10 / 10
End: 11:36
Start: 10/02/2010 - 11:36
End: 10/10/2010 - 11:36
ก
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 End: 11:00
Start: 10/08/2010 - 11:00
End: 10/10/2010 - 11:00
คุณสามารถร่วมเป็นหนึ่งในเส้นทางความสุขของเด็ก ๆ ได้
กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดประมาณ 140 คน แยกเป็นเด็ก 45 คน ผู้ปกครอง 45 คน จาก 9 โรงพยาบาล รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์จากแต่ละโรงพยาบาล, อาสาสมัคร ตลอดจนทีมกิจกรรมต่างๆ ทางมูลนิธิฯ จึงขอแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ขอรับบริจาค เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่ใจดีในสังคม ได้เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางความสุขของเด็กๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ • ให้การสนับสนุนด้านอาหาร เช่น หากท่านสนใจร่วมสนับสนุนในกิจกรรมดังกล่าว สามารถจัดส่งของให้มูลนิธิฯ ได้โดย สามารถชมกิจกรรมของมูลนิธิฯ เพิ่มเติมได้ที่
End: 15:51
Start: 10/09/2010 - 00:51
End: 10/10/2010 - 15:51
กิจกรรม " คนไทยฯ เยี่ยมเยียนช้างชรา" งานนี้ขอเรียนเชิญอาสาขาลุย กินง่าย อยู่ง่าย เฮไหน เฮกัน เราจะพาพวกเพื่อนไปเยี่ยมบรรดาช้างชรา ณ จ.กาญจนบุรีี เราจะเดินทางไป-กลับ ด้วยรถไฟสาย ธนบุรี - น้ำตก เมื่อถึงปลายทาง เราจะพาคุณขึ้นรถบรรทุกช้างแบบเปิดประทุน ที่จะมาพวกเรามุ่งสู่ศูนย์อนุ รักษ์ช้างชรา กิจกรรมที่เราจะไปให้ลุงๆ ป้าๆ ช้างก็คือ นวดข้างให้เขา ปลูกอาหารให้เขา นึ่งข้าวเหนียวให้เขา ทำความสะอาดที่อยู่ให้เขา และไฮไลท์ เราจะอาบน้ำก...ับเขากันค่ะ
สำหรับที่พัก เราจะนอนเต้นท์ท่ามกลางแสงจันทร์และหมู่ดาวกันค่ะ ใครมีเต้นท์เตรียมนำออกมาเช็คทำความสะอาดรอไว้ได้เลยค่ะ งานนี้รับรองว่า 2 วันกับ 1 คืน เพื่อนจะได้ทุกอรรถรส แดด น้ำ เหงื่อ และ ความเย็นของอากาศในตอนกลางคืน ซึ่งกาญจนบุรีขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องอากาศ กลางวันร้อนสุดๆๆ กลางคืนก็เย็นถึงขั้ว กันเลยทีเดียว เตรียมอุปกรณ์ส่วนตัวของเพื่อนๆ ให้พร้อม ทั้งถุงมือ ถงเท้า ยา เสื้อกันลมใส่นอน และสำคัญ " ใจอาสา " ของเพื่อนๆ ทุกคนค่ะ ค่าใช้จ่ายของกิจกรรม " คนไทยฯ เยี่ยมเยียนช้างชรา" 2 วัน 1 คืน 800 บาทค่ะ ร่วมทั้งหมดทั้งสิ้นค่ะ
เปิดรับลงทะเบียนกิจกรรม "คนไทยฯ ห่วงใยช้างชรา" กันแล้วจ้า
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 11
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 12
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 13
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 Start: 13:22
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 14
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 15
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 16
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
Start: 00:00
End: 12:00
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับจังหวัดตรัง
ในงานจะมีกิจกรรมดังนี้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ๊ค "ชายหาดสะอาดกิ๊ก" ดูกำหนดการได้ที่ http://th-th.facebook.com/photo.php?pid=436555&fbid=159264060768882&id=1... Start: 10:28
Start: 10/16/2010 - 10:28
End: 10/17/2010 - 10:28
ทำดี แทนคุณแผ่นดิน Second Project กลุ่มอาสาอิสระ ชักชวนเพื่อนๆชาวอาสาทุกๆท่าน ทุกๆเพศ ทุกๆวัยวุฒิ และทุกๆคุณวุฒิ เพียงแต่มีไฟอาสา ร่วมโครงการทำดี แทนคุณแผ่นดิน Second Project “ลงหญ้าแฝก ย่ำบ้านดิน กินเพื่อสุขภาพ” รูปแบบกิจกรรมชักชวนอาสาลงมือปลูกหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริในหลวงรอบบริเวณ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งอยู่ในเครือมูนิธิชัยพัฒนา และอาสาสมัครได้ลงมือปฏิบัติเรียนรู้การทำบ้านดิน รวมไปถึงการทำแชมพู สบู่เพื่อใช้ในครัวเรือนเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงแบบคนเมือง รวมไปถึงเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ
กำหนดการ วันที่ ๑๖-๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ วันเสาร์ที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ วันอาทิตย์ที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ หมายเหตุ กิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม รับอาสาสมัคร จำนวนจำกัด ๔๕ คน สิ่งที่จะได้รับจากค่าสมทบกิจกรรม ค่าใช้จ่ายไม่รวม คุณสมบัติผู้เข้าร่วม **หมายเหตุ ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุและวัย เพราะเป็นงานอาสาสมัครและเป็นกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ถ้ามีคุณสมบัติครบ ก็ขอเชิญเลยครับ** สิ่งที่ควรนำไปด้วย การยืนยันร่วมกิจกรรม และการชำระเงิน สมทบค่าใช้จ่ายได้ที่ เมื่อโอนแล้วกรุณาโทรยืนยันการโอนที่ เบอร์ ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔ (081-515 8564)
ติดต่อสอบถาม
ขอความร่วมมือ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 17
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
End: 10:28
Start: 10/16/2010 - 10:28
End: 10/17/2010 - 10:28
ทำดี แทนคุณแผ่นดิน Second Project กลุ่มอาสาอิสระ ชักชวนเพื่อนๆชาวอาสาทุกๆท่าน ทุกๆเพศ ทุกๆวัยวุฒิ และทุกๆคุณวุฒิ เพียงแต่มีไฟอาสา ร่วมโครงการทำดี แทนคุณแผ่นดิน Second Project “ลงหญ้าแฝก ย่ำบ้านดิน กินเพื่อสุขภาพ” รูปแบบกิจกรรมชักชวนอาสาลงมือปลูกหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริในหลวงรอบบริเวณ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งอยู่ในเครือมูนิธิชัยพัฒนา และอาสาสมัครได้ลงมือปฏิบัติเรียนรู้การทำบ้านดิน รวมไปถึงการทำแชมพู สบู่เพื่อใช้ในครัวเรือนเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงแบบคนเมือง รวมไปถึงเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ
กำหนดการ วันที่ ๑๖-๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ วันเสาร์ที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ วันอาทิตย์ที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓ หมายเหตุ กิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม รับอาสาสมัคร จำนวนจำกัด ๔๕ คน สิ่งที่จะได้รับจากค่าสมทบกิจกรรม ค่าใช้จ่ายไม่รวม คุณสมบัติผู้เข้าร่วม **หมายเหตุ ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุและวัย เพราะเป็นงานอาสาสมัครและเป็นกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ถ้ามีคุณสมบัติครบ ก็ขอเชิญเลยครับ** สิ่งที่ควรนำไปด้วย การยืนยันร่วมกิจกรรม และการชำระเงิน สมทบค่าใช้จ่ายได้ที่ เมื่อโอนแล้วกรุณาโทรยืนยันการโอนที่ เบอร์ ๐๘๑-๕๑๕ ๘๕๖๔ (081-515 8564)
ติดต่อสอบถาม
ขอความร่วมมือ Start: 00:00
วัน เสาร์ ที่ 17 ต.ค. 53 โครงการอาสาทำดีได้ใน 1 วัน รับสมัครอาสาปลูกป่าชายเลนปากน้ำสมุทรสงคราม (ทำดีได้ใน 1 วัน )
หลังจากที่ ทีมงานบ้านดินไทย หนึ่งในสมาชิกเครือข่ายจิตอาสา ได้จัดกิจกรรมอาสาสมัคร ช่วย อนุรักษ์ธรรมชาติในหลาย กิจกรรมที่ผ่านมา เช่น โครงการปลูกป่าสร้างฝาย ไทยประจัน ราชบุรี โครงการปลูกป่าให้ช่าง กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันต์ โครงการอาสาช่วยปลูกปะการัง ตามแนวพ่อหลวง ฯลฯ ตลอดจนโครงการที่ช่วยเหลือสังคม เช่น โครงการอาสาสร้างศูนย์เรียนรู้ ดินและปลูกปะการัง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีจาก อาสาสมัครทั่วไป มีอาสาสมัคร เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างคับคั่ง จนบางกิจกรรมต้องเปิดหลายรอบ และกิจกรรมอาสา 1 วันก็เริ่มมาตั้งแต่ เดือน ม.ค. เป็นต้นมา แต่มีหลายท่านอยากไปเดี่ยวๆ ดังนั้นจึงจัดทำสำหรับบุคคลทั่วไป ดังนี้ “ โครงการอาสาทำดี 1 วัน ปลูกป่าชายเลนปากน้ำสมุทรสงคราม" จึงเกิดขึ้น เพื่อให้อาสา สมัครได้ใช้เวลา 1 วันให้เป็นประโยชน์ กิจกรรมปลูกป่าชายเลน เป็น กิจกรรมที่ชวนอาสาสมัคร เข้าไปสัมผัส ป่าชายเลน ที่ยังหลงเหลืออยู่ใน จ.สมุทรสงคราม และช่วยกันปลูก ต้นโกงกาง ปลูกป่าชายเลน(ปากแม่น้ำ สมุทรสงคราม) ภายใน 1 วัน รายละเอียดกิจกรรม
สวัสดิการ
การเตรียมตัว
สมทบค่าใช้จ่าย ไปรถที่ทางทีมงานจัดให้ ท่านละ 750 บาท เดินทางเอง ท่านละ 550 บาท
นัดขึ้นรถที่ซอยรางน้ำหน้าคิงเพาวเวอร์ วันที่ 17 ต.ค. 53 เวลา 06.00 น.
โอนเงินผ่าน บัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย ม.เกษตรศาสตร์ ชื่อบัญชี สุรัช สะราคำ เลขบัญชี ๒๓๕-๒-๐๓๓๔๘-๔ ออมทรัพย์ เมื่อโอนแล้วกรุณา โทรยืนยันการโอน ที่ 086-770-2233 และส่งรายชื่อนามสกุลของอาสาทุกท่านพร้อมเบอร์โทรศัพท์ (บอกวันเวลาการโอนและธนาคารที่โอน)ไม่ต้องส่งสลิปมา ที่มา : http://www.baandinthai.com/index.php?option=com_content&view=article&id=... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 18
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
Start: 11:29
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 19
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 20
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 21
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... Start: 00:10
Start: 10/21/2010 - 00:10
End: 10/28/2010 - 14:10
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553 ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010 ----------------------------------------- ความเป็นมา อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553) ลงทะเบียนภาคสนาม จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
กำหนดการสัมมนาวิชาการ แม่น้ำโขง ณ นครพนม II --------------------------------- 08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน” ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน" 15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป” 17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว” 18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง” 10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม” 13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน * วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม กำหนดการภาคสนาม นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย -------------------------------------- วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง 8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน) ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์ วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้า ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173 เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น. 21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม เอกสารการเดินทาง จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam การยกเลิกการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงรายการ หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850 การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/ กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 22
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... (all day)
Start: 10/21/2010 - 00:10
End: 10/28/2010 - 14:10
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553 ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010 ----------------------------------------- ความเป็นมา อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553) ลงทะเบียนภาคสนาม จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
กำหนดการสัมมนาวิชาการ แม่น้ำโขง ณ นครพนม II --------------------------------- 08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน” ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน" 15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป” 17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว” 18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง” 10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม” 13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน * วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม กำหนดการภาคสนาม นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย -------------------------------------- วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง 8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน) ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์ วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้า ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173 เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น. 21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม เอกสารการเดินทาง จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam การยกเลิกการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงรายการ หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850 การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/ กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm Start: 14:10
Start: 10/22/2010 - 14:10
End: 10/25/2010 - 14:10
โปรแกรมกำหนดการครูบ้านนอก รุ่น 129 ระหว่างวันที่ 22 – 25 ตุลาคม 2553 ณ หมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ต. วาวี อ. แม่สรวย จ.เชียงราย
วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 53 07.30 –08.30น. ทีมงานกระจกเงาจะนำรถไปรอรับที่ บขส.เชียงรายแห่งใหม่ (ตะเคียนคู่)หน้าเสาธงพร้อมป้ายโครงการครูบ้านนอก“ ยินดีต้อนรับ คนที่มีหัวใจเป็นครู ”หรือ โทร ฯ ติดต่อได้ที่ 08-7183-3705 ขอสายครูจะเด็จ ก่อนเข้ามูลนิธิเราจะแวะนมัสการพ่อขุนเม็งรายผู้สร้างเมืองเชียงราย 09.00 น.-12.00 น.ถึง" มูลนิธิกระจกเงา " แยกย้ายทำธุระส่วนตัว ดื่มน้ำ - ดื่มชา - กาแฟเป็นที่เรียบร้อยเราจะมาดูPresent -แนะนำมูลนิธิกระจกเงา-เจ้าหน้าที่ -อาสาสมัคร-รู้จักโครงการต่าง ๆ-วัตถุประสงค์ ของโครงการ -เล่าประวัติ ความเป็นมาและการทำงานของมูลนิธิกระจกเงารับประทานอาหารกลางวันที่มูลนิธิ กระจกเงาจากนั้น เราจะทำ กิจกรรมแนะนำตัวกันเองระหว่างคุณครูด้วยกัน-พูดคุยกำหนดการ -ประวัติของ หมู่บ้าน -โรงเรียน -การเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง 12.00น .รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ที่ มูลนิธิกระจกเงา
19.00น.กิจกรรมสันทนาการโดย ครูบ้านนอก 20.00น.เวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม–ตอบข้อซักถามจากผู้นำหมู่บ้านสรุปงานเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้สำหรับการสรุปงานเราจะมีการสรุปงานครูบ้านนอกกันทุกคืนค่ะ
วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 (วันแห่งการถ่ายทอดความรู้)
15.00 น. เข้าแถวเลิกเรียน แยกย้ายกันเข้าบ้าน ครูบ้านนอกท่านใดจะไปเล่นน้ำ เก็บผัก หาปลา ก็ทาบทามเด็ก ๆ เป็นไกด์ได้เลยนะค่ะ 19.00น. กิจกรรมสันทนาการบริเวณศูนย์กลางหมู่บ้าน 20.00น. สรุปกิจกรรมของวัน ที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน) วันนี้เราจะเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน โดยจะเดินเท้า ศึกษาเส้นทาง ธรรมชาติ ช่วยชาวบ้านทสวนทำไร่ เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น
19.00น. คืนนี้ จะมีการแสดงวัฒนธรรม ของหมู่บ้าน และครูบ้านนอก สามารถหาชุดชนเผ่ามาใส่กันได้ 20.30น. สรุปกิจกรรมของวันที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53 (วันแห่งการร่ำลา) 08.00 น.เจอกันที่ลานหมู่บ้าน พร้อมสัมภาระ ครูบ้านนอก อย่าลืมล่ำลาครอบครัวที่เราเข้าพัก และเด็ก ๆ นะค่ะ 09.00 น. เดินทางไปเที่ยว ในตัวเมืองเชียงรายวัดร่องขุ่น เราจะทานมื้อเที่ยงที่นั้น(รับผิดชอบตัวเอง) 15.00 น. ส่งคณะครูบ้านนอกที่ขนส่งเชียงรายแห่งที่ 2(ตะเคียนคู่)
