัยนครพนม , สมาคมจดหมายเหตุสยาม
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 และ เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22
องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม ,
มูลนิธิโรงเรียนน่าอยู่เรียนรู้อย่างเป็นสุขนครพนม
ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
โทร. 02-424-5768 , โทร./โทรสาร 02-433-8713, 02-882-3850
e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
(1) รัฐชาติ – พรมแดน: ความขัดแย้งและข้อยุติ บนเส้นทางสันติภาพอาเซียน โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ผศ.กาญจนี ละอองศรี (รายงานการสัมมนา ที่ หอประชุมใหญ่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพ เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 )
(2) เอกสารสัมมนาจัดพิมพ์เป็นเล่มย่อยๆ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.textbooksproject.com , www.seas.arts.tu.ac.th
www.toyota.co.th , www.toyota.co.th/th/ttf/ttf_home.asp
แผนที่โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว
เลขที่ 9 ถนนนครพนม- ธาตุพนม อ. เมือง จ. นครพนม 48000 โทร : 042 522 333 - 40

กำหนดการสัมมนาวิชาการ
แม่น้ำโขง ณ นครพนม II
วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
ณ โรงแรมนครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม
---------------------------------
พฤหัส 21 ตุลาคม 2553
08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน
09.00 - 09.10 น. อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวรายงาน
09.10 - 09.30 น. เปิดการสัมมนาโดย พลตำรวจเอก เภา สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
09.30 - 10.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
10.00 - 12.00 น. อภิปรายทั่วไป " อนาคต ของแม่น้ำโขง: มุมมองจากต้นน้ำ ถึงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง"
รศ.ลู ซิง (Assoc. Prof. Lu Xing) ม.ยูนาน
รศ.สุพาบ ขวงวิจิต (Assoc. Prof. Souparb Khouangvichit) ม.แห่งชาติลาว
ดร.วิฑูรย์ วิริยะสกุลธรณ์ MRC
รศ. ดร. เล เวียด ยุง (Assoc. Prof. Le Viet Dung)
คุณหาญณรงค์ เยาวเลิศ NGO
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
12.00 - 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 15.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณเด่นชัย ไตรยะถา สภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม
คุณทองแถม นาถจำนง บก. สยามรัฐรายวัน
คุณณรงค์ ชินสาร อดีต ผอ.เขตการศึกษานครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในเวียดนาม และลาว /ไทย”
ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ ม.มหาสารคาม
อ.พิเชฐ สายพันธ์ ม.ธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.อรรถ นันทจักร์ ม.มหาสารคาม *
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “วิกฤต น้ำของ - น้ำโขง 2553”
คุณวิฑรูย์ เพิ่มพงศาเจริญ มูลนิธิฟื้นฟู
อ.นิวัติ ร้อยแก้ว กลุ่มรักษ์เชียงของ
ดร.หิรัญ แสวงแก้ว ม.ขอนแก่น
คุณดิรก สาระวดี ม.ขอนแก่น
คุณเพียรพร ดีเทศน์ โครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต เชียงใหม่ ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน"
คุณจ๋ามตอง เครือข่ายสตรีไทยใหญ่
คุณสุณัย ผาสุข นักวิจัยอาวุโส
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี ม.มหิดล ดำเนินรายการ
15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 - 17.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง”
คุณสมคิด สิงสง นักเขียนภาคอีสาน
คุณปราโมทย์ ในจิต กวี นักเขียน นักแปล
คุณโอทอง คำอินซู (ฮุ่งอะลุน แดนวิไล) ซีไรต์ สปป.ลาว
คุณชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต สมาคมนักกลอนฯ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย”
อ.วิชาญ ฤทธิธรรม มรภ.สกลนคร
คุณเหลาไท นิลนวล นายก อบต.หลุบเลา สกลนคร
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ม.รังสิต
ผศ.ปรีชา ธรรมวินทร มรภ.สกลนคร ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ”
สว.พนัส ทัศนียานนท์ อดีต สว.ตาก
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
อ.กวีพล สว่างแผ้ว ม.บูรพา
รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล ม.มหิดล ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป”
ดร.มรกต เจวจินดา ไมยเออร์ มศว.
รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช ม.ธรรมศาสตร์.
รศ.ดร.สุชาติ บำรุงสุข ม.จุฬา *
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ผู้ดำเนินรายการ
17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว”
ดร.สุเนด โพทิสาน นักประวัติศาสตร์ สปป.ลาว
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
คุณอภินันท์ บัวหภักดี บก.ภาพถ่าย นิตยสาร อสท.
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ
19.30 – 21.00 น. อภิปราย และ ชมภาพยนตร์ เรื่อง “เนรคุณ” ภาพยนตร์ชิงรางวัล ออสการ์ ปี 2009 ร่วมสร้างโดย
ผู้กำกับชาว ลาวและอเมริกัน นำเสนอโดย ทีมงาน FILM KAWAN (ห้องเสาร์ทอง)
ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553
8.30 - 10.30 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน”
อ.อรอนงค์ ทิพย์พิมล ม.ธรรมศาสตร์
อ.ดุลยภาค ปรีชารัชช ม.ธรรมศาสตร์
อ.อัครพงษ์ ค้ำคูณ ม.ธรรมศาสตร์
รศ.ดร.พิภพ อุดร ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ”
คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เดอะเนชั่น
คุณธนวัฒน์ จันทร์ต๊ะบุญ นายกสมาคมนักข่าว นครพนม
คุณเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ อุปนายกสมาคมสื่อมวลชน จ.ขอนแก่น
รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ นักวิชาการอิสระ ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ”
ผศ.ดร.ดวงใจ หล่อธนวณิชย์ ม.ธรรมศาสตร์
ดร.ธงชัย สวัสดิสาร ม.นครพนม
รศ.ดร.ประสิทธิ์ คุณุรัตน์ ม.ขอนแก่น
รศ.สุนีย์ เลี่ยวเพ็ญวงษ์ ม.ขอนแก่น
รศ.ดร.วิทยา สุจริตธนารักษ์ ม.จุฬา ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง”
รศ.ดร. ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์ ม.ขอนแก่น
ดร. แก้วตา จันทรานุสรณ์ ม.ขอนแก่น
ดร. กีรติพร ศรีธัญรัตน์ ม.ขอนแก่น
อ.จีระศักดิ์ โสะสัน ม.ขอนแก่น
อ.ฐากูร สรวงศ์สิริ ม.ขอนแก่น
ผศ.ดร.เยาวลักษณ์ อภิชาติวัลลภ ม.ขอนแก่น ดำเนินรายการ
10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง
11.00 - 13.00 น. แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี”
รศ. เฉลิมสัก พาบุดดี ม.แห่งชาติลาว
คุณเหงียน วัน เซิน นักวิชาการเวียดนาม
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ
คุณสุเจน กรรพฤทธิ์ สารคดี
รศ.ดร.สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม”
คุณมงคล ตันสุวรรณ ประธานหอการค้านครพนม
คุณอดิศร เสนแย้ม สถาบันเอเชีย จุฬา
ท่านนาง บุนมี ขันติวง ตัวแทน จากแขวงสะหวันนะเขต
คุณชัยยุทธ ลิ้มวัฒนา ประธานหอการค้า มุกดาหาร
ท่าน ไทยะพอน สิงทอง ตัวแทนแขวงคำม่วน
รศ.ดร.ประสาท อิศรปรีดา ม.นครพนม ดำเนินรายการ
ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม”
อ. ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ ม.อุบลราชธานี
ดร.สมศรี ชัยวณิชยา ม.อุบลราชธานี
รศ.สมหมาย ชินนาค ม.อุบลราชธานี
อ.ธวัช มณีผ่อง ม.อุบลราชธานี
ผศ.ดร.อินทิรา ซาฮีร์ ม.อุบลราชธานี ดำเนินรายการ
ห้อง 4 ห้องทรายทอง “อัตลักษณ์ผ้าทอลุ่มน้ำโขง”
อ.พณิฐา ยงพิทยาพงศ์ ม.นครพนม
อ.วีระศักดิ์ จุลดาลัย ม.นครพนม
อ. วัชรี แซงบุญเรือง ม. นครพนม
รศ.เทอดศักดิ์ คำเหม็ง ม.นครพนม ดำเนินรายการ
13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
14.00 - 17.30 น. ทัวร์ ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว
ออกเดินทางจากท่าเรือเทศบาลจังหวัดนครพนม นั่งเรือข้ามฟากไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ขึ้นรถปรับอากาศแล้วเดินทางจากด่านลาวไปยังกำแพงหินยักษ์โบราณ
