แก๊งค์ทำดี “มิรูโม่” แห่งอินทร์บุรี

ข่าว คราวการตีรันฟันแทงของบรรดาเด็กวัยรุ่น-ขาโจ๋ที่ใช้มาตรฐานความเจ๋ง ความเท่ห์ และความเก๋า เป็นหัวเข็มขัดเพียงหนึ่งชิ้นหรือเสื้อช็อปเพียงหนึ่งตัว แต่ต้องแลกมาด้วยความพิการของคู่อริหรือบางครั้งก็ถึงขึ้นเอาชีวิต เรื่องเหลานี้ดูจะเป็นเรื่องที่มีให้เห็นจนชินตา ทว่า ณ ชุมชนที่เงียบสงบอย่าง ตำบลอินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ก็มีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักของคนในหมู่บ้านเป็นอย่างดี เพราะวัยรุ่นกลุ่มนี้เป็นศูนย์รวมของเด็กโจ๋ที่ออกอาละวาดกันทุกเย็นเป็น เวลาหลายเดือนมาแล้ว ที่สำคัญ ว่ากันว่าหัวหน้าของกลุ่ม-แก๊งนี้นั้นมีอายุเพียงแค่ 13 ปี แต่กลับมีลูกสมุนคอยหนุนหลังถึง 10 กว่าคน
วีรกรรมของแก๊งนี้เป็นที่เลื่องลือไปทั่วเพราะนอกจากสมุนตัวเปี๊ยกสุดจะถูก เรียกขานว่า “เด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม” แล้ว กิจวัตรของสมาชิกในแก๊งยังสร้างความฮือฮาให้แก่บรรดาผู้ใหญ่ในชุมชนเสมอมา ... กิจวัตรที่ว่า มิใช่การซิ่งมอเตอร์ไซค์ การชกต่อย หรือการเสพยา แต่เป็นภารกิจเพื่อสังคมง่ายๆ อย่าง การเก็บขยะ ถางหญ้า กวาดลานวัด ขัดห้องน้ำ
เด็กๆ กลุ่มนี้เขาเรียกตัวเองว่า “มิรูโม่...มาเฟียแห่งความดี”
มิรูโม่ : แก๊งนี้มีที่มา
จากปฏิบัติการที่ฮึกเหิมของบรรดาสมาชิกแก๊งตัวน้อยที่ลงมือลงแรงทำความสะอาด วัดโพธิ์ทอง วัดเล็กๆ ในตำบลอินทร์บุรี ทุกเย็นย่ำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนเสียงเล่าขานถึงวีรกรรมของแก๊งมิรูโม่ขจรขจายไปทั่ว ทำให้ “ASTV ผู้จัดการ” ต้องออกตามล่า หาหลักฐานและนำเรื่องราวของแก๊งนี้มาตีแผ่ให้รู้สังคมได้รับรู้
เราได้เดินทางไปยังตำบลอินทร์บุรีซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ จนได้พบกับ “น้องตั้ม” ด.ช.สุรชัย จิตตั่ง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 /1โรงเรียนศรีวินิตวิทยาคม หัวหน้าแก๊งมิรูโม่ จากการสอบปากคำ ทำให้เราทราบว่า “แก๊งมิรูโม่” มีสมาชิกทั้งหมด 14 ชีวิต ซึ่งสมาชิกในแก๊งล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนๆและลูกพี่ลูกน้องของน้องตั้มทั้ง สิ้น แก๊งนี้เป็นที่รวมของสมาชิกวัยละอ่อน ตั้งแต่รุ่นดูดขวดนม 2 ขวบครึ่ง ไปจนถึง 13 ปี ซึ่งที่มาในการก่อตั้งแก๊งนั้นน้องตั้มรับสารภาพว่าพวกเขาได้แรงบันดาลใจมา จากภาพยนตร์เรื่องอนุบาลเด็กโข่ง
“คือวัดนี้มีพระอยู่รูปเดียว ทุกวันผมก็จะเห็นหลวงตา (พระระพิน กิตฺติโก เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง จ.สิงห์บุรี) กวาดลานวัดอยู่คนเดียว แดดก็ร้อน ผมสงสารว่าท่านคงเหนื่อยมาก ผมเลยเข้าไปช่วย แล้วก็มีเพื่อนๆ อีกหลายคนตามไปช่วยด้วย เราก็เลยปรึกษากันและตั้งแก๊งขึ้นมาครับ คือความคิดในการตั้งแก๊งเนี่ยเกิดมาจากการที่เราไปดูหนังเรื่องอนุบาลเด็ก โข่ง ซึ่งเป็นเรื่องของเด็กอนุบาลที่รวมตัวกันตั้งแก๊งของตัวเองขึ้นมา มันก็คล้ายๆ กับพวกเราเหมือนกันเพราะปกติเราจะขี่จักรยานไปโรงเรียนพร้อมกัน บางทีก็ชวนกันไปขี่จักรยานเล่น แต่ในหนังเขาเป็นแก๊งอันธพาล หัวหน้าแก๊งแต่ละแก๊งพยายามขยายอิทธิพล มีการยกพวกตีกัน เหมือนพวกมาเฟีย แต่แก๊งเราไม่ใช่แบบนั้นครับ เราเป็นแก๊งที่รวมตัวกันทำความดี (ยิ้มกว้าง) เราใช้ชื่อว่าแก๊งมิรูโม่ ซึ่ง “จ๋า” (ด.ญ.กาญจนา จิตตั่ง ลูกพี่ลูกน้องของตั้ม) เขาเป็นคนตั้ง คือเขาเอาชื่อมาจากการ์ตูนทีวี แล้วในแก๊งนี่ผมโตสุดเขาก็เลยให้ผมเป็นหัวหน้า