หมายเหตุ....กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบ ตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม
การเดินทางเข้าพื้นที่ของคณะครูบ้านนอกในรุ่นนี้เป็นการเดินทางที่ไกล ระยะห่างระหว่างหมู่บ้านจะคือถึงกระจกเงา รวมระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ซึ่งทางโครงการครูบ้านนอกต้องรบกวนให้ครูบ้านนอกที่มาร่วมโครงการ ช่วยสมทบทุนค่าเดินทางเข้าพื้นที่ ประมาณท่านละ 200 - 250 บาท ในเงินส่วนต่างนี้ (นอกเหนือจากค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ) ซึ่งเงินส่วนต่างนี้เราจะมาจ่ายที่มูลนิธิกระจกเงาในวันที่เดินทางมาถึง สามรถโอนเงินยืนยันได้เลยที่.... ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา " ธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 1,000 บาท ( สำหรับค่าอาหารตลอดโปรแกรม ไม่รวมค่าเดินทางไปกลับเชียงราย )
สิ่งที่ครูสามารถเตรียมมาสำหรับร่วมกิจกรรม 1. สื่อการเรียนการสอน 2. ยากำจัดเหา 3. อุปกรณ์การเรียน 4. อุปกรณ์กีฬา 5. ขนม ต่าง ๆ (ที่มีประโยชน์กับเด็กด้วยนะค่ะ เราไม่เน้นขนมขยะค่ะ) 6. นม 7. เสื้อกันหนาวสำหรับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ 8. ผ้าห่ม สำหรับบ้านที่เราเข้าพัก และ นักเรียนที่พักในหอพักโรงเรียนบ้านจะคือ 8. ทุนสำหรับอาหารกลางวัน
กฎการวางตัว / ข้อห้าม / คำเตือน · ห้ามให้เบอร์โทรศัพท์แก่นักเรียนเป็นเด็ดขาด · ห้ามพูดคำหยาบ · คนที่มาเป็นคู่รบกวนเรื่องการวางตัวที่เหมาะสม ไม่ประพฤติตัวที่เกินเลยจนดูน่าเกลียด เพราะเราเข้าพื้นที่ในฐานะ “ ครู ” · ของมีค่าควรเก็บไว้กับตัวเองตลอดเวลา · การใช้เครื่องมือสื่อสาร รบกวนให้ทางคณะครูบ้านนอกใช้เครื่องมือสื่อสารหลังเสร็จกิจกรรม · ห้ามให้เงินแก่เด็กเป็นเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด · งดเว้นการดื่มสุรา · ห้ามออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยมิได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำโครงการทราบ ข้อแนะนำเตรียมการก่อนสอน · เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะเป็นเด็กชนเผ่าซึ่งเด็ก ๆ จะพูด และเขียนภาษาไทยไม่ชำนาญเหมือนเด็กในเมือง ครูสามารถเน้นเรื่องนี้ได้เลยค่ะ · การเรียนการสอนในชุมชน เด็ก ๆ จะคละกันตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงวัยรุ่น บาง ครั้งอาจมี พ่อ แม่ของเด็กมาเรียนด้วยครูเตรียมการสอนสำหรับเด็กทุกวัยมาได้เลย และการสอนเราจะมาสอนเป็นกลุ่มกับผู้ที่มาร่วมโครงการท่านอื่น ๆ ค่ะ · สำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียน เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะสอนในระดับชั้น ป.4 – ม.3 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนครูที่เข้าร่วมโครงการด้วยนะค่ะ ทางโครงการจะประเมินจำนวนชั้นเรียนอีกครั้งในวันที่มาถึง ส่วนการสอนในชั้นเรียน ครู ก็ใช้การเรียนการสอนแบบประยุกต์ไม่จำเป็นต้องตามแผนการเรียนโดยตรง เพราะเราจะเข้าไปสอนแบบสอนเสริมทักษะความรู้เพิ่มเติมจากที่เด็กเรียนในชั้น เรียนนะค่ะ · การสอนในห้องเรียนแต่ละชั้นเรียนความรู้เด็กในชั้นจะไม่เท่าเทียมกัน จะมีทั้งเด็กที่อยู่ในเกณฑ์การเรียนดี และเกณฑ์การเรียนที่ค่อนข้างต่ำคละกันไปในแต่ละชั้นเรียน · สำหรับการสอนในชั้น ป.6 และ ม. 3 การเรียนการสอนควรจะมีส่วนในการแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับเด็ก 2 ช่วงการศึกษานี้
รับจำนวนจำกัด 50 คนเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Mail. jadadbannok@hotmail.com ครูจะเด็จ หรือโทร.... 053-737412 ต่อ 23 หรือ 087-1833705 ![]() ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?... Start: 21:30
Start: 10/22/2010 - 21:30
End: 10/25/2010 - 23:13
โครงการ : ลุ่มน้ำภูมิปัญญากับอาสาร่วมฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม 53 วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม 53 วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 53 รับอาสาสมัคร จำนวน 48 คน สอบถามกิจกรรมที่ รายละเอียดเพิ่มเติม www.v4nature.org | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 23
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... (all day)
Start: 10/21/2010 - 00:10
End: 10/28/2010 - 14:10
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553 ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010 ----------------------------------------- ความเป็นมา อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553) ลงทะเบียนภาคสนาม จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
กำหนดการสัมมนาวิชาการ แม่น้ำโขง ณ นครพนม II --------------------------------- 08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน” ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน" 15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป” 17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว” 18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง” 10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม” 13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน * วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม กำหนดการภาคสนาม นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย -------------------------------------- วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง 8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน) ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์ วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้า ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173 เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น. 21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม เอกสารการเดินทาง จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam การยกเลิกการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงรายการ หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850 การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/ กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm (all day)
Start: 10/22/2010 - 14:10
End: 10/25/2010 - 14:10
โปรแกรมกำหนดการครูบ้านนอก รุ่น 129 ระหว่างวันที่ 22 – 25 ตุลาคม 2553 ณ หมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ต. วาวี อ. แม่สรวย จ.เชียงราย
วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 53 07.30 –08.30น. ทีมงานกระจกเงาจะนำรถไปรอรับที่ บขส.เชียงรายแห่งใหม่ (ตะเคียนคู่)หน้าเสาธงพร้อมป้ายโครงการครูบ้านนอก“ ยินดีต้อนรับ คนที่มีหัวใจเป็นครู ”หรือ โทร ฯ ติดต่อได้ที่ 08-7183-3705 ขอสายครูจะเด็จ ก่อนเข้ามูลนิธิเราจะแวะนมัสการพ่อขุนเม็งรายผู้สร้างเมืองเชียงราย 09.00 น.-12.00 น.ถึง" มูลนิธิกระจกเงา " แยกย้ายทำธุระส่วนตัว ดื่มน้ำ - ดื่มชา - กาแฟเป็นที่เรียบร้อยเราจะมาดูPresent -แนะนำมูลนิธิกระจกเงา-เจ้าหน้าที่ -อาสาสมัคร-รู้จักโครงการต่าง ๆ-วัตถุประสงค์ ของโครงการ -เล่าประวัติ ความเป็นมาและการทำงานของมูลนิธิกระจกเงารับประทานอาหารกลางวันที่มูลนิธิ กระจกเงาจากนั้น เราจะทำ กิจกรรมแนะนำตัวกันเองระหว่างคุณครูด้วยกัน-พูดคุยกำหนดการ -ประวัติของ หมู่บ้าน -โรงเรียน -การเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง 12.00น .รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ที่ มูลนิธิกระจกเงา
19.00น.กิจกรรมสันทนาการโดย ครูบ้านนอก 20.00น.เวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม–ตอบข้อซักถามจากผู้นำหมู่บ้านสรุปงานเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้สำหรับการสรุปงานเราจะมีการสรุปงานครูบ้านนอกกันทุกคืนค่ะ
วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 (วันแห่งการถ่ายทอดความรู้)
15.00 น. เข้าแถวเลิกเรียน แยกย้ายกันเข้าบ้าน ครูบ้านนอกท่านใดจะไปเล่นน้ำ เก็บผัก หาปลา ก็ทาบทามเด็ก ๆ เป็นไกด์ได้เลยนะค่ะ 19.00น. กิจกรรมสันทนาการบริเวณศูนย์กลางหมู่บ้าน 20.00น. สรุปกิจกรรมของวัน ที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน) วันนี้เราจะเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน โดยจะเดินเท้า ศึกษาเส้นทาง ธรรมชาติ ช่วยชาวบ้านทสวนทำไร่ เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น
19.00น. คืนนี้ จะมีการแสดงวัฒนธรรม ของหมู่บ้าน และครูบ้านนอก สามารถหาชุดชนเผ่ามาใส่กันได้ 20.30น. สรุปกิจกรรมของวันที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53 (วันแห่งการร่ำลา) 08.00 น.เจอกันที่ลานหมู่บ้าน พร้อมสัมภาระ ครูบ้านนอก อย่าลืมล่ำลาครอบครัวที่เราเข้าพัก และเด็ก ๆ นะค่ะ 09.00 น. เดินทางไปเที่ยว ในตัวเมืองเชียงรายวัดร่องขุ่น เราจะทานมื้อเที่ยงที่นั้น(รับผิดชอบตัวเอง) 15.00 น. ส่งคณะครูบ้านนอกที่ขนส่งเชียงรายแห่งที่ 2(ตะเคียนคู่)
หมายเหตุ....กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบ ตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม
การเดินทางเข้าพื้นที่ของคณะครูบ้านนอกในรุ่นนี้เป็นการเดินทางที่ไกล ระยะห่างระหว่างหมู่บ้านจะคือถึงกระจกเงา รวมระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ซึ่งทางโครงการครูบ้านนอกต้องรบกวนให้ครูบ้านนอกที่มาร่วมโครงการ ช่วยสมทบทุนค่าเดินทางเข้าพื้นที่ ประมาณท่านละ 200 - 250 บาท ในเงินส่วนต่างนี้ (นอกเหนือจากค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ) ซึ่งเงินส่วนต่างนี้เราจะมาจ่ายที่มูลนิธิกระจกเงาในวันที่เดินทางมาถึง สามรถโอนเงินยืนยันได้เลยที่.... ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา " ธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 1,000 บาท ( สำหรับค่าอาหารตลอดโปรแกรม ไม่รวมค่าเดินทางไปกลับเชียงราย )
สิ่งที่ครูสามารถเตรียมมาสำหรับร่วมกิจกรรม 1. สื่อการเรียนการสอน 2. ยากำจัดเหา 3. อุปกรณ์การเรียน 4. อุปกรณ์กีฬา 5. ขนม ต่าง ๆ (ที่มีประโยชน์กับเด็กด้วยนะค่ะ เราไม่เน้นขนมขยะค่ะ) 6. นม 7. เสื้อกันหนาวสำหรับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ 8. ผ้าห่ม สำหรับบ้านที่เราเข้าพัก และ นักเรียนที่พักในหอพักโรงเรียนบ้านจะคือ 8. ทุนสำหรับอาหารกลางวัน
กฎการวางตัว / ข้อห้าม / คำเตือน · ห้ามให้เบอร์โทรศัพท์แก่นักเรียนเป็นเด็ดขาด · ห้ามพูดคำหยาบ · คนที่มาเป็นคู่รบกวนเรื่องการวางตัวที่เหมาะสม ไม่ประพฤติตัวที่เกินเลยจนดูน่าเกลียด เพราะเราเข้าพื้นที่ในฐานะ “ ครู ” · ของมีค่าควรเก็บไว้กับตัวเองตลอดเวลา · การใช้เครื่องมือสื่อสาร รบกวนให้ทางคณะครูบ้านนอกใช้เครื่องมือสื่อสารหลังเสร็จกิจกรรม · ห้ามให้เงินแก่เด็กเป็นเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด · งดเว้นการดื่มสุรา · ห้ามออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยมิได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำโครงการทราบ ข้อแนะนำเตรียมการก่อนสอน · เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะเป็นเด็กชนเผ่าซึ่งเด็ก ๆ จะพูด และเขียนภาษาไทยไม่ชำนาญเหมือนเด็กในเมือง ครูสามารถเน้นเรื่องนี้ได้เลยค่ะ · การเรียนการสอนในชุมชน เด็ก ๆ จะคละกันตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงวัยรุ่น บาง ครั้งอาจมี พ่อ แม่ของเด็กมาเรียนด้วยครูเตรียมการสอนสำหรับเด็กทุกวัยมาได้เลย และการสอนเราจะมาสอนเป็นกลุ่มกับผู้ที่มาร่วมโครงการท่านอื่น ๆ ค่ะ · สำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียน เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะสอนในระดับชั้น ป.4 – ม.3 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนครูที่เข้าร่วมโครงการด้วยนะค่ะ ทางโครงการจะประเมินจำนวนชั้นเรียนอีกครั้งในวันที่มาถึง ส่วนการสอนในชั้นเรียน ครู ก็ใช้การเรียนการสอนแบบประยุกต์ไม่จำเป็นต้องตามแผนการเรียนโดยตรง เพราะเราจะเข้าไปสอนแบบสอนเสริมทักษะความรู้เพิ่มเติมจากที่เด็กเรียนในชั้น เรียนนะค่ะ · การสอนในห้องเรียนแต่ละชั้นเรียนความรู้เด็กในชั้นจะไม่เท่าเทียมกัน จะมีทั้งเด็กที่อยู่ในเกณฑ์การเรียนดี และเกณฑ์การเรียนที่ค่อนข้างต่ำคละกันไปในแต่ละชั้นเรียน · สำหรับการสอนในชั้น ป.6 และ ม. 3 การเรียนการสอนควรจะมีส่วนในการแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับเด็ก 2 ช่วงการศึกษานี้
รับจำนวนจำกัด 50 คนเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Mail. jadadbannok@hotmail.com ครูจะเด็จ หรือโทร.... 053-737412 ต่อ 23 หรือ 087-1833705 ![]() ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?... (all day)
Start: 10/22/2010 - 21:30
End: 10/25/2010 - 23:13
โครงการ : ลุ่มน้ำภูมิปัญญากับอาสาร่วมฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม 53 วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม 53 วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 53 รับอาสาสมัคร จำนวน 48 คน สอบถามกิจกรรมที่ รายละเอียดเพิ่มเติม www.v4nature.org Start: 00:33
Start: 10/23/2010 - 00:33
End: 10/25/2010 - 13:33
ครูบ้านนอกสัญจร ครั้งที่ 10 สปป.ลาว “ สะบายดี – เมืองลาว 2 ” วันที่ 23 ตุลาคม 53 - วันที่ 25 ตุลาคม 53
วัน เสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเปิดประตู สู่การเรียนรู้ ) 8.00 น. ทีมงานมูลนิธิกระจกเงา จะนำรถยนต์ ไปรอรับที่ บขส. อำเภอเชียงของ พร้อมเบอร์โทร ฯ 08 -7183-3705 ขอสาย จะเด็จ ( สำหรับอาหารเช้า- รบกวนผู้เข้าร่วมงานจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ) ออกเดินทางไปที่ว่าการ อำเภอเชียงของ เพื่อไปทำบอร์ดดิ้งพาส ข้ามพรหมแดน ไทย – สปป. ลาว จากนั้นทำการปฐมนิเทศ ชี้ เเจงโปรแกรม กำหนดการ เตรียมความพร้อม ด้านต่าง ๆ แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมการเรียนการสอน และ แบ่งกลุ่มบ้านพัก หลังละ 2 คน (ชายคู่ชาย/หญิงคู่หญิง) และ แนะนำข้อมูลชุมชนเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้คณะครูบ้านนอก ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้
16.00 น. ถึงหมู่บ้าน เราจะพบกับนายบ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน จากนั้นเด็ก ๆ จะมารอรับคณะครูบ้านนอกเข้าบ้านพัก หลังละ 2 คน โดยทางเราจะจัดอาหารให้สำหรับครูบ้านนอก เข้าไปทำอาหารทานรวมกันกับชาวบ้านและ เด็ก ๆ ที่เราเข้าไปพัก ครูบ้านนอกทำความรู้จักครอบครัวของเด็ก ๆ อาบน้ำ ทำธุระส่วนตัว และ ทำอาหารทานที่บ้านร่วมกับครอบครัวที่เราเข้าไปพัก 19.00 น. สำหรับในคืนแรกตอนค่ำหลังจากที่ทานข้าวเย็นแล้ว มีกิจกรรมสันทนาการ เพื่อทำความรู้จักกับเด็ก ๆ และชาวบ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งคืนนี้เป็นวันออกพรรษา ของฝั่ง สปป. ลาว เช่นกัน ส่วนจะมีประเพณี หรือ พิธีกรรม อย่างไรนั้น ทางทีมงานจะเข้าไปประสานงานอีกที 20.00 น. จะเป็นเวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม – ตอบ ข้อซักถาม จาก นายบ้าน กำนัน ผู้นำหมู่บ้าน ผู้เฒ่า ผู้แก่ และคณะกรรมการหมู่บ้าน และสรุปงานประจำวัน และเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้ 21.00 น. แยกย้ายเข้าที่พัก
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 ( กิจกรรมการเรียนการสอน / สัทนาการ / เกม / เพลง ) ตื่นแต่เช้ามาสัมผัสอากาศต่างแดน กับยามเช้า ๆ ฟังเสียงนก เสียงไก่ ขานต้อนรับวันใหม่ ที่หมู่บ้านน้ำปุก ยังมีตลาดเช้าประจำหมู่บ้าน ครูบ้านนอกท่านใดสนใจสามารถตื่นมาเที่ยวชมกันได้ ใน วันนี้คณะครูบ้านนอกจะเข้าทำกิจกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียน สัทนาการ เกม เพลง กับเด็ก ๆ ที่โรงเรียน ประมาณ 200 คน ซึ่งเด็ก ๆ สื่อสารภาษาท้องถิ่น (ลาว) เป็นหลัก แต่สามารถสื่อสารกับเราเข้าใจได้ อันนี้ต้องใช้ความสามารถกันหน่อย .. จ้า ..
