|
จิตอาสารฉบับเดือนกันยายนนี้ เรายังเชื้อเชิญท่านกลับมามองสิ่งรอบตัว กับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ คือ ป่า เขาและตัวเรา ก่อนที่จะมาเป็นเราทุกวันนี้ พื้นดินทุกที่เคยเป็นป่า เป็นภูเขา เป็นแหล่งน้ำ แหล่งที่อยู่ของสัตว์น้อยใหญ่ มนุษย์เพิ่งมาไม่นานนัก หากเปรียบเทียบกับต้นไม้ หรือภูเขาแล้ว เรากระจ้อยร้อยน้อยแรงกว่ามากนัก
แต่การมาเพียงไม่นานของเรา ก่อการเปลี่ยนแปลงมากมายให้กับใบโลกนี้ ด้วยสมองของมนุษย์เรา เราได้ผลิตสิ่งที่มีทั้งคุณและโทษมากมาย เราเห็นได้ทั้งด้านที่รุนแรงโหดร้าย และด้านที่เมตตากรุณาผ่านผลิตผลของเรา
และเมื่อย้อนกลับมามองธรรมชาติผู้ให้กำเนิด เราอาจเห็นได้ว่าถ้าไม่มีแสงแดด หัวใจเราก็อาจจะหยุดเต้น หากไม่มีน้ำ ชีวิตก็อยู่ไม่ได้ หากไม่มีป่า เราก็คงไม่มีลมหายใจ ณ ขณะนี้ แต่สิ่งที่เราทำทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจหลายอย่างได้ทำลาย ป่า น้ำ ภูเขา และอากาศที่เรากำลังสูดดม
ในขณะเดียวกัน เราย่อมไม่สามารถละเลยความเดือดดาลของสังคมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ หากมองความรุนแรงในประวัติศาตร์มนุษย์ชาติที่ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกไม่น้อย กว่า 2 ล้านปี แต่มีเพียง 10,000 ปีสุดท้ายเท่านั้นที่พบหลักฐานการทำสงครามอย่างเป็นระบบ และเมื่อดูโดยละเอียดพบว่าการสู้รบกันอย่างนองเลือดกระจุกตัวอยู่ในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา ความรุนแรงห่ำหั่นกันนั้นมาจากสาเหตุที่เราไม่สามารถมองเห็นความเกี่ยวโยงใน กันและกันได้เสียแล้ว
เราอาจคิดหยาบๆว่า ถ้าไม่มีคนๆ นั้นอยู่อะไรๆ ก็จะคงดีขึ้น ถ้าไม่มีเขาโลกก็คงยุติธรรมมากขึ้น และความวุ่นวายก็คงไม่เกิด
แต่ถ้ามองให้ดีๆ ความวุ่นวายในตัวเราก็มีมาก แถมยังมีความอยุติธรรมมากมายที่เรามีส่วนก่อ และถึงไม่มีคนนั้น หากมีเหตุที่สนับสนุนมากพอ ดีไม่ดี เราอาจเป็นผู้สร้างความวุ่นวายเสียเองก็ได้
จิตอาสาฉบับนี้จึงชวนกันมองอย่างลึกซึ้งเข้าไปใน ป่า เขา และ ตัวเรา ซึ่งหาได้แบ่งแยกกันเลย
บรรณาธิการจิตอาสา
volunteerspirit@gmail.com
|
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น