เปลี่ยนประเทศไทยด้วยมือเราเอง

วงประชุมเล็กๆเริ่มขึ้นของแกนประสานใน เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง ถึงสถานการณ์ความขัดแย้งของสังคมและทิศทางของเครือข่าย “รัฐบาลไหนๆก็คิดอยู่เรื่องเดียวจริงๆ ว่าปัญหาประเทศคือวิกฤตเศรษฐกิจ และการเมืองแต่พวกเราที่เป็นเกษตรกร ชาวประมง ไม่ได้รู้สึกกระทบอะไรเท่าไหร่เลย” มีบางคนเงียบ “ทำอย่างไรได้เมื่อนักการเมืองกับนักธุรกิจเป็นคนกลุ่มเดียวกัน แล้วปัญหาพี่น้องในชนบทอย่างเราละ ไม่เคยได้รับการหยิบยกขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเลย หรือพวกเราไม่ใช้เป็นพลเมืองของประเทศนี้ก็ไม่รู้นะ” หรือว่าการปฏิรูปการเมืองต้องเกิดขึ้นจากคนในชนบทเสียแล้ว อาจเปลี่ยนทฤษฏีใหม่ให้สังคมโลกได้รับรู้ ว่าจากแรงงานเป็นคนในชนบทที่เปลี่ยนประเทศไทย การเมืองใหม่คืออะไรกันแน่ เราหาคำตอบร่วมกัน ทุกคำตอบถูกหากทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงของคนแม้แต่แค่คนเดียว หรือชุมชนเดียว
จากสถานการณ์น้ำท่วมจนเกิดผลกระทบพื้นที่อำเภอเชียงแสน เชียงของและเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ในช่วงวันที่ 9- 15 สิงหาคม 2551 ได้ก่อความเสียหายต่อพื้นที่ การเกษตรและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านอย่างหนัก พบความเสียหายทางเศรษฐกิจประเมินค่าได้อย่างน้อย 85 ล้านบาท จากจำนวนหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหาย 38 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อ.เชียงแสน 6 หมู่บ้าน อ.เชียงของ 26 หมู่บ้าน และอำเภอเวียงแก่น 6 หมู่บ้าน
สาเหตุหลักของวิกฤติน้ำท่วมในครั้งนี้ เกิดจากการเปิด-ปิดเขื่อนแม่น้ำโขงตอนบน ในยูนนาน ประเทศจีน ซึ่งสร้างเขื่อนจำนวน 3 เขื่อน คือ 1)เขื่อนมันวาล เปิดใช้ในปี พ.ศ. 2539 ผลิตไฟฟ้า1,500 เมกกะวัตต์ ขนาดบรรจุน้ำหน้าเขื่อน 920 ล้านลูกบาศก์เมตร 2)เขื่อนต้าเชาชาน เปิดใช้ในปี พ.ศ.2546 ขนาดบรรจุน้ำหน้าเขื่อน 890 ล้านลูกบาศก์เมตร 3) เขื่อนจินหง . ประกอบกับเกิดพายุฝนที่ตกหนักสุดในรอบศตวรรษในจีนยูนนาน ทำให้มีน้ำหน้าเขื่อนมากกว่าที่ตัวเขื่อนจะรับไหว จีนจึงต้องเร่งระบายน้ำในเขื่อน จนเกิดผลต่อประชาชนที่อยู่ท้ายเขื่อนในพื้นที่ราบใหญ่แห่งแรกซึ่งต่ำลงมาจากจีน คือพื้นที่ลุ่มน้ำอิง-กก-ตอนปลายและชายฝั่งโขงในเขตเชียงแสน เชียงของ เวียงแก่น ประกอบกับเกาะแก่งธรรมชาติซึ่งเป็นตัวชะลอน้ำในลำโขงตั้งแต่เหนือสามเหลี่ยมทองคำเป็นต้นไปได้ถูกระเบิดทิ้งไปแล้วจากโครงการระเบิดเกาะแก่งเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ ตามนโยบายการค้าเสรีของประเทศและกระแสโลก ได้ผลักดันโครงการนี้อย่างหนักใน ปี พ.ศ. 2544 - 2547 สามารถระเบิดเกาะแก่งออกไปได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นบริเวณคอนผีหลงในเขตพรมแดนไทย-ลาว เพราะชาวบ้านในท้องถิ่นเชียงแสน เชียงของ เวียงแก่น ไม่เห็นด้วย ซึ่งเมื่อไม่มีเกาะแก่งทางเหนือแม่น้ำโขงในประเทศไทยขึ้นไป ทำให้น้ำไหลหลากท่วมอย่างรวดเร็ว