13.00 น. ช่วงบ่ายทำการเรียน การสอน แบบฐานการเรียรนรู้ โดยแบ่งเป็น 4 ฐาน ด้วยกัน เช่น ..ฐานศิปละ –ฐานสุขภาพ – ฐานคณิตศาสตร์ .. เป็นต้น 15.00 น. เราจะจัดการแข่งขันกีฬาฮาเฮ ระหว่าง ชาวบ้าน กับ ครูบ้านนอก และ ครูบ้านนอก กับเด็ก ๆ 16.00 น. เลิกเรียน แยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัย ทำอาหารทางที่บ้านพัก 19.00 น วันนี้มีงานประเพณี สืบสานวัฒนธรรมของประเทศลาว เป็นการรำวงดั่งเดิมของประเทศลาว โดยจะมีชาวบ้าน และเด็ก ๆ มาร่วมกันรำวงกับพวกเรา เหล่าคณะครูบ้านนอกด้วยกัน ครูบ้านนอก สามารถหยิบยืมชุดของชาวบ้านที่เราเข้าไปพัก มาใส่ร่วมงานรำวงกันได้ .. จ้า .. 21.00 น. สรุปงานเตรียมความพร้อมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2553 ( วันร่ำลา ) Morning call กับเสียงหมู เสียงไก่ พวกเราตื่นทำธุระส่วนตัว รับประทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย วันนี้ ช่วงเช้า ชาวบ้านจะทำ พิธีบายศรีสู่ขวัญให้แก่คณะครูบ้านนอก ผูกข้อไม้ ข้อมือ ให้กับคณะครูบ้านนอก ก่อนจะเดินทางกลับ หลังจากนั้นเป็น กิจกรรมส่งท้ายร่ำลาระหว่างพวกเรา กับชาวบ้านและเด็ก ๆ ทุกคน คณะครูบ้านนนอก มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา และ ทุนการศึกษาให้กับทางโรงเรียน 10.00 น. ออกเดินทางจากหมู่บ้านน้ำปุก แวะเที่ยวตลาดอินโดจีน และ ตลาดขายของ ของ สปป. ลาว จะรับประทานอาหารเที่ยงกันที่นั้น 14.00 น. เดินทางมา ถึง ตม.จังหวัดบ่อแก้ว ตรวจเอกสารและสัมภาระ ก่อนขึ้นเรือข้ามแม่น้ำโขง กลับมาประเทศไทย ถึงด่านตม.อ.เชียงของ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ 15.00 น. ส่งครูบ้านนอกกลับที่ขนส่ง อ.เชียงของ จังหวัดเชียงราย เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ.....กำหนดการสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามความเหมาะสม และ ตามสถานการณ์ ต่าง ๆ
*** รับจำนวนจำกัด 50 คน เท่านั้น ที่ยืนยันการโอนเงินเข้าร่วมโครงการ ไม่รับการยืนยันปากเปล่าทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล์ ***
การลงทะเบียน โดยการลงทะเบียนผ่าน ธนาคาร ฯ ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา" ธ.กรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 2,200 บาท สำหรับค่าอาหาร / ค่าเดินทางไป - กลับ / เข้าพื้นที่ สปป. ลาว และ เดินทางไปหมู่บ้านน้ำปุก ค่าประสานงาน อุปกรณ์ อื่น ๆ เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมครั้งนี้ และ ท่านจะได้เสื้อคนละ 1 ตัว เป็นของที่ระลึก ( ไม่รวมค่าเดินทาง ไป – กลับ ของอาสาสมัครเข้าร่วมงาน )
หมายเหตุ เมื่อ ลงทะเบียนผ่านธนาคาร แล้วกรุณาส่งสลิปการโอนเงินทางเมล์ หรือส่ง fax มาที่เบอร์ 053-737616 (Att:โครงการครูบ้านนอก) และเก็บสลิปมายืนยันการโอนเงินในวันที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม
เอกสารที่ครูบ้านนอกต้องเตรียมมา( ทั้งมีพาสปอร์ต และ ไม่มีพาสปอร์ต ) 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด ( เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง “ ประกอบการมาเข้าร่วมงานครูบ้านนอก ” ) 2. รูปถ่ายหน้าตรง 1 รูป ขนาด 2 นิ้ว 3. หากใครมีพาสปอร์ต ก็เตรียมมาด้วยนะครับ หากใครไม่มีไม่เป็นไรเราจะทำหนังสือข้ามแดนแทนใคร
เรื่องการเตรียมความพร้อมและเรื่องอื่นๆ
+ ที่พักเราจะพักที่บ้านชาวบ้าน (แยกชาย แยกหญิง ) หลังละ 2 คน + เสื้อกันหนาว ( อากาศเริ่มหนาวกันแล้ว ) + ยากันยุง ( สำคัญมาก ) + ยารักษาโรคประจำตัว ( ถ้ามี ) + ถุงนอน ไฟฉาย รองเท้าแตะ + เสื้อผ้า (ส่วนตัว) เตรียมมาเท่าที่จำเป็น เตรียมผ้าถุง / ผ้าขะม้า สำหรับอาบน้ำ + ของบริจาค อุปกรณ์กีฬา / เครื่องเขียน / ของเล่น / ของรางวัล / ขนม สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ... อื่น ๆ
** การจองตั๋ว เดินทางมาร่วมกิจกรรม โครงการครูบ้านนอก ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการต้องรับผิดชอบตัวเอง ** ( รีบจองตั่ว ไป – กลับ กันเลย นะครับ เพราะมันช่วงวันหยุดหลายวัน )
สยามเฟริสทัวร์ 02-2031420-22 กทม. – เชียง ของ ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.30 น. ถึง เชียง ของ 08.00 น. VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียง ของ 07.40 น. เชียงของ – กทม. ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น. VIP รถออกจากสถานีขนส่ง เชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น.
สมบัติทัวร์ โทร.02-5531753 กทม. – เชียง ของ ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียงของ 07.00 น. ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.15 น. ถึง เชียงของ 07.15 น. ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 20.15 น. ถึง เชียงของ 08.15 น. VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 20.40 น. ถึง เชียง ของ 08.40 น. ป.2 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.20 น. ถึง เชียงของ 07.20 น. เชียงของ – กทม. ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 04.00 น.
( ปล. หากได้รับเมล์แล้วกรุณาตอบกลับด้วยนะครับ เพื่อทางเราจะทราบว่าเมล์ถึงหรือไม่ ขอบคุณครับ )
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณจะเด็จ Email: jadad@bannok.com MSN: jadadbannok@hotmail.com เบอร์โทร : 053-737-412 - 3 ต่อ 23 ขอสาย จะเด็จ มือถือ : 0-87183-3705
![]() ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?... Start: 10:59
Start: 10/23/2010 - 10:59
End: 10/25/2010 - 10:59
โครงการ “ให้2” (ให้ ยกกำลัง ๒) --------------------------------------------------------------------------
“ให้”2 To give to share to care ลักษณะกิจกรรม สถานที่ กำหนดการ โครงการ “ให้^2” (ให้ยกกำลังสอง) วันศุกร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ (เป็นเวลาหลังเลิกงาน) ๑๘.๓๐ น. นัดเจอกันที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ถ.วิภาวดีรังสิต
วันเสาร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันปิยะมหาราช) บ่าย อาสาเรียนรู้ทำสบู่กาแฟ วันอาทิตย์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ ๑๒.๐๐ อาหารเที่ยง
วันจันทร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันหยุดชดเชยวันปิยะมหาราช) หมายเหตุ กิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ประกาศรับบริจากสิ่งของสำหรับน้องบนดอย หรือจัดส่งไปที่ คุณสมศักดิ์ คีรีภูมิทอง สมทบค่าใช้จ่าย *** อาสาเตรียมเต๊นท์ ถุงนอน ไปนอนที่บ้านแม่กลางหลวง เนื่องจากบ้านพักเต็ม อยู่ระหว่างประสานงาน บ้านพักเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายนี้ไม่รวม สมทบค่าทำกิจกรรม โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์
เมื่อโอนแล้วกรุณาโทรยืนยันการโอนที่ หรือ นำหลักฐานการโอนมาแสดงในวันเดินทาง เปิดรับสมัคร (ยังไม่มีกำหนด) รับจำนวนจำกัด ๒๐ คน (รถตู้ ๒ คัน) ค่าใช้จ่าย คร่าวๆ ต่อ รถตู่ ๑ คัน จำนวนอาสา ๕ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๕๐๐๐ บาท จำนวนอาสา ๖ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๔๒๐๐ บาท จำนวนอาสา ๗ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๖๐๐ บาท จำนวนอาสา ๘ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๒๐๐ บาท จำนวนอาสา ๙ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๘๐๐ บาท จำนวนอาสา ๑๐ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๕๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายดังกล่าวมากน้อย ขึ้นกับการผันผวนราคาน้ำมัน ณ ขณะนั้น ซึ่งค่าใช้จ่าย ข้างต้น คิดคร่าวๆดังนี้ ค่ารถตู้ ต่อ คัน หาก หลังจากวันที่เปิดรับสมัคร จนถึงวันที่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ได้สมาชิกไม่ถึง ๕ คน เราจะไปทางเลือกที่ ๒ คือ รถทัว ติดต่อสอบถาม เตรียมตัว และเตรียมใจ
หมายเหตุ
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 24
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... (all day)
Start: 10/21/2010 - 00:10
End: 10/28/2010 - 14:10
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553 ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010 ----------------------------------------- ความเป็นมา อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553) ลงทะเบียนภาคสนาม จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
กำหนดการสัมมนาวิชาการ แม่น้ำโขง ณ นครพนม II --------------------------------- 08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน” ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน" 15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป” 17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว” 18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง” 10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม” 13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน * วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม กำหนดการภาคสนาม นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย -------------------------------------- วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง 8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน) ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์ วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้า ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173 เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น. 21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม เอกสารการเดินทาง จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam การยกเลิกการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงรายการ หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850 การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/ กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm (all day)
Start: 10/22/2010 - 14:10
End: 10/25/2010 - 14:10
โปรแกรมกำหนดการครูบ้านนอก รุ่น 129 ระหว่างวันที่ 22 – 25 ตุลาคม 2553 ณ หมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ต. วาวี อ. แม่สรวย จ.เชียงราย
วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 53 07.30 –08.30น. ทีมงานกระจกเงาจะนำรถไปรอรับที่ บขส.เชียงรายแห่งใหม่ (ตะเคียนคู่)หน้าเสาธงพร้อมป้ายโครงการครูบ้านนอก“ ยินดีต้อนรับ คนที่มีหัวใจเป็นครู ”หรือ โทร ฯ ติดต่อได้ที่ 08-7183-3705 ขอสายครูจะเด็จ ก่อนเข้ามูลนิธิเราจะแวะนมัสการพ่อขุนเม็งรายผู้สร้างเมืองเชียงราย 09.00 น.-12.00 น.ถึง" มูลนิธิกระจกเงา " แยกย้ายทำธุระส่วนตัว ดื่มน้ำ - ดื่มชา - กาแฟเป็นที่เรียบร้อยเราจะมาดูPresent -แนะนำมูลนิธิกระจกเงา-เจ้าหน้าที่ -อาสาสมัคร-รู้จักโครงการต่าง ๆ-วัตถุประสงค์ ของโครงการ -เล่าประวัติ ความเป็นมาและการทำงานของมูลนิธิกระจกเงารับประทานอาหารกลางวันที่มูลนิธิ กระจกเงาจากนั้น เราจะทำ กิจกรรมแนะนำตัวกันเองระหว่างคุณครูด้วยกัน-พูดคุยกำหนดการ -ประวัติของ หมู่บ้าน -โรงเรียน -การเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง 12.00น .รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ที่ มูลนิธิกระจกเงา
19.00น.กิจกรรมสันทนาการโดย ครูบ้านนอก 20.00น.เวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม–ตอบข้อซักถามจากผู้นำหมู่บ้านสรุปงานเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้สำหรับการสรุปงานเราจะมีการสรุปงานครูบ้านนอกกันทุกคืนค่ะ
วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 (วันแห่งการถ่ายทอดความรู้)
15.00 น. เข้าแถวเลิกเรียน แยกย้ายกันเข้าบ้าน ครูบ้านนอกท่านใดจะไปเล่นน้ำ เก็บผัก หาปลา ก็ทาบทามเด็ก ๆ เป็นไกด์ได้เลยนะค่ะ 19.00น. กิจกรรมสันทนาการบริเวณศูนย์กลางหมู่บ้าน 20.00น. สรุปกิจกรรมของวัน ที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน) วันนี้เราจะเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน โดยจะเดินเท้า ศึกษาเส้นทาง ธรรมชาติ ช่วยชาวบ้านทสวนทำไร่ เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น