(กำแพงหินที่เกิดขึ้นเองหรือธรรมชาติสร้างขึ้น มีความยาวประมาณ 60 – 200 กิโลเมตร)
ต่อจากนั้นออกเดินทางไปชมสถานที่ก่อสร้างที่อนุสรณ์สถาน (เวียดนามสนับสนุน)
ชมประเพณีออกพรรษาลาว ที่วัดในเมืองท่าแขก และเดินทางต่อไปสักการะพระธาตุ
ศรีโคตรบอง เดินชม และ ช้อปปิ้ง ในตลาดท่าแขก ก่อนข้ามเรือกลับนครพนม ชมพระอาทิตย์ตก
พิธีกรตลอดงาน อ.สมฤทธิ์ ลือชัย
* วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม
กำหนดการภาคสนาม
เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี
วันเสาร์ 23 - วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 (6 วัน/5 คืน)
นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย
ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ : ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะ
--------------------------------------
วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง
8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม
สู่ถิ่น “วีรกรรมปราบฮ่อ หลวงพ่อพระใส สะพานไทย-ลาว” จังหวัดหนองคายระยะทางราว 300 กม.
แวะนมัสการหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย ชมความงามของพระพุทธรูปสมัยล้านช้าง พร้อมรับฟังบรรยายเหตุการณ์ปาฎิหารย์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “หลวงพ่อเกวียนหัก”
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย
บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง
หรืออีกชื่อคือพระเจดีย์โลกจุฬามณี ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศลาว ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รับฟังบรรยาย ร่วมแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นหัวข้อ “เวียงจัน 450ปี”
เดินทางลดเลี้ยวไปตามถนนหมายเลข13 เพื่อมุ่งสู่เมืองวังเวียง เมืองตากอากาศที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงามตระการตา ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา
วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น
ตลอดทั้งปี-ดินแดนที่มีทัศนียภาพสวยงาม ร่มรื่น เขียวขจี และนับเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์สำคัญเกี่ยวพันถึงสงครามอินโดจีน
บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน
ระหว่างทางชมวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวลาว และธรรมชาติสองข้างทาง ภูเขาใหญ่ น้อยต่างๆ ที่ทอดตัวเรียงกัน
ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง
เช็คอินโรงแรม อิสระเดินเล่น ถ่ายภาพ ชมบรรยากาศสีสันตัวเมืองยามค่ำคืน
วันจันทร์ที่ 25 ต.ค. 53 เชียงขวาง – ทุ่งไหหิน – เมืองวิงห์(เวียดนาม)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร
พร้อมรับฟังทฤษฎีทั้งจากการค้นคว้าข้อมูลจากโลกตะวันตกและนิทานปรัมปราพื้นเมืองที่อ้างถึงที่มาในการสร้างไหหิน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน
เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม
ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เข้าสู่จังหวัดเหงะ อาน(Nghe An) อันเป็นบ้านเกิดของท่านประธานโฮ-จิมินห์
เดินทางต่อเพื่อมุ่งสู่เมืองวิงห์ เมืองหลวงประจำจังหวัดเหงะ อาน
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
เช็คอินโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย อิสระเดินเล่นชมเมืองยามค่ำคืน
![]() |