สมาชิกก็มาจากเพื่อนๆและลูกพี่ลูกน้องที่อยู่แถวบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กผู้ชาย มีเด็กผู้หญิงอยู่แค่ 4-5 คน ส่วนมากจะเป็นเด็กประถม แล้วก็มีไอ้ตัวเล็กอยู่คนหนึ่ง ยังกินนมขวดอยู่เลย เขาตามพี่ๆ มาเข้าแก๊งด้วย โดยปกติตอนเย็นหลังเลิกเรียนพวกเราก็จะมาช่วยหลวงตากวาดลานวัดกันทุกวัน เห็นใบไม้มันรกน่ะครับ แล้วก็ช่วยเก็บขยะ ถางหญ้า ล้างห้องน้ำ มันก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่เราทำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ช่วยกันหลายๆคนเดี๋ยวก็เสร็จ นอกจากนั้นตอนเช้าผมกับเพื่อนอีก 2 คนก็จะไปช่วยหลวงตาถือของตอนออกบิณฑบาต เสร็จแล้วถึงจะกลับมาอาบน้ำไปโรงเรียน”
แม้ในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน ฉบับ พ.ศ.2542 จะระบุความหมายของคำว่า “แก๊ง” ว่าเป็นคำนามและเป็นภาษาปากที่หมายความถึงกลุ่มคนที่ตั้งเป็นก๊กเป็นเหล่า และโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะใช้ในความหมายไม่ดี เช่น แก๊งโจร แก๊งอันธพาล แต่หัวหน้าแก๊งมิรูโม่ก็ยืนยันว่า เมื่อเด็กๆ หรือ วัยรุ่น ร่วมตัวกันแล้วมิใช่จะทำดีไม่ได้
“จริงๆพวกเราก็ชอบเล่นสนุกกันนะครับ แต่จะช่วยหลวงตาทำงานให้เสร็จแล้วค่อยไปเล่น คือหลวงตาท่านใจดี ไปช่วยท่าน ท่านก็ให้ขนมพวกเรากินทุกวัน พ่อแม่เห็นพวกผมไปช่วยหลวงตาที่วัดเขาก็บอกว่าดีแล้ว ได้บุญ คุณครูที่โรงเรียนก็บอกว่าดีให้ทำต่อไปเรื่อยๆ ผมก็ภูมิใจที่ได้ช่วยวัด ทำให้วัดไม่รก แล้วก็ได้บุญด้วย ดีกว่าไปเล่นเกมตามร้านเน็ต เล่นแล้วก็ติด เสียการเรียน เปลืองเงินด้วย”
นอกจากน้องตั้มซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งแล้วเรายังสามารถรวบตัว “น้องจ๋า” ด.ญ.กาญจนา จิตตั่ง อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นประถมปีที่ 5 โรงเรียนวัดทอง จ.สิงห์บุรี รองหัวหน้าแก๊งมิรูโม่ ได้อีกหนึ่งคน โดยน้องจ๋าให้ปากคำกับเราว่า
“พี่ตั้มเป็นต้นคิดเรื่องการตั้งกลุ่มเพราะเลียนแบบมาจากในหนัง พี่ตั้มมาชวนหนูเป็นคนแรก แล้วเราก็ช่วยกันบอกต่อ ชวนเพื่อนๆ มาเข้ากลุ่มเพิ่มขึ้น ก็ชวนง่ายนะคะ เพราะส่วนใหญ่เพื่อนๆ เขาก็ดูหนังเรื่องอนุบาลเด็กโข่งกัน จากนั้นเราก็มาประชุมกันว่าจะช่วยงานหลวงตายังไงบ้าง ก็ทำกันมาเรื่อยๆ ทุกเย็นหลังเลิกเรียนทุกคนก็จะมาเจอกันที่วัด คือเราไม่ได้เรียนที่โรงเรียนเดียวกันทั้งหมด อย่างพี่ตั้มเขาเรียนที่โรงเรียนศรีวิทยาคม ส่วนหนูเรียนโรงเรียนวัดทอง บางคนก็เรียนโรงเรียนวัดเฉลิมมาศ แต่ว่าบ้านอยู่ใกล้กัน ไปไหนก็ไปด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ”

เริศที่สุ
เริศที่สุดค้าลูก
แสดงความคิดเห็น