19.00น. คืนนี้ จะมีการแสดงวัฒนธรรม ของหมู่บ้าน และครูบ้านนอก สามารถหาชุดชนเผ่ามาใส่กันได้ 20.30น. สรุปกิจกรรมของวันที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53 (วันแห่งการร่ำลา) 08.00 น.เจอกันที่ลานหมู่บ้าน พร้อมสัมภาระ ครูบ้านนอก อย่าลืมล่ำลาครอบครัวที่เราเข้าพัก และเด็ก ๆ นะค่ะ 09.00 น. เดินทางไปเที่ยว ในตัวเมืองเชียงรายวัดร่องขุ่น เราจะทานมื้อเที่ยงที่นั้น(รับผิดชอบตัวเอง) 15.00 น. ส่งคณะครูบ้านนอกที่ขนส่งเชียงรายแห่งที่ 2(ตะเคียนคู่)
หมายเหตุ....กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบ ตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม
การเดินทางเข้าพื้นที่ของคณะครูบ้านนอกในรุ่นนี้เป็นการเดินทางที่ไกล ระยะห่างระหว่างหมู่บ้านจะคือถึงกระจกเงา รวมระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ซึ่งทางโครงการครูบ้านนอกต้องรบกวนให้ครูบ้านนอกที่มาร่วมโครงการ ช่วยสมทบทุนค่าเดินทางเข้าพื้นที่ ประมาณท่านละ 200 - 250 บาท ในเงินส่วนต่างนี้ (นอกเหนือจากค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ) ซึ่งเงินส่วนต่างนี้เราจะมาจ่ายที่มูลนิธิกระจกเงาในวันที่เดินทางมาถึง สามรถโอนเงินยืนยันได้เลยที่.... ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา " ธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 1,000 บาท ( สำหรับค่าอาหารตลอดโปรแกรม ไม่รวมค่าเดินทางไปกลับเชียงราย )
สิ่งที่ครูสามารถเตรียมมาสำหรับร่วมกิจกรรม 1. สื่อการเรียนการสอน 2. ยากำจัดเหา 3. อุปกรณ์การเรียน 4. อุปกรณ์กีฬา 5. ขนม ต่าง ๆ (ที่มีประโยชน์กับเด็กด้วยนะค่ะ เราไม่เน้นขนมขยะค่ะ) 6. นม 7. เสื้อกันหนาวสำหรับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ 8. ผ้าห่ม สำหรับบ้านที่เราเข้าพัก และ นักเรียนที่พักในหอพักโรงเรียนบ้านจะคือ 8. ทุนสำหรับอาหารกลางวัน
กฎการวางตัว / ข้อห้าม / คำเตือน · ห้ามให้เบอร์โทรศัพท์แก่นักเรียนเป็นเด็ดขาด · ห้ามพูดคำหยาบ · คนที่มาเป็นคู่รบกวนเรื่องการวางตัวที่เหมาะสม ไม่ประพฤติตัวที่เกินเลยจนดูน่าเกลียด เพราะเราเข้าพื้นที่ในฐานะ “ ครู ” · ของมีค่าควรเก็บไว้กับตัวเองตลอดเวลา · การใช้เครื่องมือสื่อสาร รบกวนให้ทางคณะครูบ้านนอกใช้เครื่องมือสื่อสารหลังเสร็จกิจกรรม · ห้ามให้เงินแก่เด็กเป็นเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด · งดเว้นการดื่มสุรา · ห้ามออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยมิได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำโครงการทราบ ข้อแนะนำเตรียมการก่อนสอน · เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะเป็นเด็กชนเผ่าซึ่งเด็ก ๆ จะพูด และเขียนภาษาไทยไม่ชำนาญเหมือนเด็กในเมือง ครูสามารถเน้นเรื่องนี้ได้เลยค่ะ · การเรียนการสอนในชุมชน เด็ก ๆ จะคละกันตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงวัยรุ่น บาง ครั้งอาจมี พ่อ แม่ของเด็กมาเรียนด้วยครูเตรียมการสอนสำหรับเด็กทุกวัยมาได้เลย และการสอนเราจะมาสอนเป็นกลุ่มกับผู้ที่มาร่วมโครงการท่านอื่น ๆ ค่ะ · สำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียน เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะสอนในระดับชั้น ป.4 – ม.3 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนครูที่เข้าร่วมโครงการด้วยนะค่ะ ทางโครงการจะประเมินจำนวนชั้นเรียนอีกครั้งในวันที่มาถึง ส่วนการสอนในชั้นเรียน ครู ก็ใช้การเรียนการสอนแบบประยุกต์ไม่จำเป็นต้องตามแผนการเรียนโดยตรง เพราะเราจะเข้าไปสอนแบบสอนเสริมทักษะความรู้เพิ่มเติมจากที่เด็กเรียนในชั้น เรียนนะค่ะ · การสอนในห้องเรียนแต่ละชั้นเรียนความรู้เด็กในชั้นจะไม่เท่าเทียมกัน จะมีทั้งเด็กที่อยู่ในเกณฑ์การเรียนดี และเกณฑ์การเรียนที่ค่อนข้างต่ำคละกันไปในแต่ละชั้นเรียน · สำหรับการสอนในชั้น ป.6 และ ม. 3 การเรียนการสอนควรจะมีส่วนในการแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับเด็ก 2 ช่วงการศึกษานี้
รับจำนวนจำกัด 50 คนเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Mail. jadadbannok@hotmail.com ครูจะเด็จ หรือโทร.... 053-737412 ต่อ 23 หรือ 087-1833705 ![]() ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?... (all day)
Start: 10/22/2010 - 21:30
End: 10/25/2010 - 23:13
โครงการ : ลุ่มน้ำภูมิปัญญากับอาสาร่วมฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม 53 วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม 53 วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 53 รับอาสาสมัคร จำนวน 48 คน สอบถามกิจกรรมที่ รายละเอียดเพิ่มเติม www.v4nature.org (all day)
Start: 10/23/2010 - 00:33
End: 10/25/2010 - 13:33
ครูบ้านนอกสัญจร ครั้งที่ 10 สปป.ลาว “ สะบายดี – เมืองลาว 2 ” วันที่ 23 ตุลาคม 53 - วันที่ 25 ตุลาคม 53
วัน เสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเปิดประตู สู่การเรียนรู้ ) 8.00 น. ทีมงานมูลนิธิกระจกเงา จะนำรถยนต์ ไปรอรับที่ บขส. อำเภอเชียงของ พร้อมเบอร์โทร ฯ 08 -7183-3705 ขอสาย จะเด็จ ( สำหรับอาหารเช้า- รบกวนผู้เข้าร่วมงานจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ) ออกเดินทางไปที่ว่าการ อำเภอเชียงของ เพื่อไปทำบอร์ดดิ้งพาส ข้ามพรหมแดน ไทย – สปป. ลาว จากนั้นทำการปฐมนิเทศ ชี้ เเจงโปรแกรม กำหนดการ เตรียมความพร้อม ด้านต่าง ๆ แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมการเรียนการสอน และ แบ่งกลุ่มบ้านพัก หลังละ 2 คน (ชายคู่ชาย/หญิงคู่หญิง) และ แนะนำข้อมูลชุมชนเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้คณะครูบ้านนอก ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้
16.00 น. ถึงหมู่บ้าน เราจะพบกับนายบ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน จากนั้นเด็ก ๆ จะมารอรับคณะครูบ้านนอกเข้าบ้านพัก หลังละ 2 คน โดยทางเราจะจัดอาหารให้สำหรับครูบ้านนอก เข้าไปทำอาหารทานรวมกันกับชาวบ้านและ เด็ก ๆ ที่เราเข้าไปพัก ครูบ้านนอกทำความรู้จักครอบครัวของเด็ก ๆ อาบน้ำ ทำธุระส่วนตัว และ ทำอาหารทานที่บ้านร่วมกับครอบครัวที่เราเข้าไปพัก 19.00 น. สำหรับในคืนแรกตอนค่ำหลังจากที่ทานข้าวเย็นแล้ว มีกิจกรรมสันทนาการ เพื่อทำความรู้จักกับเด็ก ๆ และชาวบ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งคืนนี้เป็นวันออกพรรษา ของฝั่ง สปป. ลาว เช่นกัน ส่วนจะมีประเพณี หรือ พิธีกรรม อย่างไรนั้น ทางทีมงานจะเข้าไปประสานงานอีกที 20.00 น. จะเป็นเวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม – ตอบ ข้อซักถาม จาก นายบ้าน กำนัน ผู้นำหมู่บ้าน ผู้เฒ่า ผู้แก่ และคณะกรรมการหมู่บ้าน และสรุปงานประจำวัน และเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้ 21.00 น. แยกย้ายเข้าที่พัก
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 ( กิจกรรมการเรียนการสอน / สัทนาการ / เกม / เพลง ) ตื่นแต่เช้ามาสัมผัสอากาศต่างแดน กับยามเช้า ๆ ฟังเสียงนก เสียงไก่ ขานต้อนรับวันใหม่ ที่หมู่บ้านน้ำปุก ยังมีตลาดเช้าประจำหมู่บ้าน ครูบ้านนอกท่านใดสนใจสามารถตื่นมาเที่ยวชมกันได้ ใน วันนี้คณะครูบ้านนอกจะเข้าทำกิจกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียน สัทนาการ เกม เพลง กับเด็ก ๆ ที่โรงเรียน ประมาณ 200 คน ซึ่งเด็ก ๆ สื่อสารภาษาท้องถิ่น (ลาว) เป็นหลัก แต่สามารถสื่อสารกับเราเข้าใจได้ อันนี้ต้องใช้ความสามารถกันหน่อย .. จ้า ..
13.00 น. ช่วงบ่ายทำการเรียน การสอน แบบฐานการเรียรนรู้ โดยแบ่งเป็น 4 ฐาน ด้วยกัน เช่น ..ฐานศิปละ –ฐานสุขภาพ – ฐานคณิตศาสตร์ .. เป็นต้น 15.00 น. เราจะจัดการแข่งขันกีฬาฮาเฮ ระหว่าง ชาวบ้าน กับ ครูบ้านนอก และ ครูบ้านนอก กับเด็ก ๆ 16.00 น. เลิกเรียน แยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัย ทำอาหารทางที่บ้านพัก 19.00 น วันนี้มีงานประเพณี สืบสานวัฒนธรรมของประเทศลาว เป็นการรำวงดั่งเดิมของประเทศลาว โดยจะมีชาวบ้าน และเด็ก ๆ มาร่วมกันรำวงกับพวกเรา เหล่าคณะครูบ้านนอกด้วยกัน ครูบ้านนอก สามารถหยิบยืมชุดของชาวบ้านที่เราเข้าไปพัก มาใส่ร่วมงานรำวงกันได้ .. จ้า .. 21.00 น. สรุปงานเตรียมความพร้อมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2553 ( วันร่ำลา ) Morning call กับเสียงหมู เสียงไก่ พวกเราตื่นทำธุระส่วนตัว รับประทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย วันนี้ ช่วงเช้า ชาวบ้านจะทำ พิธีบายศรีสู่ขวัญให้แก่คณะครูบ้านนอก ผูกข้อไม้ ข้อมือ ให้กับคณะครูบ้านนอก ก่อนจะเดินทางกลับ หลังจากนั้นเป็น กิจกรรมส่งท้ายร่ำลาระหว่างพวกเรา กับชาวบ้านและเด็ก ๆ ทุกคน คณะครูบ้านนนอก มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา และ ทุนการศึกษาให้กับทางโรงเรียน 10.00 น. ออกเดินทางจากหมู่บ้านน้ำปุก แวะเที่ยวตลาดอินโดจีน และ ตลาดขายของ ของ สปป. ลาว จะรับประทานอาหารเที่ยงกันที่นั้น 14.00 น. เดินทางมา ถึง ตม.จังหวัดบ่อแก้ว ตรวจเอกสารและสัมภาระ ก่อนขึ้นเรือข้ามแม่น้ำโขง กลับมาประเทศไทย ถึงด่านตม.อ.เชียงของ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ 15.00 น. ส่งครูบ้านนอกกลับที่ขนส่ง อ.เชียงของ จังหวัดเชียงราย เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ.....กำหนดการสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามความเหมาะสม และ ตามสถานการณ์ ต่าง ๆ
*** รับจำนวนจำกัด 50 คน เท่านั้น ที่ยืนยันการโอนเงินเข้าร่วมโครงการ ไม่รับการยืนยันปากเปล่าทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล์ ***
การลงทะเบียน โดยการลงทะเบียนผ่าน ธนาคาร ฯ ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา" ธ.กรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 2,200 บาท สำหรับค่าอาหาร / ค่าเดินทางไป - กลับ / เข้าพื้นที่ สปป. ลาว และ เดินทางไปหมู่บ้านน้ำปุก ค่าประสานงาน อุปกรณ์ อื่น ๆ เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมครั้งนี้ และ ท่านจะได้เสื้อคนละ 1 ตัว เป็นของที่ระลึก ( ไม่รวมค่าเดินทาง ไป – กลับ ของอาสาสมัครเข้าร่วมงาน )
หมายเหตุ เมื่อ ลงทะเบียนผ่านธนาคาร แล้วกรุณาส่งสลิปการโอนเงินทางเมล์ หรือส่ง fax มาที่เบอร์ 053-737616 (Att:โครงการครูบ้านนอก) และเก็บสลิปมายืนยันการโอนเงินในวันที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม
เอกสารที่ครูบ้านนอกต้องเตรียมมา( ทั้งมีพาสปอร์ต และ ไม่มีพาสปอร์ต ) 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด ( เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง “ ประกอบการมาเข้าร่วมงานครูบ้านนอก ” ) 2. รูปถ่ายหน้าตรง 1 รูป ขนาด 2 นิ้ว 3. หากใครมีพาสปอร์ต ก็เตรียมมาด้วยนะครับ หากใครไม่มีไม่เป็นไรเราจะทำหนังสือข้ามแดนแทนใคร
เรื่องการเตรียมความพร้อมและเรื่องอื่นๆ
+ ที่พักเราจะพักที่บ้านชาวบ้าน (แยกชาย แยกหญิง ) หลังละ 2 คน + เสื้อกันหนาว ( อากาศเริ่มหนาวกันแล้ว ) + ยากันยุง ( สำคัญมาก ) + ยารักษาโรคประจำตัว ( ถ้ามี ) + ถุงนอน ไฟฉาย รองเท้าแตะ + เสื้อผ้า (ส่วนตัว) เตรียมมาเท่าที่จำเป็น เตรียมผ้าถุง / ผ้าขะม้า สำหรับอาบน้ำ + ของบริจาค อุปกรณ์กีฬา / เครื่องเขียน / ของเล่น / ของรางวัล / ขนม สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ... อื่น ๆ
** การจองตั๋ว เดินทางมาร่วมกิจกรรม โครงการครูบ้านนอก ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการต้องรับผิดชอบตัวเอง ** ( รีบจองตั่ว ไป – กลับ กันเลย นะครับ เพราะมันช่วงวันหยุดหลายวัน )
สยามเฟริสทัวร์ 02-2031420-22 กทม. – เชียง ของ ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.30 น. ถึง เชียง ของ 08.00 น. VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียง ของ 07.40 น. เชียงของ – กทม. ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น. VIP รถออกจากสถานีขนส่ง เชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น.
สมบัติทัวร์ โทร.02-5531753 กทม. – เชียง ของ ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียงของ 07.00 น. ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.15 น. ถึง เชียงของ 07.15 น. ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 20.15 น. ถึง เชียงของ 08.15 น. VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 20.40 น. ถึง เชียง ของ 08.40 น. ป.2 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.20 น. ถึง เชียงของ 07.20 น. เชียงของ – กทม. ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 04.00 น.