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์
วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก
ของประชาชนชาวเวียดนาม เยี่ยมชมบ้านเกิดท่าประธานโฮฯ ณ หมู่บ้านแซน ตำบล นามด่าน จังหวัดเหงะอาน
ระหว่างทาง ชมสภาพหมู่บ้าน ลักษณะบ้านชนบทของชาวเวียดนามเหนือ เรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต ค่านิยมและความเชื่อ พร้อมรับฟังชีวประวัติของท่านเพื่อศึกษาแนวคิด แนวทางการต่อสู้เพื่อเอกราช การทำงาน
และความคิดเห็นของท่านในเรื่องต่างๆที่ทรงคุณค่า ซึ่งเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า
จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ
ต่อต้านการรุกรานจากราชวงศ์หมิงแห่งจีน ซึ่งในตอนหลังได้ถูกสถาปนาเป็นกษัตริย์ใช้ชื่อว่า Le Thai To
(เล ท้าย โต่) ปกครองกรุง Dong Kinh (ดง กิงห์, อีกหนึ่งชื่อเรียกของกรุงทังลอง-ฮานอย)
ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง
กรุงThang Long (ทัง ลอง) ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Ha Noi (ฮ่า โหน่ย/ฮานอย) เมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งกำลังจะมีอายุครบรอบ 1000 ปี ในเดือนตุลาคมปีนี้
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
ช็อปปิ้งสินค้าผ้าปักพื้นเมือง ณ ตลาด ตามก๊ก (Tam Coc) เช็คอินโรงแรมริมทะเลสาบบรรยากาศเงียบสงบ
![]() |
![]() |
![]() |
|||

จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ)
เช้า รับประทานอาหารเช้า
ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน
ที่มีต่อเวียดนามเกือบพันปี รับฟังบรรยายเหตุผลการเลือกนิงห์ บิ่งห์(ฮวา ลือ)เป็นราชธานี และเหตุผลการย้ายราชธานีไปยังกรุงทัง ล็อง(ฮานอย)
ออกเดินทางขึ้นเหนือระยะทางราว 100 กม. เพื่อเข้าสู่ฮานอย เมืองหลวงปัจจุบันแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam)
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย
กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ
ชมทะเลสาบคืนดาบ สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับตำนานการสร้างชาติเวียดนามโดยกษัตริย์เล ท้าย โต่ สักการะวัดหง็อกเซิน อันเป็นสถานที่ตั้งศาลบูชาของกษัตริย์ Tran Hung Dao (เจริ่น ฮึง ด่าว) ผู้ซึ่งได้รับ
การยอมรับจากทั่วโลกให้เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง
อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย
วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ
ชมกำแพงเมืองด้านทิศเหนือของกรุงฮานอย สถานที่ประวัติศาสตร์ซึ่งเกี่ยวพันถึงการเสียเอกราชของ
เวียดนามให้กับมหาอำนาจฝรั่งเศส
บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง
ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา
ทหารอเมริกันจำนวนมาก จนคุกแห่งนี้ถูกตั้งฉายาในหมู่ทหารอเมริกันว่า “Hilton Hanoi”
เยี่ยมชมสะพาน ลองเบียน (Long Bien) ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1903 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสผู้ซึ่งออกแบบสร้างหอไอเฟล และสะพานสายนี้ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในช่วงสงครามเวียดนาม
อิสระช็อปปิ้ง ณ บริเวณถนนโบราณ 36 สาย ชมวิถีชีวิต สภาพบ้านเมืองในปัจจุบันของชาวฮานอย
อิสระชิมกาแฟ ณ ถนนกาแฟประจำตัวเมือง ทดลองลิ้มรสกาแฟเวียดนามที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเข้มข้นและหอมกรุ่น
ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น.