ความเสียหายที่เกิดขึ้นทำให้บ้านปากอิงใต้ได้รับผลกระทบจากการพังทลายของตลิ่ง 2 จุด มีความยาวจุดละ 500 เมตร และลึกประมาณ 5 เมตร ทางชุมชนในเขตน้ำปากอิงตอนปลายและชายฝั่งโขง จึงรวมตัวกัน เพื่อระดมทุนและแรงงานช่วยเหลือชุมชนบ้านปากอิงใต้ในการทำแนวกันตลิ่ง รวมถึงแลกเปลี่ยนสถานการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละชุมชนและหาทางรับมือกับผลกระทบที่อาจจะตามมาในอนาคต
กิจกรรม รวมพลังปักหลัก เสริมดิน ป้องกันตลิ่งพังริมฝั่งโขง ณ บ้านปากอิงใต้ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็น
กิจกรรมที่หารือร่วมกัน หลายคนมีความเห็นร่วมกันว่าต้องไปช่วยกัน ปัญหาความขัดแย้งเรื่องสีเสื้อ คนเหนือ คนใต้ ไม่ใช่ปัญหา เพราะปัญหาเกิดจากการเมือง คนในประเทศไม่ได้แตกแยกกัน หากกิจกรรมนี้ร่วมมือกันแก้ปัญหาประเทศได้เราอาจใช้เป็นโมเดลเสนอให้รัฐบาลใช้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการเมืองได้ หากใช้ความจริงใจต้องแก้ได้อย่างแน่นอน
เครือข่ายชุมชนศรัทธา ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เครือข่ายผู้ประสบภัยสึนามิ เครือข่ายจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย อุบล พเยาว์ อุตรดิต กรุงเทพฯและอื่นๆ มากกว่า ๓๐๐ คน บางเครือข่ายเดินทางมากกว่า ๓๐ ชั่วโมง “ไม่มีปัญหาหรอกเรามากับใจ ใจถึงใจ ปัญหาที่เกิดขึ้นพี่น้องกันต้องช่วยกัน เหนื่อยหน่อยแต่สบายใจไม่มีสี” พี่น้องไทยพลัดถิ่นเสนอตอนสรุปงานประจำวัน
อาหารมื้อเที่ยง ในวัดมีเต็นท์กางขึ้นสามสี่หลังเพื่อตั้งโต๊ะอาหาร แม่ครัวที่อยู่ในศาลาเสียงโหวกเหวกกันเป็นระยะเพื่อเตรียมอาหารให้พร้อมก่อนที่พี่น้องจะขึ้นมาจากริมฝั่งโขง หางกันประมาณ ๕๐๐ เมตร เริ่มมีคนทยอยกันมาแต่ละคนเนื้อตัวมอมแมม “ล้างไม้ล้างมือกินข้าวก่อน” พ่อใหญ่ตะโกนบอก บนโต๊ะมีถ้วยน้ำพริก แกงจืดแตงกวากับไก่ และถุงข้าวเหนียววางอยู่เรียงราย “คนใต้จะกินเหนียวแล้ววันนี้”ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา บรรยากาศครื้นเครง ทานไปคุยกันไปโขมงโฉงเฉง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขของทุกคน ชาวบ้านในพื้นที่เองก็ยิ้มแย้มแจ่มใสไปตามๆกัน บางคนกินแบบบุฟเฟ่ ก็หยิบข้าวเหนียวถุงหนึ่ง ช้อนคันหนึ่งเดินตักกับข้าวจากทุกโต๊ะเป็นที่สนุกเฮฮากัน เวลาล่วงเลยพอสมควรหลายคนทานเสร็จแล้วเดินไปนั่งจับกลุ่มคุยกันเรื่องการเมืองบ้าง หรือแลกเปลี่ยนกัน ทำความรู้จักกัน ขอเบอร์โทรและที่อยู่กัน