( ปล. หากได้รับเมล์แล้วกรุณาตอบกลับด้วยนะครับ เพื่อทางเราจะทราบว่าเมล์ถึงหรือไม่ ขอบคุณครับ )
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณจะเด็จ Email: jadad@bannok.com MSN: jadadbannok@hotmail.com เบอร์โทร : 053-737-412 - 3 ต่อ 23 ขอสาย จะเด็จ มือถือ : 0-87183-3705
![]() ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?... (all day)
Start: 10/23/2010 - 10:59
End: 10/25/2010 - 10:59
โครงการ “ให้2” (ให้ ยกกำลัง ๒) --------------------------------------------------------------------------
“ให้”2 To give to share to care ลักษณะกิจกรรม สถานที่ กำหนดการ โครงการ “ให้^2” (ให้ยกกำลังสอง) วันศุกร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ (เป็นเวลาหลังเลิกงาน) ๑๘.๓๐ น. นัดเจอกันที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ถ.วิภาวดีรังสิต
วันเสาร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันปิยะมหาราช) บ่าย อาสาเรียนรู้ทำสบู่กาแฟ วันอาทิตย์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ ๑๒.๐๐ อาหารเที่ยง
วันจันทร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันหยุดชดเชยวันปิยะมหาราช) หมายเหตุ กิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ประกาศรับบริจากสิ่งของสำหรับน้องบนดอย หรือจัดส่งไปที่ คุณสมศักดิ์ คีรีภูมิทอง สมทบค่าใช้จ่าย *** อาสาเตรียมเต๊นท์ ถุงนอน ไปนอนที่บ้านแม่กลางหลวง เนื่องจากบ้านพักเต็ม อยู่ระหว่างประสานงาน บ้านพักเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายนี้ไม่รวม สมทบค่าทำกิจกรรม โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์
เมื่อโอนแล้วกรุณาโทรยืนยันการโอนที่ หรือ นำหลักฐานการโอนมาแสดงในวันเดินทาง เปิดรับสมัคร (ยังไม่มีกำหนด) รับจำนวนจำกัด ๒๐ คน (รถตู้ ๒ คัน) ค่าใช้จ่าย คร่าวๆ ต่อ รถตู่ ๑ คัน จำนวนอาสา ๕ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๕๐๐๐ บาท จำนวนอาสา ๖ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๔๒๐๐ บาท จำนวนอาสา ๗ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๖๐๐ บาท จำนวนอาสา ๘ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๒๐๐ บาท จำนวนอาสา ๙ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๘๐๐ บาท จำนวนอาสา ๑๐ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๕๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายดังกล่าวมากน้อย ขึ้นกับการผันผวนราคาน้ำมัน ณ ขณะนั้น ซึ่งค่าใช้จ่าย ข้างต้น คิดคร่าวๆดังนี้ ค่ารถตู้ ต่อ คัน หาก หลังจากวันที่เปิดรับสมัคร จนถึงวันที่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ได้สมาชิกไม่ถึง ๕ คน เราจะไปทางเลือกที่ ๒ คือ รถทัว ติดต่อสอบถาม เตรียมตัว และเตรียมใจ
หมายเหตุ
Start: 10:20
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 25
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... (all day)
Start: 10/21/2010 - 00:10
End: 10/28/2010 - 14:10
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553 ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010 ----------------------------------------- ความเป็นมา อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553) ลงทะเบียนภาคสนาม จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
กำหนดการสัมมนาวิชาการ แม่น้ำโขง ณ นครพนม II --------------------------------- 08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน” ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน" 15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป” 17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว” 18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง” 10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม” 13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน * วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม กำหนดการภาคสนาม นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย -------------------------------------- วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง 8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน) ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์ วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้า ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173 เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น. 21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม เอกสารการเดินทาง จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam การยกเลิกการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงรายการ หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850 การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/ กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm End: 14:10
Start: 10/22/2010 - 14:10
End: 10/25/2010 - 14:10
โปรแกรมกำหนดการครูบ้านนอก รุ่น 129 ระหว่างวันที่ 22 – 25 ตุลาคม 2553 ณ หมู่บ้านห้วยน้ำกลืน ต. วาวี อ. แม่สรวย จ.เชียงราย
วันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 53 07.30 –08.30น. ทีมงานกระจกเงาจะนำรถไปรอรับที่ บขส.เชียงรายแห่งใหม่ (ตะเคียนคู่)หน้าเสาธงพร้อมป้ายโครงการครูบ้านนอก“ ยินดีต้อนรับ คนที่มีหัวใจเป็นครู ”หรือ โทร ฯ ติดต่อได้ที่ 08-7183-3705 ขอสายครูจะเด็จ ก่อนเข้ามูลนิธิเราจะแวะนมัสการพ่อขุนเม็งรายผู้สร้างเมืองเชียงราย 09.00 น.-12.00 น.ถึง" มูลนิธิกระจกเงา " แยกย้ายทำธุระส่วนตัว ดื่มน้ำ - ดื่มชา - กาแฟเป็นที่เรียบร้อยเราจะมาดูPresent -แนะนำมูลนิธิกระจกเงา-เจ้าหน้าที่ -อาสาสมัคร-รู้จักโครงการต่าง ๆ-วัตถุประสงค์ ของโครงการ -เล่าประวัติ ความเป็นมาและการทำงานของมูลนิธิกระจกเงารับประทานอาหารกลางวันที่มูลนิธิ กระจกเงาจากนั้น เราจะทำ กิจกรรมแนะนำตัวกันเองระหว่างคุณครูด้วยกัน-พูดคุยกำหนดการ -ประวัติของ หมู่บ้าน -โรงเรียน -การเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง 12.00น .รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน ที่ มูลนิธิกระจกเงา
19.00น.กิจกรรมสันทนาการโดย ครูบ้านนอก 20.00น.เวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม–ตอบข้อซักถามจากผู้นำหมู่บ้านสรุปงานเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้สำหรับการสรุปงานเราจะมีการสรุปงานครูบ้านนอกกันทุกคืนค่ะ
วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 (วันแห่งการถ่ายทอดความรู้)
15.00 น. เข้าแถวเลิกเรียน แยกย้ายกันเข้าบ้าน ครูบ้านนอกท่านใดจะไปเล่นน้ำ เก็บผัก หาปลา ก็ทาบทามเด็ก ๆ เป็นไกด์ได้เลยนะค่ะ 19.00น. กิจกรรมสันทนาการบริเวณศูนย์กลางหมู่บ้าน 20.00น. สรุปกิจกรรมของวัน ที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน) วันนี้เราจะเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน โดยจะเดินเท้า ศึกษาเส้นทาง ธรรมชาติ ช่วยชาวบ้านทสวนทำไร่ เกี่ยวข้าว ตีข้าว เป็นต้น
19.00น. คืนนี้ จะมีการแสดงวัฒนธรรม ของหมู่บ้าน และครูบ้านนอก สามารถหาชุดชนเผ่ามาใส่กันได้ 20.30น. สรุปกิจกรรมของวันที่ผ่านมาและเตรียมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 53 (วันแห่งการร่ำลา) 08.00 น.เจอกันที่ลานหมู่บ้าน พร้อมสัมภาระ ครูบ้านนอก อย่าลืมล่ำลาครอบครัวที่เราเข้าพัก และเด็ก ๆ นะค่ะ 09.00 น. เดินทางไปเที่ยว ในตัวเมืองเชียงรายวัดร่องขุ่น เราจะทานมื้อเที่ยงที่นั้น(รับผิดชอบตัวเอง) 15.00 น. ส่งคณะครูบ้านนอกที่ขนส่งเชียงรายแห่งที่ 2(ตะเคียนคู่)
หมายเหตุ....กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบ ตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม
การเดินทางเข้าพื้นที่ของคณะครูบ้านนอกในรุ่นนี้เป็นการเดินทางที่ไกล ระยะห่างระหว่างหมู่บ้านจะคือถึงกระจกเงา รวมระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ซึ่งทางโครงการครูบ้านนอกต้องรบกวนให้ครูบ้านนอกที่มาร่วมโครงการ ช่วยสมทบทุนค่าเดินทางเข้าพื้นที่ ประมาณท่านละ 200 - 250 บาท ในเงินส่วนต่างนี้ (นอกเหนือจากค่าลงทะเบียน 1,000 บาท ) ซึ่งเงินส่วนต่างนี้เราจะมาจ่ายที่มูลนิธิกระจกเงาในวันที่เดินทางมาถึง สามรถโอนเงินยืนยันได้เลยที่.... ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา " ธนาคารกรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 1,000 บาท ( สำหรับค่าอาหารตลอดโปรแกรม ไม่รวมค่าเดินทางไปกลับเชียงราย )
สิ่งที่ครูสามารถเตรียมมาสำหรับร่วมกิจกรรม 1. สื่อการเรียนการสอน 2. ยากำจัดเหา 3. อุปกรณ์การเรียน 4. อุปกรณ์กีฬา 5. ขนม ต่าง ๆ (ที่มีประโยชน์กับเด็กด้วยนะค่ะ เราไม่เน้นขนมขยะค่ะ) 6. นม 7. เสื้อกันหนาวสำหรับเด็ก ๆ และผู้ใหญ่ 8. ผ้าห่ม สำหรับบ้านที่เราเข้าพัก และ นักเรียนที่พักในหอพักโรงเรียนบ้านจะคือ 8. ทุนสำหรับอาหารกลางวัน
กฎการวางตัว / ข้อห้าม / คำเตือน · ห้ามให้เบอร์โทรศัพท์แก่นักเรียนเป็นเด็ดขาด · ห้ามพูดคำหยาบ · คนที่มาเป็นคู่รบกวนเรื่องการวางตัวที่เหมาะสม ไม่ประพฤติตัวที่เกินเลยจนดูน่าเกลียด เพราะเราเข้าพื้นที่ในฐานะ “ ครู ” · ของมีค่าควรเก็บไว้กับตัวเองตลอดเวลา · การใช้เครื่องมือสื่อสาร รบกวนให้ทางคณะครูบ้านนอกใช้เครื่องมือสื่อสารหลังเสร็จกิจกรรม · ห้ามให้เงินแก่เด็กเป็นเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใด · งดเว้นการดื่มสุรา · ห้ามออกนอกพื้นที่โดยเด็ดขาด โดยมิได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ประจำโครงการทราบ ข้อแนะนำเตรียมการก่อนสอน · เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะเป็นเด็กชนเผ่าซึ่งเด็ก ๆ จะพูด และเขียนภาษาไทยไม่ชำนาญเหมือนเด็กในเมือง ครูสามารถเน้นเรื่องนี้ได้เลยค่ะ · การเรียนการสอนในชุมชน เด็ก ๆ จะคละกันตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนถึงวัยรุ่น บาง ครั้งอาจมี พ่อ แม่ของเด็กมาเรียนด้วยครูเตรียมการสอนสำหรับเด็กทุกวัยมาได้เลย และการสอนเราจะมาสอนเป็นกลุ่มกับผู้ที่มาร่วมโครงการท่านอื่น ๆ ค่ะ · สำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียน เด็ก ๆ ที่เราเข้าสอนจะสอนในระดับชั้น ป.4 – ม.3 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนครูที่เข้าร่วมโครงการด้วยนะค่ะ ทางโครงการจะประเมินจำนวนชั้นเรียนอีกครั้งในวันที่มาถึง ส่วนการสอนในชั้นเรียน ครู ก็ใช้การเรียนการสอนแบบประยุกต์ไม่จำเป็นต้องตามแผนการเรียนโดยตรง เพราะเราจะเข้าไปสอนแบบสอนเสริมทักษะความรู้เพิ่มเติมจากที่เด็กเรียนในชั้น เรียนนะค่ะ · การสอนในห้องเรียนแต่ละชั้นเรียนความรู้เด็กในชั้นจะไม่เท่าเทียมกัน จะมีทั้งเด็กที่อยู่ในเกณฑ์การเรียนดี และเกณฑ์การเรียนที่ค่อนข้างต่ำคละกันไปในแต่ละชั้นเรียน · สำหรับการสอนในชั้น ป.6 และ ม. 3 การเรียนการสอนควรจะมีส่วนในการแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับเด็ก 2 ช่วงการศึกษานี้
รับจำนวนจำกัด 50 คนเท่านั้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Mail. jadadbannok@hotmail.com ครูจะเด็จ หรือโทร.... 053-737412 ต่อ 23 หรือ 087-1833705 ![]() ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?... End: 23:13
Start: 10/22/2010 - 21:30
End: 10/25/2010 - 23:13
โครงการ : ลุ่มน้ำภูมิปัญญากับอาสาร่วมฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม 53 วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม 53 วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 53 วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 53 รับอาสาสมัคร จำนวน 48 คน สอบถามกิจกรรมที่ รายละเอียดเพิ่มเติม www.v4nature.org End: 13:33
Start: 10/23/2010 - 00:33
End: 10/25/2010 - 13:33
ครูบ้านนอกสัญจร ครั้งที่ 10 สปป.ลาว “ สะบายดี – เมืองลาว 2 ” วันที่ 23 ตุลาคม 53 - วันที่ 25 ตุลาคม 53
วัน เสาร์ที่ 23 ตุลาคม 53 ( วันแห่งการเปิดประตู สู่การเรียนรู้ ) 8.00 น. ทีมงานมูลนิธิกระจกเงา จะนำรถยนต์ ไปรอรับที่ บขส. อำเภอเชียงของ พร้อมเบอร์โทร ฯ 08 -7183-3705 ขอสาย จะเด็จ ( สำหรับอาหารเช้า- รบกวนผู้เข้าร่วมงานจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ) ออกเดินทางไปที่ว่าการ อำเภอเชียงของ เพื่อไปทำบอร์ดดิ้งพาส ข้ามพรหมแดน ไทย – สปป. ลาว จากนั้นทำการปฐมนิเทศ ชี้ เเจงโปรแกรม กำหนดการ เตรียมความพร้อม ด้านต่าง ๆ แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมการเรียนการสอน และ แบ่งกลุ่มบ้านพัก หลังละ 2 คน (ชายคู่ชาย/หญิงคู่หญิง) และ แนะนำข้อมูลชุมชนเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นให้คณะครูบ้านนอก ที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้
16.00 น. ถึงหมู่บ้าน เราจะพบกับนายบ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน จากนั้นเด็ก ๆ จะมารอรับคณะครูบ้านนอกเข้าบ้านพัก หลังละ 2 คน โดยทางเราจะจัดอาหารให้สำหรับครูบ้านนอก เข้าไปทำอาหารทานรวมกันกับชาวบ้านและ เด็ก ๆ ที่เราเข้าไปพัก ครูบ้านนอกทำความรู้จักครอบครัวของเด็ก ๆ อาบน้ำ ทำธุระส่วนตัว และ ทำอาหารทานที่บ้านร่วมกับครอบครัวที่เราเข้าไปพัก 19.00 น. สำหรับในคืนแรกตอนค่ำหลังจากที่ทานข้าวเย็นแล้ว มีกิจกรรมสันทนาการ เพื่อทำความรู้จักกับเด็ก ๆ และชาวบ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งคืนนี้เป็นวันออกพรรษา ของฝั่ง สปป. ลาว เช่นกัน ส่วนจะมีประเพณี หรือ พิธีกรรม อย่างไรนั้น ทางทีมงานจะเข้าไปประสานงานอีกที 20.00 น. จะเป็นเวทีการแนะนำประวัติหมู่บ้าน ถาม – ตอบ ข้อซักถาม จาก นายบ้าน กำนัน ผู้นำหมู่บ้าน ผู้เฒ่า ผู้แก่ และคณะกรรมการหมู่บ้าน และสรุปงานประจำวัน และเตรียมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้ 21.00 น. แยกย้ายเข้าที่พัก
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 ( กิจกรรมการเรียนการสอน / สัทนาการ / เกม / เพลง ) ตื่นแต่เช้ามาสัมผัสอากาศต่างแดน กับยามเช้า ๆ ฟังเสียงนก เสียงไก่ ขานต้อนรับวันใหม่ ที่หมู่บ้านน้ำปุก ยังมีตลาดเช้าประจำหมู่บ้าน ครูบ้านนอกท่านใดสนใจสามารถตื่นมาเที่ยวชมกันได้ ใน วันนี้คณะครูบ้านนอกจะเข้าทำกิจกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียน สัทนาการ เกม เพลง กับเด็ก ๆ ที่โรงเรียน ประมาณ 200 คน ซึ่งเด็ก ๆ สื่อสารภาษาท้องถิ่น (ลาว) เป็นหลัก แต่สามารถสื่อสารกับเราเข้าใจได้ อันนี้ต้องใช้ความสามารถกันหน่อย .. จ้า ..
