หยุดคนเมาไม่ให้ขับรถ หน้าที่ของ มูลนิธิเมาไม่ขับ

จากรากหญ้าชมรมเมาไม่ขับ ที่ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2539 สู่การจดทะเบียนเป็นมูลนิธิเมาไม่ขับ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2545 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระแสความตื่นตัวในสังคมเกี่ยวกับปัญหา อุบัติเหตุจราจรจากสุรา ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนไม่ขับรถขณะเมาสุรา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ เพื่อขยายขอบเขตการรณรงค์ไปยังกลุ่มบุคคลต่างๆ 

หยุดคนเมาไม่ให้ขับรถ หน้าที่ของ ‘มูลนิธิเมาไม่ขับ’

“มูลนิธิเมาไม่ขับ” ชื่อที่คนในสังคมเรียกขาน และให้การยอมรับในวงกว้าง ว่าเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่รณรงค์เรื่องการป้องกันอุบัติเหตุจราจรจากสุรา อย่างได้ผลเป็นที่ประจักษ์ เห็นได้จากสติ๊กเกอร์ ‘เมาไม่ขับ’ ที่ติดอยู่หลังรถทุกชนิด ซึ่งมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคันทั่วประเทศ รวมไปถึงการสร้างพันธมิตรภาคีเครือข่าย เช่น กลุ่มแท็กซี่อาสา ขับรถส่งคนเมากลับบ้าน กลุ่มเหยื่อเมาแล้วขับ กลุ่มนักศึกษา กลุ่มผู้ขับรถสาธารณะ กลุ่มผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลอันตรายจากการเมาแล้วขับ ให้แก่สื่อมวลชน และถูกนำไปออกอากาศในรายการต่างๆ อาทิ รายการเจาะใจ,รายการเซฟตี้ ทอล์ค ทางช่อง 5 รายการทไวไลท์โชว์, รายการเกมเศรษฐี ทางช่อง 3 ในช่วงข่าวสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ รวมทั้ง ทางสถานีวิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ อีกด้วย

คุณดำรง พุฒตาล
คุณดำรง พุฒตาล
ประธานมูลนิธิ

นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช
นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช
เลขาธิการ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการรณรงค์สร้างความรับรู้เรื่องเมาไม่ขับ จะได้รับความสนใจจากประชาชนส่วนใหญ่ แต่ในด้านพฤติกรรมของผู้ขับรถบางกลุ่ม ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง และยังมีความเชื่อว่าการเมาแล้วขับ ไม่ใช่เรื่องอันตรายอะไร จึงถือเป็นภารกิจหลักของมูลนิธิฯ ที่จะต้องสร้างกระแสให้คนในสังคมเกิดความตื่นตัว และปฏิเสธที่จะร่วมทางไปกับผู้ที่เมาแล้วขับ เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิต

โดยยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานของมูลนิธิฯ คือการเป็นศูนย์กลางในการประสานงานกับภาคีเครือข่าย และการมีส่วนร่วมในการรณรงค์เมาไม่ขับให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันผลักดันกฎหมายและการบังคับใช้ ที่มีผลในการปฏิบัติ เพื่อลดพฤติกรรมเมาแล้วขับ ลดอุบัติเหตุจราจรที่มีสาเหตุมาจากสุราในทุกรูปแบบ เกิดเป็นกระแสต่อต้านพฤติกรรมเมาแล้วขับ ว่าไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมไทย และการพัฒนาบุคลากรให้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้การทำงานของมูลนิธิฯมีประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่อง

หยุดคนเมาไม่ให้ขับรถ หน้าที่ของ ‘มูลนิธิเมาไม่ขับ’        หยุดคนเมาไม่ให้ขับรถ หน้าที่ของ ‘มูลนิธิเมาไม่ขับ’

การทำงานที่ผ่านมา มีทั้ง การผลักดันด้านกฎหมาย อาทิ การห้ามสถานีบริการน้ำมันจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยกำหนดระยะเวลาโฆษณาตั้งแต่ เวลา 22.00 - 05.00 น. การเสนอแก้ไขเพิ่มโทษผู้ที่เมาแล้วขับ เพิ่มโทษจากเดิมจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000-10,000 บาท เป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท และการผลักดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงมีการตั้งด่านตรวจวัดระดับ แอลกอฮอล์ เป็นต้น ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ มีการณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งย้ำคำว่า “เมาไม่ขับ” ให้เป็นที่จดจำของสังคม และเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการรณรงค์

หยุดคนเมาไม่ให้ขับรถ หน้าที่ของ ‘มูลนิธิเมาไม่ขับ’

ด้านการขยายเครือข่าย มีการก่อตั้งเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 24 จังหวัด และมีตัวแทนเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับที่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการประจำ จังหวัดต่างๆ ครบ 76 จังหวัดทั่วประเทศ และจนถึงปัจจุบันมีภาคีเครือข่ายองค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสื่อมวลชน ภาคประชาสังคม ที่มาร่วมกันรณรงค์ ‘เมาไม่ขับ’ แล้วกว่า 3,000 องค์กร นอกจากนี้ยังมีการสร้างภาคีเครือข่ายในต่างประเทศ เช่น ภาคีเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับประเทศลาว มาเลเซีย ญี่ปุ่น ฯลฯ อีกด้วย

มูลนิธิเมาไม่ขับ เลขที่ 28/12 ถนนสุขุมวิท 19 วัฒนา คลองเตยเหนือ วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
เว็บไซต์ www.ddd.or.th
อีเมล ddd@ddd.or.th
โทรศัพท์ 02-254-5959, 02-254-0044

เรียบเรียง: ศิรินทิพย์ อิสาสะวิน Teamcontent www.thaihealth.or.th
ที่มา: มูลนิธิเมาไม่ขับ

แสดงความคิดเห็น