21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ
อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม
ผู้ใหญ่ราคา พัก 2 ท่าน ท่านละ 26,000.- บาท
เด็กอายุ 2-12 ปีพักร่วมกับผู้ใหญ่ 2 ท่านไม่มีเตียงเสริม 23,000.- บาท
พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ 4,500.- บาท
อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม
1. ค่ารถโค้ชปรับอากาศ และค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับกรุงเทพฯโดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173
2. ค่าที่พัก 5 คืน
3. ค่าอาหารตามรายการ
4. ค่าธรรมเนียมผ่านแดนไทย-ลาว-เวียดนาม
5. ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
6. ค่าบริการมัคคุเทศก์ลาว-เวียดนาม
7. ประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ระบุ)
อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม
1. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
2. ค่าทิปไกด์ พนักงานขับรถ พนักงานยกกระเป๋า ฯลฯ
3. ค่าทำพาสปอร์ต
4. ค่าวิซาเข้าประเทศลาวและเวียดนาม กรณีชาวต่างชาติ
เอกสารการเดินทาง
หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam
การยกเลิกการเดินทาง
กรณีที่ผู้ลงทะเบียนภาคสนาม ขอยกเลิกการเดินทาง ก่อนวันเดินทาง 15 วัน ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าลงทะเบียน ยกเว้นในกรณีที่มีผู้มาแทน จะต้องชำระค่าส่วนต่างค่าตั๋วเครื่องบินในการเปลี่ยนชื่อผู้เดินทาง
การเปลี่ยนแปลงรายการ
ผู้จัด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุ จำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ กรณีที่สูญหายหรือสูญเสีย นอกเหนือความรับผิดชอบและเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจลต่าง ๆ
หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ
ขอความกรุณากรอกรายละเอียดด้วย ตัวบรรจง เพื่อสะดวกในการจัดทำเอกสาร
v หากท่านประสงค์ที่จะเดินทางไปลงพื้นที่ภาคสนามเพียงอย่างเดียว ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ v
คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850
e-mail: kitsunee_tai@yahoo.com
การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ทางหลวงหมายเลข 213 แล้วแยกขวาเข้าสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และผ่านจังหวัดสกลนคร ตรงเข้าสู่จังหวัดนครพนม ตามทางหลวงหมายเลข 22 รวมระยะทางประมาณ 740 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-นครพนม มีทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0 2936 2852 – 66 และที่จังหวัดนครพนม โทร. 0 4251 1043
สำหรับบริษัทเอกชนติดต่อ บริษัท แสงประทีปเดินรถ จำกัด โทร. 0 4252 0411 บริษัท ชัยสิทธิ์ จำกัด โทร. 0 4252 0651 และบริษัทเชิดชัยทัวร์ จำกัด โทร. 0 4251 2098 www.transport.co.th
เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com
ที่พักในจังหวัดนครพนม (โปรดดำเนินรายการจองด้วยตนเอง)
นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท
เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท
นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท
เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท
เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท
เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท
ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท
แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท
ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท
หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ
จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน
ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/
กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713
หรือทางไปรษณีย์ที่มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์
413/38 ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
ภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2553 (กรุณากรอกด้วยตัวบรรจง)
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...

ประวัติป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด
“ป่า ชุมชนเขาอ้ายโป้ด” ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าชัยบาดาล จ.ลพบุรี ครอบคลุมพื้นที่หมู่ 4, 5 และ 6 ต.ซับตะเคียน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี มีประชาชน 200 กว่าครัวเรือนที่อาศัยรอบพื้นที่ป่า ซึ่งมีราว 800 ไร่ เป็นหนึ่งในป่าชุมชนที่ประสบความสำเร็จ ที่ กรมป่าไม้ โดยสำนักจัดการป่าชุมชนได้เข้ามาส่งเสริมให้ชุมชนได้เรียนรู้การจัดการป่า ชุมชน และการใช้ประโยชน์ป่าอย่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างคนกับป่า จนได้จัดตั้งเป็นป่าชุมชนในปี 2547
