อาสาสร้างสื่อเสรี

เขียนโดย ชันษา สุพรรณเมือง   
วันอังคาร ที่ 1 เดือนธันวาคม พ.ศ.2552

 "เราท่านๆ ก็อาจตกเป็นผู้ถูกละเมิด แต่ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกละเมิด โดยซึมซับผ่านสื่อโดยวิธีการต่างๆ....."

เชิญซึมซับสาระจากทัศนะเรื่องการละเมิดสิทธิการสื่อสาร  จากรายงานสดๆ สี่เดือนของเรียม-ชันษา สุพรรณเมือง อาสานักกฎหมายสิทธิมนุษยชนรุ่น 4 จากคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.)

ความเข้าใจในองค์กรและงานที่ทำ

องค์กรที่ข้าพเจ้าได้เข้ามาเรียนรู้ ศึกษาปฎิบัติงานก็คือ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฎิรูปสื่อ เรียกย่อๆว่า คปส. มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Campaign for Popular Media Reform หรือ CPMR ที่เกิดจากการรวมตัวของเครือข่ายนักวิชาการ, องค์กรพัฒนาเอกชน, นักวิชาชีพสื่อสารมวลชน และเครือข่ายประชาสังคมที่ร่วมกันติดตาม ผลักดัน และมีส่วนร่วมในการปฏิรูปสื่อมาโดยตลอด  

เนื่องจากการระดมความร่วมมือในกลุ่มประชาสังคมอย่างต่อเนื่องนั้น มีความสำคัญต่อการรณรงค์แนวคิดเรื่องการปฏิรูปสื่อ และการมีส่วนร่วมในกระบวนการต่างๆ ตลอดจนการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ ซึ่งดำเนินงานในลักษณะพหุภาคี โดยยังคงรักษาเป้าหมายและจุดยืนที่ชัดเจนในการปฏิรูปสื่อ ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคพลเมือง ที่เอื้อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

คปส. เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นประชาธิปไตยทางการสื่อสาร (Democratization of Communication) โดยมุ่งเน้นในการปฏิรูปสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้มีโครงสร้างที่เป็นประชาธิปไตย มีระบบที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งเปิดพื้นที่สาธารณะให้กับการสื่อสารของภาคประชาชน

งานที่ทำก็จะเป็นการผลักดันในส่วนของนโยบายและกฎหมายของส่วนกลาง ผลักดันให้รัฐต้องจัดให้ประชาชนเกิดการรู้เท่าทันสื่อ ผลักดันให้รัฐต้องส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีในทุกพื้นที่ของประเทศ จัดเวทีให้ความรู้ความเข้าใจในบริบทของวิทยุชุมชนที่แท้จริง

    
สถานการณ์ปัญหาการละเมิดสิทธิในงานที่ทำคืออะไร

ในองค์กรของข้าพเจ้า ปัญหาของการถูกละเมิดสิทธิคือ การที่ภาคประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพื้นที่ในการสื่อสาร เรื่องของเนื้อหาที่จะต้องไม่กระทบกระเทือนกับศีลธรรมอันดีของประชาชน และจะต้องไม่กระทบความมั่นคงของรัฐ (ซึ่งการตีความถึงสิ่งที่ไม่กระทบต่อศีลธรรมอันดี และความมั่นคงของรัฐตีความไว้กว้างมาก) เรื่องการใช้ภาษาในการสื่อสารในชุมชนหรือท้องถิ่น ที่ถูกจำกัดให้ต้องใช้ภาษากลางเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็อาจมีผลต่อความมั่นคงของรัฐ หรือการสื่อสารถูกแทรกแซงจากรัฐ กลุ่มนักการเมือง กลุ่มนายทุน 

มีผลทำให้ข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนควรจะได้รับรู้ในสิ่งที่เป็นความจริง ได้รับรู้ถึงสิ่งที่ถูกต้อง ต้องถูกปิดกั้นและถูกบิดเบือนไป ทำให้ประชาชนไม่ได้รับรู้ถึงปัญหาที่แท้จริง อีกทั้งยังเข้าใจในสิ่งที่สื่อกระแสหลักนำเสนอแบบผิดๆ เพียงเพราะต้องการจุดขาย หรือเพิ่มเรตติ้ง (Rating) เท่านั้น 