13.00 น. ช่วงบ่ายทำการเรียน การสอน แบบฐานการเรียรนรู้ โดยแบ่งเป็น 4 ฐาน ด้วยกัน เช่น ..ฐานศิปละ –ฐานสุขภาพ – ฐานคณิตศาสตร์ .. เป็นต้น 15.00 น. เราจะจัดการแข่งขันกีฬาฮาเฮ ระหว่าง ชาวบ้าน กับ ครูบ้านนอก และ ครูบ้านนอก กับเด็ก ๆ 16.00 น. เลิกเรียน แยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัย ทำอาหารทางที่บ้านพัก 19.00 น วันนี้มีงานประเพณี สืบสานวัฒนธรรมของประเทศลาว เป็นการรำวงดั่งเดิมของประเทศลาว โดยจะมีชาวบ้าน และเด็ก ๆ มาร่วมกันรำวงกับพวกเรา เหล่าคณะครูบ้านนอกด้วยกัน ครูบ้านนอก สามารถหยิบยืมชุดของชาวบ้านที่เราเข้าไปพัก มาใส่ร่วมงานรำวงกันได้ .. จ้า .. 21.00 น. สรุปงานเตรียมความพร้อมกิจกรรมสำหรับวันพรุ่งนี้
วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2553 ( วันร่ำลา ) Morning call กับเสียงหมู เสียงไก่ พวกเราตื่นทำธุระส่วนตัว รับประทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย วันนี้ ช่วงเช้า ชาวบ้านจะทำ พิธีบายศรีสู่ขวัญให้แก่คณะครูบ้านนอก ผูกข้อไม้ ข้อมือ ให้กับคณะครูบ้านนอก ก่อนจะเดินทางกลับ หลังจากนั้นเป็น กิจกรรมส่งท้ายร่ำลาระหว่างพวกเรา กับชาวบ้านและเด็ก ๆ ทุกคน คณะครูบ้านนนอก มอบอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา และ ทุนการศึกษาให้กับทางโรงเรียน 10.00 น. ออกเดินทางจากหมู่บ้านน้ำปุก แวะเที่ยวตลาดอินโดจีน และ ตลาดขายของ ของ สปป. ลาว จะรับประทานอาหารเที่ยงกันที่นั้น 14.00 น. เดินทางมา ถึง ตม.จังหวัดบ่อแก้ว ตรวจเอกสารและสัมภาระ ก่อนขึ้นเรือข้ามแม่น้ำโขง กลับมาประเทศไทย ถึงด่านตม.อ.เชียงของ ตรวจเอกสาร และสัมภาระ 15.00 น. ส่งครูบ้านนอกกลับที่ขนส่ง อ.เชียงของ จังหวัดเชียงราย เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ.....กำหนดการสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามความเหมาะสม และ ตามสถานการณ์ ต่าง ๆ
*** รับจำนวนจำกัด 50 คน เท่านั้น ที่ยืนยันการโอนเงินเข้าร่วมโครงการ ไม่รับการยืนยันปากเปล่าทางโทรศัพท์หรือทางอีเมล์ ***
การลงทะเบียน โดยการลงทะเบียนผ่าน ธนาคาร ฯ ชื่อบัญชี "โครงการครูอาสา" ธ.กรุงไทย สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 539-1-33371-7 บัญชีออมทรัพย์ จำนวน 2,200 บาท สำหรับค่าอาหาร / ค่าเดินทางไป - กลับ / เข้าพื้นที่ สปป. ลาว และ เดินทางไปหมู่บ้านน้ำปุก ค่าประสานงาน อุปกรณ์ อื่น ๆ เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมครั้งนี้ และ ท่านจะได้เสื้อคนละ 1 ตัว เป็นของที่ระลึก ( ไม่รวมค่าเดินทาง ไป – กลับ ของอาสาสมัครเข้าร่วมงาน )
หมายเหตุ เมื่อ ลงทะเบียนผ่านธนาคาร แล้วกรุณาส่งสลิปการโอนเงินทางเมล์ หรือส่ง fax มาที่เบอร์ 053-737616 (Att:โครงการครูบ้านนอก) และเก็บสลิปมายืนยันการโอนเงินในวันที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม
เอกสารที่ครูบ้านนอกต้องเตรียมมา( ทั้งมีพาสปอร์ต และ ไม่มีพาสปอร์ต ) 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ชุด ( เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง “ ประกอบการมาเข้าร่วมงานครูบ้านนอก ” ) 2. รูปถ่ายหน้าตรง 1 รูป ขนาด 2 นิ้ว 3. หากใครมีพาสปอร์ต ก็เตรียมมาด้วยนะครับ หากใครไม่มีไม่เป็นไรเราจะทำหนังสือข้ามแดนแทนใคร
เรื่องการเตรียมความพร้อมและเรื่องอื่นๆ
+ ที่พักเราจะพักที่บ้านชาวบ้าน (แยกชาย แยกหญิง ) หลังละ 2 คน + เสื้อกันหนาว ( อากาศเริ่มหนาวกันแล้ว ) + ยากันยุง ( สำคัญมาก ) + ยารักษาโรคประจำตัว ( ถ้ามี ) + ถุงนอน ไฟฉาย รองเท้าแตะ + เสื้อผ้า (ส่วนตัว) เตรียมมาเท่าที่จำเป็น เตรียมผ้าถุง / ผ้าขะม้า สำหรับอาบน้ำ + ของบริจาค อุปกรณ์กีฬา / เครื่องเขียน / ของเล่น / ของรางวัล / ขนม สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ... อื่น ๆ
** การจองตั๋ว เดินทางมาร่วมกิจกรรม โครงการครูบ้านนอก ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการต้องรับผิดชอบตัวเอง ** ( รีบจองตั่ว ไป – กลับ กันเลย นะครับ เพราะมันช่วงวันหยุดหลายวัน )
สยามเฟริสทัวร์ 02-2031420-22 กทม. – เชียง ของ ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.30 น. ถึง เชียง ของ 08.00 น. VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียง ของ 07.40 น. เชียงของ – กทม. ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น. VIP รถออกจากสถานีขนส่ง เชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 05.20 น.
สมบัติทัวร์ โทร.02-5531753 กทม. – เชียง ของ ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.00 น. ถึง เชียงของ 07.00 น. ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.15 น. ถึง เชียงของ 07.15 น. ป.1 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 20.15 น. ถึง เชียงของ 08.15 น. VIP รถออกจากสถานีขนส่ง หมอชิต เวลา 20.40 น. ถึง เชียง ของ 08.40 น. ป.2 รถ ออกจาก สถานีขนส่งหมอชิต เวลา 19.20 น. ถึง เชียงของ 07.20 น. เชียงของ – กทม. ป.1 รถ ออกจากสถานีขนส่งเชียงของ เวลา 16.00 น. ถึง หมอชิต 04.00 น.
( ปล. หากได้รับเมล์แล้วกรุณาตอบกลับด้วยนะครับ เพื่อทางเราจะทราบว่าเมล์ถึงหรือไม่ ขอบคุณครับ )
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณจะเด็จ Email: jadad@bannok.com MSN: jadadbannok@hotmail.com เบอร์โทร : 053-737-412 - 3 ต่อ 23 ขอสาย จะเด็จ มือถือ : 0-87183-3705
![]() ที่มา : http://www.bannok.com/volunteer/volunteer_v_php/view_detail_content.php?... End: 10:59
Start: 10/23/2010 - 10:59
End: 10/25/2010 - 10:59
โครงการ “ให้2” (ให้ ยกกำลัง ๒) --------------------------------------------------------------------------
“ให้”2 To give to share to care ลักษณะกิจกรรม สถานที่ กำหนดการ โครงการ “ให้^2” (ให้ยกกำลังสอง) วันศุกร์ที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๓ (เป็นเวลาหลังเลิกงาน) ๑๘.๓๐ น. นัดเจอกันที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ถ.วิภาวดีรังสิต
วันเสาร์ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันปิยะมหาราช) บ่าย อาสาเรียนรู้ทำสบู่กาแฟ วันอาทิตย์ที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๓ ๑๒.๐๐ อาหารเที่ยง
วันจันทร์ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ (วันหยุดชดเชยวันปิยะมหาราช) หมายเหตุ กิจกรรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ประกาศรับบริจากสิ่งของสำหรับน้องบนดอย หรือจัดส่งไปที่ คุณสมศักดิ์ คีรีภูมิทอง สมทบค่าใช้จ่าย *** อาสาเตรียมเต๊นท์ ถุงนอน ไปนอนที่บ้านแม่กลางหลวง เนื่องจากบ้านพักเต็ม อยู่ระหว่างประสานงาน บ้านพักเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายนี้ไม่รวม สมทบค่าทำกิจกรรม โอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์
เมื่อโอนแล้วกรุณาโทรยืนยันการโอนที่ หรือ นำหลักฐานการโอนมาแสดงในวันเดินทาง เปิดรับสมัคร (ยังไม่มีกำหนด) รับจำนวนจำกัด ๒๐ คน (รถตู้ ๒ คัน) ค่าใช้จ่าย คร่าวๆ ต่อ รถตู่ ๑ คัน จำนวนอาสา ๕ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๕๐๐๐ บาท จำนวนอาสา ๖ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๔๒๐๐ บาท จำนวนอาสา ๗ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๖๐๐ บาท จำนวนอาสา ๘ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๓๒๐๐ บาท จำนวนอาสา ๙ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๘๐๐ บาท จำนวนอาสา ๑๐ คน ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อคน ประมาณ ๒๕๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายดังกล่าวมากน้อย ขึ้นกับการผันผวนราคาน้ำมัน ณ ขณะนั้น ซึ่งค่าใช้จ่าย ข้างต้น คิดคร่าวๆดังนี้ ค่ารถตู้ ต่อ คัน หาก หลังจากวันที่เปิดรับสมัคร จนถึงวันที่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ได้สมาชิกไม่ถึง ๕ คน เราจะไปทางเลือกที่ ๒ คือ รถทัว ติดต่อสอบถาม เตรียมตัว และเตรียมใจ
หมายเหตุ
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 26
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... (all day)
Start: 10/21/2010 - 00:10
End: 10/28/2010 - 14:10
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553 ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010 ----------------------------------------- ความเป็นมา อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553) ลงทะเบียนภาคสนาม จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
กำหนดการสัมมนาวิชาการ แม่น้ำโขง ณ นครพนม II --------------------------------- 08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน” ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน" 15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป” 17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว” 18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง” 10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม” 13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน * วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม กำหนดการภาคสนาม นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย -------------------------------------- วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง 8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน) ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์ วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้า ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173 เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น. 21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม เอกสารการเดินทาง จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam การยกเลิกการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงรายการ หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850 การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/ กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 27
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... (all day)
Start: 10/21/2010 - 00:10
End: 10/28/2010 - 14:10
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553 ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010 ----------------------------------------- ความเป็นมา อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553) ลงทะเบียนภาคสนาม จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
กำหนดการสัมมนาวิชาการ แม่น้ำโขง ณ นครพนม II --------------------------------- 08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน” ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน" 15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป” 17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว” 18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง” 10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม” 13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน * วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม กำหนดการภาคสนาม นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย -------------------------------------- วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง 8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน) ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์ วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้า ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173 เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น. 21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม เอกสารการเดินทาง จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam การยกเลิกการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงรายการ หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850 การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/ กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 28
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... End: 14:10
Start: 10/21/2010 - 00:10
End: 10/28/2010 - 14:10
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2553 ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี Vientiane 1560-2010 - Hanoi 1010 – 2010 ----------------------------------------- ความเป็นมา อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ในฐานะอาณาบริเวณหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นอาณาบริเวณที่มีความสำคัญอย่างมากในกระแสความเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคในปัจจุบัน
วัตถุประสงค์ ผู้เข้าร่วมสัมมนา ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 500 คน สถานที่จัดสัมมนา โรงแรม นครพนม ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ภาคสนาม ท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ลงทะเบียนภาคสนาม สปป.ลาว 1,000.- บาท สถานที่ลงพื้นที่ภาคสนาม เวียงจัน 450 ปี - ฮานอยพันปี ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (วันเสาร์ที่ 23 – วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553) ลงทะเบียนภาคสนาม จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ติดต่อสอบถามที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้
กำหนดการสัมมนาวิชาการ แม่น้ำโขง ณ นครพนม II --------------------------------- 08.00 - 09.00 น. ลงทะเบียน ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “พระยาศรีโคตร : เมืองศรีโคตรบูร เมืองของสองฝั่งเรื่องจริงอิงตำนาน” ห้อง 4 ห้องทรายทอง " ความรุนแรงและสิทธิมนุษยชนไร้พรมแดน" 15.00 - 15.30 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “กวี : วรรณกรรม สองฝั่งโขง สายสัมพันธ์บ่กั้นขวาง” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “อีสานกับการเมืองไทย” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “กฎหมายระหว่างประเทศกับแม่น้ำนานาชาติ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาจากยุโรป” 17.30 – 18.00 น. เปิดตัวหนังสือ “ประวัติศาสตร์ลาว” 18.00 – 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553 ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ปัญหาเขตแดนกับรัฐชาติ กรณีศึกษาไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สื่อกับประชาธิปไตย : ลุ่มน้ำโขง – ลุ่มน้ำของ” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “การท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง- ลุ่มน้ำของ” ห้อง 4 ห้องทรายทอง “พหุสังคม-วัฒนธรรม ลุ่มน้ำโขง” 10.30 - 11.00 น. พักรับประทานอาหารว่าง ห้อง 1 ห้องเสาร์ทอง “ฮานอย 1,000 ปี และ เวียงจัน 450 ปี” ห้อง 2 ห้องยูงทอง “สะพานข้ามแม่น้ำโขงกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม” ห้อง 3 ห้องตวงทอง “ความสัมพันธ์สองฝั่งโขง : ผู้คนและวัฒนธรรม” 13.00 - 14.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน * วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม กำหนดการภาคสนาม นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง-ทุ่งไหหิน-เมืองวิงห์-เมืองแท็งฮว้า-นิงห์บิ่งห์-ฮานอย -------------------------------------- วันเสาร์ที่ 23 ต.ค. 53 นครพนม-หนองคาย-เวียงจัน-วังเวียง 8.00 น. คณะทัวร์พร้อมกันที่โรงแรมนครพนมริเวอร์วิว ออกเดินทางจากถิ่น “พระธาตุพนมค่าล้ำ วัฒนธรรมหลากหลาย เรณูผู้ไท เรือไฟโสภา งามตาฝั่งโขง” จังหวัดนครพนม รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านแดงแหนมเนือง ริมฝั่งโขงบรรยากาศเย็นสบาย ชมและชิมรสชาติวัฒนธรรมอาหารลูกผสมเวียดนาม-ไทย บ่าย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าสู่นครหลวงเวียงจัน สาธารณรัฐ-ประชาธิปไตยประชาชนลาว นมัสการพระธาตุหลวง ค่ำ รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมืองแห่งเมืองวังเวียง เช็คอินโรงแรมบรรยากาศธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขา วันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 53 วังเวียง – เชียงขวาง - ทุ่งไหหิน (เมืองโพนสะหวัน) ออกเดินทางไปตามเส้นหมายเลข 13 ต่อเพื่อมุ่งสู่เชียงขวาง ดินแดนท่ามกลางหุบเขาที่มีอากาศหนาวเย็น บ่าย รับประทานอาหารเที่ยง ที่ยอดภูคูน ณ ร้านภูคูนลอยฟ้า ซึ่งเป็นจุดชมวิวกลางสามแยกวังเวียง- เชียงขวาง-หลวงพระบาง ก่อนเลี้ยวขวาแยกเข้าถนนสายหมายเลข 7 สู่เมืองโพนสะหวัน ค่ำ เดินทางมาถึงตัวเมืองโพนสะหวัน รับประทานอาหารเย็น อาหารพื้นเมือง เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ออกเดินทางมุ่งสู่ทุ่งไหหิน ทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยไหหินโบราณ ปริศนาที่ยังคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนยืนยันว่าเหตุใดจึงมีไหหินมากมายอยู่บริเวณนี้ และใช้เพื่อในวัตถุประสงค์อะไร บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน เดินทางไปตามเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อมุ่งสู่ด่านน้ำกลั่น (Nam Can) ชายแดนลาว-เวียดนาม ค่ำ รับประทานอาหารเย็น