ทั้งนี้ เดิมพื้นที่ดังกล่าว ประสบปัญหาการบุกรุกทำลายป่าจากกลุ่มนายทุน และพื้นที่ป่าบางแห่งได้มีการจัดสรรให้แก่ประชาชนได้เข้าไปทำประโยชน์ทำให้ เหลือพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์น้อยลง นอกจากนั้น ยังเกิดปัญหาไฟป่าเกือบทุกปี จนทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรม และน้ำซับในลำห้วยต่างๆ ที่เคยสมบูรณ์ลดน้อยลง ส่งผลให้เกษตรกรและประชาชนโดยรอบประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปี ทำให้ชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้และได้ร่วมกันดูแล พื้นที่ป่าภายใต้การดำเนินงานของ “กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด” ด้วยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานในท้องถิ่น
ปัจจุบันผลการดำเนินงานของกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 8 ประจำปี 2549 ประเภทชุมชน จากคณะทำงานรางวัลลูกโลกสีเขียว บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และล่าสุด ยังได้รับรางวัลชนะเลิศป่าชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ในโครงการ คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกรมป่าไม้และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) อีกด้วย
ความเป็นมา
จากช่วงที่ผ่านมา เดือน ส.ค. 53 ทางกลุ่มบ้านดินไทยได้รับการติดต่อ จากอาสาสมัคร เก่าท่านหนึ่ง ให้ไปช่วยดูพื้นที่ เพราะป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ดเป็นพื้นที่ภูเขาหินปูน ทำให้น้ำที่ตกลงมาไม่สามารถกักเก็บไว้ได้ ทำให้เกิดปัญหา สัตว์ป่าที่อยู่บนเขาต้องลงมากินน้ำข้างล่างและทำให้เสียชีวิต จำนวนมาก ดังนั้น จึงมีแนวคิดการกักเก็บน้ำไว้บนเขาเพื่อให้สัตว์ป่า มีน้ำกินและลดการสูญเสียของสัตว์ป่า ในป่าชุมชน (สัตว์ป่า ที่ยังเหลืออยู่ เช่น เลียงผา หมูป่า ไก่ป่า ฯลฯ )
หลังจากที่ไปเซอร์เวย์ทำให้กลุ่มบ้านดินไทยมีข้อสรุปว่าควรเข้าไปช่วยทำ แหล่งกักเก็บน้ำ ดังนั้นจึงประกาศรับอาสาไปช่วยกันสร้างแหล่งกักเก็บน้ำไว้ให้สัตว์ป่า
รายละเอียดกิจกรรม
วันที่ เสาร์ที่ 30 - อาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 53
ณ. ป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด จ.ลพบุรี
วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 53.
วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 53.
สนใจติดต่อ ผู้ประสานงาน กลุ่มบ้านดินไทย
คลิ๊กที่นี่ ใบสมัคร ลงชื่อด่วนรับจำนวนจำกัด
สมทบค่าใช้จ่าย
(ท่านละ 1120 บาท ราคานี้รวมค่าเสื้ออาสาแล้ว)
ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมกรุณา
โอน เงินผ่านบัญชี ออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย ม.เกษตรศาสตร์ ชื่อบัญชี นายสุรัช สะราคำ เลขที่ บัญชี 235-2-03348-4 ออมทรัพย์
สวัสดิการ
การเตรียมตัว
ความคาดหวังที่ทุกท่านเข้าร่วมจะได้
ที่มา : http://www.baandinthai.com/index.php?option=com_content&view=article&id=...
| อาหารในมุมมองพุทธศาสนา วันเสาร์ ที่ 30 เดือน ตุลาคม ปี 2553 เวลา 13.30-16.30 น. ณ โรงเรียนอนุบาลบ้านรัก สุขุมวิท ๔๐ (ซอยแสงจันทร์) กรุงเทพฯ บริษัทสวนเงินมีมา ผู้ประกอบการสังคม ร่วมกับเครือข่ายตลาดสีเขียว พบกับ ไพโรจน์ พรหมมาศิลปินที่จะมาร่ายลำนำเพลงพื้นบ้าน ประติมากรรม Flow-forms พลังการไหลของน้ำ ซึ่งออกแบบโดย เอียน เทาส์เดลล์ จากประเทศนิวซีแลนด์ จะนำมาแสดงสาธิตในงานนี้ ด้วยรูปแบบการหมุนเวียนของน้ำใน Flow-forms นี้มีลักษณะของ “ชี่” และสามารถนำมาจัดวางอยู่ภายในบ้าน ในสวน อาคารสมัยใหม่ หรือในท้องทุ่ง โรงเรียนอนุบาลบ้านรัก อภิสิรี จรัลชวนะเพท “ครูอุ้ย” ผู้ได้รับรางวัลอโซก้าในฐานะผู้ประกอบการสังคมรุ่นแรกๆ มีความยินดีต้อนรับผู้เข้าร่วม ณ โรงเรียนอนุบาลบ้านรัก สถานที่อนุบาลแนวความคิดใหม่ๆ ด้านการศึกษาของเด็กปฐมวัย และการริเริ่มทางสังคมต่างๆ รายละเอียดเพิ่มเติม ไพโรจน์ พรหมมา เป็นชาวกาญจนบุรี เคยบวชเรียนเป็นภิกษุอยู่ ๑๓ พรรษา หลังจากลาสิกขาแล้วได้เดินทางไปประเทศนิวซีแลนด์และจบการฝึกอบรมเป็นครูตาม แนวการศึกษาวอลดอร์ฟอยู่ ๕ ปี ขณะนี้เขาเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อเชื่อมโยงกับรากเหง้าของตนเองอีกครั้ง หนึ่ง มีความสามารถในการขับเสภาและ เครือข่ายตลาดสีเขียว ได้ ริเริ่มขึ้นเพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้บริโภคให้เห็นถึงความสำคัญของอาหาร ในวิถีเกษตรอินทรีย์ที่ดีทั้งต่อสุขภาพของเราและต่อระบบนิเวศ ขณะนี้เครือข่ายตลาดสีเขียวได้ผลักดันให้เกิดตลาดนัดสีเขียวขึ้นในพื้นที่ ต่างๆ ได้แก่ โรงพยาบาล อาคารสูง และหน่วยงานราชการ เป็นต้น ทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงร้านกรีนให้มีการทำงานร่วมกันมาก ขึ้น เพื่อเกื้อกูลร้านค้าย่อยและร้านค้าอิสระทั้งในด้านฐานข้อมูลสินค้าเกษตร อินทรีย์และไร้สารเคมี รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ในรูปเครือข่าย งานกรีนแฟร์ (Green Fair) ได้จัดขึ้นทุกปีนับแต่ปี ๒๕๕๐ โดยในปี ๒๕๕๓ นี้จะเป็นการจัดงานกรีนแฟร์ครั้งที่ ๔ ภายใต้หัวเรื่อง ความหลากหลายเพื่อสมดุลโลก(Planet Diversity) ระหว่างวันที่ ๑๖-๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ อุทยานเบญจสิริ สุขุมวิท บริษัทสวนเงินมีมา ได้จัดพิมพ์หนังสือชุด กรีนไกด์บุ๊ค เพื่อรวบรวมเรื่องราวของผู้ผลิต ผู้แปรรูป และผู้ประกอบการสินค้าอินทรีย์และผลิตภัณฑ์สีเขียว จำนวน ๓ ชุดและกำลังจัดทำเนื้อหากรีนไกด์บุ๊คชุดต่อๆ ไป และได้เปิดกิจการ ร้านสวนเงินมีมา ตามแนวคิดเรื่องอาหารกาย อาหารใจ อาหารสมอง อาทิ อาหารและผลิตภัณฑ์สีเขียว หนังสือ ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ ระฆังและขันประกอบการทำสมาธิ ธูปสมุนไพรจากประเทศภูฐาน และ Flow - forms ประติมากรรมพลังการไหลของน้ำ เป็นต้น ร้านสวนเงินมีมา ตั้งอยู่เลขที่ ๗๗,๗๙ ถ.เฟื่องนคร ตรงข้ามวัดราชบพิธ พระนคร โทร. ๐๒-๖๒๒-๐๙๕๕ และ ๐๒-๖๒๒-๐๙๖๖ อีเมล publishers@suan-spirit.com หรือwecare@thaigreenmarket.com |
|
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ :
ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์
ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย
๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง”
ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro
อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา
ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์
ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย
วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ
-พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ
-พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์
๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา
๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925”
โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957”
เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000”
๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989
เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006”
๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor
๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร
๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์
โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร ,
กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย
สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ
๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐
สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com
website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ”
วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง
รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553
รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก
ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก
ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ
สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย”
ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ความเป็นมา
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ
ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น
ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้
“ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..”
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้
“…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........”
ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ
นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย
ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ”
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75
กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส
เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร
1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง
2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ
4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด
5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม
6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม
7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ
8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร
9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้)
10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553
2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553
3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)
วิธีการสมัคร
1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้
2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473
ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic...