แม้ว่าในปัจจุบันสิทธิที่ต้องการจะสื่อสาร จะมีการเปิดพื้นที่สาธารณะให้กับการสื่อสารของภาคประชาชน เกิดจากการต่อสู้ผลักดัน จนเกิดพื้นที่ 20%ของภาคประชาชน (อ้างตาม พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ปี่ 2543) แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่อีกมาก ทั้งในเรื่องของภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร ด้านเทคนิค เครื่องส่ง อินเตอร์เนต เทคโนโลยีต่างๆ ฯลฯ รวมถึงด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับใบอนุญาต และการปฎิบัติตัวภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด    

สิทธิในการสื่อสารแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนั้นกลุ่มผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิจึงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ เช่นกัน

   1. สิทธิในด้านที่จะเป็นผู้สื่อสาร กล่าวคือ กลุ่มที่เข้ามาใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่โดยการเข้ามาเป็นผู้ผลิตสื่อ ผู้ส่งข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบไม่ว่าจะเป็นสื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งสื่ออินเตอร์เนต มักถูกละเมิดจากการถูกปิดกั้นในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ยกตัวอย่างเช่น กรณี คุณจอม  เพชรประดับ ที่จัดรายการเอ็กซ์คลูซีฟ สัมภาษณ์ พ.ต.ท. ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีต้องยืดอกรับผิดชอบ โดยการประกาศลาออกทั้งทีไม่ได้ทำความผิดเพียงแต่เป็นการนำเสนอในฐานะสื่อมวล ชนคนหนึ่งเท่านั้น

 
   2. สิทธิในด้านที่จะได้รับข้อมูลข่าวสาร คือ กลุ่มผู้รับข้อมูลข่าวสารอย่างเราๆ ท่านๆ ทุกคนที่ถูกละเมิด และที่เลวร้ายกว่าคือการที่ผู้ถูกละเมิดเอง ก็ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกละเมิดโดยการซึมซับผ่านสื่อโดยวิธีการต่างๆ

ยกตัวอย่างเช่น

    * กรณีที่ละครหลังข่าวนำเสนอโดยการนำพี่น้องชาวอีสานมาแสดงบทบาท "คนใช้"       "คนจน" "คนที่พูดสำเนียงอีสาน" แล้วกลายเป็นที่ตลกขบขัน ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นการละเมิดในเรื่องของชาติพันธุ์ซึ่งบางครั้งเราเองก็ อาจไม่รู้สึกด้วยซ้ำไป
    * กรณีของการนำเสนอในสิ่งที่ผิดบ่อยๆ จนกลายเป็นความเคยชิน เช่น กรณีละครที่พระเอกข่มขืนนางเอก (ไม่ผิด), กรณีที่คนดี ฆ่า / ทำร้าย คนเลว (ไม่ผิด) ทั้งที่ในตัวบทกฎหมายก็ระบุอย่างชัดเจนว่าการข่มขืน การทำร้ายผู้อื่น และการฆ่าผู้อื่นล้วนแล้วแต่เป็นความผิดอาญาทั้งสิ้น
    * กรณีที่สื่อของรัฐนำเสนอว่าการสร้างเขื่อน การสร้างโรงไฟฟ้า การสร้างโรงงานอุตสาหกรรม การสร้างท่าเรือน้ำลึก โครงการโรงแยกก๊าซ-ท่อก๊าซ ไทย-มาเลเซีย ฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งที่รัฐอ้างว่าเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ นำพาความเจริญมาสู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นการนำเสนอที่ผิดทำให้ประชาชนทั่วไป ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการกระทำที่ว่านี้เห็นว่ากลุ่มคนที่ออกมาคัดค้าน นโยบายการพัฒนาของรัฐ กลายเป็นจำเลยในสังคม เป็นผู้ที่ขัดขวางความเจริญของประเทศ 
    * การนำเสนอข่าวที่เป็นการฆ่าด้วยวิธีอำมหิตผิดมนุษย์ การข่มขืน การทารุณ การทำร้ายร่างกาย การหลอกลวงผู้คนด้วยวิธีการต่างๆ โดยเป็นการนำเสนอซ้ำไปซ้ำมาจนรู้สึกว่าเป็นการกระทำที่ธรรมดา ถ้าคิดจะทำต้องทำให้ยิ่งกว่า

