รายละเอียดโครงการจัดทำข้อมูลพื้นที่ปลูกป่าทั่วประเทศไทย
ฐานข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปลูกป่า

โครงการนี้เป็นการพยายามรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นของหน่วยงานและองค์กรทั้งภาค รัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีความเกี่ยวข้องในกิจกรรมการปลูกป่าบก ป่าชายเลนและการดูแลแนวปะการังทั่วประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้ข้อมูลที่เป็นทั้งอาสาสมัครที่ต้องการเข้า ร่วมกิจกรรมปลูกป่า และผู้จัดกิจกรรมสามารถประสานงานและติดต่อกับองค์กรที่เกี่ยวข้องได้อย่าง สะดวกมากขึ้นโดยข้อมูลแบ่งเป็นองค์กรภาครัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชน หรือหน่วยงานที่มีกิจกรรมปลูกป่าในพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยพยายามจัดเรียงข้อมูลตามภูมิภาคของพื้นที่ทำงานของแต่ละองค์กร
เนื่องจากเป็นการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ดังนั้นข้อมูลที่ได้จึงเป็นข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะข้อมูลขององค์กรพัฒนาเอกชนซึ่งรวบรวมได้เพียง 29 องค์กรที่ดำเนินกิจกรรมปลูกป่าบก ป่าชายเลน และการดูแลแนวปะการังทั่วประเทศไทย หากองค์กรใดต้องการเพิ่มข้อมูลขององค์กรของท่าน ในฐานข้อมูลนี้เพื่อประโยชน์ในการประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรในพื้นที่ กับอาสาสมัครหรือผู้จัดกิจกรรมปลูกป่าเพื่อร่วมดำเนินกิจกรรม กรุณาติดต่อมายังเครือข่ายจิดอาสา หรือดาวน์โหลดไฟล์แบบสอบถามเพื่อกรอกข้อมูลขององค์กรของท่านส่งกลับมายัง เครือข่ายจิตอาสาตามที่อยู่ในเวปไซต์นี้ เพื่อร่วมกันพัฒนาฐานข้อมูลให้มีข้อมูลครอบคลุมมากที่สุด และเพื่อการจัดทำหนังสือคู่มือ “แผนที่ทำดี ฉบับเพื่อการปลูกป่า” เพื่อกระจายให้แก่อาสาสมัครทั่วไปในโอกาสต่อไป
----------------------------------------------------------------------------------
ข้อแนะนำในการประสานงานกับองค์กรภาครัฐ
องค์กรภาครัฐหลัก มี 3 องค์กรดังนี้ คือ
1) กรมอุทยานแห่งชาติ พันธุ์พืชและสัตว์ป่า กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
ส่วนกลาง สำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์
ส่วนภูมิภาค สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 (ป่าไม้เขตฯ เดิม)
พื้นที่รับผิดชอบ คือ อุทยานแห่งชาติ, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า, เขตห้ามล่าสัตว์ป่า, ส่วนจัดการต้นน้ำ
รายละเอียดการประสานงาน
1. การปลูกป่าในพื้นที่รับผิดชอบของกรมอุทยานฯ ต้องติดต่อสำนักงานป่าไม้ส่วนกลาง หรือส่วนภูมิภาค โดยให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ทำเรื่องขอดำเนินการ โดยอธิบดีป่าไม้เป็นผู้อนุมัติ หรืออาจเป็นในรูปแบบเอกชนบริจาคงบดำเนินการให้แก่กรมอุทยานฯ
2. การปฏิบัติเพื่อขอเข้าปลูกในพื้นที่อนุรักษ์ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ในส่วน ภูมิภาคและทำเรื่องขออนุญาตอีกครั้งซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยอำนวย ความสะดวกได้มาก รวมทั้งการหาพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมเนื่องจากเจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ได้ ว่าพื้นที่บริเวณใดบ้างที่เหมาะสมกับการทำกิจกรรมปลูกป่า
3. เกือบทุกหน่วยงานสังกัดกรมอุทยานฯ จะมีกิจกรรมปลูกต้นไม้ในวันสำคัญต่างๆ เช่น วิสาขบูชา มาฆบูชา หรือวันแม่ เป็นการปลูกจำนวนมาก ต้องการอาสาสมัครแบบประชาอาสาฯ ติดต่อได้โดยตรงที่หน่วยงานส่วนภูมิภาคบางพื้นที่ (อาจมีการประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ หรือเป็นกิจกรรมร่วมกับชุมชนโดยการนำกล้าไม้ไปร่วมสนับสนุน)
4. ส่วนภูมิภาค ส่วนอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ แต่ละหน่วยมีการสนับสนุนกล้าไม้ หากต้องการขอสนับสนุนกล้าไม้สามารถทำเรื่องขอกล้าไม้ได้ และจะมีการติดตามการปลูกเพื่อเก็บเป็นบันทึกข้อมูลการปลูกต่อไป
5. สำหรับผู้ที่มีความต้องการกล้าไม้เพื่อปลูกที่บ้านสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์เพาะพันธ์กล้าไม้ในจังหวัดในภูมิลำเนา
2) กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