ประวัติป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด
“ป่า ชุมชนเขาอ้ายโป้ด” ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าชัยบาดาล จ.ลพบุรี ครอบคลุมพื้นที่หมู่ 4, 5 และ 6 ต.ซับตะเคียน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี มีประชาชน 200 กว่าครัวเรือนที่อาศัยรอบพื้นที่ป่า ซึ่งมีราว 800 ไร่ เป็นหนึ่งในป่าชุมชนที่ประสบความสำเร็จ ที่ กรมป่าไม้ โดยสำนักจัดการป่าชุมชนได้เข้ามาส่งเสริมให้ชุมชนได้เรียนรู้การจัดการป่า ชุมชน และการใช้ประโยชน์ป่าอย่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างคนกับป่า จนได้จัดตั้งเป็นป่าชุมชนในปี 2547
ทั้งนี้ เดิมพื้นที่ดังกล่าว ประสบปัญหาการบุกรุกทำลายป่าจากกลุ่มนายทุน และพื้นที่ป่าบางแห่งได้มีการจัดสรรให้แก่ประชาชนได้เข้าไปทำประโยชน์ทำให้ เหลือพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์น้อยลง นอกจากนั้น ยังเกิดปัญหาไฟป่าเกือบทุกปี จนทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรม และน้ำซับในลำห้วยต่างๆ ที่เคยสมบูรณ์ลดน้อยลง ส่งผลให้เกษตรกรและประชาชนโดยรอบประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปี ทำให้ชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้และได้ร่วมกันดูแล พื้นที่ป่าภายใต้การดำเนินงานของ “กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด” ด้วยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานในท้องถิ่น
ปัจจุบันผลการดำเนินงานของกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจนได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 8 ประจำปี 2549 ประเภทชุมชน จากคณะทำงานรางวัลลูกโลกสีเขียว บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และล่าสุด ยังได้รับรางวัลชนะเลิศป่าชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ในโครงการ คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน ประจำปี พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกรมป่าไม้และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) อีกด้วย
ความเป็นมา
จากช่วงที่ผ่านมา เดือน ส.ค. 53 ทางกลุ่มบ้านดินไทยได้รับการติดต่อ จากอาสาสมัคร เก่าท่านหนึ่ง ให้ไปช่วยดูพื้นที่ เพราะป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ดเป็นพื้นที่ภูเขาหินปูน ทำให้น้ำที่ตกลงมาไม่สามารถกักเก็บไว้ได้ ทำให้เกิดปัญหา สัตว์ป่าที่อยู่บนเขาต้องลงมากินน้ำข้างล่างและทำให้เสียชีวิต จำนวนมาก ดังนั้น จึงมีแนวคิดการกักเก็บน้ำไว้บนเขาเพื่อให้สัตว์ป่า มีน้ำกินและลดการสูญเสียของสัตว์ป่า ในป่าชุมชน (สัตว์ป่า ที่ยังเหลืออยู่ เช่น เลียงผา หมูป่า ไก่ป่า ฯลฯ )
หลังจากที่ไปเซอร์เวย์ทำให้กลุ่มบ้านดินไทยมีข้อสรุปว่าควรเข้าไปช่วยทำ แหล่งกักเก็บน้ำ ดังนั้นจึงประกาศรับอาสาไปช่วยกันสร้างแหล่งกักเก็บน้ำไว้ให้สัตว์ป่า
รายละเอียดกิจกรรม
วันที่ เสาร์ที่ 30 - อาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 53
ณ. ป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด จ.ลพบุรี
วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 53.
วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 53.
สนใจติดต่อ ผู้ประสานงาน กลุ่มบ้านดินไทย
คลิ๊กที่นี่ ใบสมัคร ลงชื่อด่วนรับจำนวนจำกัด
สมทบค่าใช้จ่าย
(ท่านละ 1120 บาท ราคานี้รวมค่าเสื้ออาสาแล้ว)
ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมกรุณา
โอน เงินผ่านบัญชี ออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย ม.เกษตรศาสตร์ ชื่อบัญชี นายสุรัช สะราคำ เลขที่ บัญชี 235-2-03348-4 ออมทรัพย์
สวัสดิการ
การเตรียมตัว
ความคาดหวังที่ทุกท่านเข้าร่วมจะได้
ที่มา : http://www.baandinthai.com/index.php?option=com_content&view=article&id=...