สร้างบ้านให้แก่สังคม วันว่างเด็กช่างอุเทนถวาย

 
 

"สิ่งที่มหาวิทยาลัยหวัง ไม่ได้หวังแค่นักเรียนเป็นช่าง แต่ในคำว่าช่างจะต้องเป็นช่างที่สมบูรณ์แบบ นอกจากจะมีความรู้ความชำนาญในเรื่องการช่างแล้ว

  จะต้องมีจิตใจที่ดี  รู้จักช่วยเหลือผู้อื่น  ไม่หวังผลอะไรตอบแทน  การที่ได้ออกมาปฏิบัติงานจริงก็เหมือนเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียน  ได้พบปะกับชาวบ้าน  โดยชาวบ้านทุกคนก็เหมือนเป็นครูคนหนึ่งของนักศึกษา"  คำบอกกล่าวของ  อาจารย์ศศิวิมล มาแสง  หัวหน้าศูนย์ฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก  วิทยาเขตอุเทนถวาย   ที่พาน้องๆจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก  วิทยาเขนอุเทนถวาย  สร้างบ้านกับชาวบ้านที่เดือดร้อน ร่วมกับมูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษย์ชาติ โดยมีฑูตมินิธิ   ฟิล์ม- รัฐภูมิ  โตคงทรัพย์ ศิลปินอาร์เอช ร่วมลงแรงช่วยกันคนละไม้คนละมือ  เมื่อเร็วๆนี้

อาจารย์ศศิวิมล เล่าว่า โครงการนี้เกิดมาเกือบ  1  ปี  โดยมูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติประเทศไทย ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย  นำนักศึกษาที่ลงวิชาฝึกงานชื่อว่า"เบสิก เอ็นจีเนียร์  เทรนนิ่ง"  คณะวิศวกรรมศาสตร์  สาขาวิศวกรรมโยธา มาเป็นอาสาสมัครสร้างบ้านให้กับชาวบ้าน ถือเป็นการเรียนการสอนในหลักสูตรโดยการปฏิบัติงานจริงเป้นเวลา 1  เดือน  จะออกปฏิบัตินอกสถานที่  2  ครั้ง  หรือแล้วแต่มูลนิธิจะขอความช่วยเหลือไป  

"  เมื่อได้เห็นนักศึกษาทุกคนได้หยิบจับเครื่องมือก่อสร้างอย่างคล่องแคล่ว รู้สึกดีใจมาก  วิชาที่ได้สอนไปไม่เสียเปล่า  นักศึกษาทุกคนสามารถปฏิบัติได้จริง   เพราะว่า  "การศึกษาสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าจะอยู่ในกรอบอย่างเดียวไม่ได้  การศึกษาต้องมีคิดนอกกรอบ  คิดที่ลองทำ  และกล้าที่จะตัดสินใจ" อาจารย์ศศิวิมล กล่าว

นายเอกลักษณ์ อินทรคำแหง (ติ๊ก)  นักศึกษาชั้นปีที่1 คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์  สาขาวิศวโยธา หลักสูตร 4 ปี  บอกว่า  รู้สึกภูมิใจที่ได้มาสร้างบ้านให้กับชุมชน  การที่ได้ออกมาปฏิบัติงานจริงจะช่วยให้รู้วิธีแก้ปัญหาได้ดีกว่า เรียนในห้องจะรู้สึกเครียด เมื่อได้ออกมานอกห้องเรียนจะรู้สึกดีกว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบรรยากาศ  สังคมรอบๆตัว  หนังสือตำราเป็น  100 เล่ม ก็ยังไม่เท่ากับการที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง   

   "มือที่จับปากกาเปลี่ยนมาจับจอบผสมปูนเป็นประสบการณ์ที่ดีมากถึงแม้ว่ามันจะหนักกว่าดินสอ ก็ดีกว่าจะไปถือมีดไล่ฟันกันสร้างความเดือดให้ผู้อื่น  ทำแล้วเกิดความสุข  สุขที่เราได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น  เป็นสิ่งตอบแทนปลิ้มเกินที่จะบรรยาย"  ติ๊ก อธิบาย