นครเวียงจันทน์ ทุ่งไหหิน เมืองวังเวียง เมืองวิงห์ วันอังคารที่ 26 ต.ค. 53 เมืองวิงห์(เวียดนาม) – เมืองแท็นห์ ฮว้า – เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมจตุรัสกลางเมือง อันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รัก บ่าย รับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองจังหวัดแท็งห์ ฮว้า จังหวัดแท็นห์ ฮว้า บ้านเกิดของกษัตริย์ Le Loi (เล เหล่ย) ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในศตวรรษที่ 15 ในการ ช่วงเย็น เดินทางมาถึงจังหวัดนิงห์ บิ่งห์ อดีตเมืองหลวงเก่าของประเทศเวียดนามก่อนที่จะย้ายไปตั้งยัง ค่ำ รับประทานอาหารเย็นพื้นเมืองจังหวัดนิงห์บิ่งห์ (มื้อ11)
จังหวัดนิงห์บิ่งห์ สะพานลองเบียน พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ วันพุธที่ 27 ต.ค. 53 เมืองนิงห์ บิ่งห์(เมืองหลวงเก่าฮวา ลือ) เช้า รับประทานอาหารเช้า ชมศาลบูชากษัตริย์ราชวงศ์ดิงห์ (Dinh) และ เล (Le) ราชวงศ์ผู้นำมาซึ่งเอกราชจากแอกการปกครองของจีน บ่าย รับประทานอาหารกลางวันมื้อพิเศษ เป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารญี่ปุ่นและเวียดนาม อาหารหลากหลาย กว่า 500เมนู พร้อมขนม ผลไม้และของหวานนานาชนิด ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เรียนรู้ศึกษาพัฒนาการประวัติศาสตร์เวียดนาม พร้อมชมหลักฐานทางโบราณคดีชิ้นงามจากช่วงสมัยยุคต่างๆ ค่ำ รับประทานอาหารเย็น เช็คอิน เข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง อิสระเดินเล่น ช็อปปิ้ง ชมวิถีชีวิตยามค่ำคืนของชาวฮานอย วันพฤหัสที่ 28 ต.ค. 53 กรุงฮานอย – กรุงเทพ เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ชมบริเวณที่ขุดค้นพบพระราชวังโบราณแห่งกรุงทังล็อง ชมห้องแสดงวัตถุหลักฐานที่ถูกขุดค้นพบ บ่าย รับประทานอาหารกลางวันต้นตำรับฮานอย พร้อมชมการแสดงดนตรีพื้นเมือง ชม คุกโบราณที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษชาวเวียดนามที่ฝรั่งเศสเป็นผู้สร้างและต่อมาถูกใช้คุมขังบรรดา ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อเดินทางกลับกรุงเพทฯ .โดยสายการบินแอร์ฟร้านซ์ เที่ยวบิน AF 173 เครื่องขึ้นเวลา 19.30 น. 21.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จบทัวร์พร้อมความประทับใจ อัตราค่าลงทะเบียนภาคสนาม อัตราค่าลงทะเบียนนี้รวม อัตราค่าลงทะเบียนนี้ไม่รวม เอกสารการเดินทาง จัดโดย Viet Journeys Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam การยกเลิกการเดินทาง การเปลี่ยนแปลงรายการ หมายเหตุ เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัด จึงขอสงวนสิทธิ์สำหรับท่านที่ชำระค่าบริการตามลำดับ คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 , 02-882-3850 การเดินทาง กรุงเทพฯ – นครพนม รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารประจำทาง เครื่องบิน บริษัท นกแอร์ จำกัด โทร.1318 , 02-900-9955 , www.nokair.com นครพนมริเวอร์วิว ถนนนครพนม-ธาตุพนม อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4252 2333-40 แฟกซ์ : 0 4252 2777, 0 4252 2780 ราคา 900 - 9,000 บาท เดอะแม่น้ำโขงแกรนด์วิว ถนนสุนทรวิจิตร อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 3564-70 แฟกซ์ : 0 4251 1037 ราคา 700 - 2,500 บาท นครพนม ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1455 , 0 4251 2729, 0 4251 1653, 0 4251 1074 ราคา 400 - 900 บาท เอส พี เรสซิเด้นซ์ ถนนนิตโย ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม: http://www.geocities.com/sp_residence โทร : 0 4251 3500-4 แฟกซ์ : 042-513505 ราคา 400 - 1,600 บาท เจ อาร์ แมนชั่น 68/3 ถนนอภิบาลบัญชา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6355-8 แฟกซ์ : 0 4251 6359 ราคา 350 - 400 บาท เค เอส แมนชั่น ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 6100 แฟกซ์ : 0 4251 6150 ราคา 280 - 400 บาท ศรีเทพ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1439 , 0 4251 2395 ราคา 320 - 600 บาท แกรนด์ ถนนศรีเทพ อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1526 , 0 4251 3788 ราคา 230 - 400 บาท ริเวอร์อิน ถนนอภิบาลบัญชา อำเภอเมือง จ.นครพนม โทร : 0 4251 1305 ราคา 500 บาท หมายเหตุ วันที่ 23 ตุลาคม 2553 จังหวัดนครพนมจัดงาน วันไหลเรือไฟ จึงขอแนะนำให้ท่านดำเนินรายการติดต่อสำรองห้องพักกับโรงแรมล่วงหน้า ด่วน ข้อมูลห้องพักจาก http://www.nakhonphanom.go.th/ กรุณาส่งใบสมัครพร้อมสำเนาโอนเงิน ทางโทรสารหมายเลข 0-2433-8713 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2424-5768, 0-2433-8713 , 02-882-3850 e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com ที่มา : http://www.textbooksproject.com/NakhonPhanom%20II.htm | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 29
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 30
(all day)
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... Start: 10:10
Start: 10/30/2010 - 10:10
End: 10/31/2010 - 10:10
ประวัติป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด “ป่า ชุมชนเขาอ้ายโป้ด” ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าชัยบาดาล จ.ลพบุรี ครอบคลุมพื้นที่หมู่ 4, 5 และ 6 ต.ซับตะเคียน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี มีประชาชน 200 กว่าครัวเรือนที่อาศัยรอบพื้นที่ป่า ซึ่งมีราว 800 ไร่ เป็นหนึ่งในป่าชุมชนที่ประสบความสำเร็จ ที่ กรมป่าไม้ โดยสำนักจัดการป่าชุมชนได้เข้ามาส่งเสริมให้ชุมชนได้เรียนรู้การจัดการป่า ชุมชน และการใช้ประโยชน์ป่าอย่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างคนกับป่า จนได้จัดตั้งเป็นป่าชุมชนในปี 2547 ทั้งนี้ เดิมพื้นที่ดังกล่าว ประสบปัญหาการบุกรุกทำลายป่าจากกลุ่มนายทุน และพื้นที่ป่าบางแห่งได้มีการจัดสรรให้แก่ประชาชนได้เข้าไปทำประโยชน์ทำให้ เหลือพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์น้อยลง นอกจากนั้น ยังเกิดปัญหาไฟป่าเกือบทุกปี จนทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรม และน้ำซับในลำห้วยต่างๆ ที่เคยสมบูรณ์ลดน้อยลง ส่งผลให้เกษตรกรและประชาชนโดยรอบประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปี ทำให้ชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้และได้ร่วมกันดูแล พื้นที่ป่าภายใต้การดำเนินงานของ “กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด” ด้วยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานในท้องถิ่น
จากช่วงที่ผ่านมา เดือน ส.ค. 53 ทางกลุ่มบ้านดินไทยได้รับการติดต่อ จากอาสาสมัคร เก่าท่านหนึ่ง ให้ไปช่วยดูพื้นที่ เพราะป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ดเป็นพื้นที่ภูเขาหินปูน ทำให้น้ำที่ตกลงมาไม่สามารถกักเก็บไว้ได้ ทำให้เกิดปัญหา สัตว์ป่าที่อยู่บนเขาต้องลงมากินน้ำข้างล่างและทำให้เสียชีวิต จำนวนมาก ดังนั้น จึงมีแนวคิดการกักเก็บน้ำไว้บนเขาเพื่อให้สัตว์ป่า มีน้ำกินและลดการสูญเสียของสัตว์ป่า ในป่าชุมชน (สัตว์ป่า ที่ยังเหลืออยู่ เช่น เลียงผา หมูป่า ไก่ป่า ฯลฯ ) หลังจากที่ไปเซอร์เวย์ทำให้กลุ่มบ้านดินไทยมีข้อสรุปว่าควรเข้าไปช่วยทำ แหล่งกักเก็บน้ำ ดังนั้นจึงประกาศรับอาสาไปช่วยกันสร้างแหล่งกักเก็บน้ำไว้ให้สัตว์ป่า
รายละเอียดกิจกรรม วันที่ เสาร์ที่ 30 - อาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 53 ณ. ป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด จ.ลพบุรี วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 53.
วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 53.
สมทบค่าใช้จ่าย (ท่านละ 1120 บาท ราคานี้รวมค่าเสื้ออาสาแล้ว)
ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมกรุณา โอน เงินผ่านบัญชี ออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย ม.เกษตรศาสตร์ ชื่อบัญชี นายสุรัช สะราคำ เลขที่ บัญชี 235-2-03348-4 ออมทรัพย์
สวัสดิการ
การเตรียมตัว
ความคาดหวังที่ทุกท่านเข้าร่วมจะได้
ที่มา : http://www.baandinthai.com/index.php?option=com_content&view=article&id=... Start: 13:30
End: 16:30
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
10 / 31
End: 13:15
Start: 10/02/2010 - 13:15
End: 10/31/2010 - 13:15
ขอเชิญร่วมงานเทศกาลศิลปกับสังคม ๒๕๕๓ : ศิลปะนานาพันธุ์ ๓ : ในวาระครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย ๒ - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
๒ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.- การเสวนาทางศิลปวัฒนธรรม หัวข้อ “ศิลปะร่วมสมัยกับชีวิต : มุมมองจากมนุษย์ผู้บังเอิญเกี่ยวข้อง” ผู้ร่วมเสวนา มนทกานติ รังสิพราหมณกุล บรรณาธิการนิตยสาร Madame Figaro อ.อภิรักษ์ ชัยปัญหา คณะมนุษยศาสตร์ และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา ผู้ดำเนินรายการ อ.ปวิตร มหาสารินันทน์ ภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา ๑๔.๓๕ น. – พิธีเปิดศิลปะจัดวาง : จิตสำนึกปรีดี พนมยงค์ เพื่อชาติและราษฎร / เปิดเทศกาลศิลปะนานาพันธุ์ ครั้งที่ ๓ : ผลของการที่ก่อสร้างไว้ดีแล้ว ย่อมไม่สูนย์หาย / การแสดงเชิดหุ่นสาย โดย วศิน มิตรสุพรรณ และเพื่อน ๆ ฯลฯ -พิธีมอบรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชั่นโครงการจัดงานครบรอบชาตกาล ๑๑๐ ปี รัฐบุรุษอาวุโสฯ -พิธีมอบรางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์โครงการภาพยนตร์นานาชาติ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๓ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.- ฉายภาพยนตร์โครงการ ๑๑๐ ปีฯ โดยมูลนิธิหนังไทย พร้อมการเสวนา ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - รวมมิตรศิลปวัฒนธรรม การแสดงหุ่นกระบอกจีนไหหลำ โดยคณะผ่านฟ้าหุ่นกระบอก(ผั่นวา) เรื่อง “เจ้าสาวสองเกี้ยว” / การแสดงละครหุ่นร่วมสมัย เรื่อง “ความฝัน...การเดินทาง” โดย สาขาสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / การเล่านิทาน โดย กลุ่มนิทานแต้มฝัน / การแสดงของนายหนังผวน ตะลุงทอล์คโชว์ อันลือลั่น / พบการแสดงเพลงซอของ แม่จำปา แสนพรม พร้อมด้วย การแสดงของโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ๑๐ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. - บรรเลงดนตรีสดประกอบการฉายภาพยนตร์ เรื่อง “The Battleship Potemkin 1925” โดย คานธี อนันตกาญจน์ และเพื่อนๆ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Kid 1924” ผลงานของ ชาลี แชปปลิ้น ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๖.๐๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “SÉ RAPHINE 2008” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๑๖ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Lower depths 1957” เวลา ๑๔.๑๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Werckmeister Harmonies 2000” ๑๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “The Adventures of Baron Munchausen 1989 เวลา ๑๔.๓๐ น.- ฉายภาพยนตร์ในห้องกระจกเรื่อง “Mirrormask 2006” ๑๙-๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น. - แสดงละครเวทีเรื่อง “star man” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ โดย กลุ่ม B-Floor ๒๓ – ๒๔ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. และ ๑๕.๓๐ น. - อ่านสังคม ณ Crescent Moon Space โดย พระจันทร์เสี้ยวการละคร ๒๙ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. – ทัศนศิลป์วิจารณ์ : สันติภาพในงานศิลปะ การนำเสนอบทวิจารณ์ทัศนศิลป์ โดย ถนอม ชาภักดี ,ไพศาล เปลี่ยนบางช้าง , ชล เจนประภาพันธ์ ,ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร , กฤษดา ดุษฎีวนิช , สิทธิธรรม โรหิตะสุข พร้อมสลับการแสดงศิลปะสื่อการแสดงสด โดย สาทิต รักษาศรี และ ชัยวัฒน์ คำดี ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๙.๐๐ น. -การแสดงชุด “อ่าน ดู ฟัง” ณ ลานน้ำพุ โดย นพพันธ์ บุญใหญ่ และเพื่อนๆ ๓๐ ต.ค. ๕๓ เวลา ๑๒.๐๐ น. - ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Intolerance 1916” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ เวลา ๑๕.๓๐ น. – ฉายภาพยนตร์เรื่อง “Waterloo bridge 1940” ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์ ๓๑ ต.ค.๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. - แสดงละครใบ้ เรื่อง “ไทยจ๋า” โดย กลุ่มเบบี้ไมม์ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ๖๕/๑ สุขุมวิท ๕๕ (ทองหล่อ) เขตวัฒนา กุรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ สอบถามรายละเอียดที่ ๐๒-๓๘๑-๓๘๖๐-๑ E mail : banomyong_inst@yahoo.com website : www.pridiinstitute.com
พิเศษสุดการแสดงคอนเสิร์ต “สันติภาพ” วันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ หอประชุมพูนศุข พนมยงค์
ที่มา : http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=48&s_id=120&d_id=120 (all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... End: 10:10
Start: 10/30/2010 - 10:10
End: 10/31/2010 - 10:10
ประวัติป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด “ป่า ชุมชนเขาอ้ายโป้ด” ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าชัยบาดาล จ.ลพบุรี ครอบคลุมพื้นที่หมู่ 4, 5 และ 6 ต.ซับตะเคียน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี มีประชาชน 200 กว่าครัวเรือนที่อาศัยรอบพื้นที่ป่า ซึ่งมีราว 800 ไร่ เป็นหนึ่งในป่าชุมชนที่ประสบความสำเร็จ ที่ กรมป่าไม้ โดยสำนักจัดการป่าชุมชนได้เข้ามาส่งเสริมให้ชุมชนได้เรียนรู้การจัดการป่า ชุมชน และการใช้ประโยชน์ป่าอย่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันระหว่างคนกับป่า จนได้จัดตั้งเป็นป่าชุมชนในปี 2547 ทั้งนี้ เดิมพื้นที่ดังกล่าว ประสบปัญหาการบุกรุกทำลายป่าจากกลุ่มนายทุน และพื้นที่ป่าบางแห่งได้มีการจัดสรรให้แก่ประชาชนได้เข้าไปทำประโยชน์ทำให้ เหลือพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์น้อยลง นอกจากนั้น ยังเกิดปัญหาไฟป่าเกือบทุกปี จนทำให้สภาพป่าเสื่อมโทรม และน้ำซับในลำห้วยต่างๆ ที่เคยสมบูรณ์ลดน้อยลง ส่งผลให้เกษตรกรและประชาชนโดยรอบประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปี ทำให้ชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้และได้ร่วมกันดูแล พื้นที่ป่าภายใต้การดำเนินงานของ “กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด” ด้วยการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานในท้องถิ่น
จากช่วงที่ผ่านมา เดือน ส.ค. 53 ทางกลุ่มบ้านดินไทยได้รับการติดต่อ จากอาสาสมัคร เก่าท่านหนึ่ง ให้ไปช่วยดูพื้นที่ เพราะป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ดเป็นพื้นที่ภูเขาหินปูน ทำให้น้ำที่ตกลงมาไม่สามารถกักเก็บไว้ได้ ทำให้เกิดปัญหา สัตว์ป่าที่อยู่บนเขาต้องลงมากินน้ำข้างล่างและทำให้เสียชีวิต จำนวนมาก ดังนั้น จึงมีแนวคิดการกักเก็บน้ำไว้บนเขาเพื่อให้สัตว์ป่า มีน้ำกินและลดการสูญเสียของสัตว์ป่า ในป่าชุมชน (สัตว์ป่า ที่ยังเหลืออยู่ เช่น เลียงผา หมูป่า ไก่ป่า ฯลฯ ) หลังจากที่ไปเซอร์เวย์ทำให้กลุ่มบ้านดินไทยมีข้อสรุปว่าควรเข้าไปช่วยทำ แหล่งกักเก็บน้ำ ดังนั้นจึงประกาศรับอาสาไปช่วยกันสร้างแหล่งกักเก็บน้ำไว้ให้สัตว์ป่า
รายละเอียดกิจกรรม วันที่ เสาร์ที่ 30 - อาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 53 ณ. ป่าชุมชนเขาอ้ายโป้ด จ.ลพบุรี วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 53.
วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 53.
สมทบค่าใช้จ่าย (ท่านละ 1120 บาท ราคานี้รวมค่าเสื้ออาสาแล้ว)
ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมกรุณา โอน เงินผ่านบัญชี ออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย ม.เกษตรศาสตร์ ชื่อบัญชี นายสุรัช สะราคำ เลขที่ บัญชี 235-2-03348-4 ออมทรัพย์
สวัสดิการ
การเตรียมตัว
ความคาดหวังที่ทุกท่านเข้าร่วมจะได้
ที่มา : http://www.baandinthai.com/index.php?option=com_content&view=article&id=... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
11 / 1
(all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
11 / 2
(all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
11 / 3
(all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
11 / 4
(all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
11 / 5
(all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
11 / 6
(all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
11 / 7
(all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
11 / 8
(all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
11 / 9
(all day)
Start: 10/13/2010 - 13:22
End: 12/31/2010 - 13:22
สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร มธ.ร่วมกับสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ รับสมัครอาสาสมัครไปทำงานต่างประเทศ (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) จำนวน 6 ตำแหน่ง รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ - 31 ธันวาคม 2553 รายละเอียดเพิ่มเติม เปิดรับสมัครอาสาสมัครไปทางานต่างประเทศ ปี 2553 (ประเทศภูฏานและเวียดนาม) คลิก ดาวน์โหลดใบสมัคร คลิก ที่มา : www.gvc.tu.ac.th
(all day)
Start: 10/18/2010 - 11:29
End: 11/15/2010 - 11:29
เปิดรับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ สัปดาห์นับช้างป่า 5 “110 ปีอนุรักษ์ช้างป่าไทย” ณ พื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้า ฯให้จัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2439 เนื่องจากสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์มาก ปัญหาต่าง ๆ ไม่มี การบริหารงานด้านป่าไม้ในระยะนั้น จึงเน้นหนักไปที่การกำหนด กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในด้านการทำไม้อย่างเดียว โดยนำรูปแบบที่ประเทศอังกฤษใช้ในประเทศอินเดียและพม่ามาเป็นแนวทาง ในขณะนั้น “ ช้าง ” ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีบทบาทสำคัญมากในการทำไม้ของทุกประเทศ จึงมีการจับช้างป่าเพื่อมาฝึกในการทำไม้อย่างกว้างขวางทั่วราชอาณาจักร เมื่อช้างบาดเจ็บ ตาย ก็จะมีการจับช้างจากป่ามาทดแทน การขยายพันธุ์ช้างแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย เพราะช้างท้อง หรือเลี้ยงลูกจะทำงานไม่ได้ เจ้าของขาดรายได้ โอกาสที่ช้างจะผสมพันธุ์ก็ยาก เพราะช้างต่างถูกเลี้ยงแยกจากกัน ไม่มีโอกาสพบกัน และการต้องทำงานหนัก ทำให้สุขภาพของช้างไม่สมบูรณ์ การติดลูกเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ช้างตัวผู้บางครั้งเมื่อมีการผสมพันธุ์ก็จะควบคุมได้ยาก ฯลฯ ดัง นั้น หลังจากตั้งกรมป่าไม้ได้ 4 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ตราพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า ร.ศ 119 (พ.ศ. 2443) เพื่อกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ในการขออนุญาตจับช้างป่า เพื่อลดอัตราการตายของช้าง มีการกำหนดจำนวนช้างที่อนุญาตให้จับได้ในแต่ละจังหวัด/มณฑล และมีบทลงโทษหากมีผู้ฆ่าหรือพยายามฆ่าช้างป่า เป็นต้น ดังปรากฏในหลักการและเหตุผลของการออกพระราชบัญญัติ ดังกล่าว ดังนี้ “ ........แลบัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า มีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน แลผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาทำให้ช้างล้มตายเสียมาก เป็นเหตุให้ช้างป่าซึ่งมีอยู่ตามหัวเมืองลดน้อยลงกว่าแต่ก่อน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทันคนจับแลที่เป็นอันตรายเสียเพราะการที่จับทรงพระราช ดำริเห็นว่าช้างเป็นสัตว์มีคุณแลเป็นกำลังพาหนะแก่การค้าขายหลายอย่างสมควร จะต้องมีพระราชบัญญัติสำหรับการที่จับแลป้องกันอันตรายช้างป่าไว้ให้พอแก่ การพรรค์ช้างป่าในพระราชอาณาจักรจึงจะไม่สูญสิ้นไปจึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้ดังนี้ว่า……..” ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่าข้างต้นให้ทันสมัยมาก ขึ้น เรียกว่าพระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พ.ศ. 2464 ซึ่งได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น และเพิ่มบทลงโทษให้เพิ่มมากขึ้น ดังนี้ “…………แล บัดนี้ได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่ามีผู้ขออนุญาตจับช้างป่ามากขึ้นกว่า แต่ก่อน และผู้ที่จับบางทีไม่มีกำลังพอที่จะเลี้ยงรักษาไว้ได้ ทำให้ช้างล้มตายเสียก็มี ทั้งมีคนร้ายลอบทำอันตรายแก่ช้างพลายที่มีงาเพื่อนำงาไปขายเป็นประโยชน์เสียก็มากเป็นเหตุให้ช้างป่าลดจำนวนน้อยลงกว่าแต่ก่อน จึงทรงพระราชดำริว่า ช้างเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ใช้เป็นกำลังพาหนะได้หลายอย่าง สมควรจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติใหม่ขึ้นไว้เพื่อให้เหมาะแก่กาลสมัยสำหรับ การจับและการป้องกันอันตรายแก่ช้างป่าทั้งบำรุงพันธุ์ช้างในพระราชอาณาจักร ให้เจริญขึ้นด้วย จึงทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติไว้สืบไปดังนี้.........” ดัง นั้น อาจกล่าวได้ว่า ช้างป่าเป็นสัตว์ป่าชนิดแรกที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย นับจากปี 2443 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นเวลา 110 ปีมาแล้ว โดยพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ต่อมาในปี 2503 ประเทศไทยตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เพื่อให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าแบ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครอง และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาในปี 2504 ประเทศไทยก็ได้มีพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติตามมา ทำให้สัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมาย ที่มีความเข้มงวดเช่นกัน และมีการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในรูปของอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ เนื่องจาก ทุกวันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองสัตว์ป่า ในปีนี้เรามานับช้างป่าที่กุยบุรี ก็เป็นการระลึกถึงการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ช้างป่า และสัตว์ป่า ที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติมาแล้ว 50 ปีอีกด้วย ชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้ดำเนินกิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีมาแล้ว 4 ครั้ง คือ (1) ระหว่างวันที่ 5-9 ธันวาคม 2551 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างป่ากุยบุรี” (2) ระหว่างวันที่ 13-18 มีนาคม 2552 ภายใต้หัวข้อ “พาคนไปนับช้าง” (3) ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2553 ภายใต้หัวข้อ “นับช้างให้พ่อ” (4) 13-21 มีนาคม 2553 ภายใต้ห้วข้อ “ จากช้าง....สู่ป่า....เพื่อบ้านของเรา ” ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของชมรม ฯ ทั้งสี่ครั้ง ประกอบด้วย นักวิจัยสัตว์ป่า กรรมการ/สมาชิกและอาสาสมัครของชมรมฅนรักษ์ช้างป่า ครั้งละประมาณ 30-50 คน ได้แก่ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มหาวิทยาลัยทักษิณ นักเรียนจากโรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จังหวัดสตูล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการนนทบุรี ช่างภาพมืออาชีพ และสมัครเล่น รวมทั้ง ไกด์ท้องถิ่น ทหารจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ข้อมูลสรุปได้ว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่า ป่ากุยบุรีมีช้างตัวผู้เต็มวัยมีงา (ช้างงา) 26 ตัว ช้างตัวผู้เต็มวัยไม่มีงา (สีดอ) 30 ตัว ครอบครัวช้างป่าทั้งหมด 17 ครอบครัว จำนวนช้างป่ารวมอย่างน้อย 200 ตัว ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับ อัตราส่วนมีสัดส่วนเพศผู้เต็มวัยต่อเพศเมียเต็มวัยเท่ากับ 1: 1.75 กิจกรรมนับช้างป่ากุยบุรีของชมรมฅนรักษ์ช้างป่าได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าวสามมิติได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 2 เผยแพร่ทางทีวีสีช่อง 3 และรายการคนละไม้ คนละมือ ได้มาทำข่าวการนับช้างครั้งที่ 3 เผยแพร่ทางทีวีช่องไทยพีบีเอส เงื่อนไขและระเบียบการสมัคร 1. ผู้สมัครต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ 20 ปีขึ้นไป หากอายุน้อยกว่า 20 ปี ต้องมีใบรับยินยอมเข้าร่วมกิจกรรมจากผู้ปกครอง 2. ผู้สมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอต่อการเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากลักษณะในการทำงานอยู่ในพื้นที่ในป่าจึงไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลเป็นพิเศษ 3. ผู้สมัครต้องเข้าใจสภาพการทำงานในพื้นที่ในป่า และยอมรับภาวะอันตราย ภัยตามธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่กล่าวโทษและถือเป็นความผิดของคณะทำงานกิจกรรมฯ 4. ผู้สมัครต้องปฎิบัติตามแนะนำ ทำตามขั้นตอน และคำสั่งของเจ้าหน้าที่และคณะทำงานกิจกรรมฯ อย่างเคร่งครัด 5. ผู้สมัครต้องงดดื่มสุรา และของมึนเมาอื่นๆ ในก่อนและขณะเข้าร่วมกิจกรรม 6. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรม (Workshop) หรือ ผ่านการแนะนำในการสำรวจการวิจัยจากเจ้าหน้าที่คณะทำงาน เท่านั้น จึงจะผ่านการพิจารณาเข้าร่วมกิจกรรม 7. ผู้สมัครต้องส่งมอบการจดบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย(ไฟล์ JPG) และ/หรือวิดีโอ ต่างๆ ในแต่ละวัน ให้แก่เจ้าหน้าที่คณะทำงาน โดยรูปดังกล่าวจะนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และมีการอ้างอิงเจ้าของรูปถ่ายนั้นในการใช้ภาพ 8. ผู้สมัคร สามารถเลือกวันเข้าร่วมกิจกรรมช่วงหนึ่งช่วงใด หรือ ทั้งหมดของวันทำกิจกรรมได้ และต้องแจ้งไว้ในใบสมัคร 9. ผู้สมัครต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางในการเข้าร่วมกิจกรรมเอง และเตรียมของใช้ในการทำงานและของใช้ส่วนตัวเอง (ชมรมฯ จะจัดเตรียมอาหาร/ที่พัก/และพาหนะในการเดินทางในพื้นที่ให้) 10. กรณีผู้สมัครผ่านการคัดแล้ว แต่ขณะการทำงานทำผิดเงื่อนไขและระเบียบ หรือ มีพฤติกรรมก่อให้เกิดอันตรายต่อการทำงาน เจ้าหน้าที่และคณะทำงาน มีสิทธิขอยุติในการเป็นอาสาสมัครของผู้นั้น และขอให้ออกจากนอกพื้นที่
กำหนดการสมัครเข้าร่วมโครงการ 1. เปิดรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม -15 พฤศจิกายน 2553 2. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 3. อบรมวิธีการสำรวจช้างป่า วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 (สถานที่ : กรม อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) วิธีการสมัคร 1. Download ใบสมัคร และเอกสารอื่นๆ จากบทความนี้ 2. ส่งใบสมัคร หรือเอกสารอื่นๆ ถ้ามีมาที่ E-Mail : administrator@wildelephantlover.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณ มัทนา 081-692-5971, คุณยศพล 086-071-8784 , คุณ เดีย 084-341-7473 ที่มา : http://www.wildelephantlover.com/index.php?option=com_content&view=artic... | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||