มูลนิธิพระดาบส รับสมัครบุคคล อายุ 18-35 ปี ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ขาดอาชีพ เข้าเรียนในวิชาช่าง

มูลนิธิพระดาบส รับสมัครบุคคล อายุ 18-35 ปี ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ขาดอาชีพ
เข้าเรียนในวิชาช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างซ่อมบำรุง
การเกษตรพอเพียง ช่างไม้เครื่องเรือน และเคหบริบาล
หลักสูตร 12 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  มีที่พัก  อาหาร และค่าเล่าเรียนให้

สถานที่และบุคคลที่จะติดต่อ
มูลนิธิพระดาบส
http://www.dabos.or.th
เลขที่ 384-386 ถนนสามเสน (ตรงข้ามหอสมุดแห่งชาติ)
ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร 10300
โทรศัพท์ 0-2282-7000 และ 0-2281-0377

พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ เลขาธิการมูลนิธิพระดาบส
บ้านเลขที่ 108 นวธานี ถนนสุขาภิบาล 2
แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10240
โทรศัพท์ 0-2376-1800 และ 0-2376-1776

ตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
spsakorn@dabos.or.th
rujirak@dabos.or.th

 

ความเป็นมาของโครงการพระดาบส
           
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชดำริว่า ปัจจุบันมีบุคคลอีกจำนวนมากที่สนใจขวนขวายหาความรู้ แต่ไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆ  หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ให้มีความรู้วิชาชีพได้ ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ พระองค์ได้ทรงรำลึกถึงการประสิทธิ์ประศาสตร์วิชาของพระดาบสในสมัยโบราณ จึงทรงจัดแบบเป็นการศึกษานอกระบบ นอกจากจะช่วยให้ผู้มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ได้ความรู้เป็นวิชาชีพแล้ว ยังช่วยให้ผู้นั้นเป็นผู้ที่มีศีลธรรมจรรยา มีน้ำใจ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาสังคมส่วนรวมได้ผลยิ่งขึ้น

          จากแนวกระแสพระราชดำริดังกล่าว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ รับไปดำเนินการทดลองเปิดอบรมวิชาช่างไฟฟ้า-วิทยุขึ้นก่อน โดยใช้สถานที่ของสำนักพระราชวัง ตรงข้ามหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี แล้วเปิดรับบุคคลที่มีความตั้งใจหาความรู้ ไม่จำกัดเพศ อายุ และความรู้ รวมทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือนที่ผ่านศึก และทุพพลภาพได้เข้าเรียน สำหรับครูหรือพระดาบสอาสาสมัครนั้น จะเป็นผู้มีความรู้ ความศรัทธาอาสาสมัครโดยเสด็จพระราชกุศล และมีคุณลักษณะพิเศษ คือ มีความยินดีเสียสละให้ความรู้ของตนเป็นวิทยาทาน โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น

          การทดลองเริ่มต้นขึ้นในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2519 ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมนอกจากจะได้ฝึกอบรมวิชาช่างไฟฟ้าวิทยุ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ยังมีการอบรมศีลธรรมจรรยาและให้เคารพรักครูบาอาจารย์ ชาติ ศาสนา มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ อีกด้วย เมื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความสามารถพอสมควรแล้ว สำนักงานโครงการฯ ได้เปิดบริการรับซ่อมเครื่องไฟฟ้าวิทยุ และรับงานติดตั้งไฟฟ้าภายในอาคาร ภายใต้การควบคุมดูแลของพระดาบสอบรม เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ประสบการณ์มากยิ่งขึ้น ทั้งเป็นการหารายได้ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในรูปสหกรณ์ เมื่อทดสอบวัดผลหลังเสร็จสิ้นการฝึกอบรมตามหลักสูตรแล้วนับได้ว่า ได้ผลดีเกินคาด และเป็นไปตามกระแสพระราชดำริทุกประการ จึงทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามโครงการนี้ว่า โครงการพระดาบส

          การจัดการศึกษานอกระบบในลักษณะโครงการตามกระแสพระราชดำรัสจึงนับได้ว่า เป็นโครงการที่นำร่องให้มีการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศเป็นรูปการศึกษานอกโรงเรียนขึ้นตั้งแต่นั้นมา โดยที่ลักษณะงานของโครงการนี้คล้ายคลึงกับงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผนวกโครงการพระดาบสไว้เป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิดังกล่าว ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2521 เป็นการชั่วคราว

          ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2532 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จดทะเบียนเป็นโรงเรียนพระดาบส กรมการศึกษานอกโรงเรียนและเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิพระดาบสขึ้น ซึ่งได้มีการจดทะเบียนตามกฎหมายเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2533 โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิกิตติมศักดิ์ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีทรงดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการมูลนิธิกิตติมศักดิ์

แนวความคิดในการดำเนินงาน
          การดำเนินงานตามโครงการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์จะไม่จัดเป็นรูปแบบงานธุรกิจ โดยให้จัดเป็นรูปแบบการศึกษานอกระบบและงานสาธารณกุศลอย่างแท้จริง ดังนั้น หากผู้ใดมีความตั้งใจจริงที่จะขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และหรือหาสถานที่ศึกษาไม่ได้ เมื่อมีความประสงค์ที่จะสมัครเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่ง ทางมูลนิธิพระดาบสยินดีจะถ่ายทอดความรู้ให้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่มีเงื่อนไขว่า ในระหว่างที่เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องปรนนิบัติครูบาอาจารย์ หรือพระดาบสเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ท่านได้ถ่ายทอดความรู้ให้ด้วยความเต็มใจ เพื่อให้เป็นไปตามกระแสพระราชดำริ

          ผู้ที่จะสมัครเข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการนี้ไม่มีข้อจำกัดเรื่อง เพศ วัย และคุณวุฒิ ขอเพียงให้อ่านออกเขียนบวก ลบ คูณ หารได้ และมีความตั้งใจศรัทธาอยากได้ความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตนเท่านั้น โดยปกติจะพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มาจากครอบครัวที่ยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์และความรู้พื้นฐานที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆ นอกจากนี้ทางมูลนิธิฯ ยังยินดีช่วยเหลือฝึกอบรมให้แก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ซึ่งทุพพลภาพในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศชาติที่สามารถช่วยตัวเองได้พอสมควร ส่วนผู้ที่จะอาสาสมัครเป็นพระดาบสช่วยสอนโดยเสด็จพระราชกุศลตามโครงการนี้ จะต้องมีมีจิตใจเมตตากรุณา มีความศรัทธาที่จะเสียสละถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ของตนเองให้เป็นวิทยาทานโดยไม่ หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น

 หลักสูตรฝึกอบรมความรู้

          หลักสูตรของโรงเรียนพระดาบส ในปัจจุบันมีทั้งสิ้น 7 หลักสูตร คือ หลักสูตรวิชาชีพช่างไฟฟ้าวิทยุโทรทัศน์ หลักสูตรวิชาชีพช่างยนต์ หลักสูตรช่างอิเล็กทรอนิกส์ หลักสูตรวิชาชีพเกษตรพอเพียง หลักสูตรช่างซ่อมบำรุง หลักสูตรเคหบริบาล และหลักสูตรช่างไม้เครื่องเรือน

          ปัจจุบัน มูลนิธิพระดาบส ต้องใช้งบประมาณในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องไม้จำนวนมากต่อผู้ที่เข้ามาเรียนในโครงการมูลนิธิพระดาบสแต่ละราย ซึ่งในแต่ละปีมูลนิธิพระดาบสสามารถรับศิษย์พระดาบสได้ประมาณ 150 คนต่อปี ทั้งนี้ เนื่องจากงบประมาณที่ใช้จ่ายนั้นส่วนใหญ่ได้รับมาจากทรัพย์สินส่วนพระองค์เป็นหลัก และอีกส่วนจะมาจากผู้มีจิตศรัทธาที่มีอยู่ไม่มากนัก เนื่องจากมูลนิธิพระดาบสยังไม่เป็นที่รู้จักโดยแพร่หลาย จึงทำให้มูลนิธิฯ มีข้อจำกัดในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่ยังขาดแคลนและล้าสมัย

ปัญหาอุปสรรคและการแก้ไข
          จากประสบการณ์ที่ได้ดำเนินโครงการ "พระดาบส" มาเป็นเวลา 20 ปี หากจะให้การฝึกอบรมได้ผลตามกระแสพระราชดำริมากที่สุด ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำเป็นต้องเข้าพักอาศัยอยู่ในโรงเรียน จึงเกิดปัญหาเรื่องที่พักอาศัยซึ่งมีจำกัด

          จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น ถึงแม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ก่อสร้างอาคารที่พักและฝึกอบรม และคณะกรรมการจัดหาทุนฯ ได้จัดสร้างอาคารเรียนให้เพิ่มเติมก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากสถานที่ปัจจุบันมีพื้นที่จำกัด หากจะต้องมีการพัฒนาการฝึกอบรมออกไปจำเป็นจะต้องมีวิธีการจัดหาที่ดินมีพื้นที่กว้างขวางยิ่งขึ้นและก่อสร้างอาคารเพิ่มเติม จนปัจจุบันมูลนิธิพระดาบสมีโครงการอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ โครงการลูกพระดาบส

ในปัจจุบันโรงเรียนพระดาบสเปิดสอนหลักสูตร 1 ปี ใน 6 หลักสูตรประกอบด้วย
•  หลักสูตรวิชาชีพช่างไฟฟ้า
•  หลักสูตรวิชาชีพช่างอิเล็กทรอนิกส์ ( คอมพิวเตอร์ )
•  หลักสูตรวิชาชีพช่างยนต์
•  หลักสูตรวิชาชีพการเกษตรพอเพียง
•  หลักสูตรวิชาชีพช่างซ่อมบำรุง
•  หลักสูตรวิชาชีพผู้ดูแลงานบ้าน

มูลนิธิพระดาบส รับสมัครบุคคล อายุ 18-35 ปี ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ขาดอาชีพ เข้าเรียนในวิชาช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างซ่อมบำรุง การเกษตรพอเพียง ช่างไม้เครื่องเรือน และเคหบริบาล หลักสูตร 12 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  มีที่พัก  อาหาร และค่าเล่าเรียนให้