เช่นเดียวกันกับ"คอง" นายธีรภัทร  บุญรอด  เพื่อนรวมชั้นของติ๊ก บอกว่า  การที่เข้ามาร่วมโครงการกับมูลนิธิฯเป็นสิ่งที่ดีมาก  ซึ่งปกติเขาอาสาสมัครค่ายอาสามหาวิทยาลัย  สร้างโรงเรียนให้กับน้องๆตามต่างจังหวัดอยู่แล้ว  แต่ก็ไม่เคยได้สร้างบ้านให้กับชาวบ้าน  ครั้งนี้เป็นครั้งแรก แต่ทำให้ได้ประสบการณ์ในการทำงานปูรากฐานของความเป็นช่างที่ดีในอนาคต " เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของคนที่ได้รับความสุข  ความสุขของพวกเขาเหล่านั้นก็จะสะท้อนกับมาหาตัวเรา  แค่นี้ก็เป็นสิ่งตอบแทนที่มีค่าสำหรับเด็ก ม.ราชมงคลอุเทนถวายแล้ว ถึงแม้ว่าสิ่งที่ทำจะไม่ยิ่งใหญ่  แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจที่จะหาสิ่งใดมาเทียบได้ " 

คองกล่าว

"งานขนอิฐ ขนปูน  ขนหิน  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นงานเล็กๆน้อย  แต่ก็ภูมิใจที่ได้ทำ"  เสียงบอกเล่าของ "ปู"  นักศึกษาหญิง1 ในอาสาสมัคร

ของม.ราชมงคลอุเทนถวาย โดย "ปู" บอกว่า การนั่งเรียนในห้องเรียนส่วนมากจะมีหนังสือเป็นแหล่งอ้างอิง  แต่เมื่อได้ทำงานร่วมกับเพื่อนมีการพูดคุยกันแก้ปัญหานำความรู้ที่เรียนมาปรับปรุงใช้ในการทำงาน  จุดเล็กๆที่ได้ทำไป  เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนให้ได้มีบ้านอยู่  อยากให้สังคมภายนอกได้รับรู้ว่านักศึกษาม.ราชมงคลอุเทนถวาย ไม่ได้มีแต่เรื่องตีรันฟันแทงกัน  แต่ยังมีนักศึกษาที่ได้ทำอะไรเพื่อสังคม  ถึงแม้จะไม่ได้เงินเป็นค่าตอบแทน  แต่พวกเขายังเปี่ยมไปด้วย "น้ำใจ"  และพร้อมที่จะทำอะไรเพื่อสังคม

นางกุสุมา รัตติมาสกล  (ป้าโป้ง)  เจ้าของบ้านที่ได้บ้านหลังใหม่  บอกว่า  ดีใจมากที่ได้เห็นนักศึกษามาช่วยกันสร้างบ้าน  ไม่ต้องไปเสียค่าจ้างแรงงาน  เพราะค่าแรงวันหนึ่งตกวันละ  300-400  บาทต่อวัน  ทำให้ลดค่าใช้จ่ายไปได้  นักศึกษาทุกคนน่ารักมาก  ยิ้มแย้มแจ่มใส  ระหว่างที่ทำงานก็ช่วยกันคนละไม้ละมือ  ถือเป็นภาพที่หาดูได้อย่าง  เหมือนกับการลงแขกในสมัยก่อน    

เสียงของจอบที่เสียดสีกันระหว่างที่ผสมปูน เสียงพูดคุยกันขณะที่สองมือก็ช่วยกันขนทรายขนหิน  ช่วยกันคนละไม้ละมือ  ในที่สุดก็ได้บ้านหนึ่งหลัง  มาพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความสุขของชาวบ้าน  สิ่งเหล่านี้ได้แสดงผลสำเร็จของน้ำพักน้ำแรงของนักศึกษาที่มีจิตอาสา  โดยทำไปเพื่อไม่ได้หวังผลตอบแทนใดๆ  แค่เพียงมอบความสุขให้กับคนที่เดือดร้อนตามกำลังที่ทำได้นั่นเอง

0 ชลธิชา ศรีอุบล  มทร.ธัญบุรี 0

 

จาก คมชัดลึก วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551