 
ใครละเมิดใคร ใครได้เปรียบเสียเปรียบ

ฝ่ายละเมิดก็ได้แก่ รัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มนักการเมือง กลุ่มผู้มีอิทธิพล และกลุ่มนายทุน สืบเนื่องจากทรัพยากรคลื่นความถี่ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีจำนวนจำกัด ดังนั้นผู้ที่มีอิทธิพล อำนาจ และเงินทุนก็สามารถที่จะเข้าถึงทรัพยากรที่มีอยู่น้อยนิด ได้อย่างง่ายกว่าภาคประชาชนอย่างเราที่ไม่มีทั้ง อำนาจ บารมีและเงินทุน 

เมื่อเป็นสื่อของรัฐ เป้าหมายการนำเสนอก็จะเป็นไปเพื่อการนำเสนอในมุมมองที่ดีๆ ของนโยบายรัฐ โดยไม่ได้นำเสนอในสิ่งที่เป็นผลเสีย ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม อีกทั้งยังไม่มีความเป็นกลางในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร หรือในบางครั้งก็จะทำการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารไปเลย 

เมื่อเป็นสื่อของผู้มีอำนาจก็จะใช้เป็นช่องทางในการแสวงหาอำนาจต่อไปแบบไม่ รู้จบ  และเมื่อเป็นสื่อของกลุ่มทุนต่างๆ ก็จะใช้สื่อเป็นช่องทางในการแสวงหากำไร และแน่นอนฝ่ายที่เสียเปรียบ และถูกละเมิดก็คือประชาชนทั้งหลาย ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารก็จะเกิดความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ตามที่ผู้สื่อต้องการจะสื่อสาร


ความคิดความรู้สึกของกลุ่มเป้าหมาย ผลจากการละเมิด

กลุ่มเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นผู้สื่อสาร ผู้นำเสนอข้อมูลข่าวสาร หรือผู้รับข้อมูลข่าวสารก็จะมีความรู้สึกเหมือนกันว่า ในเมื่อการสื่อสารไม่สามารถเป็นไปได้อย่างเสรี การเปิดพื้นที่ของการสื่อสารไม่ว่าจะมากแค่ไหนก็คงไม่เกิดประโยชน์ เพราะท้ายที่สุดก็จะต้องถูกปิดกั้นอยู่ดี อย่างกรณีของการโพสต์ข้อความลงบนอินเตอร์เนต ก็ค่อนข้างปิดกั้นมากๆ ในบางประเด็น จนแทบจะไม่สามารถสื่อสารอะไรได้ กลายเป็นว่าคนที่อยากบอกก็บอกไม่ได้ คนที่อยากรับรู้ก็ไม่สามารถรับรู้ได้ ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายที่จะต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ซ้ำซาก จำเจ และไม่เกิดประโยชน์ 


บทบาทของตนเองในการแก้ไขปัญหา  ในฐานะเจ้าหน้าที่ปฏิบติงานในองค์กรทำอะไร

ในปัจจุบันคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) กำลังจัดทำหนังสือเกี่ยวกับคู่มือกฎหมายของวิทยุชุมชน ที่จะพูดถึงเรื่องสิทธิที่มีอยู่ตามกฎหมาย เรื่องความผิดตามกฎหมายจากการดำเนินการวิทยุชุมชน เรื่องของการปฏิบัติตัวหากมีกรณีร้องเรียนหรือถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งข้าพเจ้าในฐานะอาสาสมัครนักกฎหมายที่เข้ามาร่วมงานในองค์กร ก็มีส่วนในการช่วยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย หลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆ แต่ถ้าในส่วนอื่นๆ ก็ยังคงเรียนรู้เพื่อพัฒนาต่อไป 


มุมมองของตนเองต่อการแก้ไขปัญหา

มุมมองของตนเองในการแก้ไขปัญหา ก็คือการรณรงค์ การให้ความรู้ ความเข้าใจว่าตนเองกำลังตกอยู่ในบริบทของการถูกละเมิดสิทธิ ทำให้ประชาชนได้รู้ถึงสิทธิที่มีอยู่ของตนเองในการสื่อสาร ทั้งในกรณีที่เป็นผู้รับสาร และผู้ส่งสารว่าสามารถกระทำได้แค่ไหนเพียงใด


พัฒนาการของตนเองมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร  เพราะอะไร

    * เกิดการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสื่อมากขึ้นว่ามีกี่อย่าง? อะไรบ้าง? มีประโยชน์อย่างไร? มีความสำคัญกับชุมชนหรือท้องถิ่นอย่างไร?
    * มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายสื่อที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน และมีความเข้าใจในกฎหมายที่มีความเกี่ยวพันกันในแต่ละฉบับมากขึ้น
    * สามารถจับประเด็นในเนื้อหาของการประชุม การสัมมนาต่างๆ ได้
    * มีทักษะในการสื่อสารกับบุคคลอื่นได้ดีขึ้น (สื่อสารเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การหนุนเสริมในการทำงาน การติดต่อ ประสานงานกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ)
    * มีทักษะการพิมพ์ที่เร็วขึ้น เพราะถอดเทปการประชุม การสัมมนาอยู่เป็นประจำ (การถอดเทปทำให้สามารถเข้าใจการประชุมมากขึ้น เพราะต้องฟังซ้ำหลายๆ รอบ)
    * มีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติบางอย่าง ภายหลังจากที่ได้สัมผัสกับบริบทในสังคมมากขึ้น
    * ได้เข้าร่วมรับฟังการประชุมกรรมาธิการของ พรบ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ทำให้ได้ทราบถึงแนวความคิดของกรรมาธิการแต่ละคน ในการออกกฎหมายในแต่ละมาตรา
    * ได้ฝึกทักษะในด้านการเขียนไม่ว่าจะเป็นการเขียนข่าว เขียนบทความ และเขียนสรุปสถานการณ์ต่างๆ

สิ่งที่ตนเองต้องเรียนรู้เพิ่มเติมและปรับปรุง  และเรียนรู้เพิ่มเติมคืออะไร

    * ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมในทักษะด้านภาษา  เพราะการทำงานของเราจะต้องรับฟังข้อมูลข่าวสารจาก นักวิชาการ กรรมาธิการผู้ร่างกฎหมาย และการสัมมนาระดมความเห็นต่างๆ ที่มักจะมีการใช้ภาษาอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเราจึงจำเป็นทักษะในด้านภาษาเพื่อที่จะได้สามารถนำมาอธิบาย ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้เข้าใจง่ายขึ้น
    * ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมในส่วนของกฎหมายสื่อ ที่มีอยู่หลายฉบับให้มีความเข้าใจและสามารถหยิบนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้
    * ความกล้าพูด กล้าแสดงออกในการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม
    * ต้องเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และความสะดวกในการทำงานเพิ่มขึ้น

ที่มา : http://www.thaivolunteer.or.th

ความคิดเห็น

รูปภาพของ hahamlle1067

Thanks for making

Thanks for making such a cool project. I've been checking the site for the Windows version, but I never left a comment about it. I know you are working hard and doing it for free so you shouldn't feel rushed or anything.

 

007Security
รูปภาพของ xxalimlle109

I think we need to

I think we need to bring more ideas for this purpose. Involvement of young people can be handy in this regard. I am happy to find a good post here. Thank you

 

interview training
รูปภาพของ อาสามาแจม

I never left a comment about

I never left a comment about it. I know you are working hard and doing it for free so you list building secrets

รูปภาพของ อาสามาแจม

I have been searching for

I have been searching for some information about it almost three hours. You helped me a lot indeed and reading this your article I have found many new and useful information about this subject. the diet solution

รูปภาพของ อาสามาแจม

It is nice to find a site

It is nice to find a site about my interest. My first visit to your site is been a big help. Thank you for the efforts you been putting on making your site such an interesting and informative place to browse through. I'll be visiting your site again to gather some more valuable information. You truly did a good job.
Tax Debt

รูปภาพของ อาสามาแจม

 

 

Portrait Artist, thanks for the opportunity to discover this site and to introduce a similar article.

http://www.portrait-painting.com/portrait_painting.php

 

รูปภาพของ อาสามาแจม

Sounds truly promising!

Sounds truly promising! Please, keep posting this stuff!

free credit score

แสดงความคิดเห็น