ส่วนกลาง ส่วนปลูกป่าภาครัฐ สำนักส่งเสริมการปลูกป่า
ส่วนภูมิภาค สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1-13 (ป่าไม้จังหวัดเดิม)
พื้นที่รับผิดชอบ ดำเนินการปลูกป่าเพื่อการอนุรักษ์ในพื้นที่ป่าสงวน, พื้นที่เตรียมการ รวมถึงพื้นที่ว่างเปล่าไม่มีเจ้าของทั้งหมด, ป่าชุมชน (ชุมชนเป็นผู้ดูแล แต่ต้องได้รับการอนุมัติโดยอธิบดีกรมป่าไม้)
รายละเอียดการประสานงาน
1. การปลูกป่าในพื้นที่รับผิดชอบของกรมป่าไม้ โครงการ บุคคลหรือหน่วยงานเอกชนไม่สามารถเป็นเจ้าของโครงการเองได้ ต้องให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทำเรื่องขอดำเนินการ โดยอธิบดีป่าไม้เป็นผู้อนุมัติ จะอยู่ในลักษณะ
ร่วมปลูกเท่านั้น รวมถึงอยู่ในวันและเวลาของพื้นที่เป็นฝ่ายกำหนด หรือแล้วแต่ตกลงกัน
2. การประสานงานสามารถประสานงานโดยตรงที่ส่วนกลาง หรือติดต่อสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ (ดูรายละเอียดพื้นที่ครอบคลุมในตาราง)
3. การปลูกต้นไม้เป็นไปเพื่อการอนุรักษ์โดยมีเงื่อนไขห้ามตัดไม้หลังการปลูก
4. ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมการปลูกป่า (ค่าปลูกและบำรุง)
ปีที่ 1 ค่าปลูกป่า 2500 บาท/ไร่ ค่าดูแล 680 บาท/ไร่ รวม 3180 บาท/ ไร่
ปีที่ 2-6 ค่าดูแล 680 บาท/ไร่ (โดย ค่าบำรุงปีที่ 2 อาจคำนวณ รวมในการปลูกตั้งแต่ปีที่ 1)
ตั้งแต่ปีที่ 3 เจ้าหน้าที่ฯ ของบดูแลจากส่วนกลาง (ถ้ามี))
5. สามารถขอกล้าไม้เพื่อการปลูกโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ทั้ง 13 สำนัก
6. ปัจจุบันมีการปลูกแบบประชาอาสา ปีละประมาณ 2000 ไร่ โดยประชาชนรวมตัวกันแจ้งความจำนงมาปลูกป่าใน 1 วัน หลังจากนั้นแล้วแต่เจ้าหน้าที่ว่าจะสามารถหาเงินมาดูแลรักษาหรือไม่
3) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
ส่วนกลาง สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ส่วนภูมิภาค ส่วนบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนที่ 1-4
----------------------------------------------------------------------------------
ข้อแนะนำสำหรับกิจกรรมการปลูกป่าบก
1. กิจกรรมการปลูกป่าควรจัดในช่วงหน้าฝน คือ ช่วงที่ดีที่สุดคือปลูกในช่วงเดือนมิถุนายน เนื่องจากเป็นช่วงที่ฝนตกมาระยะหนึ่งแล้วทำให้ดินชุ่มน้ำในระดับหนึ่ง หรือปลูกในช่วงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กรกฏาคม หรืออย่างช้าสุดไม่เกินเดือนสิงหาคม ยกเว้นในภาคใต้สามารถปลูกได้จนถึงเดือนพฤศจิกายน การปลูกต้นไม้ในช่วงหน้าฝนเพื่อให้ต้นไม้มีระยะฟื้นตัวก่อนเข้าหน้าแล้งแรก และมีเปอร์เซ็นต์การรอดตายสูงขึ้น
2. การปลูกเพื่อการอนุรักษ์ควรใช้ชนิดพันธุ์ไม้ในท้องถิ่น ไม่ควรใช้ไม้ต่างถิ่นโดยเฉพาะชนิดพันธุ์จากต่างประเทศ และพยายามให้มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์ไม้ที่ปลูกให้มากที่สุด
3. การปลูกต้นไม้เพื่อดึงดูดสัตว์ป่าให้กลับในพื้นที่เพื่อให้สัตว์ป่าเป็นตัว ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์มาสู่แปลงปลูก ควรเลือกไม้ที่ให้ผลเป็นอาหารแก่สัตว์ป่า เพื่อดึงดูดสัตว์ป่า เช่น นก หมูป่า เก้ง ฯลฯ และพื้นที่ปลูกควรอยู่ในระยะ 5-10 กิโลเมตรจากพื้นที่ป่าที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่
4. ควรมีการดูแลหลังการปลูกโดยการ กำจัดวัชพืช ใส่ปุ๋ย และทำแนวกันไฟ โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีแรก เพื่อให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และมีเปอร์เซ็นต์การรอดตายสูงขึ้น
** รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถหาได้จาก www.forru.org
----------------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลพื้นที่ทั้งหมด มีดังนี้
ป่าบก (ภาครัฐ-GO) >> Click
1. กรมป่าไม้
- ส่วนกลาง
- ส่วนภูมิภาค
2. กรมอุทยาน
- ส่วนกลาง
- ส่วนภูมิภาค
ป่าบก (NGO) >> Click
ป่าบกทั้งหมด >> Click
ป่าชายเลน (ภาครัฐ-GO) >> Click
1. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
- ส่วนกลาง
- ส่วนภูมิภาค
2. อื่นๆ
ป่าชายเลน (NGO) >> Click
ป่าชายเลนทั้งหมด >> Click
หรือ ดูรายการทั้งหมดได้ที่นี่
----------------------------------------------------------------------------------