“ขอแกนจังหวัดละสองคนร่วมหารือการทำงานกันหน่อย เอาใต้ต้นมะพร้าวแล้วกัน” เสียงพี่สมเกียรติ ตะโกนมาแต่ไกล แล้วคนก็เริ่มล้อมวงกัน เย็นนี้เราจะแบ่งคนกันใหม่นะ ขอให้คนเพิ่มในทีมตักทรายอีก ๑๐ คน เพื่อยกกระสอบทรายขึ้นรถ หลายคนแย่งกันยกมือ “พอๆ เอา ๑๐ คนพอ” ขออีก ๒๐ คนไปตัดไม้ไผ่ ทีมแบกกระสอบทรายทำเขื่อนละกันมีอยู่มาก “ทีมเกาะลันตาจองเองครับ” แล้วเย็นนี้เราน่าจะเลิกกันกี่โมงดีละ “เรามาจากใต้สุดของประเทศเพื่อมาเหนือสุดของประเทศ ขอให้ทำงานเต็มที่เลิกช้าหน่อยนะครับ” แลกเปลี่ยนกันพอสมควร พี่สมเกียรติสรุป “เลิกห้าโมงเย็นและทานข้าวหนึ่งทุมพร้อมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมขอให้ทุกจังหวัดเตรียมการแสดงด้วย อ๋อ ใครจะกลับที่พักไปอาบน้ำก่อนก็ได้ ให้ตกลงกันเอง แต่ต้องกลับมาทานข้าว” เครือข่ายไหนที่มีงบสนับสนุนค่าอาหารกองกลางให้ได้เลย หลายเครือข่ายที่เตรียมงบมาจากชุมชนก็นำเข้าสมทบค่าอาหารกองกลาง
บรรยากาศงานทำเขื่อนครั้งนี้เป็นบรรยากาศที่แตกต่างจากความรู้สึกของคนในสังคมที่เป็นนักคิดทั้งหลายว่าสังคมมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง บรรยากาศที่นี่ไม่มีความขัดแย้งให้เห็น พวกเราค้นพบอะไรบางอย่างที่นี่ร่วมกัน คือการแก้ปัญหาความขัดแย้ง หากสังคมใดมีความขัดแย้งเกิดขึ้น แก้โดยใช้วิถีชุมชนในการแก้ปัญหาเพราะวิถีชุมชนคนจะช่วยกัน เช่นการลงแขกเกี่ยวข้าว การสร้างสังคมสมานฉันต้องใช้ปัญหาของชุมชนเป็นตัวตั้ง และหาคนมาช่วยกันแก้ คนอาจหมายถึงเพื่อนต่างชุมชน ต่างเครือข่าย ต่างวัฒนธรรม หรือมแม้กระทั่งรัฐบาลเองก็ตามหากใช้ใจ จะแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อย่างไม่มีข้อกังขา
เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง ค้นพบการเมืองใหม่ในชุมชนโดยการปฏิบัติจริง การแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวเลเกาะเหลาร่วมกันโดยชุมชนเป็นหลักทั้งแรงเงิน แรงใจ แรงกาย แก้ปัญหาตลิ่งบ้านปากอิงใต้ ที่เชียงของ จ.เชียงใหม่ หรืออื่นๆอีกมากมาย ได้ทั้งคน ได้ทั้งใจ รัฐบาลอาจจะเอาโมเดลนี้เป็นตัวอย่างได้ หากไม่มีใครช่วยพวกเราเรือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศยินดีจะร่วมมือในการแก้ปัญหาร่วมกัน แต่รัฐต้องสนับสนุนไห้กระบวนองค์กรชุมชน เหล่านี้เดินได้อย่างมั่นคง มิใช่มุ่งเน้นความมั่นคงทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว แต่ลองเหลียวกลับมามองเรื่องความมั่นคงของความเป็นมนุษย์อย่างจริงจังเสียที หากคนเหล่านี้อยู่ในชุมชนอย่างไม่มั่นคงประเทศนี้จะมั่นคงได้จริงหรือ
ไมตรี จงไกรจักร์
เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง
ความคิดเห็น
ดังนะเนี่
ดังนะเนี่ยบ้านปากอิงอ่ะ..
บ้านเราเอง อิอิ
ดังจริงๆๆ
ดังจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆบ้านเรา
เด็กปากอิ
เด็กปากอิงนะจะบอกให้ pin
ดังสิ
ดังสิ ได้ออก ทีวี ออกหนังศือ หลายเล่มแล้วว
เด็กปากอิง เด้อ
แสดงความคิดเห็น