เป็นมิตรกับความเหงา

เป็นมิตรกับความเหงา

โดย พระไพศาล วิสาโล
จัดพิมพ์โดย ชมรมกัลยาณธรรม
พิมพ์ครั้งที่ ๑ ๒๕๕๕

ดาวน์โหลดหนังสือได้ที่ชมรมกัลยาณธรรม

คำปรารภ

เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนศกก่อน สมาชิกชมรมกัลยาณธรรมโดยการนำของคุณหมออัจฉรา กลิ่นสุวรรณ์ ได้พร้อมใจกันมาปฏิบัติธรรมที่วัดป่ามหาวัน (ภูหลง)ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง การปฏิบัติธรรมคราวนี้พิเศษกว่าครั้งก่อนตรงที่ทุกคนได้หลีกเร้นไปค้างแรมใน ป่า แม้บริเวณนั้นจะมีศาลาและเสนาสนะอยู่บ้าง แต่ทั้งคณะเลือกที่จะกางเต๊นท์เป็นที่ค้างแรมตลอด ๕ วัน ท่ามกลางป่าอันสงบสงัด ทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับการมีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมดังกล่าวเลยก็ตาม

แม้กิจวัตรประจำวันเริ่มตั้งแต่ตี ๔ ครึ่งด้วยการทำวัตรเช้า แต่ทุกวันเมื่อข้าพเจ้าตื่นขึ้นมาก็ได้เห็นนักปฏิบัติหลายท่านเดินจงกรมอยู่ ก่อนแล้วท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น ภาพนักปฏิบัติเดินอย่างสงบสำรวมใต้แสงจันทร์ที่ทอแสงอาบไล้หุบเขานั้นงดงาม มาก การปฏิบัติธรรมที่ดำเนินตั้งแต่เช้ามืดไปจนถึงค่ำคืน โดยเน้นการอยู่กับตัวเองและหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกันนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้ที่มากด้วยภารกิจทั้งงานส่วนตัวและงานส่วนรวม หลายคนต้องต่อสู้กับนิวรณ์ โดยเฉพาะความง่วงและความเหงา และประจักษ์ด้วยตนเองว่าการอยู่กับตนเองนั้นเป็นเรื่องยากไม่น้อย แต่แม้ ๕ วันเป็นเวลาที่ไม่นานนัก หลายคนก็พบว่าเมื่อใดที่เราสามารถอยู่กับตนเองได้นั้นจะมีความสุขอย่างมาก

การที่เราจะอยู่กับตัวเองได้อย่างมีความสุข สิ่งหนึ่งที่ต้องผ่านให้ได้ก็คือความเหงา แต่นักปฏิบัติทุกคนย่อมรู้ดีว่าการเอาชนะความเหงานั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้จาก การปฏิเสธผลักไสมัน ขืนทำเช่นนั้นมันก็ยิ่งรังควาญเราหนักขึ้น ไม่ต่างจากอันธพาลที่ไล่เท่าไหร่ไม่ยอมไป หรือยิ่งไล่ก็ยิ่งกวนดังนั้นสิ่งที่ควรทำก็คือรับรู้หรือดูมันเฉยๆ ด้วยใจที่เป็นกลาง นั่นคือรับรู้มันด้วยสติ แทนที่จะผลักไสมัน ก็ยอมรับมัน หรือพร้อมต้อนรับมันเสมือนอาคันตุกะที่มาเยี่ยมเยือน เมื่อทำใจคุ้นกับความเหงาจนเป็นมิตรกับมันได้ ความเหงาก็จะกลายเป็นมิตรกับเราเช่นกัน ในเวลาไม่นานมันก็จะจากลาไปเองเยี่ยงอาคันตุกะที่รู้เวลา และมีมารยาทพอที่จะไม่รบกวนเจ้าบ้านผู้มีไมตรีนานเกินไป น่าแปลกก็คือเมื่อเรามองความเหงาเป็นมิตร แทนที่จะมองเป็นศัตรู ความเหงากลับจะมาเยี่ยมเยือนเราน้อยลง และทุกครั้งที่มาเยือน ก็ไม่ได้รบกวนใจเราให้เป็นทุกข์เลย ถึงตอนนั้นเราจะสามารถอยู่กับตัวเองได้อย่างมีความสุขโดยไม่จำเป็นต้องออกไป แสวงหาความสุขจากที่ไหนเลย กล่าวได้ว่า หากเราไม่รู้จักเป็นมิตรกับความเหงาแล้ว ก็ยากที่จะเป็นมิตรกับตัวเองได้ พูดอีกอย่างก็คือ ถ้าอยากเป็นมิตรกับตัวเองก็ต้องเป็นมิตรกับความเหงาให้ได้

หนังสือเล่มนี้เป็นผลพวงจากการปฏิบัติธรรมครั้งนั้น ซึ่งนับว่าเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับอานิสงส์ที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติธรรม ทั้งคณะ อย่างไรก็ตามอานิสงส์ประการหลังนั้นดูเหมือนว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่า ที่จะถ่ายทอดมาเป็นตัวหนังสือได้ ในชั้นนี้ชมรมกัลยาณธรรมเห็นว่าคำบรรยายของข้าพเจ้าแก่ผู้ปฏิบัติธรรมคณะนี้ น่าจะมีประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วย จึงได้จัดทำเป็นหนังสือเล่มนี้ขึ้น รวมทั้งช่วยกันตกแต่งหนังสือให้น่าอ่าน ท่านใดที่ได้รับประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้ขอโปรดอนุโมทนาบุญและขอบคุณคณะนัก ปฏิบัติธรรมและชมรมกัลยาณธรรมด้วย

ในส่วนข้าพเจ้าขออนุโมทนาคณะผู้ปฏิบัติธรรมจากชมรมกัลยาณธรรมทุกท่านที่ ได้ใช้เวลาอันมีค่าในการบำเพ็ญประโยชน์ท่านโดยไม่ละเลยประโยชน์ตน หลังจากที่ได้ทำงานมาอย่างเต็มที่เพื่อเผยแผ่ธรรมให้ผู้คนได้ประจักษ์ อย่างกว้างขวางแล้ว ก็ยังมีเวลาสำหรับการประจักษ์ธรรมอันทรงคุณค่าด้วยตนเอง ซึ่งไม่เพียงนำความสุขมาหล่อเลี้ยงใจแล้ว ยังทำให้เกิดพลังในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อพระศาสนาและมหาชนอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน ใช่แต่เท่านั้นฐานใจที่หยั่งลึกในธรรมยังช่วยให้การทำงานเพื่อส่วนรวมดัง กล่าวเป็นการปฏิบัติธรรมที่นอกจากขัดเกลาจิตใจของตนให้งดงามแล้ว ยังนำความสุขและสงบเย็นมาให้ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมอันยุ่งเหยิงและว้าวุ่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณภาพจิตและวิถีชีวิตดังกล่าวเป็นแบบอย่างที่มีความหมาย มากมายเพียงใดในยุคปัจจุบัน

พระไพศาล วิสาโล
๑๓ กันยายน ๒๕๕๔